บทนำ
ปี ค.ศ. 1985
การปรับเปลี่ยนท่านผู้นำคนใหม่เมื่อหลายปีก่อนทำให้ท้องฟ้าสว่างสดใสขึ้น ชีวิตของคนทั่วประเทศต่างก็ดีขึ้นตามลำดับ ผู้คนมีงานทำและการเป็นอยู่มีสภาพคล่องดี ไม่อดอยากเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว
ข้าวของถูกวางขายอย่างถูกกฎหมาย ชาวประชาต่างสรรเสริญท่านผู้นำอย่างสุดหัวใจ
นักลงทุนจากต่างประเทศเดินทางเข้ามาลงทุนในประเทศ
มากขึ้น สร้างงานสร้างอาชีพและเงินหมุนเวียนมากมาย เกิดเศรษฐีใหม่ทั่วทุกหนแห่ง โรงเรียนและมหาวิทยาลัยเปิดขึ้นมากมายรองรับเหล่าผู้ต้องการใฝ่หาความรู้ทั่วประเทศเข้ามา เมื่อพวกเขาเรียนจบไปแล้วต่างออกไปพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองกว่าที่เป็นอยู่ นักเรียนนักศึกษาจึงเป็นเหมือนต้นกล้าที่เหล่าผู้คนหวงแหนและสนับสนุน
ทุกด้าน
สกุลที่ต่อสู้เคียงข้างและยึดมั่นในหลักการของท่านผู้นำล้วนได้รับความดีความชอบด้วยกันทั้งสิ้น หนึ่งในนั้นมี สกุลเถียน ของ
เถียนฉิงคง อดีตสมาชิกพรรคของรัฐบาลที่เกษียณตัวเองออกมา ให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติ ปัจจุบันเถียนฉิงคงมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาอาวุโสของพรรค ได้รับความไว้วางใจจากรัฐมนตรีและท่านผู้นำ ด้วยนิสัยซื่อตรงและรู้จักหลบหลีก ไร้เบื้องหลังอันน่าสงสัย
เดือนแปดหลานสาวคนที่สามของสกุลเถียน เถียนฉิง หลานรักของเถียนฉิงคง เข้าพิธีแต่งงานกับนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงซึ่งอุทิศตนทำงานร่วมกับพรรครัฐบาล จ้านไป๋หลง อย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ มีแขกมาร่วมงานมากมาย
ใบหน้าอันงดงามของเจ้าสาวถูกแต่งแต้มอย่างละเอียดลออ ในชุดแต่งงานสีแดงปักลวดลายซับซ้อนตามแบบฉบับชุดแต่งงานของสกุลสูง เคียงข้างมาด้วยเจ้าบ่าวผู้มีดวงหน้าคมคายภูมิฐานตามแบบนักธุรกิจผู้ถูกจับตามองจากสตรีทั่วประเทศ ความหล่อเหลาและงดงามของทั้งคู่เหมาะสมราวกิ่งทองใบหยก
ใครเลยจะรู้ว่าการแต่งงานในครั้งนี้ฝืนทนต่อความรู้สึกของตัวเจ้าสาวมากแค่ไหน ด้วยเธอมีคนรักที่ไม่อาจบอกใครว่ามีอยู่ก่อนแล้ว
ทั้งสองตั้งใจเอาไว้ว่า เมื่อคนรักของเธอสามารถมีทุกอย่างเหมาะสมจึงจะมาสู่ขอเธอ แต่ราวสายฟ้าฟาดลงกลางใจเมื่อคุณปู่ที่เคารพรักสั่งให้เธอแต่งงานกับชายที่ไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้า
หนึ่งปีของการแต่งงาน ทั้งสองอยู่ด้วยกันอย่างให้เกียรติ
เถียนฉิงเยี่ยนที่มีตำแหน่งเป็นถึงคุณนายใหญ่สกุลจ้าน ทำหน้าที่ภรรยาและนายหญิงอย่างเต็มความสามารถ ไม่อาจให้คนอื่นรับรู้ว่าแท้จริงแล้วความสัมพันธ์ของสองสามีซับซ้อนกว่าที่ใครเห็น ความขมขื่นในใจล้วนกักเก็บไว้ไม่อาจบอกให้ใครทราบได้ การแต่งงานบนความไม่รักผ่านไปอย่างอึดอัด
สองปีของการแต่งงานชายคนรักของนายหญิงสกุลจ้านแต่งงานกับหญิงสาวคนอื่น ทำให้เธอเสียใจหนัก เก็บตัวเงียบไม่ยอมออกมาพบปะผู้คน แม้แต่สามีของตนเองก็แทบไม่อยากสบสายตา
จ้านไป๋หลงรับรู้มาตลอดว่าภรรยาที่ตกแต่งมาไม่เคยมีใจให้ตนเอง แต่เขาไม่คิดเก็บมาใส่ใจ ขอเพียงเธอตั้งตนอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง ไม่ทำให้สกุลจ้านเสื่อมเสียเขาล้วนปิดหูปิดตาให้ได้
ต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าที่นายหญิงจ้านจะทำใจยอมรับความจริงที่เธอสูญเสียชายคนรักไปได้ หันมาเอาใจใส่คนเป็นสามีอีกครั้ง ด้วยรู้สึกผิดที่ตนนำความรู้สึกที่ไม่สมควรจนละเลยเขาไป นับจากนั้นทั้งสองอยู่ด้วยกันโดยมีระยะห่างความสัมพันธ์เอาไว้ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน คอยดูแล ออกไปรับประทานข้าวนอกบ้าน ฉลองวันครบรอบแต่งงาน
เถียนฉิงเยี่ยนรับรู้เช่นเดียวกันว่า สามีเลี้ยงเด็กสาวหลายคนไว้นอกบ้าน
เธอล้วนไม่มองไม่รับรู้ หากหญิงสาวพวกนั้นอยู่ในที่ของตัวเอง ประกอบกับที่นิสัยเดิมเป็นคนอ่อนหวานนุ่มนวล แทบไม่มีปากเสียงให้สามีรำคาญใจ เธอไม่คิดโทษความมักมากของสามี ผู้ชายอย่างไรก็ต้องมีความต้องการบ้าง ในเมื่อเธอยังไม่พร้อมมอบมันให้กับเขา เขาจะออกไปหาเศษหาเลยบ้างก็ล้วนเป็นเรื่องเล็กน้อย
ปีที่สามของการแต่งงาน ความรู้สึกที่เคยปิดตายของนายหญิงจ้านเปิดออกอีกครั้ง ครั้งนี้เกิดขึ้นกับสามีของตัวเองแต่เธอไม่คิดจะเปิดเผยออกมาให้สามีได้รับรู้ในเร็ว ๆ นี้แต่อย่างใด จ้านไป๋หลงทำงานหนักโดยมีภรรยาเอาใจใส่ ทั้งสองต่างถูกความผูกพันตลอดสามปีนี้ ดึงขยับให้ใกล้กันโดยไม่รู้ตัว
ชีวิตการแต่งงานในปีที่สามดูเหมือนจะหวานชื่นมากขึ้นจนคนใกล้ตัวต่างลุ้นว่าพวกเขาอาจมีทายาทในเร็ววัน ทว่าไร้วี่แวว ไม่ใช่เพราะจ้านไป๋หลงหรือเถียนฉิงเยี่ยนไร้ความสามารถ แต่เป็นเพราะทั้งสองยังไม่เคยร่วมเตียงฉันสามีภรรยาเลยต่างหาก
จ้านไป๋หลงไม่คิดรีบร้อน เขามอบเวลาให้ภรรยาตัวน้อยได้ปรับตัวให้เต็มที่ ในเมื่อเธอก็เริ่มมีความรู้สึกดี ๆ ให้เขา การออกไปหาความสุขนอกบ้านจึงเว้นระยะห่างออกไป ฉิงเยี่ยนยินดีอยู่ในทีที่สามีเข้าใจเธอ ความดีมากมายของเขาเธอล้วนทดเอาไว้ในใจรอวันตอบแทนในวันหน้า
ผ่านงานฉลองครบรอบการแต่งงานปีที่สามมาอย่างอบอุ่นและหวานล้ำ ฉิงเยี่ยนไม่เคยรู้สึกดีเพียงนี้แม้แต่ตอนที่คบหากับชายคนรักเก่าก็ตาม สามีภรรยาล้วนมีอะไรบางอย่างแนบแน่นยิ่งกว่าคนรักในนาม
ทั้งสองอาศัยร่วมชายคาอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย คนทำงานเมื่อเหนื่อยกลับมาล้วนถูกเอาใจออดอ้อนอย่างดี
จ้านไป๋หลงอุ่นซ่านในใจหลังจากไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มานานนับตั้งแต่มารดาและบิดาจากไป ในสกุลจ้านหลังใหญ่นั้นเขาล้วนตัว
คนเดียว ต้องถูกย่าแท้ ๆ ต่อว่าถากถาง ไม่เคยมองว่าเขาเป็นคนดีเลย
สักครั้ง สำหรับย่าพี่ชายของเขาดีทุกอย่าง แม้แม่เลี้ยงและพี่ชายจะดีกับเขา (และเขารู้ว่ามันแค่เป็นความเสแสร้ง)แต่ก็ไม่เหมือนความรักความอบอุ่นจากมารดาและบิดาแท้ ๆ
การแต่งงานปีที่สี่ผ่านพ้นไป มาพร้อมกับที่คนทั้งสองตั้งใจว่าจะเปิดเผยความในใจของกันและกันหลังจากบ่มเพาะมันมานานปี ทุกวันล้วนดีมากในความรู้สึกของทั้งคู่ เย็นวันนั้นคู่รักสามีภรรยาต่างเดินจับมือยิ้มแย้มเดินเข้าไปในร้านอาหาร ท่ามกลางแสงเทียนอันอบอุ่น ทั้งสองเอ่ยปากบอกความรู้สึกของกันและกันให้อีกฝ่ายฟัง ดวงใจสองดวง
หลอมรวมประสานกันอย่างเหนียวแน่น
ช่อดอกไม้อันงดงามและหอมหวานรายล้อมทั้งสองดั่งกลีบดอกไม้ที่ผลิบานกลางใจ ดวงตาสองคู่เป็นประกายเมื่อสานสบเข้าด้วยกัน มื้ออาหารจบลงด้วยความสุขและความอร่อย สองร่างเดินคู่กันออกไปขึ้นรถด้วยรอยยิ้ม
ไหนเลยจะคาดคิดว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่พวกเขาจะได้ใช้ชีวิตร่วมกัน รถยนต์ที่ทั้งสองโดยสารเกิดอุบัติเหตุ จากสัญชาตญาณของจ้านไป๋หลงย่อมคาดการณ์ว่า เหตุนี้เกิดจากฝีมือคน เขาเป็นนักธุรกิจมีเงินทองและกิจการมากมายในมือการมีคู่แข่งและศัตรูล้วนเกิดขึ้นอย่างไม่อาจห้ามได้
ฉิงเยี่ยนพยายามประคองสติหลังจากถูกสามีตระกองกอดขึ้นจากกองซากรถอันบุบบี้ หญิงสาวมีเลือดอาบใบหน้าจากแผลที่ขมับขวา ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนก เนื้อตัวสั่นเทาจากการรอดตายมาอย่างหวุดหวิด มือน้อยจับเสื้อของสามีเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยอย่างหาที่พึ่ง ไป๋หลงใช้สายตากวาดมองทั่วร่างกายของภรรยาตัวน้อยเมื่อเห็นเพียงความกลัวกับบาดแผลหนักตรงขมับจึงพอวางใจ
ดวงตาคมของนักธุรกิจหนุ่มวาวโรจน์ มือหนาชักปืนจากข้างเอวดันตัวของฉิงเยี่ยนไปหลบข้างหลัง ก่อนจะตัดสินใจว่าควรให้ตู้หยาง พาภรรยาหลบออกไปก่อน มือขวาคนสนิทเพียงสบตาก็รับรู้ความต้องการของเจ้านายได้ทันที
เสียงปืนหนึ่งนัดดังขึ้นพร้อมกับคนของจ้านไป๋หลงล้มลง
ฉิงเยี่ยนดื้อดึงไม่ยอมไป ด้วยเธอกลัวว่า เมื่อหันหลังแล้วจะไม่ได้เห็นใบหน้าของสามีอีก เธอส่ายหน้าไม่ยินยอม มือน้อยคว้าจับเสื้อของไป๋หลงเอาไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม
เสียงปืนดังต่อเนื่องดูแล้วชุลมุนไปหมด ฉิงเยี่ยนยังคงร้องไห้ไม่ยอมจากไป ไม่อาจทำใจทิ้งเขาเอาไว้ตรงนี้แล้วหนีเอาตัวรอดได้ ทว่าความดื้อรั้นของเธอไร้ผลเมื่อใบหน้าที่เผยความอ่อนโยนของไป๋หลง มีร่องรอยความเจ็บปวดหลังจบเสียงปืนที่ดังใกล้กว่าทุกนัด แรงกระตุกของร่างกายสูงใหญ่ตรงหน้าแรงพอ ๆ กับหัวใจดวงน้อยของฉิงเยี่ยน
ดวงตากลมมีน้ำใสประดับค่อย ๆ กดเปลือกตามองหน้าอกด้านซ้ายของสามีอย่างคาดไม่ถึง รอยเลือดเป็นดวงค่อย ๆ ขยายวงกว้างขึ้นมาพร้อมกับน้ำตาเม็ดกลมไหลริน ริมฝีปากบางเผยออ้าอย่างคาด
ไม่ถึง มือน้อยสองข้างปล่อยจากการจับยึดเสื้อสูทสุดหรู ยื่นออกไปประคองใบหน้าที่เริ่มซีดเผือดของเขาเอาไว้ มันทั้งสั่นเทาและอ่อนแรงแทบไม่ใช่มือของเธอ
รอยยิ้มสุดท้ายของเขามาพร้อมกับการล้มลงโดยที่เธอไม่สามารถประคองเขาเอาไว้ได้ แขนเล็กถูกมือหนาของคนสนิทที่สามีไว้ใจกระชากให้ออกวิ่ง เธอร้องไห้โดยไร้เสียง สองเท้าออกวิ่งตามแรงดึงรั้งของมือขวาคนสนิท ใบหน้าอันงดงามที่ยามนี้ประดับม่านน้ำตาหันกลับไปมองร่างไร้ลมหายใจของสามีเป็นครั้งสุดท้าย
แม้จะแสบจากการที่เลือดไหลเข้าตา แต่เหนืออื่นใดเธอแทบอยากตายลงตรงนั้น ตายไปพร้อมกับคนเป็นสามี ทำไมฟ้าถึงใจร้ายกับเธอนัก ในขณะที่กำลังจะได้เสพสุขกับความรักที่สดใสก็มาพรากมันไปจากเธอ ใจดวงน้อยที่เคยเต้นแรงจากความตื่นเต้นและความสุขเมื่อ
ก่อนหน้า ยามนี้กลับอ่อนแรงจากการขาดสะบั้นเมื่อเห็นคนเป็นสามีจากไปโดยที่เธอไม่อาจช่วยเหลืออะไรได้เลย
หลังเหตุการณ์คืนนั้นฉิงเยี่ยนไม่อาจหนีความจริงอันน่าเศร้านี้พ้น เธอไม่มีเขายืนเคียงข้างอีกแล้ว เขาจากไปทั้งที่สัญญากับเธอว่าจะอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า...
เธออยากเก็บตัวนอนร้องไห้บนเตียงในห้องอันมืดมิด หวังให้ตนเองจบชีวิตลงตามเขาไปยังโลกหลังความตาย แต่หน้าที่นายหญิงไม่อาจทำเช่นนั้นได้ งานศพของสามีถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ มีแขกเหรื่อมาร่วมงานมากมาย พวกเขาแสดงความเสียใจกับเธอด้วยความจริงใจ แต่ฉิงเยี่ยนไม่มีความรู้สึกอีกต่อไปแล้ว
เธอยืนต้อนรับแขกด้วยใบหน้าซีดขาวไร้ความรู้สึก ดวงตากลมโตที่เคยสดใสมีเพียงความแห้งผากจนคนพบเห็นรู้สึกเวทนา
ตลอดสามวันสามคืนของงานศพ ฉิงเยี่ยนยืนส่งสามีไปยัง
ภพภูมิที่ดีที่สุดไร้ซึ่งน้ำตานองหน้าเช่นวันที่ผ่านมา เธอร้องจนไม่อยากร้องมันออกมาแล้ว ที่สำคัญเธอไม่อยากให้การส่งสามีไปยังภพภูมิอื่นนั้น
คนตายต้องมีห่วง ยามฝังร่างของชายผู้เป็นที่รักเรียบร้อยแล้ว ฉิงเยี่ยนถึงกลับมานอนร้องไห้บนเตียงในห้องของเขาอย่างเดียวดาย
ถ้าหากไม่มัวแต่เขินอายจนไม่ยอมเปิดปากบอกความในใจออกไป ไม่แน่ความสุขคงมาเยือนให้เธอได้เก็บเกี่ยวมากกว่านี้...
ผ่านมาแล้วหนึ่งเดือนกับการสูญเสีย ทุกที่ยังคงเต็มไปด้วยภาพของไป๋หลง วาจาที่เขาให้สัญญาและเอ่ยออกมาในวันครบรอบแต่งงานปีที่สี่ของเราสองยังคงดังก้องในหัวใจของฉิงเยี่ยนไม่เสื่อมคลาย
ท่ามกลางความเสียใจมีอยู่หนึ่งคนที่ไม่ย่อท้อ ตู้หยางมือขวาคนสนิทของไป๋หลง ออกสืบหาหลักฐานการตายของนายใหญ่อย่างหนัก เขามั่นใจว่าจะต้องหาพบ ตู้หยางใช้ทุกสิ่งที่มีในมือจนสามารถได้หลักฐานชิ้นสำคัญที่จะนำไปสู่ตัวการใหญ่ของเรื่องนี้ได้
ไม่น่าเชื่อว่าเขาพบหลักฐานการตายของอดีตนายท่านใหญ่และนายหญิงรองจากการสืบสาวใช้ครั้งนี้อีกด้วย มือขวาคนสนิทไม่รอช้านำหลักฐานมอบให้แก่นายหญิง หวังเพียงให้นายหญิงเข้มแข็งจนลุกขึ้นสู้เพื่อความถูกต้องสักครั้ง เขาจะไม่ยอมให้คำสั่งเสียที่นายใหญ่มักพูดกรอกหูทุกครั้งว่า หากไร้เงาของนายใหญ่ เขาต้องดูแลนายหญิงให้ดีที่สุดต้องสูญเปล่า
ฉิงเยี่ยนที่จมอยู่ในความเสียใจมานานนับเดือนได้อ่านหลักฐานจากมือของตู้หยาง ดวงตากลมโตไร้แววลุกโชนขึ้นอีกครั้ง ตู้หยางนึกดีใจที่อย่างน้อยนายหญิงก็ไม่ได้อ่อนแอจนเกินไป
ฉิงเยี่ยนกำเอกสารในมือเอาไว้แน่น ตัดสินใจถือมันไปพบคุณปู่เพื่อหารือเรื่องนี้ให้กระจ่าง น่าเศร้าที่เธอไปไม่ถึงบ้านสกุลเถียน รถยนต์ของฉิงเยี่ยนถูกดักหน้าก่อนจะถูกจับตัวไปพบใครบางคน ใครคนนั้นที่เธอก็คาดไม่ถึง ใบหน้าอ่อนโยนที่เห็นทุกครั้งกลับเป็นเพียงหน้ากากที่หญิงผู้นี้ยกขึ้นมาใส่เพื่อปกปิดใบหน้าที่แท้จริงเท่านั้น
หลังจากถูกจับและเห็นว่าคนสั่งการคือใครนั้น สมองของ
ฉิงเยี่ยนก็คิดวิเคราะห์ออกมาได้อย่างรวดเร็ว ตัวการคนสำคัญทั้งหมดคือเธอคนนี้ แม่เลี้ยงของสามีเธอ หวังเหวินฟาง!
ก่อนตายเธอได้ฟังความจริงทั้งหมดจากปากของแม่เลี้ยงที่
ไป๋หลงให้ความเคารพ หญิงวัยกลางคนที่ตลอดมามีนิสัยอ่อนโยน
เห็นอกเห็นใจผู้อื่น และเธอก็หลงเชื่อว่าทุกอย่างเป็นความจริง!
จิตใจอันโหดเหี้ยมของเธอถูกความอ่อนโยนบดบังจนใครก็คาดไม่ถึง...ฉิงเยี่ยนไร้ความรู้สึกไปแล้วหลังจากรู้ความจริง อยากตะโกนด่าให้สาสมกับความแค้นในใจแต่เธอไร้ซึ่งแรงเอื้อนเอ่ย เมื่อมองไม่เห็นทางรอดของตัวเอง ยิ่งไร้ความนึกคิดหลังจากเห็นศพของตู้หยาง ที่เพิ่งพูดคุยกับเขาเมื่อไม่กี่นาทีนอนตายดวงตาเบิกโพลงอยู่เบื้องหน้า
แม้กระทั่งตอนที่นอนทอดกายให้ชายร่างใหญ่หลายคนข่มเหง ร่างกายของเธอก็ไร้เสียงกรีดร้องใด ริมฝีปากบางเฉียบถูกฟันขาวสะอาดกัดเอาไว้แน่น น้ำตาไหลรินจากหางตาหยดแล้วหยดเล่า ร่างกายสั่นสะเทือนตามแรงกระแทกกระทั้น ดวงตาเลื่อนลอยทุกขณะ ไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดที่ถูกฝ่ามือหนาของคนกักขฬะพวกนั้นตบลงบนใบหน้า
ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เนื้อตัวอ่อนนุ่มถูกพวกมันบีบคั้นจนม่วงช้ำไปหมด เธอต้องนอนทรมานให้พวกมันเสพสุขอยู่สองวันสองคืน อวัยวะของเธอฉีกขาดไม่เหลือชิ้นดีแม้จะไม่มองก็สามารถคาดเดาได้ ก่อนจะจบชีวิตลงจากความอ่อนเพลียและเสียเลือดหนัก
ก่อนตายเธอมองใบหน้าของพวกมันทุกตัวคน...จดจำเอาไว้จนขึ้นใจ
ไม่ว่าใครหน้าไหนที่มันมีส่วนในครั้งนี้ เธอทดความผิดของพวกมันไม่ยอมขาดไปสักส่วนเดียว!
เถียนฉิงเยี่ยนให้สัญญากับตนเอง...ต่อให้เธอตายเป็นวิญญาณอาฆาตก็จะจองเวรให้พวกมันรับผลกรรมที่ก่อขึ้นให้จงได้!
เหนือสิ่งอื่นใดเธออยากชดเชยให้คนเป็นสามีเหลือเกิน...อยากกลับไปมอบความรักให้เขา แต่มันคงไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว...