จูบ KISS
Chapter 1 จูบ
บัวชมพู ~ เพลิง
[บัวชมพู]
ในที่สุดฉันก็สอบติดหมอ ลบคำสบประมาทดูถูกจากคนรอบข้างได้สักที ฉันยืนหันซ้ายหันขวาอยู่หน้าบานกระจกในห้องแต่งตัว มองดูร่างเล็กๆ อ้อนแอ้นของตัวเองกำลังอยู่ในชุดนักศึกษาของมหาวิทยาลัยรัฐบาลชื่อดัง ฉันขยับแว่นหนาๆ มองตัวเองในกระจกให้ชัดๆ ฉันในวันนี้ไม่ใช่เด็กมัธยมคนเก่าอีกต่อไปแล้ว ฉันคือเด็กมหาลัยปีหนึ่ง คณะแพทยศาสตร์ ผู้มีนามว่า นางสาวบัวชมพู ก้องวัชรไพศาล
เฟรซชี่ปีหนึ่งที่ยังไม่รู้จักการแต่งหน้าอย่างฉัน พอทาครีมบำรุงเสร็จก็ได้แต่หยิบตลับแป้งเนื้อบางเบาผสมกันแดดมาโปะให้ทั่วใบหน้าขาวใสตามด้วยลิปมันกลิ่นพีชแท่งโปรด ทาให้ริมฝีปากอวบอิ่มชุ่มชื่น แล้วก็คว้ากระเป๋าสะพายกับรองเท้าผ้าใบคู่ใหม่เดินออกไปจากห้องแต่งตัว
บ้านของฉันใหญ่โตโอ่อ่า พอเดินออกไปก็เห็นพี่เมฆ พี่ชายต่างแม่ตัวดีกำลังยืนหันหลังถอดเสื้อสูบบุหรี่อยู่ตรงราวระเบียง อวดรอยสักรูปนกอินทรีย์สยายปีกตรงกลางแผ่นหลัง พอเห็นรอยสักกับกล้ามหลังแน่นๆ แบบนี้ของพี่ชายแล้ว มันทำให้ฉันนึกถึงพวกหัวหน้าแก๊งค์มาเฟียในหนังขึ้นมาทันทีทั้ง ๆ ที่ครอบครัวของเราเป็นครอบครัวนักธุรกิจใหญ่เจ้าของโรงพยาบาลเอกชน
แต่พี่ชายของฉันดันเป็นนักเลงตัวฉกาจ พอเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นก็มีเรื่องกับเขาไปทั่ว อารมณ์ไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยใจร้อนหุนหันพลันแล่น เป็นผู้ชายแบดบอยมาดเซอร์ มีดีที่หล่อล่ำจนสาวๆ มองกันเหลียวหลัง ไม่น่าเชื่อว่าสายตาดุดันกับคำพูดกวนๆ ของเขากลับเป็นที่ดึงดูดใจสาวๆ
ทุกวันนี้คุณพ่อแทบจะตัดหางปล่อยวัดเขาอยู่แล้ว เจอหน้ากันทีไรคุณพ่อก็บ่นว่าเขาทำตัวไม่สมกับเป็นทายาทของคุณพ่อเลย หวังว่าวันนี้เขาคงไม่ไปมีเรื่องกับใครอีกนะ คุณพ่อให้โอกาสพี่เมฆมามากพอแล้ว ถ้าเขาไปมีเรื่องกับใครจนเป็นข่าวใหญ่โตขึ้นมาอีก คราวนี้คงถูกคุณพ่อตัดหางปล่อยวัดอย่างจริงจังแน่ๆ
ลูกสาวอีกคนที่มีพี่ชายเกเรอย่างฉันก็เลยกลายเป็นความคาดหวังของคุณพ่อ ฉันถูกกดดันอยู่ตลอดว่าต้องสอบเข้าเรียนหมอให้ได้ เพราะว่าคุณพ่อเป็นเจ้าของโรงพยาบาล โรงพยาบาลใหญ่ที่กำลังขยายสาขาไปทั่วประเทศ
"คุณหนู ทานอาหารเช้าก่อนสิคะ ป้าเตรียมไว้ให้แล้ว ส่วนคนขับรถของคุณหนู ก็ยังเป็นลุงดนัยคนเดิม เพิ่มเติมคือเปลี่ยนเส้นทางค่ะ ออ! ป้าลืมบอกไปว่าคุณหนูใส่ชุดนักศึกษาแล้วดูเป็นสาวขึ้นเยอะมาก ทั้งสวยทั้งน่ารักเลยค่ะ”
เสียงของป้าจันทร์ แม่บ้านคนเก่าคนแก่ของบ้านฉันเองแหละ ป้าจันทร์ดูแลฉันมาตั้งแต่เด็กๆ เราสนิทกันมาก ส่วนคุณแม่ของฉันท่านออกงานสังคมบ่อยไม่ค่อยจะอยู่บ้าน คุณแม่เป็นอดีตผู้ประกาศข่าว ทั้งสวยทั้งเก่ง จึงชนะใจคุณพ่อ และได้ตำแหน่งเมียหลวงมาครอบครองในที่สุด
ฉันกินอาหารเช้าที่ป้าจันทร์ทำไว้ให้จนหมดเกลี้ยง แล้วไปขึ้นรถที่มีลุงดนัยเป็นคนขับ ลุงดนัยขับรถไปส่งฉันที่โรงเรียนตั้งแต่สมัยยังเป็นนักเรียนประถมจนกระทั่งเลื่อนขั้นเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย
ฉันนั่งอ่านหนังสือนิยายเล่มโปรดในรถ เผลอแป๊บเดียว รถก็เลี้ยวเข้าไปในมหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้ว
“ถึงแล้วครับคุณหนู”
เสียงลุงดนัยปลุกฉันขึ้นจากภวังค์ตอนนี้ฉันรู้สึกตื่นเต้นเล็กๆ ลุคของฉันคือเด็กเนิร์ดแว่นหนาที่เวลาไปไหนต้องมีหนังสือติดมือไปด้วย ทั้งตำราเรียนและหนังสือนิยาย
“ค่ะ หนูไปเรียนก่อนนะลุง เจอกันตอนเย็นค่ะ”
ลุงดนัยจอดรถส่งฉันตรงทางเข้าตึกคณะ ฉันเดินอ้อมไปทางหลังตึก เพราะว่ามันเงียบ คนน้อย และไม่วุ่นวาย
“อุ๊ย!”
มีใครก็ไม่รู้วิ่งสวนมา แล้วชนฉันเข้าอย่างจัง ไม่รู้จะรีบไปไหนของเขาวิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือ ชนฉันจนหนังสือหลุดมือ หล่นกระเด็นไปอยู่ตรงโคนต้นไม้
ชายร่างใหญ่ที่เพิ่งชนฉัน ก้มลงหยิบหนังสือขึ้นมา
เขาชนฉันแล้วยังไม่ขอโทษสักคำ แถมยังเปิดหนังสือของฉันพลิกไปพลิกมาอย่างถือวิสาสะ
ตอนนี้เขาละสายตาจากหนังสือเล่มนั้น แล้วมาจับจ้องอยู่ตรงใบหน้าของฉันแทน ฉันเองก็จ้องเขากลับ เราทั้งคู่จ้องหน้ากันเหมือนกำลังโดนสะกด ฉันละสายตาไปจากเขาไม่ได้ ทำยังไงดี..
“นิยายรักน้ำเน่าที่เธอชอบอ่านมันก็แค่เรื่องเพ้อฝัน” เสียงก้องกังวานดังขึ้นมา ในขณะที่เรายังคงสบตากันอยู่
“มันไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันหรอก มันคือเรื่องหลอกลวงต่างหาก เพราะผู้ชายดีๆ มันมีแค่ในนิยายไงล่ะ!”
เสียงเล็กๆ ของฉันตอบกลับเขาไปฉันเองก็ยังไม่ยอมละสายตาไปจากเขาเช่นเดียวกัน
ฉันมองเห็นภาพใบหน้าคมคายกำลังยกยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างชัดเจน ก่อนภาพตรงหน้าจะเลือนลาง เพราะเขาถอดแว่นตาของฉันออก!
“เอาแว่นตาของฉันคืนมาเดี๋ยวนี้นะ”
แทนที่เขาจะยื่นแว่นตาให้ฉัน เขากลับรังแก้มเนียนใสของฉันไว้ แล้วยื่นหน้ามาใกล้ๆ จนฉันสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ จากนั้นริมฝีปากเนียนนุ่มของฉันก็ถูกริมฝีปากได้รูปของเขาประกบจูบเข้าอย่างจัง
“อื้อ” จูบแบบนี้คงเรียกว่ารสจูบที่เร่าร้อนสินะ..
เรียวลิ้นร้ายที่กำลังรุกล้ำเข้ามาในโพรงปากแล้วตวัดพันรัดกับลิ้นของฉันมันกำลังทำให้ร่างกายของฉันอ่อนระทวย
พอฉันตั้งสติได้ มือเล็กๆ ก็ผลักให้ร่างใหญ่ถอยออกไป แต่ไม่รู้ว่าเรี่ยวแรงของฉันมันหายไปไหนหมด ไม่ว่าจะพยายามผลักสักแค่ไหน ร่างกายของฉันก็ไม่ยอมหลุดพ้นจากพันธนาการอันเร่าร้อนของเขาได้สักที
จนกระทั่งเขาเป็นฝ่ายถอนริมฝีปากออก ปล่อยฉันให้เป็นอิสระนั่นแหละ..
เผียะ!!
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันใช้กำลัง ตบหน้าผู้ชาย
“นะ นายเป็นใคร กล้าดียังไง ถึงมา...”
“จูบเธอ”
เสียงกวนๆ พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน
ตอนนี้หน้าของฉันร้อนผ่าว ถึงแม้ว่าจะมองเห็นหน้าของเขาไม่ชัดเพราะแว่นตายังอยู่ในมือของเขา แต่ยิ้มกวนๆ ที่ฉันเห็นอย่างเลือนลางอยู่ตรงหน้ามันกำลังทำให้ฉันประสาทเสีย
มือใหญ่สวมแว่นคืนให้ฉัน คราวนี้ฉันเห็นหน้าหล่อๆ ของเขาอย่างชัดเจน ยิ่งจ้องก็ยิ่งทำให้ใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ
บ้า! ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆจ