อารัมภบท
กริ๊ง กริ๊ง
โทรศัพท์มือถือแผดเสียงดั่นลั่นทันที เมื่อถึงเวลาที่คนนอนคุดคู้อยู่ใต้ผ้านวมเป็นคนตั้งไว้ และอีกครั้งที่เรียวแขนขาวโผล่พ้นออกนอกชายผ้านวม คว้าวัตถุต้นตอเสียงมาปัดเลื่อนให้ปลุกใหม่ในเวลาถัดไปที่ตั้งเอาไว้ทุก 5 นาที
รู้ว่าต้องลุกเตรียมตัวออกไปทำงาน ถึงอย่างนั้นความหนักหัวจากอาการแฮ้ง ที่เข้าเล่นงานทำเอาเธออยากจะโทรไปลางานหนีการเข้าประชุมให้รู้แล้วรู้รอด
ทำได้แค่คิด นึกโทษเหล้าปั่นเมื่อคืนบอกไปใครจะเชื่อว่าอายุอานามขนาดนี้เพิ่งเคยดื่มเหล้าผสมแบบนี้ ทีแรกจะแค่จิบ ๆ กับซิดนีย์ และพอลิ้นได้ลิ้มรสชาติความหวานเล่นเอาสั่งมาดื่มอีกหลายเหยือกตามประสาสาวคอแข็ง
ถ้าเครียดแค่เรื่องงาน บอกตามตรงคงไม่ดื่มเยอะจนลืมเบรกตัวเองขนาดนี้
ก๊อก ก๊อก
"คุณหนู ยังไม่ลุกอีกเหรอคะ"
"ป้าพร เข้าประชุมแทนหนูที"
"ยังทำตัวเป็นเด็กงอแง ลุกขึ้นอาบน้ำได้แล้วแม่ทำซุปแก้แฮ้งให้ละอยู่บนโต๊ะ" น้ำเสียงละมุนละไมของหญิงสาววัยกลางคน ที่เดินมาหย่อนสะโพกนั่งลงตรงปลายเตียง ข้างลูกสาวเพียงคนเดียวที่ตอนนี้ยังไม่ยอมโผล่หน้าออกจากผ้านวม
"ขออีกห้านาทีนะคะ"
"เป็นซะอย่างนี้ไง แก่ไปใครจะดูแล จะสามสิบอยู่แล้วถ้าไม่รีบแต่ง..."
"หนูอาบน้ำก่อนนะคะ"
ความหนักหัวทำลุกไม่ขึ้นนอนต่ออยู่นานเกือบชั่วโมง แต่แค่ได้ยินคำว่าแต่งที่แม่ไม่ต้องพูดต่อ คนรู้ความหมายก็เด้งตัวลุกขึ้นเดินตรงเข้าห้องน้ำภายในระยะเวลาเพียงแค่เสี้ยววินาที
"ดูคุณหนูของเธอ"
อโณทัยเหล่มองคนรับหน้าที่พี่เลี้ยงแสนดีตั้งแต่แบเบาะ ว่าเธอตามใจลูกสาวแล้วยังไม่เท่าชมัยพรที่ดูแลแสนดียิ่งกว่าไข่ในหิน จะกินอะไรแค่เอ่ยปากบอกทุกอย่างวางอยู่ตรงหน้า
พอพูดถึงเรื่องอาหารการกิน อดห่วงไม่ได้แสนดีเคยเข้าครัวเสียที่ไหนกัน ถ้าเข้าคงเป็นตอนหยิบของกินจากในตู้เย็น แอบนึกสงสารคนที่จะมาเป็นลูกเขยในอนาคต คงต้องตั้งเงื่อนไขเรื่องในครัว ไม่ว่ายังไงแสนดีก็ต้องออกเรือนมีทายาทสืบตระกูล
"คุณหนูอาจยังไม่พร้อม คุณผู้หญิงคงต้องค่อย ๆ หว่านล้อม"
"กี่ปีแล้วล่ะที่ฉันใช้ไม้อ่อนน่ะ" นายหญิงใหญ่ของบ้าน ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน
หรือตระกูลอิทธิธนันกุลจะสิ้นสุดแค่แสนดี ที่ตั้งแต่โตเป็นสาวเต็มวัย ไม่มีทั้งคนคุยไม่เคยมีแฟนคนถูกใจยังไม่มี ถ้ามีคงเป็นผู้ชายในนิยายที่เจ้าตัวชอบอ่าน ไม่ใช่ไม่มีคนมาจีบ แสนดีหน้าตาฉายแววความสวยมาตั้งแต่เด็ก ยังเคยถูกทาบถามจากแมวมองจากต่างประเทศ แต่นั่นล่ะเป็นแสนดีเองที่ปฏิเสธ
พอโตขึ้นคำว่าหัวกระไดไม่แห้งยังน้อยไป สมัยมัธยมเวลารับที่โรงเรียนต้องใช้รถตู้ เพราะเหล่านักเรียนชายมักซื้อของมาให้เหมือนกับแย่งทำคะแนน ยิ่งตอนเรียนมหาวิทยาลัยกำลังทรัพย์ของนักศึกษาต่างเพศมีมากกว่าวัยมัธยมศึกษา และเป็นอีกเหตุผลที่ทางครอบครัวใช้รถตู้รับส่งตั้งแต่อนุบาลจนจบการศึกษาปริญญาโท
"ถ้าแต่งงาน ลูกไม่ต้องตื่นเช้ารีบออกไปทำงานนอนสบาย ๆ แต่งตัวสวย ๆ อยู่บ้าน"
อโณทัยเอ่ยความคิดเห็นทันทีที่แสนดีเดินออกมาจากห้องแต่งตัว หญิงสาววัยงามสะพรั่งในชุดสูทสีดำแบบสุภาพ ถึงกระโปรงสั้นเลยเข่าขึ้นมาแต่ด้วยรูปร่างเล็กของเธอจึงไม่ทำให้โป๊เกินงาม
"นั่นสมัยคุณแม่ ยุคเศรษฐกิจแบบนี้ใครเขารอเงินจากสามีอย่างเดียวล่ะคะ" แสนดีก้มหน้าเก็บเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงไปด้วย อธิบายตามความจริงของคนสมัยใหม่
"สมบัติแม่มีให้ลูกใช้ตลอดชาติ แม่พร้อมเซ็นยกให้ตอนนี้เลยนะถ้าลูกยอมตกลงแต่งงาน"
"ของหนูมีเหมือนกัน พ่อเซ็นไว้ให้ในพินัยกรรมไม่ต้องแต่งงานก็ได้ หนูรีบไปทำงานก่อนนะคะ"
แสนดีโน้มใบหน้ากดปากหอมแก้มคนเป็นแม่ฟอดใหญ่ ถึงเถียงกันทุกเวลาที่เจอหน้ากันก็ไม่ได้ทำให้การแสดงความรักขาดตกบกพร่อง มีบ้างที่เธอเดินหนีอย่างเช่นเมื่อครู่กับตอนนี้
"ได้ยินไหมแก้ว เถียงคำไม่ตกฟากเอายาดมมาให้ฉันหน่อยสิ จะมีชีวิตอยู่ต่อเห็นลูกสาวแต่งงานกับเขาไหมเนี่ยะฉัน"
อโณทัยเอนตัวล้มลงบนฟูกนอน มือคว้ายาดมที่ชมัยพรยื่นให้ เปลือกตาสีธรรมชาติปิดลงคล้ายคนหลับตาจากอาการบ้านหมุน แล้วก็ได้ผล แสนดีที่กำลังก้าวออกประตูห้องนอนเดินกลับมานั่งลงข้างคนเป็นแม่
"หนูอยากดูแลแม่ให้ดี อยากใช้เวลาที่มีให้กับแม่แค่คนเดียว"
แสนดีนั่งลงตรงปลายเตียงข้างคนเป็นแม่ ก่อนจะโน้มลงกอดหญิงสาวที่เธอรักสุดหัวใจ รวมถึงสิ่งที่เธอพูดออกมานั้น คือความตั้งใจที่เธอบอกคนเป็นแม่มาตลอดเมื่อพูดถึงเรื่องแต่งงาน
"แม่น่ะ อยากให้เรามีคนดูแล"
อโณทัยยกมือลูบศีรษะลูกสาวอย่างทะนุถนอม ใครจะว่าเธอหัวโบราณหรืออะไรก็ช่าง เธอไม่สนใจ ไม่อยากให้ลูกสาวใช้ชีวิตโดดเดี่ยวในยามแก่เฒ่า หากเธอไม่อยู่สักคนอย่างน้อยแสนดีได้มีเสาหลักคอยพึ่งพิง
"หนูจะไม่แต่งงานแน่นอนค่ะ ไปทำงานก่อนนะคะ"
แสนดีก้มหน้าหอมแก้มแม่ฟอดใหญ่อีกครั้ง แล้วจึงค่อยลุกเดินลงไปชั้นล่างหยิบถ้วยซุปที่มีฝาปิดถือติดมือไปกินที่ทำงาน ซึ่งวันนี้คงวุ่นน่าดูทั้งประชุมเรื่องยอดขายกับเตรียมตัวประชุมใหญ่ที่ท่านรองประธาน ที่อาศัยอยู่ต่างประเทศกำลังกลับมาอยู่ไทยถาวร
ที่ไม่เคยมีใครเห็นหน้าตาหรือแม้กระทั่งชื่อ ทุกอย่างดูเป็นความลับเหมือนในนิยายที่เธอเคยอ่าน และถ้าเป็นตามพล็อตเรื่องไม่รู้ว่าเคยปลอมตัวมาทำงานแผนกฝ่ายการตลาดที่เธอดูแลอยู่ไหม
นึกแล้วเครียด ฉันเคยวีนเด็กใหม่ไปบ้างไหมนะ