bc

อ้อนรักคุณหมอคู่หมั้น

book_age18+
1.2K
ติดตาม
12.7K
อ่าน
แต่งงานตามสัญญา
รักต่างวัย
คลุมถุงชน
กล้าที่จะรักและเกลียด
มาเฟีย
หมอ
ผู้สืบทอด
คนใช้แรงงาน
หวาน
ชายจีบหญิง
เบาสมอง
สาสมใจ
ใจถึง
วิทยาลัย
ปิ๊งรักวัยเด็ก
like
intro-logo
คำนิยม

อี้ หนุ่มลูกครึ่ง จีน เสปน เป็นหนึ่งในทายาทตระกูล เจริญฤทธิกุล ที่ทำธุรกิจทั้งขาวทั้งเทาในไทยและต่างประเทศ แม้จะเป็นมาเฟียแต่เขากลับเอาดีทางด้านการเป็นหมอเสียมากกว่า เพราะเขาสัญญากับคนหนึ่งเอาไว้ว่าจะเป็นหมอที่ดี

เป็นโสดมานานจู่ๆ ก็มีเด็กที่ไหนไม่รู้มาตามจีบ ทำให้เขาต้องหลีกหนี แต่ยิ่งหนีกลับยิ่งเจอ เมื่อปู่ของเขาป่วยหนักและคำขอสุดท้ายคือการหมั้นหมายกับคนที่ปู่เลือกให้ ซึ่งก็คือยัยเด็กพูดไม่รู้เรื่องคนนั้น เขาจึงยอมทำตามแต่ก็แอบมีข้อแม้ลับๆ กับเธอว่าจะหมั้นกันแค่ 2 ปี

"พี่ตกลงกับอากงแล้วว่าเราจะหมั้นกัน"

"แต่มีข้อแม้เราจะหมั้นกันแค่สองปี"

“บอกเหตุผลได้ไหมคะ”

"พี่แค่อยากทำให้อากงสบายใจ สรุปเธอตกลงไหม ถ้าไม่ตกลงพี่จะไปบอกยกเลิกเดี๋ยวนี้"

“ตกลงสิคะ หนูยอมไปตั้งแต่สองวันแล้วค่ะ”

ส้มลิ้ม

สาวโสดหนึ่งเดียวแห่งแก๊งนางฟ้า อดีตแชมป์มวยของจังหวัดและมหาลัย เมื่อเพื่อมีแฟนกันหมดเลยเกิดความเหงาเข้าจู่โจม พอวันเกิดปีที่สิบเก้าเลยอธิฐานก่อนเป่าเค้ก ว่าขอให้เจอชายในฝัน วันนั้นสิ่งสักสิทธิ์ก็บัลดาลให้ตามคำขอ

เขาเข้ามาช่วยเธอฝ่าดงกระสุนของพวกนักเลงออกมานั่นทำให้เธอตกหลุมรักเขาเลยตามจีบ

ขอสเปคสูงไปแต่ลืมขอว่าให้จีบง่ายๆ หน่อย

“สรุปพี่หมออี้เค้าชอบผู้หญิงแบบไหน”

“เฮียอี้เค้าชอบผู้หญิงเรียบร้อย พูดน้อย น่ารัก บอบบางน่าทะนุถนอมให้เขาคอยปกป้อง”

“ก็ตรงกับฉันอยู่ แต่เป็นตรงกันข้าม”

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
บทนำ
หมู่บ้านหนองนาน้อย ส้มลิ้ม หญิงสาววัยสิบแปดจะย่างเข้าสิบเก้าในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เดินทางกลับบ้านเกิดในช่วงปิดเทอมของมหาลัย หลายเดือนมานี้เธอใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองใหญ่ กลับต่างจังหวัดทั้งทีก็ต้องจัดเต็มทั้งเสื้อผ้าหน้าผม “พี่จ๊อด ๆ เดียวพอถึงหน้าบ้านหนูให้พี่บีบแตรสามทีนะคะ” เธอเอ่ยบอกลูกน้องของเฉินที่เป็นแฟนของเพื่อนสนิทอย่างเต้าหู้ วันนี้เธออาศัยขอติดรถกลับบ้านมาด้วยเพราะไม่ต้องเสียเงินซื้อตั๋วรถโดยสารประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้มาก มิหนำซ้ำตลอดทางเฉินก็เลี้ยงข้าวเลี้ยงขนมพวกเธอไม่ได้ขาด ไม่ต้องเสียเงินแถมยังอิ่มท้องก็สบายใจ “เพื่อ?” เต้าหู้ที่อยู่ด้วยกันเอ่ยถามด้วยความสงสัย “พ่อกับแม่จะได้สงสัยไงว่าใครมา แล้วก็จะต้องวิ่งออกมาดูแน่นอน พอพ่อกับแม่มาถึงหน้าประตูนะ ฉันก็จะลงจากรถสวยๆ เปิดตัวแบบยิ่งใหญ่แกรนโอเปอเรเตอร์ (grand operator) ” “แกรนโอเพนนิ่งป่ะ (grand opening) ” เต้าหู้ช่วยรีบแก้คำผิดให้ “เออ นั่นแหละ” พอมาถึงหน้าบ้านที่มีป้ายขนาดใหญ่เขียนด้วยตัวอักษรไทยบรรจงว่า ค่ายมวย ศ.ศิษย์เพิ่มพูน จ๊อดก็จัดการบีบแตรยาวๆ ไปสามทีตามที่ขอ บ้านของส้มลิ้มเรียกได้ว่าเป็นค่ายมวยที่มีชื่อเสียงของอำเภอหนองนาน้อยเลยก็ว่าได้ เพราะนักมวยจากค่ายนี้แข่งระดับจังหวัดก็กวาดถ้วยรางวัลมาเสียเกือบทุกครั้ง แน่นอนว่าส้มลิ้มก็เป็นนักมวยหญิงอันดับหนึ่งของค่ายเช่นกัน ไม่นานสามีภรรยาเจ้าของบ้าน ก็รีบวิ่งออกมาดู พร้อมกับเด็กเล็กเด็กวัยรุ่นอายุไม่เกินสิบแปดปีก็กรูออกมาในชุดวอมบ้างก็สวมเพียงกางเกงมวยถอดเสื้อ คนเหล่านี้ก็คือลูกศิษย์ของค่าย ส่วนคู่สามีภรรยานั้นก็คือพ่อแม่ของส้มลิ้มนั่นเอง “พ่อนั่นรถใครน่ะ มาทำอะไรที่หน้าบ้านเรา” สายใจเอ่ยถามสามีอย่างเพิ่มพูนที่ก็กำลังมองรถตู้สีดำหรูอย่างพิจารณา “ไม่รู้เหมือนกัน แต่รถคันนี้แพงมากเลยนะ” “พี่ไปติดหนี้ใครมาไหม เขามาทวงหนี้หรือเปล่า” “จะบ้าเหรอ ไม่มี” จะมีก็แต่หนี้ธนาคารแต่ส่งเงินและดอกตรงไม่ได้ขาด ขณะที่กำลังสงสัยกันอยู่นั้นประตูอัตโนมัติของรถค่อย ๆ เปิดออก พร้อมกับสาวสวยที่ก้าวเท้าลงมาจากรถอย่างเชื่องช้าสง่างาม อิริยาบถของเธอราวกับผู้ดี แต่งกายด้วยชุดเดรสยีนสีฟ้าสวมแว่นกันแดดสีดำ เกล้าผมสูง ออกมายืนรอ ก่อนที่ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีดำสุภาพจะยกกระเป๋ามาวางไว้ที่หน้าเธอ “ขอบคุณค่ะพี่จ๊อด” เธอเอ่ยขอบคุณก่อนเดินลากกระเป๋าเข้าไปหาพ่อกับแม่ แล้วจึงเอ่ยทักทาย “ไฮ แดดดี้ ไฮ มัมมี่ เซอร์ไพรส์!!!” “ก็นึกว่าใคร ไอ้ส้มลิ้มนี่เอง เดี๋ยวนี้ดีเนาะรถตู้มีบริการส่งถึงหน้าบ้าน ปกติต้องออกไปรับหน้าปากซอย” เพิ่มพูนเอ่ย “โหเจ้ กลับมาทั้งทีต้องเลี้ยงฉลองแล้วไหม” ไอ้แสน เป็นนักมวยตัวเต็งของค่ายและสนิทกับส้มลิ้มมาก ถึงขั้นนับถือกันเป็นพี่เป็นน้อง แสนมักจะเรียกส้มลิ้มว่าเจ้เพื่อให้ความเคารพ “อยากกินอะไรกันล่ะ” ส้มลิ้มเอ่ยถาม “ก็ต้องหมูกระทะอยู่แล้วหรือเปล่าเจ้ ถามแบบนี้จะเลี้ยงเหรอ” “หารดิ” “ไม่ป๋าเลย” “เงินทองหายาก ถ้ามีฉันก็จะเลี้ยงอยู่ แต่ตอนนี้หาร ๆ กันไปก่อน” เพราะตอนนี้ต้องเก็บเงินไว้จ่ายค่าเทอม ค่าหอพัก ค่ากินอยู่เลยจะต้องประหยัดเท่าที่จะทำได้ “เดี๋ยวฉันเอาของไปเก็บก่อน แล้วค่อยออกไปซื้อของที่ตลาดกัน โอเคไหม” ส้มลิ้มแบกกระเป๋าขนาดยี่สิบกิโลขึ้นบนบ่าภาพที่เห็นประหนึ่งกำลังแบกกระสอบข้าวสาร เธอยกมันเดินขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านอย่างสบาย ๆ เพื่อเอาของไปเก็บก่อนจะเดินลงมาด้วยชุดเดิมที่ใส่มาวันนี้ ลักษณะของบ้านจะเป็นบ้านไม้ยกใต้ถุนสูงด้านล่างจะเป็นพื้นดินและมีแคร่ไม้ไผ่เอาไว้สำหรับนอนเล่นและกินข้าว “ไม่เปลี่ยนชุดเหรอเจ้ จะไปทั้งแบบนี้อะนะ” แสนที่เห็นว่าเธอไม่เปลี่ยนชุด ยังคงสวมใส่เดรสตัวเดิมเลยเอ่ยถาม “ใช่น่ะสิ มันจะเป็นอะไรล่ะ” “เดี๋ยวหมาก็เห่าหรอก” “มันเห่าเพราะเห็นคนสวยน่ะสิ อย่าพูดมากรีบไปซื้อของได้แล้วเดี๋ยวจะมืดจะค่ำไปซะก่อน” หลังจากนั้นส้มลิ้ม แสน และเด็กในค่ายอีกสองสามคนก็ขับกระบะสีแดงคันเก่าๆ ออกไปซื้อของที่ตลาดกัน ในเย็นวันนั้นทุกคนก็ร่วมวงกินหมูกระทะกันอย่างเอร็ดอร่อย ณ โรงพยาบาล CRK ศัลยแพทย์หนุ่มพึ่งเสร็จจากผ่าตัดเคสสุดท้ายของวันนี้ เขานั่งพักในห้องทำงานส่วนตัวด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนที่ประตูห้องจะถูกเปิดเข้ามาโดยไม่ได้เคาะ คนที่จะทำแบบนี้กับเขาคงมีไม่กี่คนถ้าไม่ใช่เฉินน้องชายสุดที่รักก็คงจะเป็นเพื่อนสนิท อย่างแบล็ค ซึ่งเป็นศัลยแพทย์หัวใจผู้ซึ่งไร้มารยาท “ไงมึง ทำหน้าเหมือนจะตาย” “ก็เกือบ” “เคสนี้หนักเลยเหรอวะ” “อืม พอสมควร ก้อนเนื้อใหญ่มากแล้วก็อยู่ใกล้เส้นเลือดใหญ่” เพราะเป็นแบบนั้นเขาจึงต้องระมัดระวังทำให้การผ่าตัดกินเวลานานหลายชั่วโมง แต่สุดท้ายผลลัพธ์ก็ออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจ “คืนนี้ไปดื่มกับกูหน่อย กูชวนไอ้ซัน ไอ้เบียร์ไปแล้ว ร้านเดิม” “ไหนมึงบอกว่ามีกินข้าวกับบ้านมะลิ” อี้ถามถึงเรื่องที่แบล็คเล่าให้ฟังไม่กี่วันก่อนว่าทางบ้านนัดกินข้าวกับทางบ้านของคู่หมั้น “พ่อแม่กูเป็นคนนัด ไม่ใช่กูนี่ ไม่จำเป็นต้องไป อีกอย่างกูก็ไม่ได้อยากแต่งขนาดนั้นไม่จำเป็นต้องสนใจหรอก” “ไม่สนใจ? แล้ววันนั้นในรถมีอะไรกันในรถเรียกว่าอะไร ถ้าไม่มีใจ” เพราะพักอยู่คอนโดเดียวกันเลยได้เห็นตอนที่แบล็คกำลังบรรเลงเพลงรักบนรถกับคู่หมั้นที่มันบอกว่าไม่ได้รักไม่ได้สนใจ แต่ก็ชอบนัดมาที่คอนโดบ่อยๆ แบล็คมันชอบความตื่นเต้นท้าทาย มันเป็นพวกขี้เบื่อง่ายด้วย กับเธอคงเป็นแค่ของเล่นฆ่าเวลา ถึงจะมีสัญญาหมั้นหมายก็ใช่ว่ามันจะสนใจเธอ “เรื่องแบบนี้ไม่จำเป็นต้องมีใจ แค่มีอารมณ์ก็เอาได้ เคยได้ยินป่ะ รอให้เขามีใจเมื่อไหร่จะได้มีอะไรกัน” “เป็นหมอหัวใจ แต่เสือกไม่มีหัวใจ” “เรื่องผู้หญิงใครจะดีเท่ามึง เลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี” “เขาเรียกคนมีเมตตา” “มีเยอะเกินไง เลยเสียแต่เงินไม่ได้เสียตัว สุดท้ายเขากลับไปหาคนเก่า แถมเลี้ยงลูกให้เขาอีกต่างหาก” เพื่อนคงหมายถึงการที่เขาดูแลริบบิ้น กับลูกชายของเธออย่างดีในหลายปีที่ผ่านมา เขารู้สึกดีกับเธอจะเรียกว่าชอบก็ได้ แต่เมื่อความสัมพันธ์ของเราไม่สามารถพัฒนาไปเป็นคนรักได้ เราก็เลยกลายเป็นพี่น้องที่มีความหวังดีให้แก่กันเท่านั้น ก็ยอมรับว่าการที่เขาพยายามทำตัวเป็นสุภาพบุรุษก็ทำให้เขาไม่สมหวังอย่างที่เพื่อนว่า เขาไม่ชอบการบังคับหรือฝืนจิตใจของใครให้ต้องมารักมาชอบเขา แต่ถ้ามีคนมาชอบถ้าเขาไม่ได้ชอบ เขาก็คงบอกไปตามตรงและจะไม่ให้ความหวังเช่นกัน “แต่ก็มีบางคนที่มึงเสียเงินกับเสียตัวให้อยู่นี่หว่า” มันก็คงหมายถึงแฟนเก่าของเขาที่เลิกกันไปนานแล้ว “พูดมากนักนะมึง” อี้หยิบปากกาปาใส่เพื่อนแต่แบล็คหลบทัน ทำให้มันไปโดนกำแพงแล้วกระเด้งกระดอนตกลงบนพื้น “กูไม่ล้อมึงแล้วก็ได้ ว่าแต่เอาไงจะไปไม่ไป เดี๋ยวมึงก็ต้องกลับเชียงใหม่อีก นาน ๆ ทีจะได้ไปนั่งดื่มกับพวกกู” “พวกมึงไปที่ร้านก่อนเลย เดี๋ยวกูตามไป” “เออ ให้มันได้อย่างนี้ดิวะ” แบล็คแสดงท่าทีดีใจจนออกนอกหน้าก่อนจะรีบออกไปอย่างอารมณ์ดี อี้มองดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานแล้วเขาก็ไม่ลืมที่จะเก็บของจัดโต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบเรียบร้อยก่อนกลับด้วยความเคยชิน พอเห็นอะไรไม่เรียบร้อยก็รู้สึกขัดหูขัดตา พอจัดการความเรียบร้อยเสร็จก็แวะไปยังห้องพักผู้ป่วย Vvip ที่มีชายชราที่ป่วยเป็นโรคหัวใจกำลังพักอยู่ในนั้น พอเปิดประตูห้องเข้าไปก็ถึงกับกุมขมับ เมื่อกลุ่มชายฉกรรจ์สามสี่คนในชุดดำกำลังรุมกินชายชราที่ป่วยหนักอย่างเมามัน “แม่งเอ๊ย บอด” ชายชราส่งเสียงออกมาอย่างหัวเสียพร้อมกับทิ้งไพ่สองใบลงบนผ้าห่มที่เขาใช้ปูนั่งทำกิจกรรมคณิตคิดเร็วกัน “ผมป๊อกเก้าครับท่าน “ผมแปดสองเด้งครับ” “เจ้าสัวจ่ายรอบวงนะครับ” “เออ ๆ รู้แล้ว มาต่อ ๆ” เพราะมัวแต่ดีใจที่เจ้ามือแพ้ทุกคนเลยได้รับเงินกันถ้วนหน้า แต่ละคนก็ไม่ทันสังเกตว่ามีคนกำลังเข้ามา จนอี้ต้อง... “ตำรวจมา!!” เจ้าสัวไม่ตกใจอะไร แต่ลูกน้องแตกตื่นวิ่งหาที่หลบกันจ้าละหวั่น บางคนออกไปนอกระเบียง บางคนเข้าไปซ่อนในห้องน้ำ บ้างก็แสร้งทำความสะอาด จนอี้อดขำไม่ได้ พอรู้ว่าเป็นอี้ที่มาแกล้งลูกน้องก็รีบเดินเจี่ยมเจี้ยมหลบออกจากห้องไปด้วยความรวดเร็ว “มาขัดอีกแล้ว” ชายชราว่าอย่างหัวเสีย “นี่มันโรงพยาบาล เขาห้ามเล่นการพนัน” “ก็โรงพยาบาลฉัน ใครมันจะกล้า” “เอาที่กงสบายใจเถอะ” “แล้วจะกลับเชียงใหม่เลยเหรอ” “ก็อีกสองสามวัน ทำไม คิดถึงหลานเหรอ” ชายชราพยุงตัวเองลุกขึ้นกลับมานั่งที่เตียง โดยที่อี้เดินเข้าไปช่วยประคอง “อืม ช่วงนี้สุขภาพฉันก็ไม่ค่อยดี อยากให้แกกลับมาอยู่ใกล้ ๆ เกิดเป็นอะไรไปขึ้นมาจะได้มาดูใจกันเป็นครั้งสุดท้ายทัน” “เลิกทำกิจกรรมอะไรที่มันกระตุ้นอาการกำเริบให้ได้ก่อน อย่างเล่นไพ่เนี่ยก็เสี่ยงนะ เวลาลุ้นจะทำให้เครียดหัวใจเต้นเร็ว ความดันอีก” “นิดๆ หน่อยๆ จะเป็นอะไรไป” อี้ได้แต่ส่ายหัวในความดื้อรั้นของคนแก่ “ที่เชียงใหม่ก็ให้คนอื่นดูแลแทนไป นาน ๆ ทีแกค่อยไปดูก็ได้” “งั้นก็ต้องเคลียร์งานทางนั้นก่อน จะย้ายมาอาจจะสักเดือนหน้า แต่ผมคงไป ๆ มา ๆ ถ้ามีเคสหนัก ๆ หรือคนไข้ที่นัดเอาไว้” “แบบนั้นก็ดี ว่าแต่…เมื่อไหร่จะหาเมียสักที อายุปูนนี้แล้ว” “วกกลับมาเรื่องนี้จนได้” “เฉินมันมีเมียแล้วนะ รู้หรือยัง” “รู้แล้ว เจอเมียมันแล้ว” “นั่นแหละ แกก็รีบมีได้แล้ว อย่าแพ้ไอ่ตี๋มัน พรุ่งนี้ยังไม่กลับเชียงใหม่ใช่ไหม” “ครับ” “ไปทานข้าวกับหลานคุณหญิงผิงให้หน่อย” “อีกแล้วเหรอ บอกแล้วไงว่าไม่ต้อง ถ้าจะมีเมียเดี๋ยวหาเอง” “แค่ไปทานข้าวด้วยทำความรู้จักกัน จะได้มีเพื่อนเยอะ ๆ ไม่ได้ให้ไปเอาเขาทำเมียสักหน่อย” “ผมรู้ทันอากงหรอกน่า แค่อ้าปากก็เห็นไปถึงลำไส้ใหญ่แล้ว” ชายชราจิ๊ปาก “เลิกได้แล้วนะกับการให้ผมไปกินข้าวกับลูกคนนั้นที หลานคนนี้ที เมียถ้ามีเดี๋ยวเห็นเอง

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

วิญญาณตามรัก

read
1K
bc

พันธะร้าย..ดวงใจรัก

read
2.1K
bc

แม่หมอแห่งซูโจว

read
7.5K
bc

คุณหนูสิบเจ็ดตระกูลเจียง

read
10.6K
bc

เชลยรักท่านอ๋องอำมหิต

read
17.0K
bc

รักต้นฉบับ(ไม่ลับ)แม่มดมนตรา

read
1K
bc

หยุดหัวใจไม่รักดี

read
4.4K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook