บทนำ
ชายหนุ่มรูปร่างสันทัด หน้าตาคมสันต์ แพคิ้วดกจนดำ จมูกโด่งเป็นสันรับเข้ากับริมฝีปากสีแดงระเรื่อ ใบหน้าขาวใส ผิวกายสีขาวเนียนละเอียดตามปกติของคนเอเชีย
สวมเสื้อเชิ้ตสีดำที่ทับกับเสื้อยืดสีขาวคู่ชุดกับกางเกงขายาวสีดำและรองเท้าหนังสีดำมันวาว ประดับข้อมือด้วยนาฬิกาแบรนหรูราคาแสนแพงที่คนธรรมดาไม่มีวันจะจับต้องมันมาประดับไว้บนตัวได้ ชุดที่เขาสวมใส่ส่งให้เขาดูสง่าและมีอำนาจจนน่าเกรงขาม
ชายหนุ่มกำลังยืนพิงกับเคาน์เตอร์บาร์ผิวกระจกมันวาวลายหินอ่อนสีดำความสูงขนาดเอว ในมือถือแก้ววอดก้าก่อนที่เขาจะยกขึ้นกระดกมันลงคออย่างหิวกระหาย
สายตาคมมองดูสถานการณ์ภายในบาร์ผ่านจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่แสดงภาพเหตุการณ์ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ไปจนทั่วทุกมุมของไนท์คลับแห่งนี้
ภาพแสงไฟหลากสีที่กระพริบส่ายไปมา เหล่านักท่องราตรีซึ่งแข่งขันกันแต่งตัวอวดโชว์โฉมตามสไตล์ของตัวเองกำลังวาดลวดลายขยับโยกย้ายสะโพกกันอย่างออกรสชาติตามจังหวะโจ๊ะๆจากเสียงเพลงร็อกที่ถูกบรรเลงออกมาจากวงดนตรีสดบนเวที
พลันสายตาคู่คมก็สะดุดกับร่างระหงของใครบางคนที่กำลังเดินตรงมาทางเขา เธอดูโดดเด่นกว่าผู้หญิงทุกคนในสายตาของเขา
หญิงสาววัยแรกแย้ม สวมชุดเดรสรัดรูปกระโปรงสั้นสีแดงสดค่อนไปทางดำ ทรงผมที่ถูกจัดให้เกล้าผมส่วนบนขึ้นแล้วทำเป็นลอนปล่อยลงมาด้านล่างติดด้วยกิ๊ปฝังเพชรรอบหัว ถึงจะดูแปลกตาแต่ก็สวยสง่า
บนตัวเธอเต็มไปด้วยเครื่องประดับมากมาย ทั้งสร้อยเพชร ต่างหูเพชรคู่ชุดกับสร้อย และกำไรเงินที่ข้อมือ ซึ่งมันดูจะหนักเกินไปสำหรับนักท่องราตรีปกติทั่วไป ถ้าเธอสวมเดรสยาว เขาคงจะเข้าใจว่าเธอคงมาผิดงานแน่ๆ
ชายหนุ่มมองดูหญิงสาวผ่านจอมอนิเตอร์ตรงหน้าอย่างสนใจ เขามองดูเธอที่เหมือนกับว่าหล่อนนั้นกำลังเดินเข้ามาหาตน จนในที่สุดเธอก็เดินมายืนข้างๆเขาจริงๆ
“คอสโมค่ะ” เธอสั่งเครื่องดื่มกับบาร์เทนเดอร์
ชายหนุ่มถึงกับต้องหันมองเธอผ่านหน้าจอมอนิเตอร์อีกครั้งอย่างพิจารณา
ผู้หญิงคนนี้ ดูจากการแต่งกายแล้ว เธอน่าจะเป็นสาวมั่น เขาคิดว่าเธอจะสั่งอย่างอื่น เช่นมาตินี่หรือพิ้งค์เลดี้อะไรแบบนี้ซะอีก แต่ทำไมถึงสั่งแค่คอสโมโพลิแทน ค็อกเทลที่อ่อนที่สุดในร้านของเขา
“คอสโมโพลิแทนครับ” บาร์เทนเดอร์ยื่นแก้วค็อกเทลสีแดงออกชมพูให้กับหญิงสาวตามที่หล่อนสั่ง
“ขอบคุณค่ะ” เธอรับมาก่อนจะควักตังค์จ่ายค่าเครื่องดื่ม และไม่ลืมที่จะให้ทิปกับพนักงานงานหนุ่มคนนั้น “ไม่ต้องทอนค่ะ”
หญิงสาวหันมามองชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำที่ยืนอยู่ข้างกายอย่างสนใจ ก่อนเธอจะเอ่ยปากชวนเขาคุย เพื่อแสดงให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่าเธอสนใจเขา
“มาเที่ยวคนเดียวเหรอคะ”
เธอเอ่ยปากถามเขาขณะยืนพิงกับเคาท์เตอร์บาร์ และใช้มือถูขอบแก้ววนอยู่ 2-3 รอบ ก่อนจะยกมันขึ้นดื่มเพิ่มเสน่ห์ความเซ็กซี่เร่าร้อนในตัวเธอ
ชายหนุ่มหันมามองหญิงสาวก่อนจะส่งยิ้มกระชากใจให้อย่างเป็นมิตร เขาเองก็ไม่ใช่คนดีอะไร ในเมื่อมีสาวสวยมาเสนอตัวถึงที่ แล้วทำไมเขาถึงจะต้องปฏิเสธให้เธอเสียน้ำใจ
“ครับ” เขาตอบพร้อมกับส่งยิ้มหวานหว่านเสน่ห์ไปให้หญิงสาว
“แต่ว่าคืนนี้ผมไม่อยากกลับคนเดียวน่ะสิครับ” ชายหนุ่มหยอดคำหวานกลับ หวังว่าคืนนี้เขาจะได้เธอไปเชยชม
“ถ้ากลับกับคนอื่น ไม่กลัวแฟนที่บ้านจะว่าเอาเหรอคะ” เธอทำทีถามถึงสถานะของเขาทางอ้อม
“คนที่มาเที่ยวสถานที่แบบนี้ ส่วนใหญ่ก็มีแต่คนโสดนะครับ หนึ่งในนั้นคือผมด้วย ผมยังไม่มีแฟนครับ” ชายหนุ่มที่รู้ทัน เขาจึงเฉลยสถานะของตัวเองให้หญิงสาวทราบ
“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ ว่าคนหล่อๆแบบนี้จะยังไม่มีแฟน” หญิงสาวพูดพร้อมกับยกมือขึ้นลูบแขนของชายหนุ่ม หวังจะทำให้เขาเกิดความสนใจในตัวเธอมากขึ้น
ชายหนุ่มเองก็ไม่ยอมแพ้ เขาขยับมือของตัวเองไปโอบเอวบางของหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะกระชับอ้อมแขนให้ตัวเธอขยับมาชิดกับแผงอกกำยำภายใต้เสื้อยืดสีขาวตัวบาง
“ขนาดคนสวยๆอย่างคุณ ยังโสดได้เลย แล้วทำไมคนอย่างผมจะโสดบ้างไม่ได้ล่ะครับ” เขาพูดกระซิบข้างหูของหญิงสาว ทำให้เธอรู้สึกขนลุกซู่
“แหม พูดชมกันขนาดนี้ เดี๋ยวพิ้งกี้ก็ละลายตรงนี้หรอกค่ะ” เธอทำตีเนียนเฉลยชื่อตัวเองให้เขาได้รู้จัก
“ชื่อพิ้งกี้เหรอครับ ชื่อหวานจังเลยนะครับ ไม่รู้ว่าคนเนี่ยจะหวานเหมือนชื่อหรือเปล่า” ร่างสูงพูดก่อนจะใช้มือช้อนใบหน้าของหญิงสาวขึ้น คิดจะก้มลงประกบปากจูบเชยชมเธอ
แต่พลันความฝันของชายหนุ่มก็ต้องมลายหายไป เมื่อเจ้าหล่อนนั้นใช้มือของตนมายั้งปิดปากเขาไว้
“แหม ถึงแม้ว่าพิ้งกี้จะสนใจคุณ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะสามารถทำอะไรกับพิ้งกี้ก็ได้นะคะ” หญิงสาวพูดอย่างเล่นตัว ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเสียอารมณ์และเสียหน้าเล็กน้อย
“อดเปรี้ยวไว้กินหวานสิคะ” เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเสียอาการ และดูเหมือนว่าเหยื่อของเธอกำลังจะหลุดออกจากกับดัก หล่อนจึงพูดเพื่อเปิดทางให้เขาอีกครั้งอย่างออดอ้อน
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวนั้นเปิดทางทอดสะพานให้ตน ใบหน้าคมก็ฉีกยิ้มออกมาอย่างพอใจ
“คุณรู้จักชื่อพิ้งกี้แล้วอ่ะ แต่พิ้งกี้ยังไม่รู้จักคุณเลย คุณชื่ออะไรเหรอคะ” เธอเอ่ยถามหาชื่อเสียงเรียงนามของเขา เพราะต้องการยืนยันให้แน่ใจว่า เขาคือเป้าหมายของเธอจริงๆ
“มังกรครับ” เขาพูดแนะนำชื่อของตัวเองพร้อมกับส่งสายตาหยาดเยิ้มจ้องมองหญิงสาวราวกับเสือที่ต้องการจะขย้ำเหยื่อตรงหน้า
“คุณมังกร ชื่อดุจังเลยนะคะ ไม่รู้ว่าคนจะดุเหมือนชื่อหรือเปล่านะ” เธอโต้ตอบพร้อมกับลูบปลายนิ้วชี้ที่ข้างใบหูของชายหนุ่มลงมาตรงคางอย่างท้าทาย
แขนแข็งแรงกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น จนตอนนี้ร่างบางแทบจะสิงเข้าไปในร่างของเขาได้อยู่แล้ว ก่อนที่คนตัวสูงจะก้มลงกระซิบที่ข้างหูของร่างบางในอ้อมแขนด้วยน้ำเสียงแหบพร่าชวนให้คนที่ได้ยินรู้สึกขนลุก
“ปกติแล้วมังกรก็ไม่ใช่สัตว์ดุร้ายนะครับ แต่เวลามันหิวเนี่ยมันก็ต้องกิน และของโปรดของมันก็คือนกนางแอ่นสาวๆสวยๆอย่างคุณพิ้งกี้ซะด้วยสิ แล้วถ้าหากคุณพิ้งกี้อยากรู้ว่ามังกรตัวนี้จะกินดุแค่ไหน คุณพิ้งกี้ก็คงจะต้องลองมาให้มังกรตัวนี้ได้กินดูสักครั้งแล้วล่ะครับ” เขาพูดอย่างแทะโลมเธอด้วยน้ำเสียงอันแหบพร่า
“แหม คุณมังกรพูดขนาดนี้ พิ้งกี้ก็อยากจะลองเป็นอาหารของมังกรดูบ้างแล้วล่ะค่ะ อยากรู้จังเลยว่ามังกรตัวนี้จะกินดุสักแค่ไหน” เธอพูดพร้อมกับจ้องตาเขาอย่างท้าทาย
เมื่อได้ยินคำอนุญาตจากร่างระหงในอ้อมแขน มังกรจึงหันไปพูดกับพนักงานที่เคาน์เตอร์เพื่อเปิดห้อง VIP ด้านบนภายในคลับแห่งนี้
“VIP 1 ห้อง” เขาพูดพร้อมกับยื่นบัตรสีทองของตัวเองให้กับพนักงานคนนั้น
“ครับ” พนักงานคนเดิมตอบก่อนจะหันไปหยิบคีย์การ์ดห้อง VIP มายื่นให้กับชายหนุ่ม
มังกรก้มลงกระซิบที่ข้างหูพนักงานคนนั้นให้พวกเขาได้ยินกันแค่สองคน
“จากนี้อีก 2 ชั่วโมง นายกับเสือตามฉันขึ้นไปข้างบน”
“ครับนาย”
สิงห์ ลูกน้องคนสนิทมือขวาของมาเฟียหนุ่มอย่างมังกร แห่งแก๊งดราก้อนไฟ ที่อยู่ในคราบของพนักงานหน้าแคชเชียร์ตอบอย่างรู้งาน
หลังจากสั่งงานลูกน้องเสร็จแล้ว ชายหนุ่มก็กลับมาสวมบาทเป็นมังกรผู้หิวกระหายที่พร้อมจะขย้ำนกนางแอ่นผู้อ่อนประสบการณ์ตรงหน้าได้ทุกเมื่อ
เขาเดินโอบร่างบางขึ้นไปข้างบนด้วยใบหน้าระรื่น ตามประสามาเฟียหนุ่มเพลย์บอยจอมเจ้าเล่ห์ที่มองผู้หญิงเป็นแค่ของเล่น และมีไว้เพื่อบำบัดอารมณ์กามของตนเท่านั้น
หญิงสาวแรกแย้มวัย 20 ปี ที่พกความมั่นใจมาเต็มร้อย คิดว่ามาเฟียหนุ่มชั่วร้ายตรงหน้านั้นติดกับตนเข้าแล้ว แต่เธอไม่รู้เลยว่าตัวเธอนั้นยังอ่อนหัดประสบการณ์ที่จะมาเทียบชั้นกับเขาได้