บทนำ
บทนำ
“ความรักคืออะไรกันแน่ หรือมันคือความอดทนของคนๆ หนึ่งเพียงฝ่ายเดียวและเฝ้ารอคอยว่าสักวันอีกฝ่ายจะหันมาสนใจอย่างนั้นหรือ ฉันเหนื่อยแล้วกับความพยายามที่ไร้ความหมาย ฉันเหนื่อยแล้วที่ต้องทนอยู่กับความเย็นชาของเขาและต้องคอยเรียกร้องความรักจากเขา ฉันเหนื่อยแล้วจริงๆ นะ”
ภัทรศยาครุ่นคิดด้วยความเจ็บปวดพลางเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถเบนซ์สุดหรู จู่ๆ หยาดน้ำใสๆ มันรินไหลออกมาจากดวงตาโดยไม่รู้ตัว เธอปล่อยให้มันรินไหลอยู่อย่างนั้นและปล่อยให้ดวงตาพร่ามัวไปด้วยน้ำใสๆ ที่พรั่งพรูออกมาด้วยความเจ็บปวด
ในเวลาเดียวกันนั้นกลับมีเสียงโทรศัพท์ดังเข้ามา เธอกดรับสายของสามี ผู้เป็นต้นเหตุทำให้เธอต้องร้องไห้อยู่แบบนี้
“ฝ้ายเธออยู่ที่ไหน กลับมาคุยกันเดี๋ยวนี้นะ เธอกำลังจะทำให้เรื่องบานปลายนะรู้ไหม” เสียงปลายสายเป็นเสียงของสามีที่เธอแต่งงานกับเขามาแล้วสามปี
พีรวิชญ์เป็นนักแสดงหนุ่มหน้าตาดีและมีชื่อเสียงโด่งดังในวงการบันเทิงและเป็นผู้ชายที่พ่อแม่เธอบอกว่านิสัยดี เขาสามารถดูแลเธอได้ ในตอนนั้นเธอเพิ่งเรียนจบ อายุเพียง 23 ปี ด้วยความที่ความหล่อมันบังตา คารมตอนเขาเข้ามาจีบเธอ มันบังใจบวกกับที่เธอปลื้มในความเป็นนักแสดงของเขาอยู่แล้ว คิดว่าเขาดีกับเธอและรักเธอจริง เธอจึงยอมตอบตกลงแต่งงานกับเขา คิดว่าตนเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีมากที่ได้แต่งงานกับผู้ชายหน้าตาดีอย่างเขา แถมเขายังเป็นคนที่มีชื่อเสียงเป็นดาราดังที่ใครๆ ก็รู้จัก เดินไปไหนมาไหนผู้คนก็มักจะเรียกเธอว่าเป็นภรรยาของพีรวิชญ์ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าการแต่งงานครั้งนี้ มันเป็นเพียงเพราะผลประโยชน์ทางธุรกิจของสองตระกูล
หึ! ใครบอกว่าอยู่ด้วยกัน จะรักกันเอง ใครเป็นคนพูดไว้ คนไม่รักยังไงก็ไม่รักกันอยู่ดี ต่อให้อยู่ด้วยกันจนหมดสิ้นลมหายใจ ความดีก็เอาชนะใจคนที่ไม่รักไม่ได้อยู่ดีเพราะสิ่งที่ได้มามันคือความผูกพันไม่ใช่ความรัก
“ฝ้ายได้ยินพี่ไหม ทำไมเงียบไปล่ะ” เสียงปลายสายพูดขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับใดๆ จากภัทรศยา
“เราหย่ากันเถอะค่ะพี่พีท ในเมื่อพี่พีทไม่เคยหยุดเพื่อฝ้าย เราก็ไม่มีเรื่องต้องคุยกันอีก ฝ้ายขอให้เราจบกันตรงนี้เถอะนะคะ ส่วนพี่จะไปเอากับใครก็ตามใจ ฝ้ายจะไม่ตามราวี จากนี้เราต่างคนต่างอยู่ ฝ้ายจะคืนอิสระทุกอย่างให้พี่ ขอแค่พี่พีทยอมหย่าให้ฝ้ายก็พอ”
เธอพูดทั้งน้ำตา เธอเคยได้ยินคนพูดว่าร้องไห้ในรถเบนช์ยังดีกว่าร้องไห้ในรถแท็กซี่ แต่ใครกันมันอยากจะร้องไห้ ไม่ว่านั่งอยู่ในรถคันไหน เธอไม่ควรเสียใจร้องไห้อยู่แบบนี้เพราะน้ำตาของเธอมีค่าเกินกว่าจะรินไหลออกมาเพราะผู้ชายที่ได้ชื่อว่าสามีด้วยซ้ำ
สามปีที่ผ่านมา เธอยอมขาดซึ่งอิสระในชีวิต ยอมไม่ไปเรียนต่อต่างประเทศเพียงเพราะอยากอยู่ดูแลเขา อยากมีครอบครัวและอยากมีลูกกับเขา เพื่อจะได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์ แต่ทว่ามันไม่เคยมีความสมบูรณ์ใดๆ เหมือนที่เธอวาดฝันเอาไว้เลยจนถึงตอนนี้
“พี่ฝ้าย แพรกับพี่พีทไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ นะคะ พี่รีบกลับมาคุยกันที่บ้านเถอะ อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกพ่อกับแม่เลยนะคะ แพรไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่” เสียงผู้หญิงดังแทรกเข้ามาในปลายสาย มันยิ่งทำให้เธอโกรธเพราะเสียงที่ได้ยิน มันเป็นเสียงของแพรพิไล น้องสาวบุญธรรมของเธอเอง และเป็นคนเดียวกันกับที่เธอเห็นนอนอยู่บนเตียงกับสามีของเธอที่บ้านหลังใหญ่ ซึ่งเป็นเรือนหอของเธอกับพีรวิชญ์
“ไม่มีมีอะไรกันงั้นเหรอ นอนกอดกันบนเตียงขนาดนั้น ยังจะหน้าด้านพูดว่าไม่มีอะไรอีกเหรอ กี่ครั้งแล้วล่ะที่เธอทำเรื่องเลวๆ ลับหลังพี่แบบนี้ ถ้าอยากได้ผู้ชายคนนั้นมาก เธอแค่พูดมาตรงๆ พี่ยอมให้เธอได้ ไม่เห็นต้องทำตัวต่ำตมแบบนี้เลยนี่แพร”
“พี่ฝ้ายให้แพรจริงๆ เหรอ งั้นผู้ชายคนนี้แพรขอนะคะ” น้ำเสียงของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นดีใจก่อนที่ภัทรศยาจะได้ยินเสียงของสามีดังตามมาทีหลัง
“โอ๊ย! แพรอย่า”
“อย่าดิ้นสิคะพี่พีท เดี๋ยวแพรทำให้พี่พีทมีความสุขอีกรอบนะคะ”
ภัทรศยาได้ยินเสียงของแพรพิไลดังมาจากปลายสาย มันเป็นอีกครั้งที่เธอต้องจับพวงมาลัยรถไว้แน่น น้ำตาอาบแก้มผ่องทั้งสองข้าง เมื่อรับรู้ว่าคนทรยศทั้งสองคนต่างเป็นคนที่เธอรัก
“อยากได้นักก็เอาไป เสวยสุขกันเสียให้พอ ส่วนฉันจะหย่ากับผู้ชายเลวๆ คนนี้ หมดเวรหมดกรรมกันเสียที” เธอพูดพร้อมกับสะอึกสะอื้นด้วยความเจ็บปวด ตอนนี้เธอร้องไห้อย่างหนักราวกับคนเสียสติ คิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตดี สิ่งเดียวที่เธอคิดอยู่ตอนนี้คือต้องหย่ากับสามีให้ได้
หลังจากหย่าสำเร็จแล้ว เธอจะกลับมามีชีวิตเป็นของตัวเอง ทำทุกอย่างเพื่อความสุขของตัวเองและจะไม่เอาชีวิตไปผูกติดกับความรักบ้าบอนั่นอีกแล้ว ทว่าเสียงความคิดยังไม่ทันเงียบหายสนิทดีนัก เมื่อเธอขับรถไปเรื่อยๆ และคิดจะจอดรถตรงข้างทาง เพื่อจะเช็ดน้ำตาและตั้งสติตนเองอีกครั้งเพราะระยะทางที่เธอขับรถกลับบ้านไปหาพ่อแม่ที่จังหวัดกระบี่มันไกลมาก
ถ้าขับรถโดยขาดสติ อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ แต่แล้วเรื่องที่ไม่คาดคิดกลับเกิดขึ้น เมื่อเธอเหยียบเบรกรถ แต่เบรกกลับใช้งานไม่ได้
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมรถมันเบรกไม่ได้ล่ะ ไม่นะ ว้าย!!”
เมื่อระบบเบรกใช้งานไม่ได้ แต่รถเบนช์คันหรูยังคงเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็ว จนกระทั่งภัทรศยาขับรถเสียหลัก ทำให้รถพุ่งไปชนขอบทางพลิกคว่ำหงายท้อง เพียงเสี้ยววินาทีนั้นเกิดไฟลุกท่วมไปทั้งคันรถ ร่างของหญิงสาวยังคงติดอยู่ในรถได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่สามารถออกมาจากได้เลย ร่างกายเธอสัมผัสถึงความร้อนระอุของเพลิงที่ลุกลามเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว หยดน้ำใสๆ มันร้อนอยู่ในดวงตาที่เปิดกว้างและไม่อาจปิดสนิทลงได้เลย
“พวกแกมันคนทรยศ” เธอคิดด้วยความโกรธแค้นเพราะคิดว่าแพรพิไลกับพีรวิชญ์คือคนที่วางแผนตัดสายเบรกรถของเธอทำให้เธอต้องประสบอุบัติเหตุจนถึงแก่ความตาย
“ถ้าฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง ขออย่าได้เจอคนเลวๆ สองคนนี้อีกเลย” จิตสุดท้ายของภัทรศยายังคงโกรธแค้นและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ในที่สุดร่างของเธอกลับถูกไฟเผาผลาญจนหมดสิ้น รวมถึงความทุกข์ทรมานที่เธอกอดเก็บไว้มานานถึงสามปี วันนี้ความเจ็บปวดเหล่านี้ มันได้เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดเสียที
เอาบทนำไปอ่านก่อนน้าาา ฝากกดใจ กดติดตาม คอมเมนต์ให้กันหน่อยน้าา ขอบคุณมากๆ เลยค้าบบ
เราขอย้ำว่านิยายเรื่องนี้น้ำเน่ามากนะ ถ้าไม่ชอบรีบกดออก แต่อย่ากดเลยน้าพลีสสส ฮ่ะฮ่า ^-^