บนกับนาย
ติ๊งหน่อง ติ๊งหน่อง
ครืดดดดด ครืดดดดดด
ทั้งเสียงกริ่งหน้าห้อง เสียงสั่นโทรศัพท์มือถือ ต่อให้เอาทั้งหมอนใบใหญ่กับผ้านวมผืนหนาปิดตรงเข้าที่ใบหู ก็ไม่สามารถทำให้เสียงรบกวนการนอนเบาลงได้
เมื่อคืนได้นอนเกือบตีสามกว่าจะติวข้อสอบให้สมาชิกในช่องเข้าใจปาไปเกือบเที่ยงคืน
คิดว่าเขาได้นอนเลยเหรอ หึ โน่นเพื่อนตัวดีทั้งสองยังลากตัวเขาไปนั่งดื่มบนห้องของสายฟ้า และตอนนี้เพิ่งหกโมงเช้า
ร่างกำยำลุกขึ้นพรวดพราดด้วยท่าทีหงุดหงิด ยกมือขยี้กลุ่มผมที่ยุ่งเหยิงเพราะเพิ่งตื่นให้กระเซอะกระเซิงมากกว่าเดิม
ฝ่าเท้ายาวย่ำมาหยุดที่ประตูหน้าห้อง ดวงตาคู่คมยังลืมไม่ขึ้นไม่กดจอมอนิเตอร์ดูแล้วว่าใครมา คนงัวเงียพ่นลมหายใจพรั่งพรูออกมาอย่างแรง ก่อนจะเหวี่ยงประตูให้เปิดออกกว้างเตรียมด่าคนมากวนแต่เช้าทั้งที่เป็นวันหยุด
“จ๊ะเอ๋”
น้ำเสียงหวานใสจากเจ้าของดวงหน้าหวานที่ยกยิ้มแฉ่งจนแก้มขึ้นลูก
“…”
นัยน์ตาสีดำสนิทหลุบมองคนตัวเล็กสวมชุดออกกำลังกายสีชมพูอ่อนแบบรัดรูปของผู้หญิง
ถือว่าวันนี้แต่งตัวมิดชิดเสื้อแขนยาวแบบมีซิปกับกางเกงขายาวไม่โชว์เนื้อหนังอย่างรอบก่อน และที่เตรียมพร้อมมาขนาดนี้คาดว่าคงเตรียมตัวมาฟิตเนสที่คอนโดของเขา
“เขยิบหน่อยสิของมันหนัก”
คนยืนอยู่หน้าห้องยกมือทั้งสองข้างขึ้นให้อีกคนดู ว่าเธอถือของพะรุงพะรังขนาดนี้ยังจะไม่ยอมให้เข้าห้องอีกหรือไง
“…”
“นายยืนหลับเหรอ”
ชีสเค้กยืนเขย่งปลายเท้าจนสุดพยายามให้ใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับอีกคน ถึงอย่างนั้นระดับสายตาของเธอยังคงอยู่ตรงคางได้รูปที่เริ่มมีตอหนวดขึ้นหลังจากเพิ่งโกนให้เมื่ออาทิตย์ก่อน
แป๊ะ !!
“โอ๊ยเจ็บนะ”
น้ำเสียงหวานร้องหลงทำเอาเจ้าของห้องถึงกับรีบเอื้อมมือไปทางด้านหลังของเธอ แล้วออกแรงดันท้ายทอยให้เธอเดินเข้าห้องพัก
“ร้องดังขนาดนั้น เดี๋ยวได้มีคนแจ้งตำรวจ”
น้ำเสียงทุ้มแหบกดต่ำ หลังจากใช้นิ้วดีดเหม่งชีสเค้กไปหนึ่งที
“แบบถูกฉุดเข้าห้องโดนปู้ยี่ปู้ยำงี้ม๊ะ”
“…”
“ถ้านายฉุดเรา เราไม่ร้องเราสมยอมสัญญา”
“เหนื่อยใจ”
“อยากเหนื่อยเอวไหมล่ะ”
เสียงลมหายใจถอดถอนออกมายืดยาวอีกครั้งจากเจ้าของห้อง ที่เดินเลี่ยงเข้าครัวรินน้ำเย็นมาดื่มดับความหงุดหงิดจากการนอนได้แค่สามชั่วโมง
ถึงอย่างนั้นเขาไม่เคยคิดไล่เพื่อนสนิท ที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมต้น
“นั่นอะไร”
“ดอกไม้ เรียกว่าดอกบัวไม่รู้จักหรือไง”
ชีสเค้กยื่นกำดอกบัวตูมที่มัดรวมกันมองจากสายตาน่าจะประมาณสิบดอก ยื่นส่งให้เจ้านายดูด้วยสีหน้ากลั้นขำที่เห็นอีกฝ่ายเริ่มมองเธอตาขวาง
“…”
“แหมทำดึงหน้าตึงฉีดโบมาหรือไงเราเอามาบนของาน”
“ของาน เธอจะไปไหนบอกก่อนนะวันนี้จะนอน คนยังไม่ได้นอนไม่พาออกไปไหนทั้งนั้น”
“บนนายไง มานั่งนี่มา”
เจ้าของห้องที่ยืนอยู่ตรงบาร์กั้นระหว่างครัวกับห้องรับแขก ถูกแขกไม่ได้เชื้อเชิญดึงข้อมือให้มานั่งตรงโซฟา
และตามเคยเขายอมนั่งตามคำบอก แต่จะดีกว่านี้ถ้าชีสเค้กลากเขาไปที่เตียงและบอกให้นอนหลับต่อ
“คืองี้นะ โอ๊ยนายทำหน้าให้มันดี ๆ หน่อย เช้า ๆ เขาบอกให้อารมณ์สดใสจิตใจเบิกบานจะได้มีแต่เรื่องดี ๆ เข้ามาทั้งวัน”
“พอใจยัง”
เจ้านายยกยิ้มมุมปากครู่หนึ่ง ถึงจะดูแข็งและดูพร้อมหลับตลอดเวลา แต่พอเห็นอีกคนที่กำลังนั่งพับเพียบตรงหน้าที่เขานั่งอยู่ยกยิ้มกว้าง คนเป็นเพื่อนอย่างเขาจึงพลอยสบายใจไปด้วย
“เราจะบนนาย ถ้าเราได้งานถ่ายแบบนี้นะเราจะเอาดอกบัวมาถวายกราบแนบตักนายทุกเช้าทุกเย็น เนี่ยะกราบสวย ๆ แบบนี้เลย”
คนบนไม่พูดเปล่า ยกดอกบัวทั้งกำวางลงบนหน้าขาของเพื่อนแล้วยกสองมือพนมขึ้นอย่างกุลสตรี แล้วก้มกราบวางมือแนบตักด้วยท่าทางอ่อนช้อย
กูจะบ้า
เสียงทุ้มดังสบถขึ้นในความคิด ไม่ใช่อะไรตอนนี้น่ะเขาง่วงขนาดที่พร้อมกดปิดสวิตช์ตัวเองอยู่ล่อมล่อ แต่บางส่วนของร่างกายกลับตื่นขึ้น
นี่ถ้าไม่มีดอกบัวปิดทับอยู่ อีกคนคงได้เห็นก้านบัวพร้อมดอกที่อยู่กลางลำตัวของเขากำลังผงาดขึ้นเด้งชี้หน้าชีสเค้กที่กำบังกล่าวคำบนบาน
“เห็นบอกทุกวันแล้วถ้าวันไหนถ้าร้านขายดอกไม้ปิด เธอจะเอาอะไรมาแก้บน”
“นั่นสิคงต้องหาร้านอื่น”
“เรามีแต่เป็นบัวอีกแบบ”
เจ้านายโน้มลำตัวลงให้ดวงตาอยู่ระดับเดียวกับใบหน้าของคนนั่งพับเพียบ นัยน์ตาลุ่มลึกมองคนทำสีหน้าครุ่นคิดเหมือนเรื่องนี้เป็นข้อสอบปลายภาค
“บัวอีกแบบเหรอ แบบไหนขอดูหน่อย”
“…”
พอเห็นอีกฝ่ายลุกขึ้นนั่งชันเข่า ดวงตากลมสอดส่ายหาสิ่งที่เขาพูดสีหน้าอยากรู้อยากเห็นทำเอาเจ้านายถึงกับมันเขี้ยว ดีดนิ้วย้ำรอยแดงบนหน้าผากอิ่มอีกสักที
รวมถึงหยุดการกระทำไม่ให้มือของเธอที่กำลังจะหยิบดอกบัวกำใหญ่ออกจากจากหน้าตัก
“โอ๊ย นายนี่หน้าผากนะดีดอยู่ได้”
“นึกว่าผืนนา”
“นี่ผืนนาอยู่ตรงนี้จ้ะ จะดูไหม”
ชีสเค้กตั้งท่าลุกขึ้นยืน เตรียมแหย่เพื่อนเหมือนที่เคยทำโดยการดึงจะดึงขอบกางเกงให้เจ้านายดูผืนนาที่เธอพูดถึง
“หยุดไม่อยากเสียสายตาแต่เช้า ทำข้าวให้หน่อยหิว”