“งานอะไรอะ คนเยอะมาก”
เขียนฝันหันไปมองตามที่เฟยเฟิ่งกล่าวถาม หลังจากที่เรียนเสร็จบุคคลข้างกายก็พาเธอตรงไปที่แคนทีนเลย ทั้งที่อีกฝ่ายน่าจะทานมื้อเช้าที่บ้านมาแล้วแท้ ๆ เห็นตัวเล็กแค่นี้แต่เรียกได้ว่าสามารถยัดทุกอย่างที่ขวางหน้าได้แบบที่ไม่มีใครรู้ได้เลยว่าแท้จริงแล้วยัยตัวนุ่นนิ่นนี่เป็นลูกสาวตระกูลมาเฟีย
“แข่งบาสไง ป้ายมันก็บอกอยู่” เขียนฝันที่กำลังขับรถด้วยความเร็วไม่มากนักกล่าวตอบออกไปอย่างคนที่จิตใจไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่ เพราะตั้งแต่ที่เกิดเรื่องคิร่าก็ไม่ได้ติดต่อมาหาเธอเลยสักนิด ความรู้สึกที่มีให้มันไปไม่ถึงอีกฝ่ายเลยหรือ อย่างไรถึงได้ใจร้ายกับเธอขนาดนี้
“งั้นจอดเลย ๆ อยากส่องพวกเด็กวิทย์กีอะ เห็นเขาลือกันว่าอย่างงี้กันทุกคน”
เธอต้องชะลดจอดรถข้างบริเวณสถานที่จัดงานซึ่งเกือบจะถึงเขตทางออกของมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว แต่การแข่งขันก็ดันไปสะดุดตาของเฟยเฟิ่งเข้าจนได้ ทว่าเขียนฝันเองก็ไม่ได้มีธุระอะไรต่อที่ไหน อยู่ดูการแข่งก็นับเป็นความคิดที่ไม่เลวนัก
หมายถึงก่อนหน้าตอนที่เธอยังนั่งอยู่ในรถน่ะนะ
น่าแปลกที่ผู้คนในนี้ก็ต่างมีออร่านักแข่งให้ได้เห็นกันอยู่หลายคน แต่ดวงตาเจ้ากรรมก็ดันสะดุดเข้ากับเจ้าของร่างสูงที่อยู่ในชุดเบอร์ 8 เสียอย่างนั้น เธอแทบจะนอนไม่หลับสนิทเพราะคิดไปต่าง ๆ นานาว่าคิร่าคงจะเกลียดกันไปแล้ว ส่วนเจ้าตัวนั้นกลับมาลงเล่นบาสเกตบอลอย่างที่ชอบแบบไม่ได้กังวลอะไรเลย
นี่เองสินะความรู้สึกของคนที่คิดไปเองข้างเดียว
ริมฝีปากสวยแค่นยิ้มกับตัวเอง เดินตามแผ่นหลังบางของเฟยเฟิ่งขึ้นไปหาที่นั่งว่าง ได้เป็นแถวกลาง ๆ ที่สามารถมองลงไปเห็นนักกีฬาได้ชัดเจน
“ตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น”
“ก็ไม่เคยมาดูใกล้ ๆ ตาเนื้อแบบนี้สักครั้งอะ จัดใหญ่อยู่นะ มีกล้องจับตลอดเลยด้วย!”
“น้ำ”
“ขอบคุณมากค่าเพื่อนรัก” เฟยเฟิ่งรับเอาน้ำหวานที่เพื่อนถือติดมือมาให้ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มก่อนจะต้องหุบลงเมื่อนัยน์ตาหวานปะทะเข้ากับบุคคลที่กำลังชู้ตบาสลงห่วงพอดี อุตส่าห์จะพาเพื่อนมารีแล็กซ์แล้วแท้ ๆ ไหงต้องมาเจอคิร่าที่นี่ได้ แต่กลุ่มนี้ก็ชอบเล่นบาสเกตบอลกันจริง ๆ อย่างไรเฟยเฟิ่งถึงลืมนึกเรื่องนี้ไปเลย “เอ่อ...”
“ไม่เป็นไร ถือว่ามาดูวาโยไง หมอนั่นก็ลงด้วยนี่”
“เหอะ นายคนนั้นลงด้วยเหรอ คิดว่าเป็นได้แค่ตัวสำรองซะอีก”
เขียนฝันเปล่งเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อยจากท่าทีที่สลดเมื่อสักครู่นั้นเปลี่ยนไปเป็นเบะปากมองบนแทน ไม่รู้ว่าอะไรทำให้สองคนนี้ต้องตีกันตลอดที่เจอ แต่มันก็ช่วยให้เธอผ่อนคลายขึ้นมาได้ระดับหนึ่ง
“ไปว่าเขา”
“ก็มันจริงนี่นา ไม่ทันไรก็หอบแฮก ๆ ให้เห็นแล้ว ตัวโตเป็นควายเสียเปล่า”
“ถ้าวาโยมันมาได้ยินเข้าคงเสียใจมากเลยนะครับแบบนี้”
“เอเดน... งั้นก็ฝากบอกหมอนั่นด้วยค่ะ ว่าฝีมือไม่ได้เรื่องยังจะอยากลงไปเล่นให้คนดูเขาเสียสายตา” เฟยเฟิ่งดูดน้ำหวานยอดฮิตในมือจนหมด ก่อนจะยกเรียวแขนขึ้นกอดอกแล้วตั้งใจดูการแข่งขันที่ดำเนินอยู่ แม้ว่าจะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างแต่ก็รู้สึกว่ามันสนุกไปอีกแบบตามเสียงเชียร์
“ขอโทษแทนยัยเด็กนี่ด้วยนะ”
“ผมชินแล้วครับ ไม่เป็นไรเลย ว่าแต่ขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับ”
“เชิญค่ะ” เขียนฝันขยับให้ชายหนุ่มอีกคนในกลุ่มเพื่อนของคู่นอนตัวเอง ดวงตากลมโตหันไปมองที่สนามภายในตัวอาคารดั่งเดิม ก่อนจะต้องนิ่งไปยามบุคคลที่ตัวเองจับจ้องอยู่นั่นหันมองขึ้นมาสบตากันเข้าพอดิบพอดีในตอนที่คิร่าถกเสื้อบาสเกตบอลขึ้นเช็ดเหงื่อไคล
“เรื่องวันนั้นฝันโอเคไหมครับ ขอโทษที่ถามนะ แต่ผมได้ยินมาจากไอ้โยเลยเป็นห่วงครับ”
เป็นเธอที่ต้องละสายตาออกมาก่อน เมื่อได้ยินคำถามของเอเดน ริมฝีปากสวยระบายยิ้มให้ทว่ามันก็ไม่ได้ไปถึงดวงตาขนาดนั้น
“โอเคค่ะ เป็นฝันที่ผิดเอง ทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อนด้วยไปหมด โดยเฉพาะเจ้าของงาน”
คำตอบที่ได้รับส่งผลให้เอเดนนิ่งงันไปชั่วขณะ เขียนฝันที่ไม่ยอมคนมาแต่ไหนแต่ไรนั้นถึงขั้นกล่าวออกมาเองว่าตัวเองผิด เช่นนั้นก็คงจะรู้สึกกับเพื่อนเขามากกว่าที่คิดจริง ๆ หากแต่เอเดนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าในงานวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทว่าหลายคนคงจะปักใจเชื่อและไม่ชอบเขียนฝันไปแล้ว
เธอรังแกแม้แต่คนที่ไม่มีทางสู้อย่างพนังการบริกรงั้นหรือ เอเดนคิดว่าคนที่เพียบพร้อมแบบเขียนฝันนั้นจู่ ๆ จะเข้าไปหาเรื่องใครก่อนในที่โล่งแจ้งแบบนั้นทำไม
“กรี๊ด!”
เป็นหลายเสียงที่ส่งออกมาพร้อมกันด้วยความตื่นตระหนก เมื่อใกล้ ๆ ที่ชู้ตเกือบขอบสนามนั้นมีร่างสูงนั่งจับเรียวแขนของตนเองเอาไว้อยู่ด้วยสีหน้าที่กำลังบ่งบอกถึงความเจ็บปวด
“เชี่ย กูเห็นกับตาเลยฝันว่าไอ้ฝรั่งนั่นมันตั้งใจกระแทกคิร่าจนล้มตอนที่จะชู้ตลูกพอดีอะ แล้วเอาแขนลงแบบนั้น…”
เธอไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าเพื่อนสนิทจะหลุดแทนตัวเองด้วยคำหยาบออกมายังไง ในเมื่อหัวใจของเขียนฝันตอนนี้มันกำลังสั่นระริก ทราบดีว่าบาสเกตบอลเป็นหนึ่งในกีฬาโปรดปรานของเขา ตอนรู้จักกันแรก ๆ ก็บ่อยครั้งที่เธอนั้นได้ตามคิร่าไปดูตอนซ้อมด้วย อีกฝ่ายจะระวังตัวเองเรื่องการได้รับบาดเจ็บหรือพวกการกลั่นแกล้งจากคู่แข่งตลอด ทำไมมาวันนี้ดูก็รู้ว่าฟอร์มไม่ดีเท่าที่ควร เช็กได้จากสกอร์ที่โชว์หราอยู่ในตอนนี้
“จนได้สินะ”
“คะ...คิร่าจะเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ”
“โดนกระแทกค่อนข้างแรง แล้วมันเอาแขนลง คิดว่าแขนคงจะซ้นครับ”
“เฮ้ย! แล้วนั่นมึงจะไปไหนอะฝัน”
เกมการแข่งขันยังคงดำเนินต่อไปเมื่อผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บนั้นได้ตัวสำรองลงไปแทนแล้ว เขียนฝันไม่ได้สนใจว่าเฟยเฟิ่งจะวิ่งตามเธอมาหรือไม่ แต่ความเป็นห่วงคิร่าที่มีมากก็รีบพาสองขาเดินเร็ว ๆ เข้าไปที่ด้านในซึ่งเป็นห้องพักของนักกีฬา
อาจจะด้วยคนในทีมที่คุ้นน่าคุ้นตาเธออยู่บ้างจึงไม่ได้เป็นปัญหาเท่าไหร่ และเหมือนจะไม่ได้มีใครมาสนใจใครมากขนาดนั้นเนื่องจากนัยน์ตาสวยเห็นเป็นเขาที่ใช้ผ้าขนหนูคลุมศีรษะนั่งก้มหน้าอยู่คนเดียวตรงล็อกเกอร์
“คิร่า”
เจ้าของชื่อชะงักไปเล็กน้อย ทว่าก็ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองกัน ถ้าหากว่าเป็นเพราะเธอที่ทำให้เขาต้องมาเจ็บตัวแบบนี้เขียนฝันก็จะยับยั้งช่างใจกับตัวเองไม่ให้มีเรื่องแบบวันนั้นเกิดขึ้น ถ้าเธอไม่ได้เข้าข้างตนเองเกินไปน่ะนะ “เจ็บมากหรือเปล่า ทำไมถึงไม่มีใครสนใจคิร่าเลยล่ะ งั้นไปหาหมอกับฝันไหมคะ”
ชายหนุ่มยังคงเงียบอยู่ ทว่าอย่างไรเขียนฝันก็ต้องใจดีสู้เสือไปก่อน เรื่องวันนั้นเอาไว้ค่อยคุยกัน เพราะต้องพาคนที่เจ็บตัวไปส่งโรงพยาบาล มือเรียวจึงหมายจะเอื้อมลงไปลูบปลอบใจคนที่ยังนิ่งอยู่
“ผมบอกแล้วไงว่าไม่ให้ใครเข้ามาวุ่นวาย ใครอยู่ด้านนอก ช่วยมาพาผู้หญิงคนนี้ออกไปที!”
เขาสะบัดมือขาวซึ่งหวังดีกำลังจะเอื้อมไปแตะยังไม่พอ ทว่ายังตะโกนเสียงแข็งใส่กันแล้วเรียกคนอื่นมาไล่เธอให้ออกไปพ้น ๆ หน้าอีก
TBC.