ทุกแผนกมารวมตัวกันอยู่ในห้องประชุม เพื่อรอต้อนรับ CEO คนใหม่ของพวกเขา
และแล้วเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง ประตูถูกเปิดเข้ามา ก่อนที่ร่างของใครบางคนจะปรากฏตัว
ชายหนุ่มฉกรรจ์รูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำทับเสื้อเชิ้ตสีขาว ประดับข้อมือด้วยนาฬิการาคาหกหลักที่คนธรรมดาไม่มีวันจับต้องได้ บ่งบอกถึงฐานะของคนสวมใส่ว่าเขาอยู่ระดับไหน
ใบหน้าเนียนใสสไตล์นักธุรกิจที่ดูแลตัวเองอย่างดี คิ้วเข้มสีดำที่รับกับจมูกโด่งเป็นสัน องค์ประกอบทุกอย่างบนใบหน้าถูกจัดวางได้อย่างพอดิบพอดี ส่งผลให้เขาดูดีจนไม่อาจละสายตาได้
สายตาคู่งามจ้องมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าห้องอย่างไม่วางตาด้วยความตกตะลึง ไม่ใช่ว่าเขาดูดีเกินไปจนสะกดสายตาเธอได้ แต่เป็นเพราะว่าเขาคนนั้นคือใครบางคนที่เธอเคยรู้จักเมื่อหลายปีก่อน
“มองตาค้างเลยนะ เป็นไง บอสคนใหม่ของพวกเรา หล่อมากใช่ไหม”
อังศุมาลินที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หันไปกระซิบกระซาบให้ลุลาฟังอย่างพออกพอใจ
“ทำไมถึงเป็นเขา”
ลุลาพึมพำอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
“ว่าไงนะ”
สาวใหญ่ที่นั่งอยู่ด้านข้างหันมาทวนประโยคคำพูดนั้นของหญิงสาวอีกครั้ง เพราะได้ยินไม่ถนัด
“ปะ เปล่าค่ะ”
ลุลาตอบปฏิเสธแบบขอไปที
“เมื่อกี้พี่อังพูดว่าอะไรนะคะ”
แล้วเอ่ยถามหาสิ่งที่รุ่นพี่สาวพูดกับตนก่อนหน้านี้ เพราะเธอมัวแต่ตกตะลึงจนไม่ได้ฟังว่าอีกฝ่ายพูดกับตนว่าอะไร
“พี่บอกว่า…”
สาวใหญ่พูดน้ำเสียงหนักแน่นเน้นย้ำ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงสะดีดสะดิ้งอย่างชอบอกชอบใจ
“บอสคนใหม่ของพวกเราเนี่ยหล่อดีเนอะ หล่อมาก หล่อกระชากใจ ไม่อยากจะเชื่อเลยอ่ะว่ายังโสดอยู่”
ประโยคสุดท้ายของรุ่นพี่สาวทำให้ลุลารู้สึกบางอย่าง มันประหลาดใจ และรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก
นี่เธอคงไม่ได้ดีใจที่รู้ว่าเขายังโสดอยู่หรอกนะ
ตั้งแต่ที่เธอกับเขาเลิกกันไปเมื่อสามปีก่อน ลุลาก็ไม่ได้ติดตามข่าวคราวของเขาอีกเลย ที่บ้านของเธอมีเรื่องมากมายให้ต้องจัดการ ต้องย้ายที่เรียนใหม่ ต้องเสียพ่อไป และแม่ก็เป็นซึมเศร้าขั้นหนัก ทุกวันนี้ก็ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ที่พ่อของเธอสร้างไว้ และรักษาแม่ที่ป่วย
เรียกได้ว่าชีวิตที่ผ่านมาของลุลานั้นมันช่างสาหัส จนแทบจะไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องอื่นเลย พอได้มาเจอเขาอีกที เขาก็กลายเป็นเจ้านายคนใหม่ของเธอไปเสียแล้ว
“สวัสดีครับ ผมชื่อวายุภักษ์ พิทักษ์เทวา หรือจะเรียกผมว่าพายุก็ได้ ยินดีที่ได้ร่วมงานกับทุกคนนะครับ”
เขาเอ่ยแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ตัวใหญ่ตำแหน่งหัวโต๊ะ ซึ่งก็คือตำแหน่งของประธานบริษัท
ว่าแล้วทำไมเมื่อคืนถึงฝันเห็นเขา แล้วชื่อที่รู้สึกว่าคุ้น ๆ ที่แท้ก็ชื่อเขา ทำไมเธอถึงลืมชื่อของเขาไปเสียสนิท หญิงสาวคิดในใจ
ใช่แล้ว เจ้านายคนใหม่ ชายหนุ่มสุดหล่อที่กำลังยืนอยู่หน้าห้อง คนที่ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่ในห้องต่างมองตาค้างไปตาม ๆ กัน
เขาก็คือพายุ อดีตแฟนหนุ่มของลุลา ที่ต้องเลิกรากันไปเมื่อสามปีที่แล้ว และความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็จบไม่ค่อยดีนัก แต่ตอนนี้เขาดันกลายเป็นเจ้านายคนใหม่ของเธอไปเสียแล้ว แล้วอย่างนี้เธอจะทนทำงานร่วมกับเขาได้ยังไง
“ผมยังไม่รู้จักทุกคนเลย งั้นผมขอให้ทุกคนช่วยแนะนำตัวเองให้ผมได้รู้จักหน่อยนะครับ เริ่มจากคุณก่อนแล้วกัน”
ชายหนุ่มผายมือไปทางสาวใหญ่ที่นั่งด้านข้างฝั่งซ้ายของตน เพราะจำได้ว่าเธอคนนี้ก็คือหัวหน้าแผนกครีเอทีฟ คนที่ต้องประสานงานกับตนบ่อย ๆ
ก่อนที่เขาจะมาที่นี่ พายุก็ได้ศึกษาและดูข้อมูลของพนักงานใต้บังคับบัญชาของตนคร่าว ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอีกหนึ่งเหตุผลที่เป็นแรงจูงใจทำให้เขาเลือกมาบริหารที่บริษัทนี้ก็เพราะลุลา
“งั้นเริ่มที่อังก่อนเลยนะคะ”
อังศุมาลินกล่าวอย่างตื่นเต้น ก่อนจะขยับเก้าอี้ออกและลุกขึ้นยืน
“สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่ออังศุมาลิน กลิ่นผกา เป็นหัวหน้าแผนกครีเอทีฟค่ะ”
ชายหนุ่มพยักหน้า ก่อนจะบอกให้เธอนั่งลง
“ขอบคุณมากครับ นั่งลงได้ คนต่อไป”
เขาเอ่ยพร้อมกับหันมาจ้องมองหญิงสาวคนที่นั่งถัดจากอังศุมาลินไป ซึ่งเธอคนนั้นก็คือรุจิรา หรือลุลา อดีตแฟนสาวคนที่เขาคุ้นเคย และก็เป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจที่ทำให้เขาเลือกมาที่นี่
ลุลาหันไปมองสบตากับพายุอย่างไม่ได้ตั้งใจ แววตาที่เธอคุ้นเคย คิ้ว จมูก ปาก ทุกอย่างยังคงเป็นเขา
บ้าจริง เธอคิดว่าเธอลืมเขาได้แล้ว แต่ทำไมพอตอนที่เขามายืนอยู่ตรงหน้าจริง ๆ เธอกลับรู้สึกตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูก
“ลุลา เป็นอะไรไปน่ะ”
อังศุมาลินที่นั่งอยู่ด้านข้างจึงช่วยเรียกเตือนสติหญิงสาวเมื่อเห็นว่ารุ่นน้องของตนเงียบไป
“อ่อ”
ลุลาพยักหน้าเหมือนเพิ่งหลุดจากภวังค์ ก่อนจะลุกขึ้นยืนและรีบแนะนำชื่อของตัวเอง
“ดิฉันชื่อรุจิรา พิมพาภิรมย์ อยู่แผนกครีเอทีฟค่ะ”
พูดจบเธอก็หย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้อย่างถือวิสาสะ โดยไม่ได้รอฟังคำสั่งจากชายหนุ่มผู้เป็นนายซึ่งนั่งอยู่หัวโต๊ะ บ่งบอกเป็นนัยว่าการแนะนำตัวของเธอได้จบลงแล้ว ซึ่งมันก็ทำให้ชายหนุ่มหน้าเสียเล็กน้อย
“สวัสดีค่ะคุณพายุ”
ทันทีที่ลุลานั่งลง เอมมิกาก็รีบลุกขึ้นยืนและเอ่ยแนะนำตัวเองต่อทันที เพราะไม่อยากให้เจ้านายหนุ่มต้องหันไปสนใจคู่กัดของตนมากไปกว่านี้
“เอมค่ะ เอมมิกา ลีลาสวรรค์ อยู่แผนกครีเอทีฟค่ะ”
เธอพูดด้วยความตื่นเต้นเขินอาย พลางส่งยิ้มหวานไปให้อีกฝ่าย หวังจะหว่านเสน่ห์ให้เจ้านายหนุ่มหันมาสนใจตน
“ขอบคุณครับ นั่งลงครับ คนต่อไป”
แต่ท่าทีที่ชายหนุ่มมีต่อเธอและถ้อยคำที่เขากล่าวกับเธอมันก็ไม่ได้แตกต่างไปจากคนอื่น ๆ เลย ทำเอาเอมมิกาหน้าเสีย แต่กลับปรากฏรอยยิ้มชอบใจบนใบหน้าของสองสาวรุ่นพี่รุ่นน้องที่นั่งอยู่ด้านข้างแทน
“หัวเราะอะไรมิทราบ”
เอมมิกาย่อตัวนั่งลงและหันไปกัดฟันกรอดใส่ลุลาอย่างไม่ชอบใจ
ลุลาไม่ตอบ แต่กลับเป็นอังศุมาลินที่หันไปชวนลุลาสนทนาแทน
“ลุลาดูสิ นกตัวเบ้อเร่อเลยอ่ะ นกตัวใหญ่มาก”
การแนะนำตัวดำเนินไปถึงคนสุดท้ายจนครบทุกแผนก และมีการพูดคุยถึงแผนงานของบริษัทในอนาคต ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปทำงานตามหน้าที่
**********
17:00 น.
เหล่าพนักงานต่างพากันเก็บของสัมภาระของตนเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน
“กลับยังไงอ่ะลุลา ไปกับพี่มั้ย เดี๋ยวพี่ไปส่ง”
อังศุมาลินเอ่ยชวนลุลา เพราะรู้ดีว่ารุ่นน้องของตนไม่มีรถ และต้องนั่งรถเมล์เพื่อกลับบ้าน
“ไม่เป็นไรค่ะพี่อัง ลุลากลับรถเมล์ได้ค่ะ บ้านพี่อังกับลุลาอยู่กันคนละทางเลย ลุลาเกรงใจ พี่อังยังต้องไปรับลูกที่โรงเรียนอีกไม่ใช่เหรอคะ”
ลุลาตอบอย่างเกรงอกเกรงใจ
“งั้นก็ตามใจนะ”
อังศุมาลินจึงต้องเคารพการตัดสินใจของรุ่นน้องสาว
“แหม น่าสงสารจังเลยเนอะ นี่ถ้าวันนี้คุณพายุไม่ได้ให้แนะนำตัว ฉันคงจะลืมไปเลยนะว่าเธอเคยเป็นคุณหนูไอโซมาก่อน ไงล่ะจ๊ะคุณหนู ต้องมาทำงานหาเงินเอง นี่ขนาดเลิกงานยังต้องโหนรถเมล์กลับบ้าน รันทดสิ้นดี ถ้าเป็นฉันนะ ฉันคงฆ่าตัวตายตามพ่อเธอไปนานแล้วแหละ”
คำพูดของเอมมิกาทำให้ลุลาเลือดขึ้นหน้า หล่อนจะด่าจะว่าเธอยังไงก็ได้ เธอไม่เคยถือสา แต่จะเอาพ่อของเธอมาพูดเล่นโดยไม่เคารพแบบนี้ เธอยอมไม่ได้