บทนำ
บทนำ
ห้างสรรพสินค้าชื่อดังใจกลางเมืองกลายเป็นแหล่งนัดเจอกันของต้นหยงและเพื่อนสนิทที่วันนี้ไม่ได้มาทานไอศกรีมหรือเดินเอ้อระเหยลอยชายตากแอร์เฉยๆ แต่พวกเธอนัดกับรุ่นพี่ที่สนิทมากๆ ไว้ต่างหาก
“พี่บูมบอกว่ารอเราอยู่ที่ร้านซูชิ” คนพูดมองดูนาฬิกาข้อมือด้วยสีหน้าร้อนรน
“งั้นก็รีบไปกันเถอะ เลทมาหลายนาทีแล้ว” ต้นหยงดันหลังเพื่อนพากันกึ่งเดินกึ่งวิ่งจนเป็นที่จับตามองของเหล่าผู้คนหลายสายตาต่างก็สงสัยว่าสาวน้อยสองคนนี้มีเรื่องเร่งด่วนอันใด ถึงได้รีบร้อนวิ่งสุดกำลังราวกับโดนหมูป่าไล่กวดเช่นนั้น
จ่อก!
ต้นหยงชะล่าฝีเท้าช้าลงเมื่อร่างกายประสบพบเจอปัญหาบางอย่างทำให้เรี่ยวแรงวิ่งลดลงตามลำดับ ใบหน้าสวยซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดโผล่ตามกรอบหน้าเพราะท้องไส้เริ่มปั่นป่วนอย่างหนัก
“เป็นอะไรไปหยง” เห็ดหันมาถามเมื่อเห็นอาการไม่สู้ดีของเพื่อน
“ปวดท้องว่ะแก” พูดพลางย่อตัวลงเล็กน้อยเหมือนจะทรุดนั่งลงกับพื้นให้ได้ มือที่กุมหน้าท้องแบนราบลูบเบาๆ หวังให้อาการปวดทุเลาลง
“ปวดมากมั้ย ปวดแบบไหน”
“ปวดมาก…ปวดขี้อะ” ต้นหยงที่หน้าซีดปากเซียวเงยหน้าบอกกับเพื่อนสาว ขนแขนพร้อมใจกันแสตนอัพประกอบคำพูด
“จะบ้าตายกับแก มาปวดอะไรตอนนี้เนี่ย” เห็ดถอนหายใจพรืดพราด กลอกตาให้เพื่อนสนิทหนึ่งตลบ
“เอ้า ฉันจะไปห้ามกลไกการทำงานของร่างกายได้รึไงล่ะ ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ แกไปหาพี่บูมก่อนเลย”
“เออก็ได้ ทำธุระเสร็จก็รีบตามมาล่ะ” เห็ดบอกก่อนจะปล่อยให้ต้นหยงรีบจ้ำอ้าวจากไปด้วยท่าเดินไม่ปกติเพราะต้องเก็บอาการปวดแบบสุดๆ
เมื่อได้เข้าห้องน้ำนั่งปลดทุกข์ก็ดูเหมือนว่าทุกๆ อย่างจะคลี่คลายลงด้วยดี
ต้นหยงระบายยิ้มอ่อนๆ นั่งหลับตาพริ้มเพราะเริ่มรู้สึกโล่งมากขึ้น แต่ในขณะนั้นเอง…เสียงเอะอะอื้ออึงที่ดังเข้าใกล้เรื่อยๆ ทำให้บรรยากาศเงียบสงบโดยรอบเหมาะแก่การปลดทุกข์ของเธอดับสลายไปในทันที
ใครกันนะที่บังอาจ!
ผลัวะ!
“ใครเป็นคนส่งมึงมา!”
“อึก! กูไม่บอก”
“ไม่บอกก็เตรียมตัวตายคาตีนกู”
เสียงทะเลาะของผู้ชายสองคนดังขึ้นราวจะฆ่าแกงกันให้ได้ ต้นหยงยังไม่ทันหายตกใจที่มีผู้ชายอยู่ในห้องน้ำผู้หญิง วินาทีต่อมาเสียงฟาดฟันของมัดหมวยก็ดังตุ้บตั้บเรียกขวัญเธอให้หนีกระเจิง กลัวจะฆ่ากันตายในนี้
เธอไม่รู้ว่าคนข้างนอกเขาผิดใจอะไรกัน แล้วทำไมถึงได้เลือกที่ชำระสะสางแค้นกันในห้องน้ำที่มีเธอนั่งอึอึ๊อยู่ด้วย ต้นหยง กลัวว่าเกิดเผลอส่งเสียงอะไรออกไปก็อาจทำให้พวกเขาเปลี่ยนเป้าหมายมาหาเธอแทน
“เป็นไงไอ้สัตว์! มึงยังจะเงียบอยู่อีกปะ”
“ถุ้ย! มีปัญญาทำได้แค่นี้เหรอวะ!”
ผลัวะ!
“อั้ก!”
“ก่อนปากดีกับใครก็ควรดูก่อนว่าเขามือหนักหรือเปล่า แต่กูลืมไปว่ามึงมันโง่ ไม่งั้นก็คงไม่โดนกูจับได้”
เสียงหมัดนับสิบๆ ครั้งประเดประดังใส่อีกฝ่ายจนเสียงร้องโอดโอยดังขึ้นอย่างโหยหวนประหนึ่งใกล้สิ้นใจแล้วเต็มที
ต้นหยงเดาว่าคนที่ตกเป็นรองจะต้องโดนผู้ชายอีกคนใส่เต็มแรงไม่ยั้งอย่างแน่ๆ เสียงสบถด่าทอ คำหยาบสารพัดพ่นพรูออกมาจากปากชายที่อยู่เหนือกว่า เพียงเวลาไม่นานเสียงหมัดมวยก็เริ่มเบาลง
“พวกมึงมาลากตัวมันออกไป!”
“ครับนาย”
“ส่วนมึง มาจัดการเก็บกวาดตรงนี้ด้วย”
คำสั่งเด็ดขาดนั้นทำให้ต้นหยงขนลุกกว่าเดิม แม้ไม่เห็นหน้าชายคนที่ว่าแต่ก็จินตนาการไปไกลถึงใบหน้าโหดเหี้ยมของเขา
สั่งคนให้มาลากตัวออกไป ให้จัดการเก็บกวาดงั้นเรอะ จะเป็นอะไรไปได้อีกหากไม่ใช่ผู้ชายอีกคนน็อคเอ้าท์ไปแล้ว
ถึงคราวนี้ต้นหยงยกมือปิดปากแน่นด้วยความกลัว เกือบหลุดอุทานออกไปแล้วเชียว
ปู้ด!
แต่กรรมหนอกรรม! ปากเธอปิดแต่รูทวารเปิดนี่สิ ต้นหยงปล่อยของเสียพรวดพราดออกมาพร้อมเสียงตดลากยาวราวลำไส้เน่า พยายามห้ามร่างกายแล้วนะแต่มันต่อต้านความปวดสุดๆ ไม่ได้อยู่ดี
เมื่อเสียงน่าเกลียดหยุดลง ต้นหยงรู้สึกว่าหัวใจตัวเองทำงานหนักมาก มันเต้นถี่รัวเพราะหวาดกลัวคนข้างนอก ที่ไม่รู้ป่านนี้ออกไปจากห้องน้ำผู้หญิงแล้วหรือยัง แต่เมื่อเธอเงี่ยหูฟังก็ไม่ยักจะได้ยินอะไร ป่านนี้ผู้ชายคนนั้นคงออกไปแล้วก็ได้
พอคิดอย่างนี้ก็เริ่มรู้สึกโล่งมากขึ้น ต้นหยงใช้เวลาจัดการตัวเองไม่นานก่อนจะเปิดประตูออกไป
ผ่าง! ผ้างงงงง!
ปะ…ปิดกลับเหมือนเดิมทันไหมเนี่ย
ผู้ชายที่ต้นหยงจินตนาการว่าคงมีใบหน้าโหดเหี้ยมกำลังยืนสูบบุหรี่โดยที่สะโพกหนักพิงเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าอย่างสบายๆ หากแต่สายคาคมกล้าคู่นั้นจ้องมองเธอจนร้อนๆ หนาวๆ
เขาดูแตกต่างจากที่เธอจินตนาการไว้หลายอย่าง ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าที่โหดเหี้ยมมีความหล่อออร่ากระจัดกระจายอยู่ทั่ว นัยต์สีเข้มล้ำลึกราวกำลังสะกดเธอให้ตกอยู่ในภวังค์
ถึงจะน่ากลัว แต่ก็เป็นคนที่หล่อมากๆ เลยล่ะ
ต้นหยงรีบปรับเปลี่ยนสีหน้าให้เป็นปกติ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้า เด็กสาวเมินเฉยใส่อีกฝ่ายก่อนจะเดินไปล้างมือโดยที่รู้ตัวว่าโดนจ้องมองอยู่ทุกขณะ
อึดอัดโคตรๆ
“หวังว่าเรื่องนี้คงไม่แพร่งพรายออกไปให้คนอื่นรู้หรอกนะ” น้ำเสียงเข้มขรึมเอ่ยขึ้น สายตาจับจ้องร่างบางที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาล้างมือ
เขาไม่รู้ว่านอกจากตัวเอง ลูกน้อง และไอ้สวะที่มีเรื่องด้วย จะยังมีผู้หญิงอีกคนหลบอยู่หลังประตูห้องน้ำ เสร็จเรื่องเขาก็จะเดินออกไปแล้วเชียวหากไม่ได้ยินเสียงผายลมดังสนั่นของเธอซะก่อน
ผู้หญิงอะไรตดเสียงดังยังกับฟ้าผ่า
“ทำเป็นหูหนวกตาบอดไปซะ หวังว่าจะเข้าใจที่พูด”
“พะ…พูดกับหนูเหรอคะ”
“ฉันคุยกับแมลงสาบมั้ง” เขาว่าอย่างไม่สบอารมณ์ นัยน์ตาขุ่นมัวจ้องต้นหยงจนเด็กสาวขวัญหนีดีฝ่อ
“นะ…หนูไม่เห็น ไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้นค่ะ เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” ต้นหยงแสดงสีหน้าใสซื่อสมบทบาท ร่างสูงที่เห็นเช่นนั้นก็แสยะยิ้มพอใจ
“ดี โง่ๆ เข้าไว้อย่างนี้แหละจะไม่มีปัญหา” เขาขยี้บุหรี่ทิ้ง มองเธอด้วยสายตาคมดุอีกครั้งก่อนจะหันหลังเดินจากไปพร้อมชายอีกสองคนที่ต้นหยงพึ่งสังเกตเห็น คาดว่าคงเป็นลูกน้องของหมอนั่น
เป็นผู้มีอิทธิพลหรือแก๊งทวงหนี้มั้ยเนี่ย น่ากลัวชะมัดเลย
หลังจากผู้ชายคนนั้นเดินจากไปแล้ว ต้นหยงค้ำยันมือทั้งสองข้างกับอ่างล้างหน้า พ่มลมหายใจอึดอัดทิ้งอย่างโล่งอกที่เธอเอาตัวรอดมาได้
จังหวะนั้นเองหญิงสาวเห็นสิ่งของบางอย่างที่วางอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เธอยืนอยู่ ดูเหมือนว่ามันจะเป็นความไม่ตั้งใจของใครสักคนที่เผอิญทำตกไว้
กระเป๋าสตางค์แบรนด์เนมใบหรูใหม่เอี่ยมอ่อง
ต้นหยงรีบก้มตัวหยิบขึ้นมาเปิดดูในทันที
“โห! เงินโคตรเยอะ” ธนบัตรสีเทาอัดแน่นอยู่ในกระเป๋าใบนั้น มันคือสิ่งที่ทำให้เธอตาค้างพอๆ กับหัวใจที่เต้นแรงอย่างตื่นเต้น
มีรูปถ่ายหนึ่งใบซ่อนอยู่ เป็นข้อเฉลยที่ว่ากระเป๋าใบนี้ใครคือเจ้าของ
ก็หมอนั่นไงล่ะ…ไอ้ผู้ชายคนหน้าโหดๆ เมื่อกี้ไง
คฤหาสน์อัครเตโชภิวัฒน์
ร่างสูงสง่าของนายใหญ่ผู้เป็นเจ้าของบ้านนั่งเด่นอยู่บนโซฟาตัวหนาที่บุหนังอย่างดี ในมือถือแก้วน้ำสีอำพัน ใบหน้าเรียบเฉยไม่ปรากฏอารมณ์อื่นใด รอบๆ รายล้อมด้วยคนรับใช้และเหล่าบอดี้การ์ดที่พร้อมใจกันก้มหัวอยู่อย่างเงียบๆ
“ได้เรื่องแล้วครับนาย คนที่เอากระเป๋าไปคือเด็กผู้หญิงคนนั้นครับ”
“คนไหน!” พายัพ อัครเตโชภิวัฒน์ตวัดเสียงสูงถามลูกน้องมือขวาคนสนิทที่ยืนรายงานความคืบหน้าเรื่องกระเป๋าสตางค์ของเขาที่โดนขโมยไปเมื่อหลายวันก่อน
องอาจส่งมือถือให้ผู้เป็นนายดูคลิปจากกล้องวงจรปิดหน้าห้องน้ำ มีเด็กสาวผมยาวตัวเล็กคนหนึ่งทำท่าทางลับๆ ล่อๆ ราวกับกลัวมีคนเห็น มือของเธอกุมกระเป๋ากางเกงไว้แน่นราวกับกลัวของด้านในหาย
ต่อมาก็คลิปจากกล้องวงจรปิดเหมือนกัน แต่คราวนี้ตรงลานจอดรถซึ่งไร้ผู้คน มีเพียงเด็กหญิงคนเดิมที่ยืนแอบอยู่ตรงเสามุมหนึ่ง ซึ่งเผอิญว่าเป็นมุมที่กล้องวงจรปิดจับภาพได้ชัดมาก
เธอหยิบกระเป๋าสตางค์ของเขาที่ขโมยไป ลูบคลำไว้อย่างหวงแหนราวกับกลัวว่าจะต้องเสียมัน จากนั้นเธอก็เดินหายออกไปจากรัศมีกล้องวงจรปิดในที่สุด
ปัง!
“กล้ามาก! ได้ที่อยู่ของเธอรึยัง” พายัพตบโต๊ะเสียงดัง ระเบิดอารมณ์โมโหกับหลักฐานชัดเจนที่ได้เห็น เขาหันไปคาดคั้นคำตอบจากลูกน้อง
“ครับนาย เราสืบจนรู้ที่อยู่ของเธอแล้วครับ” สิงหาลูกน้องมือซ้ายเป็นคนตอบ
“ดี! กูให้เวลาพวกมึงหนึ่งชั่วโมง ไปลากเด็กนั่นมาให้ได้”
“นายจะจัดการเธอยังไงครับ”
พายัพกระดกน้ำเมารวดเดียวหมด แก้วที่ถูกวางกระแทกกับโต๊ะจนเกิดเสียงดังอย่างกลัวมันจะแตกพลอยทำให้ลูกน้องคนอื่นๆ ตกใจตัวเล็กลีบไปด้วย
นายใหญ่ตอนโมโห น่ากลัวยิ่งกว่าอะไรดี…
“ก็ในเมื่อกล้าขโมยของของกู อย่าหวังว่ากูจะใจดีด้วย”
เด็กสาวดวงตกคนนั้นควรจะคิดได้ตั้งแต่ตอนที่โดนเขาขมขู่สิ ไม่ใช่กล้าบังอาจริเป็นโจรขโมยของคนอื่นหน้าด้านๆ ในเมื่อเธอไม่กลัวสิ่งที่จะตามมา เขาก็จะทำให้รู้เองว่าผลของเด็กขี้ขโมยมันเป็นยังไง