ตอนที่ 1
ณ สถานที่อันสวยงามอุดมสมบูรณ์ ท้องฟ้าสีครามสดใส ผู้คนในยามเช้าต่างออกมาจับจ่ายใช้สอยกันอย่างพลุกพล่าน เสียงพูดคุยจอแจ
พ่อค้าแม่ค้าต่างพากันร้องเรียกหาลูกค้า แสงสีต่างๆ ตามธาตุพลังประจำตัว ถูกใช้ออกมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิต
สถานที่ที่ผู้คนต่างตัดสินความเป็นมนุษย์กันด้วยพลังธาตุที่ครอบครอง
ผู้แข็งแกร่งย่อมกลายเป็นที่นับหน้าถือตาและยอมรับนับถือ ผู้ที่อ่อนแอ ก็ย่อมตกเป็นเบี้ยล่างและโดนกลืนกิน
ดังนั้นต่อให้เป็นเพียงชาวบ้านสามัญ หากสามารถผลักดันตัวเองให้กลายเป็นคนที่แข็งแกร่ง พวกเขาก็จะสามารถเพิ่มฐานะทางสังคมได้เช่นกัน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่พวกเขาจะยอมทุ่มทุกอย่างที่มี ให้แก่บุตรหลานที่มีแววว่าจะทำให้ครอบครัวของตัวเองรุ่งโรจน์
แต่ทว่าก็มีกลุ่มบุคคลที่อยู่ล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร นั่นก็คือ บุคคลที่ไร้ ซึ่งพลัง
พวกเขาเหล่านั้นช่างน่าสงสาร พวกเขาต่างเกิดมา เมื่ออายุครบห้าขวบปี ก็จะได้รับเข้าการทดสอบในการปลุกพลังของทั้งสี่ธาตุ อันได้แก่ ธาตุไม้ ธาตุไฟ ธาตุน้ำ และธาตุลม เมื่อพลังแห่งธาตุปรากฏ หัวไหล่ด้านขวาของพวกเขาจะปรากฏสัญลักษณ์ประจำตัวของแต่ละธาตุ
มังกรฟ้า ธาตุไม้ หงส์แดง ธาตุไฟ เต่าดำ ธาตุน้ำ และพยัคฆ์ขาว ธาตุลม
สำหรับบุคคลที่ไร้ซึ่งพลังธาตุ สัญลักษณ์จะไม่ปรากฏออกมา พวกเขาจะถูกตัดสินว่าคือบุคคลระดับล่าง และไร้ซึ่งประโยชน์ในทันที…….
ยามเย็นมาเยือน พ่อค้าแม่ค้าต่างพากันเก็บร้านเพื่อพักผ่อน บรรยากาศที่คึกคักตลอดทั้งวัน เริ่มเงียบสงบ…
เด็กสาวคนหนึ่งที่เพิ่งได้รับค่าจ้างของวันนี้ รีบรับเศษเงินอันน้อยนิดสำหรับใครหลายๆ คน แต่สำหรับนางนั้นมันมีค่าเป็นอย่างมาก สำหรับคนไร้พลังเช่นนาง
เด็กสาวรีบเก็บเงินไม่กี่เหรียญทองแดงไว้ในชายแขนเสื้ออย่างหวงแหน พร้อมกับเศษผักที่เหลือๆ ที่ไม่สามารถนำมันไปขายได้
ร่างบางค่อยๆ ลัดเลาะซอยที่ค่อนข้างเปลี่ยว เพื่อเดินทางกลับไปยังวัดร้างด้านหลังของเมืองหลวง สถานที่แห่งนั้นเรียกได้ว่าเป็นที่ซุกหัวนอน ของบรรดาผู้ที่ไร้ซึ่งพลังทั้งหลาย พวกเขาต่างถูกนำไปทิ้งที่นั่นตั้งแต่ยังเด็ก หรือจะบอกได้ว่าตั้งแต่ผลการวัดพลังปรากฏออกมาแล้วนั่นเอง
“นี่...เจ้าน่ะ”
เสียงของชายฉกรรจ์เอ่ยเรียกเด็กสาวที่แต่งกายซอมซ่อ
ร่างบางทำเป็นไม่ได้ยินและพยายามเร่งฝีเท้าของตัวเองให้เร็วขึ้น
พรึบ..
ลูกบอลพลังธาตุสีฟ้าอันเป็นสัญลักษณ์ของธาตุน้ำ ถูกปาไปอย่างจังตรงเข้าที่กลางหลังของเด็กสาว
“เจ้าน่ะ..พวกข้าเรียกแล้วกล้าเมินอย่างนั้นรึ!!”
น้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์ของชายคนหนึ่งดังขึ้น
เด็กสาวได้แต่ตัวสั่นงันงก พลางคิดในใจ
อีกแล้วหรือ เหตุใดหนอนางจะต้องมาเจอกลุ่มคนพวกนี้อยู่ร่ำไป ขนาดนางพยายามเปลี่ยนเส้นทางในการกลับไปยังวัดร้างทุกๆ วัน เหตุใดสวรรค์จึงไม่เมตตานางบ้าง
ผลัก!!
ร่างบางถูกผลักกระแทกเข้ากับกำแพงของโรงเตี้ยมแห่งหนึ่ง
แม้ในเหตุการณ์จะมีคนเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ผู้คนเหล่านั้นเลือกที่จะปิดประตูบ้านของตัวเอง แล้วทำเป็นไม่เห็นเรื่องราว เพราะอย่างไรพวกไร้พลังก็ไม่ได้มีความหมายอะไรกับพวกเขาอยู่แล้ว
เด็กสาวหมดหนทางที่จะร้องขอความช่วยเหลือ เธอจึงได้แต่หลับตายอมรับชะตากรรม แต่อย่างไรก็ตามเธออยากให้เงินค่าจ้างในวันนี้ ไปถึงมือบรรดาน้องๆ ที่ถูกนำมาทิ้งใหม่ เพื่อที่อย่างน้อยพวกเขาจะได้นำเงินนี้ไปหาซื้ออาหาร หรือข้าวของอย่างอื่นได้
“ข้าคุยกับเจ้าอยู่ไม่ได้ยินหรืออย่างไร?” ชายฉกรรจ์สามคนเดินตรงมาทางเด็กสาวที่กำลังสั่นงันงกด้วยความกลัว
“ไม่...ไม่ทราบว่าคุณชายทั้งสามมีอะไรกับข้าหรือเจ้าคะ??”
ชายฉกรรจ์หนึ่งในนั้นแสยะยิ้ม ก่อนที่จะจับแขนของเด็กสาวไว้ พร้อมกับหันไปบอกกับอีกสองคนที่มาด้วยกัน
“ข้าเห็นนังนี่เอาเงินเก็บไว้ในชายแขนเสื้อ เอาออกมา”
เพียงครู่เดียวชายฉกรรจ์หนึ่งในสองคนก็หยิบเงินจำนวนสองเหรียญทองแดงออกมา ก่อนยื่นให้คนที่เป็นหัวหน้าได้ดูสิ่งที่อยู่ในมือ
ชายคนที่จับแขนของเด็กสาวสะบัดเด็กสาวกระเด็น
“เหอะ!! เสียเวลาชะมัด”
ชายทั้งสามเมื่อได้สิ่งที่ตัวเองต้องการเป็นที่เรียบร้อย ก็ส่งสัญญาณพากันไปหาเหยื่อรายต่อไป แต่ทว่า
หมับ..
ขาของชายที่อยู่ตรงกลางหยุดชะงัก เนื่องจากเหมือนมีอะไรบางอย่าง มารั้งเท้าของตนเองไว้
ทั้งสามคนมองไปที่ข้อเท้าของชายคนที่อยู่ตรงกลางอย่างพร้อมเพรียงกัน ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะเรียกพลังธาตุน้ำสาดใส่เด็กสาว
ร่างเล็กกัดฟันแน่นที่ถูกอะไรบางอย่างพุ่งใส่กลางหลังเป็นครั้งที่สอง แต่มือบางก็ยังจับข้อเท้าของอีกฝ่ายไว้อย่างเหนียวแน่น
ชายฉกรรจ์อีกสองคนที่เหลือกระชากแขนของเด็กสาวคนละข้าง จนสหายของตนหลุดจากการถูกเกาะกุม
ชายฉกรรจ์คนที่โดนรั้งข้อเท้าเมื่อครู่ มองเด็กสาวเนื้อตัวมอมแมมอย่าง ไม่สบอารมณ์ เขาดึงพลังธาตุไฟออกมา ก่อนจะปล่อยมันให้พุ่งไปกระแทกกลางหน้าอกของเด็กสาวอีกครั้ง จนอีกฝ่ายทรุดลงไปนอนกองกับพื้น เมื่อเห็นว่าเด็กสาวไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีก ทั้งสามคนจึงพากันออกไปจากตรอกแห่งนี้
เด็กสาวที่ไร้พลังธาตุแต่กลับโดนคนที่มีพลังโจมตีใส่ตัวเองถึงสามครั้ง จนร่างกายภายในบอบช้ำอย่างหนัก
ร่างเล็กกระอักเลือดออกมาคำโต
น้ำตาแห่งความแค้น ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจพรั่งพรูออกมา พร้อมกับเลือดที่ไหลออกจากมุมปากและรูจมูก
เด็กสาวพยายามลุกขึ้นยืน แต่ก็เซล้มไปเสียทุกครั้ง
เหตุใดหนอสวรรค์จึงกลั่นแกล้งนางเช่นนี้ ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นลูกเต้าเหล่าใคร มีเพียงแหวนหยกที่ถูกซ่อนเก็บไว้ใต้ชั้นของเสื้อผ้าที่เป็นเบาะแส นางยังไม่มีโอกาสตามหาบิดา หรือมารดาเพื่อถามหาเหตุผลที่ทิ้งนางเช่นนี้
ใบหน้ามอมแมมเต็มไปด้วยคราบดินเปรอะเปื้อนยิ้มเยาะเย้ยให้กับตัวเอง นางเป็นเพียงคนที่มีเพียงชื่อเท่านั้นไร้ซึ่งแซ่ และนามของนางคือจิวอิง ซึ่งมีความหมายว่า โชคชะตาแห่งความกล้าหาญ
นางเคยมีความฝันว่าอยากจะทำให้กลุ่มคนที่ถูกทอดทิ้ง มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
แต่คงไม่อาจเป็นไปได้แล้วใช่หรือไม่?? ร่างเล็กพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายคลานไปให้ถึงจุดหมาย แม้จะรู้อยู่แก่ใจดี ว่าคงไม่อาจเป็นไปได้
เรี่ยวแรงของเด็กสาวค่อยๆหมดลงเรื่อย ดวงตาเริ่มพร่ามัว พร้อมกับอาการจุกแน่นที่หน้าอก
พรวด..
ร่างเล็กกระอักเลือดออกมาอีกระลอก ก่อนที่สติของเด็กสาวจะหมดไป และรวมไปถึงลมหายใจที่แผ่วเบาก็หายไปเช่นกัน
ฉันจะยังคงมีชีวิตอยู่ได้อีกนานไหม??
หญิงสาวใบหน้าจิ้มลิ้มอ่อนหวาน พูดกับตัวเองในขณะที่ทอดสายตามองภาพวิวเบื้องล่างของโรงพยาบาล ที่มีการจราจรแสนวุ่นวาย ก่อนที่จะยิ้มเจื่อนๆ ให้กับตัวเอง
เธอตั้งใจเปลี่ยนความสนใจมาเป็นตัวหนังสือมากมายในหน้าพิมพ์เอกสารของโน๊ตบุ๊คคู่ใจ ด้านซ้ายมีสมุดที่เอาไว้จดบันทึกเรื่องราวต่างๆ มากมาย
เธอป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวระยะสุดท้าย….
ความตั้งใจของเธออยากจะเขียนนิยายเรื่องที่เธอแต่งไว้ค้างอยู่ให้จบ ก่อนที่เธอจะจากโลกแห่งนี้ไป ด้วยความที่เธอผูกพันกับบรรดาแฟนคลับที่คอยติดตามผลมาตลอด
เพราะทุกๆ คนคือเพื่อนของเธอ เพื่อนที่คอยพูดคุย สนับสนุนและแลกเปลี่ยนความคิด เพื่อนที่คอยเป็นกำลังให้กัน
หรือจะบอกได้ว่าพวกเขาทุกๆ คนคือครอบครัวในสังคมออนไลน์ ก็ไม่ผิด….
นิยายที่เธอแต่งเป็นความฝัน เป็นจินตนาการของโลกอีกโลกที่เธอสร้างขึ้นมาเอง สถานที่ที่เธออยากให้มันเป็นแต่ไม่อาจจะเป็นไปได้
สถานที่ที่เธอสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ ใช้ชีวิตผจญภัยในที่ที่อยากไป
และสิ่งที่ทำให้เธอยิ้มออกในทุกๆ ครั้งที่กลับมามองในโลกแห่งความเป็นจริง นั่นก็คือการที่นักอ่านทุกคนร่วมท่องโลกนั้นไปกับเธอ
ทุกคนสามารถจินตนาการถึงสิ่งที่เธอต้องจะสื่อ ทุกคนอินไปกับตัวละคร และที่สำคัญพวกเขาเคารพงานเขียนของฉัน เคารพโลกที่ฉันสร้างขึ้น
แม้จะมีบางตอนหรือบางช่วงที่ไม่เป็นไปดั่งใจที่นักอ่านต้องการ แต่ทุกคนก็พร้อมที่จะรอและทำความเข้าใจ ในสิ่งที่ฉันต้องการจะสื่อ…
ถึงแม้ว่าจะมีคนอ่านบางคนที่อยากจะให้ฉันเขียนตามความต้องการของตัวเขา เพื่อที่เขาจะสนุกไปกับเนื้อเรื่องในแบบความต้องการของเขา
ถ้าเป็นแบบนั้นนิยายก็ไม่ใช่โลกของคนเขียนน่ะสิ..
ใบหน้าเรียวรูปไข่เท้าคางพลางคิดถึงสิ่งที่ผ่านๆ มา คิดถึงประสบการณ์ งานเขียนที่ผ่านมา ก็พาให้อมยิ้ม
ก่อนที่จะใช้มืออีกข้างขยับเลื่อนเมาส์ไปดูคอมเม้น เธออยากบอกแฟนคลับทุกคนของเธอเหลือเกินว่า ทุกๆ คนเป็นกำลังใจให้เธออยากที่จะลืมตาตื่นขึ้นมาสู้กับโรคนี้
เพื่อที่นิยายที่ทุกคนติดตามอยู่นี้เธอจะต้องเขียนมันให้จบให้ได้
จิวอิง นั่นคือนามปากกาของเธอ เธอต้องการเข้มแข็งต่อโชคชะตาที่แสนอาภัพนี้ แต่ชื่อเล่นที่จริงของเธอชื่อ เพชร อัญมณีที่สวยงาม
ร่างบางปรับที่นั่งของตัวเองให้เข้าที่ สายน้ำเกลือที่ระโยงระยางไม่ได้เป็นปัญหากับเธอสักเท่าไหร่ เนื่องจากความเคยชิน
ดวงตากลมโตเริ่มกวาดมองพล็อตเรื่องที่ตัวเองร่างไว้ รวมไปถึงทรีทเท้นในแต่ละตอน ที่ตัวเธอได้เขียนกำกับ เพื่อที่ตัวเองจะได้แต่งเรื่องราวได้อย่างราบรื่น และไม่ออกทะเลให้เรื่องราวในนิยายมันยืดเยื้อ
เพชร เริ่มเข้าสู่จินตนาการและโลกของตัวเองอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะเริ่มสวมจิตวิญญาณเป็นตัวเอก พร้อมกับดื่มด่ำกับเรื่องราวความสัมพันธ์ของตัวละคร
มือน้อยๆ เริ่มพิมพ์ตัวหนังสือสร้างสรรค์เรื่องราวต่อจากเดิมอย่างไม่รอช้า..
เธออยากสวมบทบาทเป็นพระเอกแนวแฟนตาซี ที่มีความสามารถเรื่องของการหลอมยา เดินทางท่องเที่ยวเพื่อหาวัตถุดิบต่างๆ ความฝันของเธอคือการได้ออกไปผจญภัย
เธออยากมีโอกาสไปสัมผัสบรรยากาศของการเดินป่า แต่ก็ไม่อาจจะทำได้ เธอก็ได้แต่ดูคลิปในยูทูป และนำความรู้สึกนั้นมาใส่ในนิยายเรื่องนี้อีกที
แหมะ…
น้ำสีแดงๆ หนึ่งหยด หยดลงใส่แป้นพิมพ์ของโน๊ตบุ๊ค
หญิงสาวเริ่มรู้สึกเบลอๆ สายตาเริ่มเห็นภาพตรงหน้าเลือนราง เธอยกมือขึ้นปาดเลือดกำเดาอย่างลวกๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปกดปุ่มฉุกเฉินบนหัวเตียงเพื่อเรียกพยาบาล
ไม่นะ!!!
ฉันจะต้องไม่เป็นอะไร!!
เพชรบอกกับตัวเอง เมื่อเริ่มรู้สึกว่าแขน ขา มือ ของตัวเองเริ่มชา และเริ่มที่จะไม่รู้สึกอะไร
เธอยอมรับว่าเธอกลัว กลัวว่าความตายนั้นจะเจ็บปวดและน่ากลัว
และที่สำคัญเธอยังทำตามความฝันของตัวเองไม่สำเร็จ
สติของหญิงสาวเริ่มเลือนราง ชีพจรของเพชรอ่อนลงเรื่อยๆ พยาบาลวิ่งเข้ามาภายในห้องพิเศษ ก่อนจะเรียกหมอและพยาบาลเข้ามาเพิ่ม
เสียงของบรรดาพยาบาลและหมอที่พยายามจะยื้อชีวิตของบุตรสาวเจ้าสัวใหญ่ทางภาคเหนือดังระงมไปทั่วทั้งห้อง
อุปกรณ์ช่วยชีวิตมากมายถูกนำออกมา เพื่อยื้อชีวิตหญิงสาวบนเตียง......
หากแต่ว่าร่างที่นอนอยู่บนเตียงกลับไม่รู้สึก และไม่ได้ยินเสียงใดๆ.......
นี่เป็นครั้งแรกที่เธออ้อนวอนขอแด่พระเจ้า
หากพระเจ้ามีจริงขอให้ตัวเองอย่าได้เจ็บปวด และหากชาติหน้ามีจริง เธออยากจะขอให้เธอมีชีวิตได้อย่างอิสระ ทำในสิ่งที่อยากจะทำ
หากบุญกุศลของฉันยังพอหลงเหลือบ้าง ได้โปรดให้คำร้องขอของฉันเป็นจริงสักครั้ง
ใบหน้างามคลี่ยิ้มออกมา เธอจะขอจากไปพร้อมกับรอยยิ้ม พ่อคะแม่คะอย่าได้เศร้าหรือเสียใจเลยนะคะ เพชรส่งผ่านข้อความทางความคิด ไปถึงบุพการีทั้งสอง
ท่านทั้งคู่ต้องพยายามหาเงินมารักษาเธอมากมายมหาศาล รวมไปถึงการจ้างทีมแพทย์เฉพาะทางซึ่งเป็นจำนวนเงินไม่น้อย
เธอไม่อยากให้พ่อและแม่ของเธอลำบากอีกแล้ว เธอไม่อยากเห็นใบหน้าเศร้าสร้อยของท่านทั้งคู่แม้จะทำเป็นเข้มแข็งให้เธอสบายใจก็ตาม…
พวกท่านทั้งสองควรที่จะมีรอยยิ้ม มากกว่าสีหน้าอมทุกข์แบบนั้น
ตี๊ด…...ติ๊ด…
กราฟการเต้นของหัวใจ ไร้ชีพจร ตอนนี้มันกลายเป็นเส้นตรงยาว ซึ่งเป็นการบ่งบอกว่าหญิงสาวตรงหน้า ได้จากโลกแห่งนี้ไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย