แรกพบ
ภายในโรงอาหารของมหาวิทยาลัย
เสียงจอแจรอบตัวไม่ได้ทำให้ธัญสนใจสักเท่าไหร่ นัยน์ตาสีเข้มหลุบมองนาฬิกาที่ข้อมือพร้อมเสียงถอนหายใจดังออกมาเป็นระยะ สีหน้ายังคงเรียบนิ่ง แม้อยากลุกเดินออกไปที่อื่นทุก 5 นาที
การรับน้องรหัสเป็นสิ่งที่ไม่ได้น่าตื่นเต้นหรือแม้กระทั่ง ตัวเขาเองไม่ได้คาดหวังเรื่องอะไรแบบนี้อยู่แล้ว และที่นั่งรอเพราะอยากให้มันจบ ๆ
ในเมื่อหน้าที่มันบังคับ ใครมาเป็นน้องรหัสคือไม่ได้สำคัญ ขออย่างเดียวอย่าวุ่นวายก็พอ
ปกติแล้วแต่ละคณะจะมีกิจกรรมให้น้องใหม่มารวมตัวกัน เพื่อให้นักศึกษารุ่นพี่แต่ละชั้นปีจับฉลากรายชื่อน้องใหม่ไปเป็นรหัสของตัวเอง กิจกรรมนี้เป็นเหมือนประเพณีทำต่อกันมาทุกปี
และแน่นอนว่าชายหนุ่มที่มีนิสัยไม่ชอบความวุ่นวาย ฝากให้พระเพลิงเพื่อนสนิทตั้งแต่วัยเด็กจับฉลากให้แทน และนี่คือสาเหตุที่ทำให้เขาต้องมานั่งรอ น้องรหัส มาปรากฏตัว
"..." ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นอย่างช้า ๆ ตามสัญชาตญาณถ้ามีใครมายืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่เขานั่ง ดวงตาคู่คมจับจ้องที่หญิงสาวตัวเล็กคนหนึ่ง หากตาไม่ฝาดเมื่อครู่เหมือนอีกคนยกยิ้มบาง ๆ แต่พอเขามองกลับดันหุบยิ้ม
ธัญไม่รู้ตัวหรอกว่าการจับจ้องนั้นทำให้อีกฝ่ายประหม่ามากแค่ไหน แต่ถ้าไม่ให้เพ่งเขาไม่แน่ใจว่าน้องรหัสนี่เพิ่งวิ่งผ่านสงครามมาหรือไง ผมน่ะสวยดีแต่ยาวปิดหน้าปิดตาจนแทบมองไม่เห็นหน้า
ผีช่องแอร์หรือเปล่าวะ…
"สวัสดีค่ะ" น้ำเสียงใสเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา เธอเงยหน้าขึ้นอย่างช้า ๆ จะยกมือปัดปอยผมที่ตกลงมาปิดหน้าจากผ่านการวิ่งสี่คูณร้อยก็ไม่กล้า เมื่อผู้ชายตรงหน้าดูน่ากลัวจนเธอไม่กล้าขยับ นี่ถ้าแกล้งเป็นลมได้คิดว่านั่นคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์น่าอึดอัดเช่นนี้แล้วล่ะ
เปลือกตาสีสวยกะพริบปริบ ๆ มองคนหน้านิ่งที่ไม่พูดอะไรนอกจากมองกัน ก่อนคนตัวเล็กที่มาวิ่งฝ่าแดดจะสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ รวบรวมความกล้าเอ่ยถามออกไป "ใช่พี่ธัญ รหัสหกเก้าสี่สี่สี่หกเก้าไหมคะ"
"..." ธัญไม่ได้ตอบในทันที แววตาเรียบนิ่งจับจ้องหญิงสาวรุ่นน้องอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้าเบา ๆ เป็นเชิงตอบรับด้วยแววตาเรียบนิ่ง
"หนูชื่อแชมเปญค่ะ" มือบางยื่นมาข้างหน้าอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ถึงอย่างนั้นเสียงในหัวดันดังขึ้นยุยงให้เธอทำใจดีสู้เสือ คิดว่าคนตรงหน้าเป็นลูกแมวแล้วกัน "หนูรหัสเก้าหกสี่สี่สี่เก้าหกเป็นน้องรหัสพี่ธัญค่ะ"
แต่ก่อนที่มือของเธอจะสั่นมากไปกว่านี้ ธัญที่นั่งหลังตรงอยู่ ๆ ก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ทำให้มือของแชมเปญที่กำลังสั่นเบาคว้างอยู่ในอากาศคนหวังทักทายอย่างเป็นมิตรชะงักเล็กน้อย ก่อนรีบดึงมือกลับด้วยความรวดเร็ว
"ขอโทษค่ะที่มาช้า คือหนูเดินหลงตึกเลยทำให้มาช้าไปสิบห้านาที" แชมเปญพยายามทำน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด แต่ก็ยังไม่กล้าสบสายตาพี่รหัสของตัวเองอยู่ดี
"..." ธัญยังคงนั่งนิ่งไม่พูดอะไรต่อ เขาแค่จ้องมองน้องรหัสของตัวเองด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ยิ่งทำให้บรรยากาศน่ากระอักกระอ่วนมากขึ้นไปอีก สำหรับหญิงสาวที่เพิ่งเข้ากรุงเทพได้สองวัน และเพิ่งได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่มีระดับขนาดนี้
"พี่ธัญมีอะไรจะสอนหรือแนะนำหนูไหมคะ"
"ไม่มี"
คำตอบสั้น ๆ นั้นทำให้แชมเปญถึงกับอ้าปากค้างไม่รู้จะไปต่อยังไง ประกอบกับเห็นอีกฝ่ายเก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋ากางเกงตั้งท่าจะลุก นั่นยิ่งทำให้เธอทำตัวไม่ถูกเข้าไปใหญ่
"รหัสต่อจากมีโซใช่ไหม"
"ใช่ค่ะ"
"มีอะไรก็ถามมีโซ เข้าใจใช่ไหม?"
"ขะ...เข้าใจค่ะ" แม้ไม่เข้าใจ แม้ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีโซคือใคร รุ่นน้องอย่างเธอทำได้เพียงพยักหน้าไปก่อน ใครจะกล้าถามและเมื่อเห็นรุ่นพี่เตรียมจะลุก แชมเปญจึงขอชิ่งก่อนไม่ขอยืนอยู่ต่อ "นั้นหนูกลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ"
"..." ดวงตาคมหรี่ลงมองน้องรหัสที่พอโค้งศีรษะให้เขาตามมารยาทเสร็จ ก็เหมือนเห็นผีหรือยังไงรีบเดินไวออกจากโรงอาหาร
“ไง เจอน้องรหัสมึงยัง เห็นว่าเลขรหัสคล้ายมึงเลยนะ” พระเพลิงที่เพิ่งเดินมาถึงทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ก่อนเลิกคิ้วมองเพื่อนที่ไม่ยอมพูดจา แถมมองค้างไปทางประตูทางเข้าออกที่เขาเพิ่งเดินมา
“ยัยเตี้ยนั่นอะนะน้องรหัสกู คนหรือหมากระเป๋าขาก็สั้นตัวก็เตี้ย” สายตาคู่คมยังคงจับจ้องอยู่ที่เดิม แม้คนที่พูดถึงจะเดินออกไปไกลจนพ้นสายตา
ตัวเท่าลูกหมาใส่เสื้อตัวเท่าช้างกระโปรงยาวเลยตาตุ่ม ไม่รู้ชุดนี่ซื้อเผื่ออนาคตด้วยเลยมั้ง
“มึงนั่งเงียบ ๆ หล่อ ๆ ไม่ต้องพูดแบบเดิมดีละ”พระเพลิงถึงกับแค่นหัวเราะ ธัญเป็นคนพูดน้อยแต่อย่าให้ได้พูด นิสัยต่างจากตอนเด็ก ๆ ที่พ่อแม่ของหมอนี่เคยเล่าให้ฟัง
ไม่รู้มันเดินหัวชนเสาไฟฟ้าที่ไหน นิสัยถึงได้เปลี่ยนเป็นคนละคน