ตอนที่ 1
เขมไม่รู้เลยว่าเมื่อชาติที่แล้วตัวเองได้ทำกรรมหนักอะไรไว้ โชคชะตาถึงได้มักจะเล่นตลกกับเขาเสมอ ตั้งแต่คลอดออกมาแม่ก็ทิ้งเขาไว้ให้ยายที่อยู่ในวัยแก่ชราเลี้ยงดู แล้วก็หายตัวไปโดยไม่คิดจะกลับมาเหลียวแลอีก ยายเลี้ยงดูเขาอย่างตามมีตามเกิดด้วยเบี้ยชราไม่กี่ร้อยที่ทางรัฐบาลให้และเงินจากการเก็บผักไปขายในตลาด แต่ละวันต้องอยู่กันอย่างตามมีตามเกิดประทังชีวิตด้วยเงินอันน้อยนิด
เขมไม่ได้เรียนหนังสือเหมือนอย่างเด็กคนอื่น พอเริ่มโตเขาก็ต้องไปช่วยยายเก็บผักตามบึงตามหนองไปขายในตลาดจนกระทั่งอายุสิบสาม เขาถึงได้ไปทำงานรับจ้างระแวกบ้าน เขมไม่เคยเกี่ยงงานที่จะต้องใช้แรงงานหนักหรือเบา เพราะไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ได้เงินทั้งนั้น เงินที่ได้มาส่วนมากก็จะนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซื้อข้าวปลาอาหารและซื้อยาให้กับยายที่เริ่มมีอาการป่วยกระปอดประแปด ส่วนเงินที่เหลือก็จะเก็บไว้สำหรับใช้จ่ายยามฉุกเฉิน
ชีวิตของเขมเป็นอย่างนี้เรื่อยมาจนกระทั่งอายุสิบเก้า จู่ๆ ยายก็เกิดล้มป่วยกะทันหัน ทำให้ต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนานหลายวันและยังต้องรักษาต่อเนื่องไปอีก เงินที่เขมเก็บไว้หลายปีถูกนำไปจ่ายค่ารักษาให้ยายจนหมดในครั้งเดียว เขาจำเป็นต้องหางานที่ได้เงินมากกว่าเดิมเพื่อนำไปจ่ายค่ารักษาครั้งต่อไปให้กับยาย เขมจึงคิดที่จะไปหางานทำในเมือง
ป้าเพ็ญที่อยู่ข้างบ้านรู้เรื่องนี้ก็แนะนำเขมให้ไปทำงานกับพี่สาวของตัวเองที่เป็นแม่บ้านอยู่ที่ต่างจังหวัด หลังจากที่ป้าวรรณรู้เรื่องของเขาก็รู้สึกสงสารเลยรับเขาเข้าไปทำงานด้วย ใจจริงเขมไม่อยากจะทิ้งยายไปไหน แต่เพราะจำเป็นต้องหาเงินไว้สำหรับจ่ายค่ารักษา เขาจึงเริ่มต้นการเป็นเด็กรับใช้ในคฤหาสน์ของนักธุรกิจยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ
เจ้าของคฤหาสน์หรูหราหลังนี้มีเจ้าของชื่อว่าภาสกร ภาสกรเป็นหนุ่มใหญ่อายุสี่สิบปลายๆ หน้าตาหล่อเหลาร่างกายแข็งแรงกำยำดูอ่อนกว่าคนวัยเดียวกันพอสมควร วินาทีแรกที่ภาสกรเห็นเขม เขาก็ชอบใบหน้าสวยและรูปร่างผอมบางของอีกฝ่ายจนอยากจะได้มาเป็นคนบำเรอตัวเองยามค่ำคืน ภาสกรจึงคอยเรียกเขมให้มารับใช้ตัวเองตอนอยู่ที่บ้าน
ขณะที่เขมกำลังทำความสะอาดชั้นหนังสือในห้องทำงาน ดวงตาคมก็จับจ้องร่างบางและบั้นท้ายของอีกฝ่ายตาไม่กระพริบ ยิ่งมองก็ยิ่งเกิดความต้องการอยากจะจับอีกฝ่ายกดเสียตรงนี้
คนอย่างภาสกรจัดว่าเป็นสารเลวคนหนึ่ง เมื่อคิดอยากจะได้อะไรแล้วก็ต้องได้โดยไม่สนถึงความถูกผิด เขาไม่รอช้า ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินไปหยุดอยู่ข้างหลังเขม ก่อนจะรวบเอวบางเข้ามาชิดลำตัวและล้วงมือเข้าไปข้างในเสื้อเพื่อสัมผัสผิวนวลอย่างเอาแต่ใจ
เขมที่กำลังตั้งใจทำงานอย่างขยันแข็งเบิกตากว้าง หันไปหาภาสกรด้วยท่าทางแตกตื่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความกลัว สองมือก็พยายามขัดขืนดันตัวภาสกรออก
“คุณภาส!! จะทำอะไรครับ”
“ฉันได้ยินมาจากวรรณว่ายายของเธอกำลังป่วยหนัก จำเป็นต้องใช้เงินในแต่ละเดือนเป็นจำนวนมาก เงินเดือนของเธอก็แค่เจ็ดแปดพันคงไม่พอเอาไปใช้จ่าย สู้ให้..”
เขมไม่ได้โง่จนไม่เข้าใจความหมายที่ภาสกรกำลังจะสื่อ
“ผมมาทำงาน ไม่ได้มาขายตัว”
ภาสกรถูกเขมพูดดักทางก็รู้สึกไม่พอใจ เขาเป็นใคร อีกฝ่ายเป็นใคร ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง คิดจะทำตัวเย่อหยิ่งกับเขา ทั้งที่ตัวเองเป็นแค่คนรับใช้
“รู้ไหมตั้งแต่ที่ฉันเจอคนมา เธอเป็นคนที่โง่ที่สุด กับคนอื่นฉันไม่ต้องพูดอะไรก็พร้อมจะขึ้นไปอ้าขาบนเตียงให้กับฉัน แต่ดูเธอสิ เป็นแค่คนรับใช้ คิดจะเล่นตัวให้ดูมีค่าหรือไง ฉันจะบอกอะไรให้นะ คนอย่างเธอก็ไม่ต่างจากลูกไก่ในกำมือของฉัน ถ้าฉันบีบก็ตาย คลายก็รอด ฉันสามารถช่วยให้ขึ้นสวรรค์ แต่ก็ผลักให้เธอลงนรกได้เหมือนกัน”
ภาสกรเห็นเขมนิ่งไป ก็เอามือไล้ไปตามกรอบหน้าสวยอย่างย่ามใจ
“เธอไม่ได้เรียนหนังสือ อ่านอะไรก็ไม่ออก เขียนอะไรก็ไม่ได้ ทำได้แค่ใช้แรงงาน ฉันอุตส่าห์รับเข้าทำงานเพราะวรรณบอกว่าเธอน่าสงสาร ไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับยาย แล้วอย่างนี้ยังจะกล้าปฏิเสธฉันอีกเหรอ หืม”
“บนโลกนี้อาจมีคนมากมายที่ยอมนอนกับคุณเพื่อแลกเงิน แต่หนึ่งในนั้นจะไม่ใช่ผม” ต่อให้เขมจะรักยายมากแค่ไหน เขาก็มีศักดิ์ศรี “ผมขอลาออก”
คำพูดของเขมทำให้ภาสกรเดือดดาลรู้สึกเหมือนถูกหยาม อยากจะทำให้เขมได้รู้ซึ้งว่าไม่ควรพูดจาอวดดีกับเขา เพราะเขาคือคนที่สามารถชี้ชะตาสั่งให้เขมตายหรืออยู่ได้
ภาสกรไม่ปล่อยให้เขมออกจากห้อง เขาจับคนตัวเล็กกดลงกับโต๊ะทำงาน ก่อนจะตะบมจูบที่กลีบปากบางอย่างดุดันตามแรงโทสะและใช้มือดึงทึ้งเสื้อผ้าที่เขมสวมใส่อยู่ออกจากตัวอย่างรวดเร็ว
ดวงตากลมของเขมเบิกกว้าง เขาพยายามขัดขืนและปกป้องตัวเอง แต่ก็ไม่สามารถสู้แรงที่มีมากกว่าของภาสกรไม่ไหว สุดท้ายก็ต้องถูกภาสกรเสพสมย่ำยีร่างกายจนสะบักสะบอมบอบช้ำ
“ทุกคืนหลังจากนี้ให้มานอนที่ห้องของฉัน ฉันจะเพิ่มเงินเดือนให้เป็นหมื่นห้า” ภาสกรที่สวมใส่แค่กางเกง หลุบตามองเขมที่ร่างกายเปลือยเปล่านอนขดตัวร้องไห้สะอึดสะอื้นอยู่บนพื้นด้วยสายตาไร้ความรู้สึก ก่อนจะพูดต่ออย่างเลือดเย็น “ถ้าไม่ทำตามที่ฉันสั่งหรือคิดจะหนีไป ฉันเอายายเธอตายแน่”
“แกมัน ฮึก แกมันไอ้สารเลว!!” เขมตวาดใส่ภาสกรอย่างเหลืออด
ภาสกรเห็นว่าเขมยังดื้อด้านไม่ยอมตัวเองก็ย่อตัวนั่งลง แล้วเชยปลายคางของอีกฝ่ายให้สบตากับดวงตาที่น่ากลัวของตัวเอง
“ถ้าอยากรู้ว่าฉันจะสารเลวได้มากแค่ไหนก็ลองท้าทายดูสิ รับรองว่าเธอต้องคาดไม่ถึงแน่ๆ”
หลังจากที่ภาสกรพูดประโยคนี้จบ เขาก็สั่งให้คนงานในบ้านมาพาตัวเขมไปขังไว้ แล้วให้อดข้าวอดน้ำตลอดหลายวัน
เพราะต้องร่วมรักอย่างไม่เต็มใจ ช่องทางด้านหลังของเขมจึงฉีกขาดและเกิดบาดแผล กลางดึกในคืนแรกที่ถูกจับขัง เขาก็จับไข้ตัวสั่น เมื่อไม่มีน้ำและอาหารตกถึงท้อง ร่างกายที่อ่อนแอของเขมก็ทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว ทั้งหัวและตัวร้อนระอุและหนักอึ้งจนยกไม่ขึ้น ต้องนอนหายใจโรยรินอยู่บนพื้นอย่างคนใกล้ตาย
ถือว่าภาสกรทำถูกทาง หากต้องการให้เขมยอมจำนนก็มีแต่ต้องใช้วิธีนี้ ถึงจะจัดการได้อย่างรวดเร็ว
วันที่สามเขมแทบจะทนไม่ไหว ภาสกรก็มาปรากฏตัวตรงหน้า เขาย่อตัวนั่งลงมองใบหน้าสวยที่ดูซีดเซียว
“ยายของเธอ เหลือแค่เธอคนเดียวใช่ไหมล่ะ ถ้าจู่ๆ เธอต้องมาตายไปอย่างนี้ ยายของเธอคงต้องอยู่อย่างลำบากแน่นอน”
จุดอ่อนของเขมก็คือยาย แม้ว่ายายจะไม่ได้มีเงินมากมายที่ส่งให้เขาเรียนหนังสือ ทุกวันที่อยู่ด้วยกันก็อยู่อย่างตามมีตามเกิด แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นยายก็เลี้ยงดูเขาด้วยความรัก ยอมลำบากอดทนเพื่อให้เขากินอิ่ม ผ้าห่มที่มีผืนเดียวในบ้านยายก็ยอมนอนหนาว เสียสละผ้าห่มให้กับเขา เวลาร้อนถึงยายก็จะคอยเอาพัดมาโบกให้กับเขาจนกระทั่งเขาหลับ ในโลกนี้สำหรับเขม ยายจึงเป็นคนที่สำคัญมากที่สุด
เขมร้องไห้ออกมา เขาไม่อยากยอมภาสกร แต่เขาต้องอยู่ต่อเพื่อยาย ในที่นี้มีแต่คนของภาสกร เขาไม่สามารถหนีไปไหนได้ อีกทั้งยังไม่มีเงินมากพอที่จะพายายย้ายไปอยู่ที่อื่น นอกจากจำยอม เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
“ผม ฮึก ผมยอม ยอมแล้ว”
นับตั้งแต่วินาทีนั้นเขมก็กลายเป็นนกน้อยที่ถูกขังอยู่ในกรงที่เต็มไปด้วยหนามแหลม เขาต้องถูกภาสกรย่ำยี เพื่อแลกกับเงินที่ส่งไปให้ยายทุกเดือน ชีวิตของเขมในตอนนี้ไม่ต่างกับตกนรก เขารอคอยวันที่ภาสกรเบื่อหน่ายและทิ้งเขา จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบสองปีวันที่เขารอคอยก็มาถึง เมื่อสารเลวอย่างภาสกรแต่งงาน เขาคิดว่าตัวเองจะเป็นอิสระและออกไปจากที่นี่ได้เสียที แต่สวรรค์กลับยังโหดร้ายกับเขาไม่เลิก เพราะตอนนี้ในท้องของเขาดันมีเลือดเนื้อเชื้อไขของภาสกรที่อยู่ข้างใน