ตอนที่ 1 เด็กสาวคนนั้น
ไร่ลำไย ‘วชิรเมฆ’ ทอดตัวยาวไกลสุดสายตา ท่ามกลางแดดอ่อนยามเช้า เสียงนกเขาและลมหวิวผ่านต้นลำไยทำให้เช้าในไร่ดูสงบ…
แต่มากกว่าความสงบ ก็คือ “ความเงียบงัน” ของเจ้านายผู้เป็นเจ้าของ
คุณเข้ม ผู้ชายวัย 40 ที่ใคร ๆ ในไร่ต่างเกรงขาม
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ใบหน้าคมเข้มราวสลักด้วยมีด เลือดเย็นกับงาน จริงจังกับชีวิต และไม่เคยเปิดใจให้ใครนอกจากสุราและงาน
และวันนี้…เขาไม่รู้เลยว่าเด็กคนหนึ่งกำลังเข้ามาในไร่ของเขา
“ไหวไหมลูก เดินทางไกลมาเหนื่อยแน่เลย”
เสียงของพี่จันทร์ แม่บ้านรุ่นใหญ่ประจำไร่ดังขึ้นพร้อมกับการต้อนรับเด็กสาวคนหนึ่งที่ก้าวลงจากรถสองแถว
ข้าวหอม ก้มหน้าลงอย่างนอบน้อม
“ขอบคุณค่ะ หนูชื่อข้าวหอม มาตามที่พี่เดือนฝากไว้ค่ะ”
“อือ พี่เดือนฝากไว้จริง ๆ ว่ามีเด็กบ้านไกลขยัน ๆ อยากมาช่วยงาน ไร่เราคนก็ไม่เยอะแล้ว พอดีเลย”
ข้าวหอมหอบกระเป๋าเสื้อผ้าผืนเดียวในมือแน่น ยิ้มบาง ๆ ทั้งตื่นเต้นและเกร็งในที
เพราะนี่คือที่พึ่งสุดท้ายของเธอในช่วงเวลาที่บ้านไม่มีแม้แต่ข้าวสารเต็มหม้อ
เรือนใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินลำไย
ไม้สักเก่ากับกลิ่นน้ำมันชักเงาให้ความรู้สึกทั้งสวยและเย็นเยียบ
ข้าวหอมก้มหน้าเดินตามพี่จันทร์ขึ้นเรือน ไม่กล้ามองไปรอบ ๆ มากนัก จนกระทั่ง
เสียงฝีเท้าเนิบหนักดังก้องขึ้นจากปลายบันไดด้านข้าง
ชายร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตพับแขน กางเกงผ้าเนื้อดี เดินขึ้นมาช้า ๆ พร้อมสายตาคมกริบที่ตวัดมามองพวกเธอเพียงแวบเดียว
คุณเข้ม
เขาไม่ได้พูดอะไร ไม่หยุดเดิน ไม่แม้แต่จะหรี่ตามองข้าวหอมซ้ำ
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณเข้ม” พี่จันทร์ยกมือไหว้ เขาพยักหน้าเบา ๆ เท่านั้น
สำหรับเขา…
เด็กในไร่ ก็แค่แรงงานอีกคน
ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องใส่ใจ
“เด็กใหม่เหรอ” เสียงเขาถามขณะจะเดินเลยไป
“ค่ะ แม่บ้านพี่เดือนฝากมา ทำงานจิปาถะได้หมด อยู่ช่วยที่ครัวด้วยค่ะ”
เขาหยุดก้าว
หันมามองอีกครั้งเพียงเสี้ยววินาที แล้วพยักหน้า
“จัดห้องว่างชั้นล่างให้เขา แล้วสอนงานให้ดี อย่าให้รกบ้าน”
เท่านั้น…เขาก็เดินขึ้นชั้นสองของเรือนใหญ่ โดยไม่เหลียวมองกลับมา
ข้าวหอมยืนก้มหน้า
แม้เขาจะพูดแค่ไม่กี่คำ แต่แผ่นหลังของผู้ชายคนนั้นกลับเต็มไปด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้เธอเย็นวูบในอก
เขาไม่ได้ใจดี
ไม่ได้ต้อนรับ
ไม่ได้แม้แต่จะมองเธอจริง ๆ
และเธอเอง…ก็ไม่คิดจะให้เขาสนใจ
เพราะเธอมาเพื่อ “หาเงิน” ไม่ได้มาเพื่อทำให้ใครรู้สึกอะไร
แต่ใครจะรู้…
ว่าบางครั้ง “เงาที่เดินผ่าน”
อาจฝากร่องรอยในใจไว้โดยไม่ตั้งใจ
รุ่งเช้าในไร่ลำไย ‘วชิรเมฆ’
แสงแดดอ่อนส่องผ่านใบไม้ สาดกระทบบนพื้นดินและแผงลำไยที่อัดแน่นเต็มไร่
เสียงจอบ เสียงเครื่องจักร และเสียงฝีเท้าคนงานดังก้องไปทั่วบริเวณ
ข้าวหอมลุกแต่เช้า
สวมเสื้อผ้าธรรมดา ทนแดดและเหงื่ออย่างไม่บ่น
ทำงานแม่บ้านและช่วยในครัวไปพร้อม ๆ กับงานจิปาถะตามคำสั่งพี่จันทร์
เธอเก็บกวาดลานหน้าเรือน ช่วยยกของ ซักผ้า ล้างจาน แม้จะเหนื่อยแต่เธอก็ไม่เคยแสดงท่าทีท้อแท้
“ขยันดีนะเด็กนี่” พี่จันทร์บ่นเบา ๆ ขณะตรวจงาน
ข้าวหอมยิ้มตอบ “ค่ะ หนูอยากช่วยครอบครัวค่ะ”
ด้านในเรือนใหญ่
คุณเข้มยังคงจมอยู่กับงานเอกสารและโทรศัพท์สายธุรกิจ
เขาเดินสำรวจแปลงลำไย โทรสั่งงานคนงาน และวางแผนจัดการไร่
ใบหน้าคมเข้มเรียบเฉย ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีเวลาให้เรื่องส่วนตัว
“โทรศัพท์มาอีกแล้วนะครับคุณเข้ม” เสียงเลขาสาวเรียบ ๆ แจ้งข่าว
“รู้แล้ววานพูดให้สั้น ๆ” เขาตอบเสียงเย็น พลางขมวดคิ้วอย่างเครียด
ในช่วงพักกลางวัน
ข้าวหอมแอบมองเรือนใหญ่จากระยะไกล
เห็นคุณเข้มนั่งทำงานในห้องกระจกใหญ่ ใบหน้าขรึมและนิ่งสงบ
“ผู้ชายแบบนั้น…ดูเหมือนไม่มีเวลาให้ใครเลย” เธอคิดพลางยิ้มบาง ๆ ให้กับตัวเอง
ตลอดวัน…
ทั้งสองคนต่างทำงานของตัวเอง
แต่แรงงานหญิงน้อยกลับทำให้ความเงียบในไร่เหมือนถูกเติมเต็มด้วยความหวังเล็ก ๆ
วันที่สามในไร่ลำไย
ข้าวหอมยังคงตั้งใจทำงานทุกอย่างด้วยใจเต็มร้อย
แม้จะเหนื่อยล้าจนเกือบล้ม แต่เธอก็ไม่ยอมให้ตัวเองหยุด
วันนั้นข้าวหอมเดินไปหลังบ้านเพื่อนำผ้าซักสะอาดมารีด
แต่ลมแรงพัดเอาผ้าหลุดมือปลิววูบตกลงในแปลงลำไยลึกเข้าไป
“โอ้ย! ต้องเข้าไปเอาแล้วสิ” เธอบ่นเบา ๆ
ก้าวเข้าไปในร่องไม้ผลที่แสงแดดส่องไม่ถึง
ทันใดนั้นเอง…
“เฮ้ย ระวัง ๆ” เสียงชายแกร่งดังมาจากมุมหนึ่งของแปลงลำไย
คุณเข้มกำลังตรวจงานพอดี
เห็นข้าวหอมเดินลึกเข้าไปเองโดยไม่ระวังพื้นที่ขรุขระ
เขารีบเดินเข้าไปใกล้ พร้อมเรียกเบา ๆ
“อย่าเข้าไปลึกเกิน มันอันตราย”
ข้าวหอมสะดุ้ง เงยหน้ามองเจอใบหน้าเข้ม ๆ ที่ไม่เคยสนใจใครมาก่อนในสายตาเธอ
“ขอบคุณค่ะคุณเข้ม หนูไม่ได้ตั้งใจจะไปไกลขนาดนั้น” เธอยิ้มเจื่อน ๆ
เขาไม่พูดอะไร
แค่เดินนำไปหยิบผ้าให้เธอ แล้วส่งคืนด้วยมือหยาบ ๆ
สัมผัสมือของเขานั้นหยาบกร้าน ต่างจากความอบอุ่นในสายตาอย่างสิ้นเชิง
ข้าวหอมกลับไปทำงานต่อ
แต่หัวใจเต้นแรงกว่าปกติหลายเท่า
ในขณะที่คุณเข้ม
เดินกลับไปยังเรือนใหญ่โดยไม่หันหลังกลับ
“เด็กนี่…เริ่มทำให้กูเสียสมาธิแล้วสิ”