1
"แฮปปีเบิร์ดเดย์ทู...ลูก้า" เสียงร้องเพลงวันเกิดจบลงตามด้วยเสียงปรบมือจากคนที่รายล้อมรอบโต๊ะอาหาร
เจ้าของวันเกิดนั่งอยู่บนเก้าอี้เด็กยิ้มร่าอย่างมีความสุขกับเค้กวันเกิดตรงหน้า เค้กลวดลายสัตว์ทะเลโทนสีฟ้าตามแบบที่เจ้าของวันเกิดตัวน้อยชื่นชอบ
"ดูสิยิ้มร่าเชียว" ธิปกเย้าเจ้าของวันเกิดตัวน้อยอย่างนึกเอ็นดู
"สามขวบแล้วยังน่ารักเหมือนเดิมเลยลูก้า" ธัญญาเดินเข้าไปหอมแก้มเจ้าตัวเล็กที่หัวเราะอย่างสนุกสนาน
"ไหนใครอยากได้ของขวัญวันเกิด"
"ก้า ก้า" เสียงตอบรับเล็ก ๆ ของเจ้าของวันเกิดดังขึ้นแทบจะทันทีที่ได้ยินคำว่าของขวัญวันเกิด
วรัชชาเดินเข้าไปอุ้มเจ้าตัวเล็กที่ยกมือขึ้นรอ พอได้อยู่ในอ้อมกอดของมารดาก็เกาะไว้แน่นอย่างหวงแหน
"มาเอาของเล่นกับอี๊ดาดีกว่าลูก้า" อี๊ดาหรืออาดาเดินเข้าไปหาพร้อมกับของเล่นสัตว์ทะเลในมือ
"เอาเอา ก้าอยากได้" เมื่อถูกล่อลวงด้วยของเล่น เด็กชายตัวน้อยก็ยอมออกจากอ้อมกอดของมารดา สองมือเล็กเอื้อมจะหยิบของเล่นในมือธนิดา
ธนิดายื่นของเล่นในมือส่งให้เด็กชายอย่างเอ็นดู สองมือโอบอุ้มร่างเล็กไว้อย่างทะนุถนอม
"พอมีของเล่นมาล่อถึงจะยอมให้อุ้ม รักม้าขนาดนั้นเลยหรอลูก้า"
"มาหาอากงเร็วหยางหยาง อากงก็จะให้ของขวัญเหมือนกัน" ธิปกเรียกอีกชื่อนึงที่เขาเป็นคนตั้งให้ของเด็กชาย
"ไหน อากงจะให้อะไรลูก้าน้า" ธนิดาส่งเด็กชายให้กับผู้เป็นตาที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
"อากงไม่มีของเล่นให้หรอกนะ" ธิปกคว้าซองออกมาวางไว้บนโต๊ะอาหาร ลูก้าเห็นก็หยิบขึ้นมาแกว่งเล่นไปมา
"ซองอีกแล้ว ปีนี้ต้องเพิ่มขึ้นแน่ ๆ เลย อาม่าจะให้อะไรลูก้าน้า" ธัญญาไม่น้อยหน้าหยิบกล่องสีทองคุ้นตาออกมาวางไว้ตรงหน้า เปิดออกมาเป็นสร้อยทองเส้นเล็ก
"ปีที่ผ่านมาสร้อยข้อมือ ปีนี้อัพเกรดเป็นสร้อยทอง ปีหน้าจะเป็นอะไรน้า"
"ก้าหิว หิวปู" ลูก้าพูดออกมาเมื่อเริ่มรู้สึกหิว วรัชชาเดินเข้ามาอุ้มเด็กชายกลับไปยังเก้าอี้เด็กพร้อมกับป้อนข้าวผัดปูเมนูโปรด
"อย่อย" เมื่อได้กินข้าวผัดปูเมนูโปรดเด็กชายก็กินไปยิ้มไปอย่างนึกเอ็นดู
"อร่อยก็กินเยอะ ๆ นะครับลูก้า จะได้โตไว ๆ" วรัชชาเอ่ยบอกกับบุตรชาย
บนโต๊ะอาหารประกอบไปด้วยธิปก ธัญญา ธนิดา วรัชชา และเด็กชายลูก้า ทั้งหมดกำลังนั่งทานอาหารกันในวันเกิดของเด็กชายตัวน้อยของบ้าน
"กู๋ธามมาแล้ว ไหนใครเป็นเจ้าของวันเกิด" เสียงที่ลอยมาเรียกความสนใจให้คนในห้องอาหารมองหาเจ้าของเสียง ธามวัตโผล่เข้ามาในห้องอาหารสองมือหอบหิ้วกล่องของเล่นมาด้วย
"วันเกิดก้า" ลูก้ายกมือขึ้นแสดงตัว
ธามวัตเดินเข้าไปหาเด็กชายพร้อมกับยื่นกล่องของเล่นให้ "ชอบไหมครับลูก้า"
เด็กชายพยักหน้าตอบพร้อมกับหันไปสนใจของเล่นต่อ
"กินข้าวให้หมดก่อนครับ แล้วค่อยเล่น" วรัชชาหยิบของเล่นออกจากมือเด็กชายอย่างง่ายดาย ลูก้าไม่แสดงท่าทีงอแงไม่พอใจสักนิด นับเป็นเรื่องดีที่เด็กชายว่านอนสอนง่ายมาโดยตลอด เธอจึงไม่เหนื่อยนัก
"มากินข้าวสิธาม ช่วงนี้งานยุ่งหรอถึงได้พากันกลับบ้านมืดค่ำ นี่หลินก็ยังไม่กลับมาเลย" ธิปกเอ่ยเชิญชวนร่วมโต๊ะรวมถึงถามไถ่เรื่องงานที่บริษัท
ธามวัตเดินไปนั่งเก้าอี้ข้างน้องสาวที่ว่างอยู่ "ผมมีประชุมทีมครับเลยกลับค่ำ"
"ก้าอิ่มแล้ว" ลูก้าพูดขึ้นมาเมื่อกินข้าวผัดปูหมดจาน
วรัชชาอุ้มเด็กชายลงจากเก้าอี้เด็ก เมื่อเท้าแตะถึงพื้นเด็กชายก็รีบถือของเล่นแล้ววิ่งออกไปหาพี่เลี้ยงที่ยืนรออยู่
"พอได้ของเล่นแล้วกินข้าวหมดเร็วเชียว" ธัญญาเอ่ยเย้าเด็กชายที่วิ่งออกไปแล้ว
"ของเล่นแทบจะเต็มห้องแล้วเฮียก็ขยันซื้อมาเพิ่มอีกจนได้"
"เด็กก็ต้องคู่กับของเล่นสิ เฮียไม่รู้จะซื้ออะไรให้แล้ว"
"กินข้าวกันเถอะ เดี๋ยวจะมืดค่ำไปมากกว่านี้ แล้วประชุมเป็นยังไงบ้างธาม"
"ก็ดีครับ ใกล้เทศกาลแล้วนักท่องเที่ยวคงจะเข้าพักเยอะกว่าปกติ" ธิปกพยักหน้ารับรู้ก่อนจะหันไปมองลูกสาวคนเล็ก
"หลิว ช่วงนี้วางแผนจะทำอะไรบ้าง แล้วเรื่องร้านเป็นยังไง" วรัชชาประสานสายตากับบิดาที่จ้องมองมาอย่างรอคำตอบ
"หลิวคิดจะหาผลไม้ในฤดูกาลต่าง ๆ เข้ามาเพิ่ม ลูกค้าจะได้เลือกบริโภคได้อย่างหลากหลาย ส่วนเรื่องที่ร้านก็ดีค่ะ"
ธุรกิจของตระกูลคือไวท์ไดมอนต์แกรนด์โฮเทล ซึ่งมีคนในตระกูลร่วมกันบริหารรวมถึงผู้ถือหุ้นรายอื่นร่วมด้วย ในตลอดหลายปีที่ผ่านมานับว่าประสบความสำเร็จในการบริหารมีกำไรเพิ่มขึ้นตลอดทุกปี เธอเริ่มมีส่วนร่วมกับการบริหารโรงแรมเมื่อปีที่ผ่านมาและเริ่มทำกิจการร้านคาเฟ่ของตัวเองเมื่อหกเดือนก่อน
วรัชชาเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนพร้อมกับนมกล่อง สายตาสอดส่องหาเด็กชายทั่วห้อง หญิงสาวระบายยิ้มออกมาเมื่อมองเห็นร่างเล็กนอนรออยู่ที่เตียงนอนแล้ว
"มากินนมก่อนนอนเร็วลูก้า" เด็กชายลุกขึ้นนั่งดื่มนมอย่างว่าง่าย ไม่กี่นาทีต่อมาก็ยื่นกล่องนมคืน
"หมดแล้ว" เด็กชายร้องบอก
วรัชชาทรุดกายลงนั่งข้าง ๆ เด็กชายก่อนจะค่อย ๆ ประคองให้ร่างเล็กโน้มตัวลงนอน
"ถึงเวลานอนแล้ว เรามานอนกันดีกว่า"
เด็กชายล้มตัวลงนอนกอดมารดาไว้แน่นเหมือนทุกคืน แค่เพียงไม่กี่นาทีนับจากนั้นร่างเล็กก็หลับตานิ่งไปบ่งบอกว่าเด็กชายหลับแล้ว
วรัชชาลูบศีรษะเด็กชายอย่างรักใคร่ ก่อนจะลุกไปปิดไฟห้องนอน เหลือไว้เพียงแสงไฟจากโคมไฟที่ส่องสว่างอยู่เล็กน้อย หญิงสาวล้มตัวลงนอนอีกครั้งพร้อมกับกอดเด็กชายเอาไว้
เสียงร้องเล็ก ๆ ดังเข้ามาในโสตประสาทของวรัชชา หญิงสาวลืมตาดีดตัวลุกขึ้นนั่งแทบจะทันที
เจ้าของเสียงคือเด็กชายที่ใบหน้าเปรอะไปด้วยหยาดน้ำตา
"ลูก้าเป็นอะไรครับ ไหนบอกหม่าม้าซิ" วนัชชาดึงร่างเล็กเข้ามากอดพร้อมกับปลอบประโลม
"จะหาป๊า ก้าคิดถึงป๊า" เสียงร้องไห้และคำพูดของเด็กชายทำให้หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่ง
"ไม่ร้องนะลูก ป๊าไปทำงาน เดี๋ยวป๊าก็มาหาลูก้าแล้ว"
แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ใช่ความจริงแต่วรัชชาก็จำเป็นต้องพูดเพื่อปลอบประโลมเด็กชายให้สงบลง
"ป๊าไปไหน ก้าอยากหาป๊า ม้าไปหาป๊า" เสียงร้องไห้หยุดไปแล้ว เหลือไว้เพียงเสียงสะอื้นและคราบน้ำตา
วรัชชามองหน้าลูกแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจ ตลอดสามปีที่ผ่านมา ลูก้ายังไม่เคยเห็นหน้าพ่อแม้แต่ครั้งเดียว เธอนึกไปถึงพ่อของเด็กชายแล้วก็นึกถึงบางสิ่งบางอย่างได้
หญิงสาวอุ้มเด็กชายไว้ในอ้อมกอดลุกเดินไปเปิดไฟดวงใหญ่ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะทำงานที่อยู่มุมห้อง เธอนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานโดยมีเด็กชายนั่งอยู่บนตักด้วย สายตาจ้องมองไปยังหน้าจอแล็ปท็อปที่เพิ่งเปิดใช้งาน ค้นหาสิ่งที่ต้องการไม่นานก็เจอ
สิ่งที่เธอต้องการคือรูปถ่ายของเขาที่เธอเคยถ่ายไว้เมื่อครั้งที่มีโอกาส
"นี่ไงป่าป๊าของลูก้า เห็นป่าป๊าไหมครับ หน้าเหมือนลูก้าเลย" วรัชชาชี้นิ้วไปยังรูปถ่ายที่ปรากฏบนหน้าจอให้เด็กชายสนใจ
ลูก้าหยุดเสียงสะอื้นแล้วชี้นิ้วตาม "ป๊าหรอ" เสียงเล็กถามออกมาพลางขยับเข้าไปใกล้หน้าจอมากขึ้น
"ครับ ป่าป๊าของลูก้า" เมื่อได้รับการยืนยันเด็กชายก็เผยรอยยิ้มกว้างออกมา สองมือลูบผ่านหน้าจออย่างโหยหา
แม้มันจะเป็นรูปถ่ายที่เห็นเพียงครึ่งหน้า แต่เธอก็อยากจะเก็บมันไว้ให้ลูกได้ดูเมื่อถึงวันที่จำเป็น ซึ่งคือวันนี้ วันนี้จู่ ๆ ลูก้าก็ร้องไห้เรียกหาพ่อ
หญิงสาวเห็นแล้วก็นึกสะเทือนใจ เธอมีเหตุผลที่ต้องซ่อนเร้นเรื่องนี้เอาไว้ และจะซ่อนเร้นมันเอาไว้ตลอดไป
"ป๊าหล่อ เหมือนก้าเลย" ลูก้าหันมาพูดด้วยรอยยิ้มแล้วหันกลับไปสนใจภาพบนหน้าจอต่อ
คำพูดของเด็กชายไม่ผิดเพี้ยนไปแม้แต่น้อย ลูก้าถอดแบบเขามาแทบทั้งหมด บางครั้งเวลามองหน้าเด็กชายก็คิดไปถึงใบหน้าหล่อเหลาของเขา
หญิงสาวสลัดภาพเขาออกไปจากหัว มองไปที่นาฬิกาซึ่งบอกเวลาล่วงเข้าวันใหม่แล้ว
"ดึกแล้ว เราไปนอนกันดีกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นสายนะ"