bc

Bellman of luoyang : อากาศแห้งแล้งระวังฟืนไฟ

book_age16+
21
ติดตาม
1K
อ่าน
จบสุข
สาสมใจ
นักสืบ
เทพนิยาย
like
intro-logo
คำนิยม

สุดยอดเจ้าหน้าที่เดินยาม แห่งนครลั่วหยาง ผู้ตั้งปณิธานเอาไว้ว่า เขาจะไม่ยอมถูกมือสังหารฆ่าตายในหน้าที่โดยเด็ดขาด

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
ตอนที่ 1 ส่วนที่ 1 : ชายหนุ่มจากชนบท
ในปีคริสต์ศักราชที่ 692 ซึ่งตรงกับปีที่ 2 ของราชวงศ์อู่โจว หลังจากการขึ้นครองราชย์อย่างเปิดเผยได้เพียงไม่นาน ของจักรพรรดิหญิงพระองค์แรกในประวัติศาสตร์ พระนางทรงมีพระบรมราชโองการย้ายราชธานี จากเมืองฉางอัน มายังเมืองลั่วหยาง ทั้งนี้เพื่อหลีกหนีให้ไกลจากอำนาจของเหล่าเชื้อพระวงศ์เก่า ที่คอยจะจ้องล้มล้างพระราชอำนาจของพระองค์ แต่ทว่า...บัดนี้ภายในเมืองลั่วหยาง กลับเต็มไปด้วยเหล่ามือสังหาร จากทั้งฝ่ายต่อต้าน เนื่องจากไม่เห็นชอบด้วยกับการที่แผ่นดินต้าถัง จะมีผู้นำเป็นสตรี และฝ่ายเชื้อพระวงศ์อำนาจเก่า ผู้สูญเสียผลประโยชน์ ซึ่งต่างฝ่ายต่างว่าจ้างมือสังหารฝีมือดี ลักลอบเข้ามายังวังหลวง โดยมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่ การสังหารจักรพรรดิหญิงพระองค์แรกนั่นเอง เหล่าทหารเวรยาม และทหารองครักษ์ ต่างถูกวางกำลังเอาไว้รอบพระตำหนักอย่างแน่นหนา และเดินยามตลอดทั้งกลางวันกลางคืน เพื่อป้องกันการลอบปลงพระชนม์ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกช่วงยาม ดังนั้นทหารเวรยาม และทหารองครักษ์จึงเกิดความเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก ทำให้ประสิทธิภาพในการป้องกันวังหลวงลดลง ด้วยเหตุนี้วังหลวงจึงมีประกาศคำสั่ง ขอหยิบยืมกำลังทหาร จากกองทหารรักษาการประจำเมืองลั่วหยาง ให้เข้าไปสมทบกับเหล่าทหารองครักษ์ ในการปกป้องวังหลวงอีกแรงหนึ่ง โดยมีเจตนาที่จะคัดบุคคลที่มีความสามารถ จากกองทหารรักษาการประจำเมืองลั่วหยาง เพื่อมุ่งถวายอารักขาความปลอดภัย ต่อองค์จักรพรรดิหญิงเป็นหลัก ประกาศคำสั่งดังกล่าวจากวังหลวง ทำให้กองกำลังป้องกันเมืองลั่วหยาง ลดลง เหลือแต่เพียงเหล่าทหารฝีมือธรรมดาเท่านั้น ถึงแม้ว่าจะร่วมมือกับเหล่ามือปราบ ซึ่งขึ้นตรงต่อเจ้าเมืองลั่วหยางแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่เพียงพอ ต่อการดูแลเมืองลั่วหยางได้อย่างทั่วถึง จนเกิดเป็นช่องว่าง สบโอกาสให้เหล่าบรรดามือสังหาร สามารถลักลอบเข้ามายังเมืองลั่วหยางได้อย่างง่ายดาย ด้วยเหตุนี้กองทหารรักษาการแห่งเมืองลั่วหยาง จึงออกตรวจตราแต่เฉพาะเส้นทางสายหลัก อันสำคัญจำเป็นเท่านั้น ซึ่งต่างกับเหล่าเกิงฟู (ยามบอกเวลา) ที่จะต้องออกเดินยามไปตามเส้นทางสายหลัก และเส้นทางสายรอง เพื่อแจ้งบอกยามให้แก่ชาวบ้าน ภายในเมืองลั่วหยางได้อย่างทั่วถึง และนอกจากนี้เหล่าเกิงฟูยังมีภาระหน้าที่เพิ่มขึ้นใหม่ โดยเป็นการขอความร่วมมือเชิงบังคับ จากเจ้าหน้าที่ทางการระดับสูง ให้พวกเขาทำหน้าที่เฝ้าระวังเหล่ามือสังหาร ที่ลอบเข้ามาในเมืองลั่วหยางอีกทางหนึ่งด้วย ดังนั้นบุคคลแรกที่มักจะได้รับอันตราย จากการที่เหล่ามือสังหารลอบเข้ามาในเมืองลั่วหยาง ก็หนีไม่พ้นเหล่าเกิงฟูนั่นเอง หลังจากเหล่าบรรดามือสังหาร แอบลักลอบเข้ามายังเมืองลั่วหยางอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้เกิงฟูเดินยาม ต่างถูกสังหารลงไปเป็นจำนวนมาก จนเหล่าบรรดาเกิงฟูมีจำนวนลดน้อยลง โดยเฉพาะในช่วงเวลาจื่อสือ (ช่วงเวลา 23.00 - 00.59 นาฬิกา) ซึ่งเป็นช่วงยามกลางคืนอันดึกสงัด เหมาะแก่การลักลอบเข้าไปยังวังหลวง จึงทำให้เกิงฟูในยามช่วงดังกล่าวถูกสังหารมากที่สุด ส่งผลให้เกิงฟูในยามจื่อสือขาดแคลนบุคลากรอย่างหนัก ด้วยเหตุดังกล่าวในวันนี้ เจ้าเมืองลั่วหยางจึงได้มีคำสั่งด่วนเปิดรับสมัครเกิงฟูหน้าใหม่ ขึ้นมาทดแทนเหล่าเกิงฟูที่เสียชีวิตไป แม้ว่า “เกิงฟู” จะเป็นตำแหน่งเจ้าหน้าที่ทางการอันต่ำต้อย แต่ก็ขึ้นตรงต่อเจ้าเมืองลั่วหยาง ดังนั้นจึงมีข้าวให้กิน และมีที่พักให้อาศัย อีกทั้งยังมีเบี้ยหวัด ค่าตอบแทนอย่างงามอีกด้วย จึงทำให้ชาวบ้าน และชาวเมืองละแวกใกล้เคียง ซึ่งกำลังว่างงานต่างให้ความสนใจ และเข้ามาต่อแถวยื่นใบสมัครกันเป็นจำนวนมาก แต่กลับมีเพียงยามจื่อสือเท่านั้น ที่ไม่มีผู้ใดกล้ามายื่นใบสมัคร ถึงแม้จะเป็นยามที่ค่าตอบแทน สูงกว่ายามช่วงอื่นก็ตาม เนื่องจากแต่ละคนต่างเกรงกลัวว่า จะเอาชีวิตไปทิ้งเสียเปล่า ก่อนที่จะได้ใช้เงินค่าตอบแทนนั่นเอง จางต้าหนิว เดินทางรอนแรมมาจากหมู่บ้านขนาดเล็กแห่งหนึ่ง ทางตอนเหนือของเมืองซานซี จาง...เป็นแซ่ ต้าหนิว...เป็นนาม แปลว่า “วัวใหญ่” มันเป็นบุรุษหนุ่มวัยประมาณ 30 ปี รูปร่างสูงใหญ่กำยำ ดั่งนามของมัน ผมเผ้ายุ่งเหยิง ผิวพรรณหยาบกร้าน หนวดเครารกรุงรัง สวมใส่เสื้อผ้าเก่าขาดซอมซ่อ จางต้าหนิวไม่มีบิดา มารดา และญาติพี่น้อง เนื่องจากเมื่อ 5 ปีก่อน บ้านสกุลจางกว่า 20 ชีวิต เกิดประสบกับอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งมีเพียงมันผู้เดียวเท่านั้นที่รอดชีวิตมาได้ เนื่องจากว่าช่วงเกิดอุทกภัย มันและภริยาเดินทางเข้าไปหาของป่า จางต้าหนิวเคยเข้าพิธีสมรสกับกูเหนี่ยง (สาวน้อย) จากตระกูลซาน ซึ่งได้หมั้นหมาย และตกแต่งกับมัน ก่อนที่ตระกูลของมันจะประสบกับภัยพิบัติ แต่ต่อมาภริยาของมัน กลับต้องมาเสียชีวิตลง ด้วยโรคระบาดเมื่อปีกลายที่ผ่านมา โดยที่ทั้งสองไม่มีทายาทสืบสกุลด้วยกัน บุรุษหนุ่มตัวคนเดียวไร้ญาติขาดมิตร เมื่อสามารถเอาตัวรอดพ้นจากโรคระบาดมาได้ จึงซัดเซพเนจรไปทั่วแผ่นดินดั่งคนไร้จุดหมาย จนกระทั่งเดินทางมาถึงเมืองลั่วหยาง และเงินที่ติดตัวกำลังจะหมด ด้วยเหตุนี้...มันจึงต้องหางานทำ แม้ว่าจางต้าหนิวจะมีความสามารถ พออ่านออกเขียนได้ แต่ก็ไม่ถึงขั้นเรียนรู้หนังสืออย่างแตกฉาน เนื่องจากชีวิตส่วนใหญ่ของมัน หมดไปกับการเป็นพรานป่าล่าสัตว์ จึงทำให้มันไม่อาจเข้าใจ ข้อความบนป้ายประกาศขนาดใหญ่ ซึ่งติดอยู่บนกระดานตรงหน้าได้อย่างกระจ่างนัก ด้วยเหตุนี้บุรุษหนุ่มจากเมืองซานซี จึงทราบข้อความบนป้ายประกาศดังกล่าวเพียงว่า ในวันนี้เจ้าหน้าที่ทางการกำลังเปิดรับสมัครงานบางอย่างเท่านั้น จางต้าหนิวเห็นช่องสำหรับให้ผู้สมัคร มายืนต่อแถวจำนวนห้าช่อง โดยแต่ละช่อง มีป้ายกำกับเอาไว้หน้าแถว เริ่มตั้งแต่ ยามซวีสือ ยามห้ายสือ ยามจื่อสือ ยามโฉ่วสือ และยามอิ๋นสือ ตามลำดับ โดยแถวของยามซวีสือ และยามห้ายสือ มีจำนวนผู้สมัครเข้ามาต่อแถวเป็นจำนวนมากที่สุด ส่วนแถวของยามโฉ่วสือ และยามอิ๋นสือมีจำนวนผู้คนเพียงไม่กี่คน แต่ก็ยังดีกว่ายามจื่อสือ ที่ไม่มีผู้ใดเข้าไปยืนต่อแถว แม้แต่คนเดียว

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

เฟิงหลี่เฉียง ยอดเสนาบดีแห่งหมิง

read
1.7K
bc

แค้นล้างรัก​ (ยัยตัวร้าย)​

read
1.7K
bc

นิยายหลี่จื่อเหยา ข้ามภพ

read
1.3K
bc

ฟ้าใส

read
1K
bc

EMPEROR's PATH เส้นทางจักรพรรดิ

read
1K
bc

ระเริงไฟใต้ตะวัน

read
1.0K
bc

รักอันตรายมาเฟีย

read
14.4K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook