EP.6

4428 คำ
6. - MINE - MINE- มายกลับมาแล้ว GORN- กรณ์ขอโทษนะ GORN- กรณ์ติดงานอ่ะมาย GORN- ขอโทษจริงๆครับมาย MINE- อืม ไม่เป็นไร GORN- มายโกรธรึป่าว กรณ์ขอโทษนะครับ MINE- มายง่วงแล้ว อยากพัก พรุ่งนี้ค่อยคุยนะ ฉันพิมพ์ตอบเป็นข้อความสุดท้ายก่อนจะโยนโทรศัพท์ลงเตียงและเดินเช็ดหัวไปเปิดตู้เย็น และหยิบเบียร์ที่แช่ไว้ เปิดกระป๋องและกระดกดื่ม กรณ์ก็โทรเข้ามาเมื่อฉันไม่ตอบอะไรเขาอีก GORN Calling You... ฉันก็แค่สูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะสไลด์ปลายนิ้วเลื่อนรับสาย "ฮัลโหล" (มายครับ อย่าเป็นแบบนี้ได้มั้ย?) "มายไม่ได้เป็นอะไร" ก็แค่แฟนทิ้งปล่อยให้กลับห้องเอง ทั้งที่สัญญาว่าจะมารับ ทั้งๆที่เขาก็รู้ว่าฉันไม่มีรถกลับ พอถึงเวลาก็ไม่มา โทรหาก็ไม่รับ ติดต่อไม่ได้ ทั้งๆที่นัดกันไว้แล้วสัญญาสะดิบดี ไม่รู้ว่าทำอะไรอยู่ถึงไม่รับสายฉัน ก็ไม่อยากเดาหรอกนะ ไม่อยากงี่เง่าอ่ะ เบื่อแล้ว แล้วฉันก็ไม่ได้โกรธไม่ได้เป็นอะไรจริงๆกับปัญหาห่าเหวที่โถมเข้าใส่ในวันแย่ๆ ฉันก็ยังชิลล์ (มาย... เอางี้ไหม พรุ่งนี้หลังเลิกงานกรณ์จะไปรับแล้วเราไปดูหนังกันนะครับ กรณ์สัญญาเลยจะไม่ผิดนัดอีกแล้ว) "ไม่ต้องสัญญาหรอก มันไม่จำเป็น เพราะไม่ว่ากรณ์จะพูดอะไรมายก็เชื่อ ดูอย่างวันนี้ดิ่ มายนั่งรอตั้งนานโทรหาไม่รับ มายก็ยังรอ คิดว่ากรณ์จะมา" แต่ก็... ไม่มา (ที่รัก...กรณ์ขอโทษ) "กรณ์หายไปไหนมาหรอ" (กรณ์ถ่ายงานอยู่น่ะ มายก็รู้ว่าอยู่ในสตูเสียงมันดังมาก กรณ์อยากมีสมาธิเลยลืมโทรศัพท์ไว้ในรถ มาย..กรณ์ขอโทษว่ะ ขอโทษจริงๆ กรณ์อยู่แบบนี้ไม่ไหวแน่ๆถ้าไม่ได้เห็นหน้ามาย ลงมาหากรณ์ได้ไหม กรณ์ขับรถมาหาแล้ว รออยู่ที่ล้อบบี้) "กรณ์จะมาทำไมอ่ะ มันดึกมากแล้วนะ" (ก็มายเป็นแบบนี้ กรณ์ไม่สบายใจเลย ลงมาหากรณ์หน่อยนะมาย มาให้กรณ์เห็นหน้าหน่อยเถอะ อยู่แบบนี้ไม่ได้จริงๆว่ะ) ฟังจากน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะอยู่ไม่ได้แบบนั้นของเขา ฉันก็ใจอ่อน ยอมลงไปหาเขา แบบที่กร่นด่าตัวเองไปด้วย อีมาย อีหง่าว เขาพูดนิดอ้อนหน่อยก็ใจอ่อนยวบ ความรักมักทำให้คนเราทำเรื่องที่โง่เง่า และฉันแมร่งก็ตกเป็นทาสรักของความรัก อีกใจนึงฉันก็อยากเจ็บสุดๆนะเอาให้มันจบๆไปเลย ถ้าฉันจับได้หรือเห็นกับตา ฉันคงจะจากไปทันที ฉันว่าฉันใจเด็ดพอ แต่ที่ยังใจอ่อนกับกรณ์อยู่ตอนนี้คือ ต่อหน้าเขายังดีกับฉันมาก และฉันรู้ว่าเขาเองก็รักฉันมาก "มาย" ทันทีเห็นหน้าฉันกรณ์ก็ตรงมาสวมกอดฉันไว้หลวมๆ "กรณ์ปล่อย เดี๋ยวคนอื่นจะมองไม่ดี" "ช่างมันดิ่ กรณ์คิดถึงมายมากเลยรู้ไหม" นอกจากไม่ปล่อยเขายังกระชับกอดฉันแน่นขึ้นอีกราวกับกลัวว่าฉันจะหายไป และฉันก็ยืนนิ่งๆให้กรณ์กอดไว้ในอ้อมแขนอย่างนั้น ยืนนิ่งๆให้เขาลูบหัว มันน่าแปลกที่ตอนนี้ใจฉันไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเหมือนที่ผ่านมา ฉันนิ่งเฉยมาก "สองสามวันมานี้ มายไม่ยอมให้กรณ์เข้าไกล้เลย" ใช่ สองสามวันให้หลังมานี้ฉันก็ตึงๆกับเขาแบบนั้น มันรู้และไม่อยากพูดอ่ะ ฉันกำลังเก็บข้อมูลอยู่ มันก็เป็นความรู้สึกที่ชินชาไปเองนั่นแหละเวลาที่โดนทำมากๆ ที่ยอมให้มาหา เพราะมันยังคงมีเรื่องที่ต้องคุยกัน เรื่องรถที่ส่งซ่อมและฉันก็จะเปลี่ยนรถด้วยฉันเลยให้เขาช่วยดูให้ ตั้งแต่รู้จักกันมา กรณ์ก็ดูแลฉันแบบนี้มาตลอด เขาเป็นรุ่นพี่ฉันหนึ่งปี เขาคอยช่วยเหลือ และดูแลฉันดีมากๆ ตั้งแต่รู้จักจนได้ขยับเลื่อนขั้นมาเป็นแฟนเมื่อหกเดือนที่แล้ว "......" ฉันดันเขาออกจากตัวและขยับออกห่างเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา กรณ์...ผู้ชายหน้าตาหล่อเหลา คมเข้ม ดีกรี นายแบบ นักร้อง แรปเปอร์ เรียนวิศวะ เป็นคนดังของมหาลัย เขาเป็นผู้ชายที่มีความแบดบอยนิดๆ เป็นผู้ชายเนี๊ยบๆด้วย ลุคและภาพลักษณ์ของเขา ทำให้เขาเป็นที่สนใจและมีผู้ติดตามมาก ภายนอกในสายตาคนอื่น คุณสมบัติเขาก็ไม่มีอะไรด้อยไปกว่าใครเลย แถมยังรักและให้เกียรติฉันมาตลอด เขาทั้งใจดี เอาใจเก่งมาก คอยเทคแคร์ ตามใจ ฉันที่ถูกตามใจมาตั้งแต่เกิด พอโดนคนที่เข้ามาจีบตามใจมากๆก็เลยแพ้ เรารู้จักกันมานานแล้ว แต่เพิ่งมาตกลงคบกันจริงๆจังๆได้ไม่นาน ฉันตกลงคบแบบไม่ทันได้คิดหน้าคิดหลัง พอคบไปเรื่อยๆ เขาทำดีใส่เรื่อยๆ ความรู้สึกมันก็มากมายจนกลายเป็นความรัก ก็ไม่รู้หรอกว่ารักคืออะไร แต่ที่ฉันรู้สึกกับกรณ์อยู่ก็คงเรียกว่ารักมั้ง "โคตรคิดถึงมายเลย" "พอเถอะไม่ต้องพูดแล้ว" ฉันพูดและเดินไปทิ้งตัวนั่งที่โซฟาของล้อปบี้คอนโด เขาไม่เคยขึ้นห้อง ไม่เคยทำอะไรกับฉันมากไปกว่านี้ แม้ว่าเขาจะพยายามหาโอกาสหลายครั้งก็เถอะ แต่ฉันก็ไม่ยอม และฉันก็ไม่เคยเปิดโอกาสให้เขาล่วงเกินไปมากกว่านั้น ไม่รู้ดิ่ ฉันยังไม่มั่นใจกับเขาอีกหลายเรื่อง "กรณ์ขอโทษ ขอโทษจริงๆเลย มายอย่าคิดมากได้มั้ยคะ" "อือ" "เรื่องผู้หญิงที่ชื่อหวานน่ะ? กรณ์สาบานเลยว่าไม่ได้อะไรด้วย เคยเจอครั้งเดียวที่คอนเสิร์ต แต่ไม่เคยคุยด้วยสักคำ เชื่อกรณ์ดิมาย มันไม่มีอะไรจริงๆ" "แล้ววันนี้กรณ์หายไปไหนมา" "กรณ์ทำงาน" งานแบบไหนกันนะ ถึงหายไป ไม่ตอบแชท ไม่รับสาย ไม่อยากเดาเลยค่ะ ฉันกลัวเดาถูก "กรณ์ขอโทษ" ขอโทษทำไมอีก หรือทำอะไรผิดต่อฉัน จนต้องพูดคำขอโทษออกมาซ้ำๆเพื่อชดเชยความรู้สึกผิดในใจ แววตาแดงกล่ำฉ่ำน้ำใสๆคู่นั้นก็กำลังอ้อนวอนขอให้ฉันใจอ่อน "มาย กรณ์รักมายคนเดียวนะ เชื่อใจกรณ์ได้มั้ยคะ?" เขาจับสองมือฉันไว้และคอยสบตา ฉันเห็นความจริงแบบไม่เข้าข้างตัวเองเลย เห็นว่าที่เขาพูดว่ารักฉัน มันจริง เขารักฉันจริงๆ ไม่งั้นคงไม่มาอ้อนวอนขออภัยกันแบบนี้ ฉันลองเอาความดีต่างๆที่ผ่านมา กับสิ่งที่เขาทำเพื่อฉันมาตลอด มาชั่งน้ำหนักดู สุดท้ายแล้วฉันก็ใจอ่อนเพราะเห็นแก่ความดีที่ผ่านมา เห็นแก่ความรักที่เขามีให้ ตอนนี้ฉันอภัยให้เขาได้นะ "อือ" แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้ไปถึงเมื่อไหร่ "กรณ์รักมายที่สุดในโลก กรณ์สัญญาต่อไปนี้กรณ์จะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น จะไม่ทำให้มายคิดมากอีก กรณ์สัญญาครับ" ฉันก็มองหน้าเขา มองแววตาของเขา ก่อนจะคลี่ยิ้มและพยักหน้ายอมรับ ยอมรับว่าตัวเองโง่เง่ามากที่ยอมทุกอย่างได้เพราะคำว่ารัก... และเพราะว่ารัก มันเป็นเหตุผลเดียวที่ฉันยังอยู่ตรงนี้ แม้ความเชื่อใจของฉันจะโดนเขาทำลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะว่าไป...ความรักมันก็เหี้ยดีนะ . ...ฉันติดกระดุมเสื้อนักศึกษาพอดีตัวเสร็จแล้วก็หยิบกระโปรงนักศึกษาทรงเอผ่าหน้ายาว18มาสวมทับ คาดเข็มขัด ติดเข็มกลัด ที่ปกเสื้อ กับกระเป๋าชาแนลมินิแฟลบแบคสีดำหนังแลมป์อะไหล่ทองมีลูกตุ้มปรับสายได้ ที่ฉันเพิ่งซื้อมาเมื่อวันก่อน เอสเอบอกว่ารุ่นนี้หายากและราคาขึ้นทุกปีเพราะเจนนี่สะพาย ส่วนฉันใช้งานแค่ไว้ใส่เครื่องสำอางค์โทรศัพท์ พวกอุปกรณ์การเรียนใส่ประเป๋าผ้าGentlewomen เสร็จแล้ว ก็ปิดไฟ เช็คความเรียบร้อยของห้องและเปิดประตูออกไป เดินไปกดลิฟต์ ยืนรอสักพัก ลิฟต์ก็เปิดออกพร้อมกับร่างสูงสุดหล่อคนเดิมกับที่มาส่งฉันเมื่อวาน ฉันยิ้มให้และเดินเข้าลิฟต์ไปยืนข้างเขา กลิ่นน้ำหอมแบบโปโลสปอร์ตจากตัวเขาลอยแตะจมูกฉันเลย หอมมาก "ตอม" "อะไร?" "มีเรียนหรอคะ" "เออ" เค... 555 อันที่จริงฉันก็ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะตอบรับว่า 'ใช่ครับ ผมมีเรียน' แต่พอตอบมาสั้นๆว่า เออ มันก็ดูเป็นเขาดี เป็นผู้ชายห่ามๆ "ตอมอยู่คณะอะไรอะ?" "BBA" เมื่อเขาตอบมาแบบนั้นฉันก็หันไปมองหน้านิดหน่อย อันนี้ก็ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะตอบกลับมานะ "เอาดีๆ ดูๆแล้วตอมก็น่ารักเหมือนกันนะ ทำไมตอนเจอครั้งแรกต้องดุมายด้วยอ่ะ" "ดุตอนไหนวะ" โหว ทำเป็นจำไม่ได้ "ตอมเรียกมายอีด้วย" "ก็อยากมากวนตีนก่อนทำไม" "ช่างเถอะ คราวหลังช่วยพูดกับมายดีๆแบบนี้ด้วยนะคะ เพราะมายเป็นผู้หญิงตัวเล็กตัวน้อยจิตใจบอบบาง เวลาตอมดุมายทีไร มายตกใจทุกทีเลยอะ" ที่ฉันพูดไป ใครจะอินก็อินเถอะ 5555 แล้วผู้หญิงตัวเล็กตัวน้อยจิตใจบอบบางแบบนั้นก็ไม่ใช่ฉันเลย ฉันหรี่ตานิดหน่อยเมื่อเขามองกลับมาด้วยสายตาแบบนั้น ก่อนที่ฉันจะยิ้มหวานแล้วแอบยกมือปิดปากเพราะรู้สึกขำหน้านิ่งๆของเขา "ยิ้มอะไร" "คิก ^^ เปล่าาา" "รู้ว่าด่าในใจ" "รู้ดี~ ใครจะไปกล้าด่าอะตอม มายยังไม่อยากโดนตีนไซส์สี่สิบสองนะ" พอฉันพูดแบบนั้นอะตอมก็แอบถอนหายใจและทำสีหน้าเหมือนไม่เคยพบเคยเจอผู้หญิงแบบฉันมาก่อนเลยในชีวิต ซึ่งฉันคิดว่าคงใช่ ดุแบบนั้นผู้หญิงที่ไหนจะกล้าต่อปากต่อคำด้วยถ้าไม่ใช่คนที่เฟรนด์ลี่ขี้เล่นที่สุดในโลกอย่าง... มายมายมายด์ คนนี้ "ห้องอะตอมอยู่ข้างบนหรอ? ห้องไหนอ่ะ ขอเบอร์หน่อย ว่างๆจะไปเคาะห้องขอดูเน๊ตฟลิ้กด้วย" เขาหันมามองหน้าฉันด้วยสายตาที่เหมือนเบื่อหน่ายฉันมาก ก่อนจะขยับมาไกล้ฉันอีกนิด "ถามจริงนะมาย ...ทำนิสัยอย่างนี้ แฟนไม่ว่าบ้างหรอ" คำพูดของเขาทำใบหน้ายิ้มแย้มของฉันหุบลงอารมณ์สุนทรีในยามเช้าของฉันห่อเหี่ยวเลยที่เดียวเชียว ฉันยืนมองแววตาของคนตัวสูงอยู่เงียบๆด้วยความรู้สึกบางอย่างที่แล่นตรงเข้าสู่หัวใจฉันอย่างจัง ไม่รู้ว่าเขาหมายถึงเรื่องอะไร แต่มันก็ทำฉันรู้สึกชาๆอยู่ไม่น้อย "ตอม...ก็รู้นิ่ว่าเขาเป็นแฟนแบบไหนของมาย" ฉันลองพูดไปแบบนั้นและคอยมองแววตาคู่นั้นอยู่ตลอด ฉันแค่รู้สึกว่าอะตอมเขารู้ เขาเห็น และคนฉลาดๆอย่างเขาคงเดาได้ว่าความสัมพันธ์ของฉันกับกรณ์เป็นแบบไหน "รู้แล้วทำไมไม่เลิกอ่ะ" เขาเอ่ยออกมาแบบนั้น ซึ่งมันก็เฉลยแล้วไหมว่าเขารู้ แล้วรู้ด้วยว่ากรณ์นอกกายนอกใจฉันยังไง หัวใจไหววูบไปเลย เมื่อได้ยินคำนั้นจากปากของผู้ชายแปลกหน้าที่เพิ่งจะเจอกันไม่กี่ครั้ง พร้อมสายตาดุดันแน่นิ่งของเขามองมาที่ฉันก่อนจะค่อยๆสาวเท้าเข้ามายืนตรงหน้าแบบไกล้ชิดมากขึ้นอีกนิด ให้กลิ่นน้ำหอมของเขามันได้กลิ่นชัดขึ้น จังหวะฉันช้อนสายตาขึ้นสบตาคนตัวสูงก็ทำเอาหัวใจดวงน้อยของฉันเต้นตุ้มๆต่อมๆ ก่อนที่เขาจะขยับริมฝีปากเอ่ยคำนั้นออกมา "ไปเลิกกับมันสะดิ่" เขาพูดด้วยท่าทางที่นิ่งแบบนั้น ช่วงนี้มีแต่คนบอกให้ฉันเลิกกับกรณ์ ยัยนิว ยัยแก้ว พูดกรอกหูฉันทุกวัน ฉันได้แต่ฟังไปแบบผ่านๆหูเท่านั้น และยัยแก้วยัยนิวมันเพื่อนสนิทฉัน ก็ไม่แปลกที่เพื่อนจะอยากให้ฉันเลิกกับแฟนที่นอกใจแต่อะตอม เขาเป็นใครอ่ะ? ฉันทั้งตกใจในคำพูดเขา ทั้งรู้สึกแปลกๆเวลาที่เขามองมา ฉันจึงเอียงคอนิดหน่อยแล้วมองแววตาคู่นั้นกลับไปอย่างไม่ค่อยเข้าใจ เขาเป็นใคร ถึงมาบอกให้ฉันเลิกกับแฟน เราไม่ได้สนิทกัน ไม่ได้รู้จักกันดีมากขนาดนั้นสะหน่อย มันเป็นเรื่องที่ไม่สมควรรึป่าว เราสบตากันนานมาก แววตานิ่งๆดุๆคู่นั้นของเขาวางมาที่ดวงหน้าฉันไม่ละสายตาไปไหน ก่อนที่ลิฟต์จะเปิดออกพอดี พร้อมกับกรณ์ที่ยืนรอรับฉันอยู่ อะตอมมองไปที่กรณ์และลากสายตามองกลับมาสบตาฉันอีกครั้ง แววตาดุดันคู่นั้นจากเขาคาดเดาไม่ได้เลยว่าเขานั้นกำลังคิดอะไรอยู่ ยิ่งมองแบบนั้น รู้ไหมมันยิ่งทำให้เขาดูเป็นผู้ชายร้ายกาจมากยิ่งขึ้น "เอ้า ไอ้ตอม" กรณ์ยกมือขึ้นทักทายอะตอมแต่เขาไม่แม้แต่จะมองหน้าใคร เขาค่อยๆสาวเท้าเดินผ่านหน้าฉันกับกรณ์ไป ด้วยท่าทีที่นิ่งจนสำผัสได้ถึงพลังงานบางอย่าง . "มายรู้จักกับไอ้ตอมด้วยหรอ" "อือ" "แล้วมันได้คุยอะไรกับมายป่ะ" พอกรณ์ถามแบบนั้นฉันก็หันไปมองหน้าเขา มองเข้าไปในแววตาของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนของฉัน "กรณ์คิดว่าอะตอมจะมาคุยอะไรกับมายอ่ะ" "เปล่า กรณ์แค่ถาม มายอย่าไปยุ่งกับมันมากนะ ไอ้นี่มันนิสัยไม่ดีอ่ะ ขี้เก็กชิบหาย ดูดิ่ ขนาดกรณ์ทักมัน มันยังเชิ่ดใส่เลย คิดว่าตัวเองเก่งนักหรอวะ โธ่ว" ฉันมองกรณ์พูดแล้วทำหน้าเฉยๆ เพิ่งรู้ว่าพวกผู้ชายก็มีนิสัยขี้อิจฉาหยุมหยิมไม่ต่างจากผู้หญิง แล้วสิ่งที่ต่างกันคือ ฉันรู้จักอะตอมวันแรกอะตอมก็บอกให้ฉันรู้ว่าเขารู้จักกรณ์ด้วย แต่อะตอมไม่เคยพูดถึงกรณ์สักคำ ไม่เคยแม้แต่จะบอกหรือตัดสินอะไรใคร ต่างจากกรณ์ที่พร่ำพรรณาว่าอะตอมไม่ดียังงั้นยังงี้ ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าใคร "มันโคตรไม่เห็นหัวใคร ทำตัวสูงส่ง เหมือนพวกไฮโซนิสัยเสีย ที่มันยังไม่เอาใคร รู้ไหมเพราะมันกะจะหลอกฟันผู้หญิงไปเรื่อยๆ มายอย่าไปยุ่งกับมันนะ อยู่ให้ห่างๆไว้จะดีมาก" "อือ มายไปเรียนก่อนนะ" กระทั่งถึงมหาลัย กรณ์ก็ยังพูดเรื่องอะตอมไม่หยุด ซึ่งพูดไปก็ไม่ได้เข้าหูฉันเลยสักนิด ฉันเอาแต่เงียบกับความคิดมากมายในหัวจนทำให้ฉันดูเหมือนเป็นคนไม่มีสติ และฉันยอมรับ ตั้งแต่ได้ยินอะตอมพูดว่า 'ไปเลิกกับมันสะดิ่' ฉันก็ไม่มีสติเลย . "จะกลับแล้วโทรมานะ กรณ์มารับ" "โอเค" "กรณ์หวงนะมาย ห้ามแจกเบอร์ แจกไลน์ ห้ามอ่อยใคร รู้ป่าว" "หวงทำไม คนอย่างมายไม่มีทางทำเรื่องที่ชั่วแบบนั้นกับแฟนตัวเองหรอก" "ทำไมมายแม่งชอบประชดวะ กรณ์ไม่ได้ทำก็จะหาเรื่องให้กรณ์ทำอยู่นั่น ทำไมวะ! ในสายตามายกรณ์แม่งเลวมากเลยหรอ กรณ์เป็นแฟนที่แย่ขนาดนั้นเลยหรอมาย" "ถ้ามายจะกลับตอนไหน มายจะโทรบอกนะ กรณ์จะมารับมายใช่ไหม" พอเห็นว่าเขาไม่ตอบฉันก็ไม่อยากทะเลาะด้วยจึงเปิดประตูรถลงมาเลย ที่ฉันเลือกที่จะเงียบและตัดบทไปแบบนั้นเพราะฉันรู้สึกว่าพูดอะไรออกไปมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา ทะเลาะไปก็เท่านั้น เราจัดการปัญหาตรงนี้ไม่ได้สักที ไม่เคลียร์ ไม่จบ ฉันเองก็เริ่มเข้าสู่โหมดที่ไม่อยากจะสื่อสารแล้ว ก็ปล่อยให้มันสะสมต่อไป แล้วก็ใช้ชีวิตในแบบของฉัน คืนนี้ฉันมีนัดแฮงค์เอาท์กับเพื่อน 📍Chupa BKK Club นาทีนี้ก็ต้องผับนี้ป่ะ 5555 เป็นไนท์คลับที่ตั้งอยู่ในตึกชั้น45 เห็นว่ามีนักร้องเกาหลีวงNCTก็มาเที่ยวที่นี่ด้วย เอาจริงๆนะ เรื่องเพื่อน เรื่องเที่ยว ใครหน้าใหนก็ห้ามฉันไม่ได้ ฉันเป็นคนที่รักสนุกมาก ชอบดื่ม ชอบแด๊นซ์ เวลาสังสรรค์กับเพื่อนฝูงมันได้ปลดปล่อยได้คลายเครียด มันสนุกสนานเฮฮา ถ้าว่างหรือมีโอกาสก็ออกตลอด ฉันเป็นสาวที่รักการดื่มเป็นชีวิตจิตใจ ยิ่งมีเรื่องให้ต้องคิดมากด้วยแล้วฉันว่าแอลกอฮอล์มันช่วยได้ และบอกตามตรงฉันไม่ได้คิดมากเรื่องกรณ์หรอกนะ ฉันคิดมากเรื่องคำพูดเมื่อเช้าของอะตอมที่บอกให้ฉันไปเลิกกับกรณ์ ฉันไม่เข้าใจว่าเขาพูดแบบนั้นทำไม โอเค...เขาอาจจะรู้อะไรมา แต่มาพูดตรงๆแบบนั้น มันก็แปลกๆไหมล่ะ เอาล่ะ ฉันหลับตาปี๋และสบัดหัวเบาๆขับไล่ความคิดต่างๆนาๆ และยืนให้การ์ดตรวจบัตร แลกริชแบนด์แล้ว ฉันดันประตูเปิดเข้ามาในผับด้านในแล้วเสียงดนตรีแนว HIPHOP R&B ก็ดังก้องหูซึ่งเป็นบรรยากาศที่ฉันชอบมาก แสงสีเสียง ผู้คนมากหน้าหลายตาที่แต่งตังสวยหล่อ ออกมาพบปะสังสรรค์กัน "มึงอยู่โต๊ะใหนอ่ะ กูอยู่หน้าบาร์แล้วเนี่ย" เข้ามาก็เจอบาร์ค้อกเทลก่อนเลย บอกเลยมันสวยและบรรยากาศดีสุดๆอ่ะ เพลงก็เพราะมากด้วย (โซนวีไอพีอ่ะมึง แปป เดี๋ยวกูออกไปรับ) "เออ กูนั่งรอหน้าบาร์" ฉันกรอกเสียงเข้าไปในสายก่อนจะทิ้งตัวนั่งที่หน้าบาร์ขอเมนูพนักงานมาดู อืม.. ราคาก็เอาเรื่องอยู่ "ขออะไรก็ได้ แรงๆ" ฉันบอกกับบาร์เทนเดอร์ ก่อนจะโยกหัวเบาๆไปตามบทเพลง พร้อมเพื่อนสนิทที่เดินออกมา แค่เห็นเพื่อนก็อยากเต้นแล้วอ่ะ เพลงมันสนุกมาก จริงๆวันนี้นังแก้วเพื่อนสนิทอีกคน มันชวนมาเพื่อจะเปิดตัวแฟนซึ่งวันนี้ก็เป็นเหมือนเลี้ยงฉลองวันเกิดย้อนหลังของแฟนมัน เออนั่นแหละ ขี้เหล้ามันก็มีวันเกิดทุกวันแหละ เกิดอยากจะกินน่ะ 5555 ซึ่งนังแก้วกับแฟนก็เพิ่งคบกันได้ไม่นาน ฉันเองก็ไม่รู้ว่าไปแอบคุยกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ยัยแก้วมันซุ่มผู้ชายตลอด เพื่อนจะรู้อีกทีก็คือประกาศคบกันแล้ว แก้วมันพามาให้ฉันกับนินิวรู้จักเมื่อสัปดาห์ก่อนที่ร้านชาบู แล้วพี่เขาก็ชวนมาแฮงค์เอาท์ย้อนหลังวันเกิดด้วยกันในคืนนี้ แล้วเปิดวีไอพีให้เลยนะ โคตรสปอร์ต ซึ่งดูแล้วโซนวีไอพีน่าจะอยู่ด้านในสุด ที่น่าจะเป็นจุดซิกเนอร์เจอร์ของทางร้านตรงกลางเป็นคลับแต่ก็เชื่อมกันกับหน้าบาร์ ด้านข้างอีกฝั่งก็เป็นมุมกระจกที่เห็นวิวตึกสูงอ่ะ มันบรรยากาศมันดีมากเลยนะ ค๊อกเทลที่ฉันดื่มอยู่ก็ใช้ได้ "ไอ้พี่กรณ์มาส่งหรอ?" "เออ" นินิวคว่ำปากทันทีที่ได้คำตอบจากฉัน นิวมันไม่ค่อยชอบกรณ์น่ะ เพราะอะไรเพื่อนถึงไม่ชอบแฟนของฉันคงไม่ต้องอธิบาย เพราะพวกมันหมาบ่อยมาก กินเพ็ดดีกรีจากฉันเป็นอาหาร ก็นั่นแหละ เหอะ =_= "พี่ไนท์พาเพื่อนผู้งานดีๆมาด้วย มึงจิ้มเอาเลยอีสวย" ฉันน่ะถึงจะชอบพาตัวเองมาอยู่ในสถานที่ที่ผู้คนส่วนมากมาเพื่อหาคู่ ทำความรู้จักกัน ซึ่งก็มีคนเข้าหาฉันเยอะมาก มันง่ายมากถ้าฉันจะมีคนอื่น คบซ้อน นอกใจ ฉันทำเรื่องแบบนั้นได้ง่ายมาก แต่ฉัน...ไม่ใช่คนแบบนั้น ฉันมาที่นี่เพื่อมาดื่ม มาเต้น มาสนุกสนาน การได้เจอผู้ชายหล่อๆ ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกเกิดความไคร่ กิเลสอะไรเลย แล้วคนอย่างฉันก็ยึดมั่นถือมั่นเรื่องรักเดียวใจเดียวสุดๆ เพราะฉนั้นมันจึงไม่มีเรื่องแบบนั้นอยู่ในหัว บางทีฉันเองก็ไม่อยากจะซื่อสัตย์หรอก แต่เรื่องของจิตใต้สำนึกมันบังคับกันไม่ได้ คนไม่เลว ยังไงก็ไม่เลว ก็เหมือนกับคนเลว..ยังไงมันก็เลว เป็นสันดาน และสันดานฉัน ไม่ใช่แบบนั้น "มึงจะบอกให้กูนอกใจกรณ์หรอนิว" ไอ้นิวเกาะไหล่ฉันและพาเดินไปผ่านผู้คนมากมายเข้ามาด้านใน "ทีมันยังนอกใจมึงเลย เลวมาก็เลวกลับดิ่ จะได้สมน้ำสมเนื้อ" ฉันเบี่ยงตัวหลบกลุ่มผู้ชายที่เดินสวนไปแบบที่มือฉันก็ถือแก้วคอลเทลไว้ด้วย "ไม่เอาหรอก กูคนดี ไม่เลวแบบนั้น" แค่ฉันเดินผ่านใคร ก็เป็นต้องโดนมองจนเหลียวหลัง ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย เด็กหรือคนแก่ ไม่ว่าวันนั้นฉันจะแต่งตัวสวยหรือซอมซ่อ มันก็เป็นเรื่องของออร่าน่ะ ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะมี แล้วฉันดันมีสิ่งนี้ติดตัวมา ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็มักจะโดนมองโดนเมาท์ เป็นมาตั้งแต่เด็ก "ดีแล้วได้อะไร ดีแล้วโดนหลอก เป็นอีโง่ กูว่ากูขอเป็นคนเลวดีกว่า" นินิวพูดตามสไตล์ผู้หญิงแรงๆ แล้วฉันก็ถึงสะอึกเลย คนมีออร่าอย่างฉัน โดนด่าว่าโง่ เจ็บใจจี๊ดเลยค่ะ กับคำว่า อีโง่ของเพื่อนสนิท "เขาสัญญาแล้วว่าจะไม่ทำให้กูไม่สบายใจอีก" "มึงก็เชื่อมัน?" "ก็ไม่เชื่อหรอก ครั้งสุดท้ายแล้ว" "มึงนี่มันจริงๆเลยนะมายมายมายด์ เสียชื่อหมด เมื่อก่อนมึงเคยจัดจ้านในย่านนี้ มึงลืมหรอ" เฮ้ออ... "กูเองก็เบื่อหน่ายแล้วว่ะนิว" "เบื่อก็เลิกดิ่ มันไม่ดีก็เลิกไป อย่าคิดเยอะ ตอนมึงตกลงคบกับมันมึงยังไม่คิดเยอะเลย กูถึงบอกไง ว่าให้คิดให้ดี ทุกการตัดสินใจมันมีผลที่ตามมาเสมอ มึงต้องรับให้ได้" "เลิกหรอ? จะทิ้งใครสักคนมึงคิดว่ามันง่ายเหมือนทิ้งขยะรึไง" "แล้วไอ้พี่กรณ์มันต่างจากขยะตรงไหนคะเพื่อน ทั้งๆที่มึงก็รู้ว่ามันเป็นยังไง รู้แล้วทำไมไม่เลิกอีก ไปเลิกกับมันสะดิ่" "เห้อ เอาจริงๆวันนี้ก็มีคนพูดเหมือนมึงเลยนะ" พอพูดเรื่องความรักอารมณ์ก็เริ่มมาเต็ม ฉันดื่มค้อคเทลแก้วนี้ราคาเกือบหนึ่งพันบาท ดื่มมันทีเดียวจนหมดแล้ววางไว้บนถาดของพนักงานที่เดินสวนไป แต่เพื่อนก็คงสงสัยเลยจับตัวฉันให้หมุนไปมองหน้า "ใคร? ใครบอกให้มึงเลิก ใครมันพูดเหมือนที่กูพูด" นินิวถามแล้วดึงฉันให้หันไปจ้องตา แต่ฉันที่พยายามจะไม่คิดถึงก็ทำมือแบบปัดๆผ่านๆไปแล้วคุยเรื่องอื่นแทน "โต๊ะนั้นหรอนิว มึงว่าคืนนี้อีแก้วมันจะผูกโบว์เอาตัวเองเป็นของขวัญวันเกิดให้แฟนมันป่ะ" ฉันเปลี่ยนเรื่องพร้อมรอยยิ้มและชี้นิ้วหันไปถามเพื่อนแบบเม้าท์ๆเมื่อเห็นกลุ่มเพื่อนจากที่ไกลๆตรงนั้น "มึงอย่าไปว่ามัน คนนี้มันจริงจังฉิบหาย คลั่งรักสุด อะไรสุด แล้วพี่เอสเขาก็ดีอ่ะ โปรไฟล์อย่างเริ่ด อีแก้วมันวาสนาดี๊ดี" นินิวว่าดี มายก็ว่าดีเพราะตอนที่เจอครั้งนั้นพี่เอสเขาก็ดูเทคแคร์เพื่อนฉันดีมาก เห็นแล้วน่าอิจฉาสุดๆ แต่อินิวมันก็วนมาเข้าเรื่องฉันอีกจนได้ "เหลือแต่มึงอะมาย เมื่อไหร่จะหลุดพ้นสะที" ฉันแอบถอนหายใจเบาๆ และค่อยๆลากสายตากวาดมองไปเรื่อยๆแบบเบื่อหน่าย จนสังเกตเห็นใครบางคนคุ้นๆ ในขณะที่พี่เอสแฟนของยัยแก้วขยับตัวไปชนแก้วกับอีกคน ทำให้ฉันได้เห็นใบหน้าของคนที่นั่งอยู่บนโซฟาชัดเจน ท่ามกลางแสงสีวับๆแวมๆ ชิ้งงง พร้อมกับที่สายตาคมกริบของเขาเลื่อนมาสอดผสานกันโดยบังเอิญแล้วทุกอย่างระหว่างเรามันเหมือนถูกกดหยุดเอาไว้เท่านั้น มีเพียงสายตาของเราที่สบมองกันและกันท่ามกลางบรรยากาศในผับที่มีผู้คนมากมาย อยู่ๆข้างในหัวใจฉันก็เต้นถี่ขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ สายตาเขาส่งผลต่อใจฉันเข้าอย่างจัง จนรู้สึกเสียการควบคุม ไม่รู้ว่าเป็นกฏแรงดึงดูดอะไร? ทำไมช่วงนี้ ฉันเจอเขาบ่อยมาก ฉันเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น อย่างพยายามควบคุมความรู้สึกข้างในให้มันเป็นปกติ -////- แค่บังเอิญเจอผู้ชายที่บอกให้ฉันไปเลิกกับแฟน ฉันก็แทบบ้าแล้วอ่ะ ทำไมเขาถึงมามีอิทธิพลต่อใจฉันขนาดนี้ด้วย ...ไม่เข้าใจเลย
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม