ตอนที่ 1 อวดเก่ง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เชิญค่ะ”
เสียงหวานพูดขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูสักพักก็มีคนเปิดประตูเดินเข้ามาสองคน เธอจึงละสายตาจากเอกสารตรงหน้ามองไปยังคนที่เข้ามาทันที
“ขออนุญาตครับคุณดาริน”
เรซที่เป็นผู้จัดการประจำสนามแข่งรถของราชันย์และดารินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ โดยมีคิมลูกน้องอีกคนยืนอยู่ข้างหลัง
“มีอะไรหรอคะ”
ดารินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพเพราะเรซนั้นอายุเยอะกว่าเธอ
“วันนี้จะมีนักแข่งจากสังกัดอื่นมาอุ่นเครื่องก่อนแข่งเดือนหน้าอยู่สองคนครับ แต่เค้าอยากอุ่นเครื่องกับราชาแห่งความเร็วของที่นี่ครับ”
เรซบอกกับดารินผู้เป็นเจ้านายอย่างสุภาพ
“ราชาแห่งความเร็วคือราชันย์ พี่เรซมาบอกดาทำไมคะ อย่าบอกนะคะว่าราชันย์สั่งพี่เรซมาบอกดาให้แข่งแทนหรอคะ”
ดารินเอ่ยถามเรซกลับด้วยความสงสัย
“คุณดารินเดาถูกแล้วครับ คุณราชันย์บอกคิดถึงเมียพึ่งออกไปเมื่อกี๊เลยครับ”
“อีกแล้ว โยนงานให้ฉันอีกแล้ว ฝากไว้ก่อนเถอะราชันย์ ถ้าฉันมีผัวฉันจะโยนงานให้คืนบ้าง เรื่องแข่งรถก็ขยันให้แข่งแทนเหลือเกิน นักแข่งในสังกัดมีตั้งเยอะทำไมมาลงแต่ฉันเนี่ย”
ดารินบ่นอุบให้ราชันย์อย่างหัวเสีย เพราะตั้งแต่ราชันย์มีเมียก็ชอบโยนงานมาให้เธอทำตลอด ส่วนตัวเขาเองก็ชอบหนีงานไปอยู่กับเมีย
“ก็นักแข่งในสังกัดเรามีแค่คุณดารินที่ฝีมือสูสีกับราชาแห่งความเร็วอย่างคุณราชันย์นี่ครับ อีกอย่างคนที่มาอุ่นเครื่องนั้นพูดโอ้อวดเหมือนมั่นใจว่าตัวเองต้องชนะคุณราชันย์พวกผมเลยอยากให้คุณดารินไปดับฝันให้หน่อยครับ”
เรซพูดต่อเมื่อเห็นดารินกำลังบ่นให้ราชันย์ผู้เป็นเจ้านายอีกคนของเขา
“งั้นพี่เรซช่วยไปเตรียมรถให้ดาทีค่ะ เดี๋ยวดาตามไป”
“รับทราบครับ”
พูดจบเรซและคิมก็เดินไปทันที ทางด้านดารินเมื่อสั่งงานลูกน้องไปแล้วก็ก้มหน้าทำงานต่อ ดารินเป็นลูกสาวคนเดียวของไดม่อนและโรสเจ้าของบริษัทเครื่องกลขนาดใหญ่ ตอนนี้เธอเรียนวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ปีสี่แล้วระหว่างเรียนเธอก็ดูแลสนามแข่งรถช่วยราชันย์ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอ ส่วนลูกพี่ลูกน้องอีกสามคนอย่างเอวา เจเดนและเจด้าก็หันไปดูแลผับซึ่งทั้งสนามแข่งรถและผับนั้นเป็นสิ่งที่พ่อๆ ของพวกเธอได้ทำไว้ เหล่าลูกๆ อย่างพวกเธอจึงแบ่งกันดูแลทั้งสองกิจการตั้งแต่เรียนปีหนึ่งจนตอนนี้เธออยู่ปีสี่แล้ว แถมดารินยังเป็นคนเดียวในเหล่าพี่น้องที่ยังโสดเพราะพี่น้องทั้งสามคนของเธอนั้นต่างมีแฟนกันหมดส่วนเอวาตอนนี้ก็มีหนุ่มหล่ออย่างสายฟ้าเข้ามาจีบถึงเอวาจะยังไม่มั่นใจในสถานะแต่ดารินก็ดูออกว่าเอวานั้นชอบสายฟ้าแล้วไม่งั้นคงไม่ให้เธอไปลองใจสายฟ้าตอนอยู่ที่ผับแน่นอน ถึงจะมีคนเข้ามาจีบเยอะพอสมควรแต่เธอก็ปฏิเสธไปตลอดเพราะยังไม่เจอคนที่ใช่ หลังจากเคลียร์งานเสร็จแล้วดารินก็เปลี่ยนชุดเป็นชุดนักแข่งรถโดยหมายเลขประจำตัวแข่งของเธอคือหมายเลขศูนย์หก เมื่อเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วดารินก็ลงไปยังสนามแข่งทันที
“ฉันว่าฉันบอกไปแล้วนะว่าอยากอุ่นเครื่องกับราชาแห่งความเร็วของที่นี่”
ดารินที่กำลังเดินเช็ครถแข่งของตัวเองหันไปมองตามเสียงพูด ก็เห็นดีแลนด์นักแข่งอันดับหนึ่งของสังกัดที่มาขออุ่นเครื่องด้วย
“ดูจากฝีปากฝีมือการแข่งคงจะเก่งพอตัวสินะ”
ดารินพูดสวนกลับพร้อมกับยิ้มมุมปากอย่างไม่เกรงกลัว
“หึ เธอไปอยู่ที่ไหนมาเป็นนักแข่งแท้ๆ แต่กลับไม่รู้จักนักแข่งอันดับต้นๆ อย่างฉันเนี่ยนะ”
ดีแลนด์ถามดารินด้วยความไม่พอใจเมื่อเธอไม่รู้จักเขา
“ฉันว่าอันดับต้นๆ ของนักแข่งที่ฉันรู้จักไม่มีคนนิสัยอวดเก่งแบบนี้นะ”
“นี่เธอ”
ดีแลนด์ถึงกับแสดงสีหน้าโกรธใส่ดารินเมื่อได้ยินคำพูดของเธอ
“หึ ควบคุมสติตัวเองไม่ได้แบบนี้ตอนจับพวงมาลัยรถจะไม่คว่ำกลางทางหรอ คุณไปเตรียมตัวแข่งเถอะค่ะ ชนะฉันได้เมื่อไหร่ค่อยมาพูดข่มฉัน”
พูดจบดารินก็เดินไปขึ้นรถแข่งตัวเองทันทีจนดีแลนด์ถึงกับกำหมัดแน่นด้วยความโกรธเมื่อถูกดารินตอกกลับเขายิ่งทำให้เขาอยากเอาชนะเธอมากขึ้นดีแลนด์จึงเดินไปขึ้นรถแข่งตัวเองแล้วขับมายังจุดสตาร์ทซึ่งในการอุ่นเครื่องครั้งนี้มีสังกัดอื่นมาสองคันและของดารินหนึ่งคันตอนนี้รถแข่งทั้งสามคันก็อยู่จุดสตาร์ทเรียบร้อย เมื่อสัญญาณการแข่งเริ่มขึ้นรถแข่งทั้งสามคันก็พุ่งออกจากจุดสตาร์ทอย่างรวดเร็วโดยดีแลนด์เป็นคนนำหน้าและดารินตามมาติดๆ
“หึ ทำมาเป็นพูดดีฝีมือก็ไม่เท่าไหร่นิ”
ดีแลนด์พูดขึ้นพร้อมกับยิ้มมุมปากอย่างชอบใจเมื่อเห็นดารินแซงตัวเองไม่ได้โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าดารินนั้นแค่ตั้งใจไม่แซงเพราะยังไม่ถึงเวลาที่เธออยากแซงแค่นั้น จนดีแลนด์นำหน้าไปได้หนึ่งรอบก็ต้องใจเสียเมื่ออยู่ดีๆ ดารินก็พุ่งแซงเขาในช่วงโค้งแถมยังทิ้งระยะห่างมากพอสมควรทำเอาดีแลนด์ถึงกับสติหลุดเพราะไม่อยากแพ้เหยียบคันเร่งใส่โค้งจนรถพลิกคว่ำโชคดีที่ไม่ได้เจ็บมากเพียงแค่ข้อมือหักเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนดารินก็เป็นฝ่ายเข้าเส้นชัยไปหลังจากแข่งเสร็จแล้วดารินก็ลงจากรถแล้วหันไปมองดีแลนด์ที่หมอประจำสนามกำลังรักษาอยู่ถึงกับส่ายหน้าออกมาอย่างเบื่อหน่ายเพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนอวดเก่งมาท้าแข่งกับสังกัดเธอแบบนี้ ดารินจึงเดินขึ้นห้องทำงานตัวเองไปทันที
“น่าเบื่อจริงๆ คิดว่าจะได้แข่งกับคนที่ฝีมือดีๆ ซะอีก”
ดารินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายแล้วทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟาห้องทำงานของตัวเอง สักพักก็มีคนโทรหาเธอ เมื่อเห็นเป็นเบอร์ของผู้เป็นแม่ ดารินจึงรับสายทันที
“สวัสดีค่ะคุณแม่”
(ยุ่งอยู่รึเปล่าลูก)
“ไม่เลยค่ะ หนูกำลังนั่งพักพอดี คุณแม่มีอะไรรึเปล่าคะ”
(ไม่มีอะไรหรอกลูก แม่แค่คิดถึง อีกอย่างแม่จะมาเม้าเรื่องพ่อให้หนูฟังด้วย เห็นพ่อหนูแล้วเอ็นดู อิอิ)
“คุณพ่อทำอะไรหรอคะ”
(ก็เมื่อวานพ่อหนูไปพบปะกับเหล่าพ่อๆ ของพวกหนู แล้วรามินกับเจไดก็พูดแต่เรื่องลูกสะไภ้กับลูกเขย แต่พ่อหนูกลับนั่งนิ่งเพราะไม่มีเรื่องลูกเขยไปคุยกับเค้า กลับมาบ่นให้แม่ฟังใหญ่ว่าเมื่อไหร่ลูกสาวจะมีแฟนสักทีเพราะอยากมีเรื่องไปพูดอวดกับเดอะแก๊งบ้าง ฮ่าๆ แม่ว่าพ่อของลูกคงจะเลิกหวงลูกสาวแล้วมั้ง)
“โอ๊ย! เอ็นดูคุณพ่อ เค้ามีแต่หวงลูกสาวแต่คุณพ่ออยากให้ลูกสาวมีแฟนซะงั้น”
ดารินหัวเราะออกมาทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของผู้เป็นแม่
(นั่นสิ สงสัยเห็นลูกสาวโตแล้วมั้งเลยเลิกหวง ว่าแต่ตอนนี้ลูกไม่มีคนคุยจริงๆ หรอจ้ะ)
“ตอนนี้ไม่มีค่ะคุณแม่ ไม่ใช่ว่าหนูไม่อยากมีนะคะ แต่หนูยังไม่เจอคนที่ชอบเลยค่ะ”
(คนที่ใช่มักจะมาเวลาที่เหมาะสม และมักจะถูกชะตากันตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ นี่ก็ดึกแล้วลูกก็อย่าโหมงานหนักนะจ้ะ พักผ่อนบ้าง แม่วางนะ)
“รับทราบค่า ฝันดีนะคะคุณแม่”
(ฝันดีจ้ะลูก)
เมื่อคุยกับผู้เป็นแม่เสร็จดารินก็ลุกไปทำงานต่อจนตอนนี้ก็สี่ทุ่มกว่าแล้ว ดารินจึงหยุดทำงานแล้วตั้งท่าจะกลับคอนโดแต่ระหว่างที่เดินออกจากห้องก็ต้องตกใจเมื่อเห็นราชันย์แบกผู้ชายคนหนึ่งเดินมา
“เกิดอะไรขึ้นราชันย์ นั่นนายแบกใครมาทำไมสภาพเป็นแบบนี้”
ดารินถามราชันย์ด้วยความตกใจเมื่อเห็นราชันย์แบกคนที่ใบหน้าเต็มไปด้วยแผลและรอยฟกช้ำแถมยังหมดสติอีก
“รุ่นน้องฉัน ช่วยหน่อยดาริน ทำแผลให้ที”
ราชันย์พูดขึ้นเสียงเรียบ
“สภาพเยินขนาดนี้ทำไมนายไม่พาน้องเค้าไปโรงพยาบาลเนี่ย พามาที่นี่ทำไม”
ดารินถามราชันย์ด้วยความสงสัย
“เรื่องมันยาวเดี๋ยวเล่าให้ฟัง ตอนนี้ช่วยน้องมันก่อน”
“ขยันหาแต่งานมาให้ฉันจริงๆ เลย”
ดารินบ่นให้ราชันย์แต่ก็เดินไปช่วยพยุงร่างสูงไว้อีกข้างแล้วเดินไปยังห้องทำงานของดารินเพราะอยู่ใกล้ที่สุด เมื่อพาเข้ามาในห้องแล้วราชันย์และดารินก็วางรุ่นน้องนอนลงที่โซฟา ดารินจึงรีบไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาทันที