บทนำ
การที่เราจะได้เกิดลงมาเป็นมนุษย์นั้น มันมีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน อย่างแรกคือหากเรานั้นได้ตายจากโลกแล้ว จะด้วยสาเหตุใดก็สุดแท้แต่จะหยั่งถึง ดวงวิญญาณของเรานั้นจะหลุดออกมา และเดินทางสู่ดินแดนที่มีเพียงแค่วิญญาณเท่านั้นที่สามารถเดินทางไปได้ โดยดินแดนแห่งนั้นเรียกว่า ‘ดินแดนแห่งชีวิต’
ซึ่งผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดของดินแดนแห่งนี้ถูกเรียกว่า ‘พระเจ้าผู้สร้างชีวิต’ มีรูปลักษณ์เป็นมนุษย์เพศชาย ใบหน้าเหลี่ยมสันเป็นคม เส้นผมสีขาวยาวเหยียดตรงถึงกลางหลัง นัยน์ตาสีน้ำข้าว ประหนึ่งหลุดมาจากงานปั้นของเทพกรีกโรมัน
แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปจากมนุษย์เดินดินทั่วไปคือความสูงใหญ่ของร่างกาย ส่วนสูงที่สูงถึงสิบเมตร กับอาวุธประจำกายคือตรีศูลสีทองอร่าม พร้อมกับเหล่าบริวารสาวสวยที่รายล้อมอยู่รอบบัลลังก์หินอ่อนสีขาว ลวดลายสวยงาม เพียงแต่พวกเธอมีรูปร่างและส่วนสูงเท่ากับมนุษย์
ลักษณะของดวงวิญญาณคล้ายกับเป็นลูกไฟดวงเล็ก ๆ เปล่งแสงสีขาวออกมา นั่นคือลักษณะของดวงวิญญาณธรรมดาที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่มีดวงวิญญาณอีกประเภทที่จะเปล่งแสงสีทองอร่ามโดดเด่นที่สุดในหมู่มวลวิญญาณ นั่นคือวิญญาณระดับสูงที่สามารถเก็บ ‘แต้มบุญ’ ได้จนเต็มพิกัด
‘แต้มบุญ’ สามารถหาได้จากตอนที่ดวงวิญญาณยังมีชีวิต สะสมความดีตอนเป็นสิ่งมีชีวิตบนโลก หากยิ่งทำความดี และประโยชน์ให้กับโลกมากขึ้น แต้มที่จะได้รับก็มากขึ้นตามลำดับ จนกว่าชีวิตจะตายจากภพภูมินั้น แต้มจึงจะหยุดและถูกรวบรวมก่อนที่ดวงวิญญาณจะเดินทางมาถึงยังดินแดนแห่งชีวิต
ประโยชน์ของแต้มบุญสามารถแลกได้ก่อนที่ดวงวิญาณจะลงมาเกิดในภพต่อไป โดยดวงวิญญาณสามารถกำหนดชะตาชีวิตได้เองว่าจะไปเกิดในครอบครัวไหน ประเทศอะไร ความรวย รูปร่าง หน้าตา ทุกอย่างที่มนุษย์คนหนึ่งสามารถเป็นได้ ขึ้นอยู่กับแต้มที่สะสมมาว่ามีมากแค่ไหน ยิ่งแต้มบุญเยอะ ก็จะสามารถเลือกชะตาชีวิตได้มากขึ้น โดยเฉพาะดวงวิญญาณสีทองที่สามารถกำหนดได้ทุกอย่างดั่งใจนึก
แต่ดวงวิญญาณที่เราจะพูดถึงในวันนี้ เป็นดวงวิญญาณที่กำลังจะลงมาเกิดในภพที่หก ซึ่งดวงวิญญาณเป็นแสงสีขาวที่เปล่งประกายอยู่มากพอสมควร นั่นแปลว่าแต้มบุญของเขาก็มีมากเช่นเดียวกัน เพียงแต่ยังสามารถเก็บแต้มบุญได้มากกว่านี้
“เจ้าดวงวิญญาณ ที่เจ้ามาหาข้าถึงนี้เพื่อจะแลกแต้มบุญอย่างนั้นหรือ” เสียงทุ้มใหญ่ของพระเจ้าผู้สร้างชีวิตเอ่ยถามถึงดวงวิญญาณที่ลอยอยู่ด้านล่าง พร้อมกับบริวารสาวสวยของเขา
“ข้าอยากจะใช้แต้มบุญที่ข้าสะสมมาห้าชาติ แต้มบุญของข้าก็มากพอที่จะทำให้ข้าได้ใช้ชีวิตแบบสนุกแล้ว” เสียงของดวงวิญญาณเป็นลักษณะของเสียงชายแก่ ซึ่งเป็นเสียงของชายเจ้าของดวงวิญญาณในภพที่แล้ว
“เจ้าคงไปเจอโลกที่สนุกมาล่ะสิ ในภพที่แล้วเจ้าสะสมบุญมามากเลยนะ ทั้งบริจาคทรัพย์สินทุกอย่าง สร้างโบสถ์ สร้างมูลนิธิ แถมยังบวชเป็นนักบวชอีกต่างหาก” พระเจ้าผู้สร้างชีวิตพูดถึงวิธีการสะสมแต้มบุญของดวงวิญญาณนี้
ระบบแต้มบุญมีจุดประสงค์เพียงอย่างเดียว คืออยากให้ทุกคนนั้นทำความดี และในเมื่อคนนั้นทำความดีอยู่เสมอ โลกก็จะน่าอยู่มากยิ่งขึ้น เพราะทุกคนก็อยากที่จะสะสมแต้มบุญของตัวเองไว้ใช้ในภพภูมิที่ตัวเองอยากจะเป็น
“เจ้าคงลำบากมามากสินะ กว่าที่เจ้าจะสะสมแต้มบุญได้มากขนาดนี้ เอาเป็นว่าข้าจะให้บริวารของข้าพาเจ้าไปที่ห้องเพื่อจัดการสรรสร้างชีวิตในภพต่อไปของเจ้าตามแต้มบุญที่เจ้ามี” พระเจ้าผู้สร้างชีวิตเอ่ยให้บริวารของเขานำดวงวิญญาณไปที่ห้องหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องไว้สำหรับแลกแต้มบุญ
ดวงวิญาณใช้เวลาสร้างชีวิตใหม่ของเขาในภพต่อไปกว่าสามชั่วโมง เขาบรรจงเลือกชีวิตอย่างพิถีพิถันตามกำลังแต้มบุญที่มีอยู่ จนในที่สุดดวงวิญญาณก็เลือกจนเสร็จสรรพ และลอยออกมาจากห้องแลกแต้มบุญตรงไปยังหน้าบัลลังก์ของพระเจ้าผู้สร้างชีวิตที่นั่งรอเพื่อที่จะส่งดวงวิญญาณดวงนี้ไปเกิดในภพต่อไป
“เอาล่ะ ได้เวลาที่เจ้าจะต้องไปเกิดแล้วนะ…อือ เจ้าเลือกชีวิตได้น่าตื่นเต้นดีนะ” พระเจ้าผู้สร้างชีวิตเอ่ยแซวพลางยิ้ม ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนพร้อมกับถือตรีศูลสีทองขนาดใหญ่ค้ำยันไว้
และดวงวิญญาณที่ลอยอยู่ระดับพื้นในตอนแรกก็ค่อย ๆ ลอยขึ้นมาเรื่อย ๆ จนอยู่ในระดับอกของพระเจ้าผู้สร้างชีวิต ก่อนที่ดวงวิญญาณจะเคลื่อนถอยห่างออกไปไม่ไกลนัก
“ข้าจะส่งเจ้าไปเกิดเดี๋ยวนี้ล่ะ” หลังสิ้นเสียงเอ่ยของพระเจ้าผู้สร้างชีวิต เขาง้างตรีศูลขึ้นฟ้า ก่อนที่จะฟาดลงมาอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงฟ้าผ่า ปลายแหลมของตรีศูลผ่ากลางดวงวิญญาณและแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ก่อนที่ดวงวิญญาณจะกระจายออกจากกันและลอยหายไปในอากาศ เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการเกิดในภพชาติที่หกของดวงวิญญาณแลกแต้ม
ดวงวิญญาณดวงนี้ใช้แต้มบุญแลกกับหน้าตา ฐานะ และความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็น ‘ไอดอลเกาหลี’