รถยนต์คันหรูขับแล่นมาจอดเทียบหน้าออฟฟิศที่ลุลาทำงานอยู่
“ขอบคุณคุณหมอมากนะคะที่มาส่งลุลา”
หญิงสาวเอ่ยขอบคุณไปตามมารยาท ก่อนจะปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยเตรียมจะลงจากรถ
“ลุลา เดี๋ยวก่อนค่ะ”
ชายหนุ่มเอ่ยปากเรียกหญิงสาวอย่างร้อนใจ ราวกับว่ากลัวว่าเธอจะหายไปจากตรงนี้
“พี่รู้ว่าเมื่อคืนลุลาเมา จึงคิดว่าลุลาน่าจะยังไม่ได้กินอะไร พี่เลยทำข้าวกล่องมาให้ค่ะ”
เขายื่นข้าวกล่องที่ตนทำเองส่งให้อีกฝ่าย
ลุลามองข้าวกล่องตรงหน้าอย่างแปลกใจ กำลังชั่งใจว่าเธอจะรับข้าวกล่องของเขาดีไหม ถ้าเธอรับกล่องข้าวของเขามา นั่นจะทำให้เขาคิดว่าเธอมีใจให้เขาหรือเปล่า
“ขอบคุณคุณหมอมากนะคะ แต่คุณหมอเก็บไว้กินตอนเที่ยงดีกว่านะคะ เดี๋ยวลุลาค่อยซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งหน้าตึกกินก็ได้ค่ะ”
เธอตอบปฏิเสธ เพราะกลัวว่าหากตนรับข้าวกล่องของอีกฝ่าย นั่นอาจจะเป็นการทำให้เขาคิดว่าเธอมีใจให้เขาก็ได้
“ในเมื่อมีข้าวกล่องอยู่แล้ว แล้วลุลาจะไปกินข้าวเหนียวหมูปิ้งทำไมล่ะคะ”
เขาเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
“ของพี่ พี่ทำแยกไว้แล้วค่ะ อันนี้พี่ตั้งใจทำมาให้ลุลาโดยเฉพาะ ถ้าลุลาไม่กิน พี่ก็คงต้องเอาไปทิ้ง เสียดายของแย่เลย”
แล้วจึงพูดโน้มน้าวใจหญิงสาวให้เธอคล้อยตามตน
“ลุลาไม่ต้องคิดมากนะคะ ที่พี่ทำข้าวกล่องให้ พี่ไม่ได้หวังอะไรจากลุลา พี่แค่หวังดี อยากให้ลุลาได้กินของดี ๆ มีประโยชน์”
ธนวัฒน์ที่พอจะเดาความคิดของหญิงสาวออก เขาจึงเอ่ยอธิบายแบบอ้อม ๆ เพื่อให้เธอสบายใจ
“งั้นลุลาขอบคุณมากนะคะ แต่ทีหลังคุณหมอไม่ต้องทำแล้วนะคะ ลุลาเกรงใจค่ะ”
เธอรับกล่องข้าวมา ก่อนจะเปิดประตูรถและลงจากรถ เดินตรงเข้าออฟฟิศโดยที่ไม่ได้หันกลับมาสนใจชายหนุ่มที่มองตามเธอตาละห้อยอีก
ลุลารู้ดีว่าคุณหมอวัฒน์รู้สึกยังไงกับเธอ แต่เป็นเธอเองที่ไม่คิดจะเปิดใจให้ผู้ชายคนไหนอีก เธอรู้ว่าการกระทำของตนอาจจะทำร้ายความรู้สึกของเขาอยู่บ้าง แต่เธอก็ไม่อยากให้ความหวังเขา และอยากให้เขาตัดใจจากเธอ
“ใครมาส่งจ๊ะลุลา ไม่พามาทักทายกันหน่อยเลยน้าา”
อังศุมาลิน หัวหน้าแผนกครีเอทีฟเอ่ยทักทายลูกน้องใต้บังคับบัญชาของเธออย่างเย้าแหย่
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่อัง แค่คนรู้จักน่ะค่ะ ทางผ่านลุลาเลยติดรถมาด้วยเฉย ๆ”
หญิงสาวตอบปัดขณะเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานของตน ก่อนจะวางสัมภาระลงบนโต๊ะ
“ใครอ่าา จะไม่บอกกันหน่อยจริง ๆ เหรอ”
อังศุมาลินเดินตามลุลามาที่โต๊ะทำงานของเธออย่างไม่ยอมเลิกรา
“ลุลาไม่มีอะไรจะบอกค่ะ”
หญิงสาวตอบขณะเลื่อนเก้าอี้ออกมาแล้วหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ และหยิบข้าวกล่องมาวางบนโต๊ะเพื่อรับประทานก่อนที่จะถึงเวลาเข้างาน
“แหม มีข้าวกล่องมากินที่ทำงานด้วยอ่ะ ใครทำให้เหรอจ๊ะ”
อังศุมาลินยังคงไม่หยุดเย้าแหย่หยอกล้อรุ่นน้องคนสนิทของตน
ลุลาส่ายหน้าอมยิ้มแทนคำตอบ ก่อนที่เธอจะก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่สนใจเสียงที่กำลังพูดอยู่ข้าง ๆ ตนอย่างไม่มีหยุดหย่อน
“ว้าว น่ากินมากเลยอ่ะ เจ้าของรถที่มาส่งเธอทำให้ใช่มะ” อังศุมาลินเอ่ยแซวอย่างจับผิด
“พี่อังกินด้วยกันมั้ยคะ”
ลุลาบ่ายเบี่ยง เลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถามของหัวหน้าสาว
“จะตื่นเต้นอะไรนักหนา กะอีแค่ผู้ชายทำข้าวกล่องให้”
เอมมิกา เพื่อนร่วมงานที่มักจะคอยหาเรื่องจิกกัดกับลุลาตลอดเอ่ยพึมพำอย่างหมั่นไส้
“อ๋อ ลืมไป ลุลาไม่เคยมีแฟนนี่นา นาน ๆ ทีจะมีผู้ชายตาต่ำหลงมาชอบสักคน ก็ไม่แปลกหรอกที่จะตื่นเต้นเป็นธรรมดา”
แล้วจึงจีบปากจีบคอพูดกระแนะกระแหนคนที่ตนกำลังพูดถึงอยู่
“ใครมันจะไปสวยเลือกได้เหมือนเธอล่ะจ๊ะยัยเอม เอ๊ะ! หรือว่าไม่เลือก เห็นเปลี่ยนผู้ชายบ่อยยิ่งกว่าเปลี่ยนแปลงสีฟันสักอีก”
อังศุมาลินสวนกลับทันทีอย่างไม่ไว้หน้าอีกฝ่ายจนเอมมิกาหน้าเสีย
“พี่อังก็เข้าข้างมันตลอดเลยอ่ะ เอมมีตรงไหนที่สู้นังลุลาไม่ได้บ้าง”
เอมมิกาโวยวายอย่างน้อยใจที่หัวหน้าสาวเอาแต่เข้าข้างลุลามาตลอด
“เธอจะให้ฉันพูดจริง ๆ เหรอ”
สาวใหญ่เอ่ยถามและยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พยายามกลั้นขำ ก่อนจะเดินไปตบบ่าเอมมิกาเบา ๆ
“เอาเวลาที่ไปหาเรื่องลุลามาตั้งใจทำงานดีกว่านะ เผื่อฉันจะมองเห็นว่าเธอมีอะไรดีกว่าลุลา จริงสิ ปีนี้ทั้งปีเธอยังไม่มีผลงานอะไรเป็นของตัวเองเลยนี่นา วันนี้ CEO คนใหม่ก็จะเข้ามาแล้ว ไม่รู้ว่าเขาจะเคลียร์คนที่ไม่มีประโยชน์ออกหรือเปล่าน้าา”
อังศุมาลินกล่าวเหน็บแนมลูกน้องใต้บังคับบัญชาที่ไม่ได้เรื่องของเธอ แสดงออกชัดเจนว่าใครเป็นน้องรักของหัวหน้าอย่างเธอ
“ฉันขอตัวไปเติมแป้งก่อน ได้ข่าวว่า CEO คนใหม่หล่อมาก เจอกันครั้งแรก จะต้องทำให้เขาประทับใจหน่อย”
ว่าแล้วสาวใหญ่ก็เดินไปหย่อนก้นนั่งลงที่โต๊ะทำงานของเธอ ก่อนจะหยิบเครื่องสำอางมาแต่งเติมใบหน้า เสริมความมั่นใจ
เอมมิกาจึงหันมาหยิบแป้งพับของตัวเองมาผัดหน้าบ้าง เธอได้ยินมาว่า CEO คนใหม่นี้หน้าตาดีมาก และก็เป็นที่หมายปองของสาว ๆ ทั่วทั้งประเทศ เธอเองก็ยังไม่เคยเห็นหน้าตาเขาจริง ๆ สักครั้ง เขาไม่ชอบออกงาน จึงไม่มีรูปในอินเทอร์เน็ตและสื่อออนไลน์ต่าง ๆ จะมีก็แต่รูปที่พวกปาปารัสซี่แอบถ่ายมา จะเป็นรูปที่เห็นหน้าไม่ชัด หรือไม่ก็เห็นแต่ด้านหลังเท่านั้น
ลุลาเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาที่ถูกแขวนอยู่ข้างฝาผนังบ่งบอกว่าเหลือเวลาอีก 15 นาที จะถึงเวลาเข้างาน หญิงสาวรีบเก็บสัมภาระของตนเข้าที่ให้เรียบร้อย ก่อนจะหยิบแปรงสีฟันเดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่อจัดการตัวเอง พบเจ้านายใหม่วันแรก ก็คงต้องดูดีกันหน่อย
“ทุกคน คุณวายุภักษ์มาแล้ว”
สาวใหญ่ที่เพิ่งได้รับข่าวผ่านทางโทรศัพท์จากพนักงานฟอนต์ด้านล่าง จึงรีบแจ้งข่าวให้กับลูกน้องใต้บังคับบัญชาของเธอทราบอย่างตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจ
“วายุภักษ์? ชื่อนี้ทำไมรู้สึกคุ้นจังเลย เหมือนเคยได้ยินมาจากที่ไหน”
ลุลาคิดในใจ พยายามนึกว่าเธอเคยได้ยินชื่อนี้มาจากที่ไหน แต่ไม่ว่าจะนึกยังไงเธอก็นึกไม่ออก
“ช่างเถอะ ได้ยินมาจากที่ไหนมันก็ไม่สำคัญ คนชื่อเหมือนกันมีเยอะแยะ อาจจะเป็นชื่อของเพื่อนร่วมชั้นเรียนคนใดคนหนึ่งของเธอก็ได้”
หญิงสาวยักไหล่ส่ายศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป เตรียมตัวเพื่อเข้าห้องประชุม