EP.5

2660 คำ
5. "แขนหายดีแล้วหรอ?" "อืม" เป็นอีกประโยคที่เราคุยกันหลังเธอมาเสิร์ฟอาหาร หลังจากนั้นก็ปกติ ทุกอย่างดำเนินไป ต่างคนมีหน้าที่ที่ต้องทำกัน หน้าตาก็ดี หุ่นก็ดี ท่าทางฐานะดีด้วย แต่ก็ "บอกกี่ทีแล้วว่าเวลาเสิร์ฟอาหารระวังอย่าให้นิ้วจุ่มลงไปในจาน วันนี้ลูกค้าคอมแพลนเรื่องนี้มาหลายคนแล้วนะ!" "ก็ระวังแล้ว" "ระวังยังไง ลูกค้ายังด่ามาอยู่เลย ไหวไหม ไม่ไหวก็ออกไป ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น!" "อ้าว ป้า" "ไปยืนโชว์หุ่นเซ๊กซี่ขายรถน่าจะเหมาะกับเธอที่สุดละ งานง่ายๆได้เงินเยอะแบบนั้น" เพราะผมนั่งโต๊ะในสุดไง ก็เลยได้ยินทุกอย่าง "ออกก็ออกดิ่ ทำไมต้องมาดูถูก งานโชว์หุ่นขายรถถ้าคิดว่ามันง่ายได้เงินเยอะแล้วทำไมป้าไม่ไปทำคะ อ่อ ไม่สวย แก่ แถมยังไร้ความสามารถ ขายไปก็ไม่มีใครซื้อ!" เธอปากแซ่บมาก "แกออกไปจากร้านฉัน! เดี๋ยวนี้!!" ผมได้ยินเสียงตึงตังบ่งบอกอารมณ์ของคนด้านใน ก่อนที่เธอจะกระทืบเท้าเดินออกมาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ผมได้แต่มองตามแผ่นหลังบางดันประตูให้เปิดออกและเดินออกจากร้านไป ซ่าาาาาส์ กระทั่งฝนตกลงมา อยู่ๆก็ตกแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยในตอนที่ผมเรียกพนักงานมาคิดเงิน ความรู้สึกหงุดหงิดเริ่มเกาะกุมใจเมื่อคิดไปว่ารถผมเพิ่งออกจากคาร์แคร์ อากาศร้อนมาหลายวันฝนไม่ตก มาตกในวันที่ล้างรถ นั่นแหละความตลกของชีวิต และพอเดินออกจากร้านมาก็เห็นอีกคนยืนอยู่ที่หน้าร้าน และเหมือนจะเลิกงานแล้ว ไม่สิ่ โดนไล่ออกแล้ว ผมยอมรับนะ ว่าผมแอบมองเธออยู่ตลอด ตอนที่เธอทำงานในร้าน ก็เห็นความผิดพลาดหลายอย่างที่เธอทำ อย่างที่ผู้จัดการร้านพูด เธอดูไม่เหมาะกับงานบริการลักษณะนี้เลยสักนิด และผมก็ยอมรับเลยว่ามองเธอแบบที่ผู้ชายมองผู้หญิง มายจัดว่าเป็นผู้หญิงที่สวยสะดุดตาและน่ามองมากคนนึง หน้านิ่งๆเวลาไม่ยิ้มจะดูเหวี่ยง ดูหยิ่ง ซึ่งต่างจากนิสัยจริงๆเพราะเจ้าตัวยิ้มเก่งมาก เธอเป็นคนมีเสน่ห์ดึงดูดมาก ผู้หญิงลักษณะนี้ ถ้าคนไม่ชอบก็คือไม่ชอบ แต่ถ้าชอบก็คือชอบไปเลย ที่มีมาพร้อมเสน่ห์คือความสวย และที่มากกว่าความสวยก็คือความน่ารัก น่ารักแบบเด๋อด๋า ทำผิดพลาดโดนตำหนิก็ยังยิ้มได้ แต่ที่ปรี๊ดจนโดนไล่ออกก็เพราะผู้จัดการร้านไปดูถูกเธอเรื่องงานง่ายๆได้เงินเยอะ "อ้าว?" แต่ถึงจะโดนไล่ออกก็ยังน่ารักอยู่ดี ตอนที่หมุนตัวหันมาทำสีหน้าสงสัยเมื่อเห็นว่าผมก็ยืนหลบฝนอยู่ด้านหลังเธอ มายก็น่ารักขนาดที่ผู้ชายอย่างผมเจอครั้งเดียวจำได้เลย แต่ภาพจำของผมคือเธอเป็นเด็กไอ้กรณ์ เป็นผู้หญิงที่มากับไอ้กรณ์ในคืนนั้น เหอะ เซ็ง =_=* "อะตอม" เธอทักขึ้นเมื่อผมเดินไปอยู่ไกล้ ๆที่ริมระเบียงหน้าร้าน "อะไร?" "จะกลับคอนโดใช่มั้ย มายขอกลับด้วยดิ่?" "แล้วรถเธออ่ะ" ทันทีผมถามออกไป มายก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ "รถเสีย โดนไล่ออกจากงาน น้ำท่วมคอนโด ไม่มีอะไรแย่ไปกว่าวันนี้แล้ว" ผมมองเข้าไปในตากลมๆคู่นั้นของคนตัวเล็ก สีหน้าเธอดูไม่เหลือคราบสาวสวยแสนมั่นใจเลยสักนิด แววตากลมใสคู่นั้นดูเหนื่อยล้าและเต็มไปด้วยเรื่องราวต่างๆมากมายที่ถาโถมเข้ามาในวันเดียว เออ..คนเรามันก็ไม่ได้ดีไปทุกวัน มันก็ต้องมีวันที่แย่ๆกันบ้าง "ได้ไหม" ผมเลื่อนสายตามองไปทางอื่นเมื่อเห็นสายตาอ้อนวอนแบบนั้นของเธอ ก่อนจะก้มหน้าลงมองปลายเท้าของตัวเอง สองมือล้วงกระเป๋ากางเกง "แฟนไปไหน ทำไมไม่ให้แฟนมารับล่ะ" ผมลองพูดไปแบบนั้น เพราะถ้ามายเป็นแฟนผมผมคงไม่ปล่อยให้แฟนตัวเองเดินตากฝนกลับห้องคนเดียวแน่ๆ ตอนที่คิดและมองที่พื้นอยู่นั้นก็เห็นรองเท้าผ้าใบลายมิกกี้เม้าส์ gucci sneakers คอลเล็กชั่นที่x กับDisneys ขยับมาไกล้ ก่อนที่ผมจะไล่สายตาขึ้นมองจนสบเข้ากับดวงตากลมโตเจ้าของแววตาสุกใสคู่นั้น เสียงฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ผมหูดับเดดแอร์ไปชั่วขณะ สายตาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้านวลสวยราวกับต้องมนตร์สะกดตอนที่เธอขยับมาไกล้ให้ได้สบตา "ไม่ให้ไปด้วยก็ไม่เป็นไร เฮ้ออ วันนี้มันแย่สุดๆไปเลย คงไม่มีอะไรแย่มากไปกว่านี้อีกแล้ว ก็แค่เดินตากฝนกลับห้องคนเดียว" ริมฝีปากอิ่มเอ่ยออกมางึมงำแบบนั้นก่อนจะหันหน้าออกไปมองสายฝนเบื้องหน้า ยกมือขึ้นบังหัว แล้วทำท่าจะก้าวขาเดินออกไปในขณะที่ฝนยังกระหน่ำลงมาอย่างหนัก และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด "จะไปไหน?" พรึ่บ! แต่ผมก็มือไวคว้าแขนของเธอเอาไว้ก่อนมันเป็นจังหวะที่เธอเตรียมจะวิ่งแล้วผมก็รั้งไว้อย่างแรงทำให้เธอหมุนตัวกลับมาแล้วกระแทกเข้ากับผมเข้าอย่างจัง เธอเซมาหาผมแบบไม่ทันตั้งตัว ถ้าผมไม่ประครองไว้เราคงได้ล้มลง "ระวังหน่อยสิ่" ผมเอ่ยเบาๆระวังอย่างมากที่จะไม่ให้ลมหายใจไปลดข้างหูเธอ แต่กลิ่นหอมอ่อนๆจากเธอก็พาลจะทำให้ผมหายใจติดขัดไปหมด แค่กลืนน้ำลายลงคอผมยังรู้สึกว่ามันยากเลยว่ะ เป็นไรไปวะ! ปกติผมไกล้ชิดผู้หญิงมากกว่านี้ยังไม่เป็นขนาดนี้เลยนี่หว่า "อือ มายเหยียบเท้าเลย อยู่ๆมาดึงไว้ทำไม" คนตัวเล็กดึงเท้าออกจากผมขยับตัวออกห่างนิดหน่อยแล้วเอามือทัดผมให้เข้ากับใบหูแล้วเงยหน้าขึ้นมามองกัน "ก็แล้วจะไปได้ยังไง ฝนยังตกหนักอยู่เลย ไม่เห็นหรอ" อันที่จริงก็กลับด้วยกันได้ ผมไม่ได้เป็นคนใจร้ายขนาดนั้นหรอก ที่ผมยังลังเลเพราะกลัวมีปัญหา "มายต้องกลับห้องแล้ว ทำไงได้ล่ะ" ใช่ สถานการณ์นี้มันคงทำอะไรไม่ได้ แล้วมันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เหมือนกัน ตอนที่เธอหันมามอง ผมก็ชั่งใจอยู่ ก่อนจะชี้ไปที่รถ "คันนั้น?" เธอหันมองรถที่ผมชี้ไปและหันหน้ากลับมามองผม "ให้ไปด้วยจริงหรอ" "หรือจะเดินสองขากลับเอง" ผมกอดอกและพูดไปแบบนั้น คนตรงหน้าก็เผยรอยยิ้มเล็กๆให้ได้เห็น "มีสองขาก็ต้องเดินสองขาสิ่ จะให้เดินสี่ขาหรอ" "ไม่ใช่ว่าเธอมีสี่ขาหรอกหรอ" "ตอมว่ามายเป็นหมาหรอ!?" พอสาวเจ้าเตรียมเท้าเอววีน ผมก็ก้มโน้มตัวไปไกล้ๆแบบที่ยังกอดอกอยู่ "ควาย" หลังจากผมพูดไปสั้นๆใบหน้าสวยก็ขึ้นสีเลือดสูบฉีดขึ้นมาจนแทบกระอั่ก ได้แต่อ้าปากค้างเพราะไม่รู้จะด่าผมคืนยังไง 5555 ท่าทางแบบนั้นของเธอทำผมพอใจมาก ผมกึ่งเดินกึ่งวิ่งมายังรถและเปิดประตูเข้ามานั่ง พร้อมกับอีกคนที่วิ่งตามมาแล้วเปิดประตูย่อตัวเข้ามานั่งที่ข้างคนขับ ในสภาพที่เราสองคนเปียกฉ่ำไปทั้งตัว เสื้อนักศึกษาแนบลู่ไปกลับร่างกาย และภายในรถแคบๆของผมก็ไม่มีอะไรที่พอจะซับร่างกายให้แห้งได้เลย พยายามอย่างมากที่จะไม่หันไปมองแล้ว "ถามจริง?ปกติพูดกับผู้หญิงแบบนี้หรอ" เธอเอ่ยขึ้นมาแบบเคืองไม่หายกับคำว่าควายของผม เห็นสีหน้าโกรธเกรี้ยวของมายแล้วผมรู้สึกดีก็เลยแสยะยิ้มออกมาแบบอารมณ์ดี "ถาม!" "ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้หญิงจะทำให้อยากพูดแบบไหน" "แล้วมาย จัดว่าเป็นผู้หญิงที่ทำให้ตอมต้องพูดไม่ดีใส่หรอ" มายชี้นิ้วเข้าหาตัวเองแล้ววีนฉ่ำ เออ ผมอาจจะเล่นแรงไป แต่แล้วยังไงอ่ะ? ก็แค่หันไปมองหน้าเธอแล้วเงียบใส่แม่งเลย "....." พอออกรถมาสักพักก็เห็นว่าเธอเอาแต่มองผมอยู่ผมเลยหันไปมองเธอบ้าง ก็ได้เห็นสายตาที่จ้องมาไม่หยุดและกำลังกวาดเก็บรายละเอียดทุกอย่าง ราวกับกำลังทำการประเมินผมอยู่ "ตอม..เป็นคนยังไงกันแน่" "หึ" ผมยกมุมปากขึ้นยิ้มอีกครั้งกับสิ่งที่เธอสงสัย คงไม่ได้กำลังสนใจผมอยู่หรอกนะ? เพราะมันก็คงไม่ต่างจากผู้หญิงคนอื่นที่เข้าหาผมเพราะรู้สึกสนใจบางอย่างในตัวผม ผมปล่อยให้คนตัวเล็กนั่งมองหน้าผมอยู่อย่างนั้น ถามว่าผมเป็นคนยังไงน่ะหรอ ผมก็เป็นของผมอย่างนี้ ผมว่าให้คนอื่นบอกดีกว่าว่าผมเป็นคนยังไง คนเราต่อให้ตรงไปตรงมาแค่ไหนก็มักจะประเมินตัวเองในแง่บวกมากกว่าแง่ลบ หรือถ้าสนใจอยากรู้มากว่าผมเป็นคนยังไงก็...เข้ามาทำความรู้จักกันดู ผมหันไปมองเธออีกครั้ง และก็เป็นอีกครั้งที่ผมยิ้มมุมปากให้กับแววตาแป๋วแหววที่มองมาอยู่ตลอดในจังหวะที่ผมจอดติดไฟแดงตรงทางแยก ผมเสยผมไปด้านหลังและขยี้เบาๆจนน้ำที่ไรผมกระเซ็นไปโดนเธอ ก่อนจะยื่นมือไปเบาแอร์ "หนาวไหม" "ก็นิดหน่อย" เธอก็ตอบกลับมาแล้วเลื่อนสายตามองไปรอบๆบ้าง เธอก็มองไปทั่วรถอ่ะ ก็อยู่ในรถนี่ "มายชอบผู้ชายขับเฟอร์รารี่อ่ะ เท่ห์ดี" จนรู้สึกถึงพลังงานบางอย่าง ผมเลยหันไปมองนักศึกษาสาวที่นั่งอยู่เบาะข้าง ก็ว่าจะไม่มองแล้ว แต่เธอก็น่ามองมาก แล้วคนที่ถูกมองก็ดูจะไม่ได้ถือสาอะไรถ้าผมจะไล่สายตามองไปทั้งตัว "ตอมมีแฟนยังอ่ะ" สายตา ริมฝีปาก และเรือนร่างภายใต้ชุดนักศึกษาพอดีตัว กับกระโปรงทรงเอที่สั้นมาก เวลานั่งบนเบาะรถเตี้ยๆก็ล่นสั้นเผยเรียวขาสวยและขาวจั๊วะเหมือนกินหลอดไฟทังสแตนเป็นอาหารทุกเช้า รู้ตัวรึป่าวทุกอย่างของเธอมันล่อเสือล่อจระเข้สุดๆ "ยังไม่มี" ผมตอบไปสั้นๆ ดวงตากลมสวยคู่นั้นก็มองมาไม่หยุด "แต่มายมีแฟนแล้ว" พอได้ยินคำพูดแบบนั้น ผมก็เลื่อนสายตามองตรง มองสายฝนที่ตกใส่รถและที่ปัดน้ำฝนก็ปัดมันไปมา "แล้วรู้ไหมว่ากรณ์เขาเป็นแฟนแบบไหนของมาย" "......" "แฟนแบบที่ ปล่อยให้แฟนตัวเองตากฝนกลับห้องคนเดียวอ่ะ เขาเป็นแฟนแบบนั้น ลองเดาดูดิ่ ว่าตอนนี้เขาทำอะไรอยู่กับใครถึงไม่รับโทรศัพท์ และปล่อยคนที่เรียกว่าแฟนเผชิญหน้ากับเรื่องยุ่งๆในชีวิตอยู่คนเดียว" เออ ก็สมแล้วกับคำว่าควาย รู้แล้วยังไม่เลิกอีก "ถ้าตอมมีแฟน ตอมอย่าไปทำแบบนี้กับแฟนนะรู้ไหม" และคำพูดต่อมาของเธอก็ทำผมหันกลับไปมองอีกครั้งหลังจากขับเลี้ยวเข้ามาจอดนิ่งสนิทที่ลานจอดรถใต้คอนโด ซึ่งคนตรงหน้าก็ใช้สายตามองหน้าผมนิ่งๆภายในรถแคบๆเงียบๆอากาศเย็นๆร่างกายเปียกชื้น ทุกอย่างมันสะกดสายตาผมเอาไว้มากๆ เอาจริงๆผมไม่เคยเจอผู้หญิงคนใหนที่ดึงดูดผมได้มากขนาดนี้มาก่อนเลย "มองอะไร?" "....." ถึงเธอจะถามมาแบบนั้นแต่ผมก็ไม่มีคำตอบให้....นอกจากสายตาที่ผมกวาดมองไปทั่วทั้งตัว นั่นแหละคำตอบ มองอะไรหรอ? ก็มองเธอไง และคิดว่าเธอจะอายหรือหาอะไรมาปิดให้พ้นสายตาผม...แต่มายกับทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามนั่นคือหันมาหา ตะแครงตัวเองหันมาอยู่ตรงหน้าให้ผมกวาดสายตามองไปทั้งตัว ไม่ว่าจะหน้าขา หน้าอก ก่อนจะลากสายตามองขึ้นมาเรื่อยๆจนสบเข้ากับดวงตากลมโตคู่นั้น ซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดบางอย่าง แล้วเธอก็สู้สายตาผมมาก ไม่หลบตาแถมยังมองกลับมาด้วยแววตาแบบผู้หญิงเจ้าเสน่ห์ ใช่ เธอเป็นคนมีเสน่ห์ที่รู้ว่าต้องบริหารเสน่ห์ตัวเองยังไง เธอมองผมด้วยสายตาเต็มไปด้วยเสน่ห์ซุกซนแบบนั้น และมันก็ดีจนผมไม่อยากละสายตา "ถ้าจะมองขนาดนี้? ตอมก็เอาเบอร์มาฟาดหน้ามายเลย" ผู้หญิงคนนี้..ไม่ธรรมดาจริงๆด้วย "สี่สอง" "อันนี้เบอร์ไร?" "ตีน" "โอ้โหวว ใหญ่ม้ากกก" ผมทำหน้านิ่งๆในขณะที่คนตัวเล็กพูดและทำน้ำเสียงตกใจ สีหน้าท่าทางนี่คิดดีไม่ได้เลย ดูสองแง่สองง่ามสุดๆ ตอนที่เลื่อนสายตามองต่ำมาที่ผมและเลื่อนขึ้นมาเรื่อยๆ จนสายตาเราสองคนผสานกันอีกครั้ง มันทำให้เธอดูเป็นผู้หญิงร้ายกาจมาก เล่นกับใจผู้ชายเก่งสุดๆ "อือ ก็ระวังตัวไว้ เดี๋ยวได้โดนตีนเข้าสักวัน" แม้ว่าผมจะเอ่ยถ้อยคำแบบนั้นแต่คนตรงหน้ากลับคลี่ยิ้มออกมาอย่างน่ารัก รอยยิ้ม สายตา ทุกอย่างของเธอทำผมจินตนาการไปไกลมาก ผมมองหน้าเธอแล้วเอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้มเล่น อันที่จริงก็ไม่เคยเจอผู้หญิงที่น่าสนใจแบบนี้มานานแล้ว ผู้หญิงตรงหน้าคนนี้มีอะไรบางอย่างที่ถูกใจผมมากเหลือเกิน ยิ่งมอง ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกกระชากเข้าไป ในจังหวะที่เธอขยับโน้มตัวมาไกล้ผมอีกนิดแล้วช้อนสายตาแพรวระยับคู่นั้นขึ้นมองมาในระยะเราที่ห่างกันเพียงฝ่ามือ แววตาซุกซนของเธอทำผมรู้สึกใจสั่นๆ ทั้งสวย ทั้งน่ารัก และน่าขยี้ในเวลาเดียวกัน และผมน่ะ แม่งโคตรชอบ..ผู้หญิงไทป์แมวๆแบบนี้ "ขอบคุณที่มาส่งนะ ถ้าไม่ติดว่าตอมจะด่ามายว่าควาย วันนี้ตอมเป็นเรื่องดีๆเรื่องเดียวในชีวิตมายเลย ขอบคุณนะคะ" ริมฝีปากอิ่มขยับเอ่ยออกมาเบาๆ พร้อมดวงตากลมโตที่มองผมแบบทอประกายบางอย่างที่เห็นแล้วรู้สึกใจสั่น ก่อนที่เธอจะค่อยๆขยับตัวช้าๆและค่อยๆเปิดประตูรถออกไป ค่อยๆก้าวขาลงจากรถ และออกไปยืนนอกรถ และโน้มตัวมองกลับมาด้วยสายตาที่คล้ายกับว่ากำลังร่ายมนตร์สะกดผมไว้ และเธอก็ทำสำเร็จ ผมละสายตาไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นอิริยาบทใหน ผมมองตามเธอไปจนสุดสายตา จนเธอเดินหายเข้าไปในคอนโด ผมถึงถอนหายใจออกมาเบาๆ... จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งชีวิต ผมไม่เคยโดนผู้หญิงดึงดูดได้อยู่หมัดขนาดนี้ ไม่เคยมองใครจนเหลียวหลังจนหายไปจากสายตาแบบนี้เลย มายคนแรกเลย .
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม