CHAPTER 09
สายฟ้า รัตติกาล อักษรสิทธิ : TALK
วันต่อมา
~ติ้ง~
ชายโฉดโปรดอย่าพูดถึงเมีย (9)
______________________________________________
ไท ไทแล้วไง: ไงบ้างวะ
ไท ไทแล้วไง: อัพเดทหน่อย
TA’T: ยังเรียกอัพเดทเหรอ คนอย่างมึงต้องเรียกเสือก
ไท ไทแล้วไง: ก็ว่ากันเกินไปครับไอ้สัสต้า เรียกว่าใส่ใจก็พอ
GUN: ?
GAM: ก็ปากแตก แขนช้ำนิดๆ
กานก่านก้านก๊านก๋าน: เหี้ยยยย
KUN: เฮียเกมส์กับเฮียฟ้าไปทันมั้ย
ONEONE: เจ็บขนาดนี้คงทันหรอกแล้วอีกคนอ่ะ
กานก่านก้านก๊านก๋าน: แล้วเมียไอ้ฟ้าอ่ะ
GAM: ถามอีกฝ่ายมั้ย
GAM: กูตอบได้
GUN: เละใช่มั้ย กูเดาได้คนนี้อีกฝ่ายไม่น่าเดินได้
KUN: เฮียฟ้าทำใช่มั้ย
S.F>N: กูไม่เกี่ยว
ผมเกี่ยวเหี้ยอะไรอ่ะ เมื่อวานกว่าจะรีบออกจากคณะกับไอ้เกมส์หลังจากที่รู้เรื่องก็แทบตาย ไอ้เหี้ยเกมส์ขับรถเร็วเหมือนกำลังพาผมไปตายเสียอีกทว่าพอไปถึงร้านสิ่งแรกของการโฟกัสคือน้ำตาล
ดีหน่อยที่ไม่เห็นฉากโดนตบ ดีหน่อยที่ไปเห็นฉากที่น้ำตาลเป็นต่อ
แต่ไม่ดีเมื่อเห็นร่องรอยเล็บกรีดทั้งแขนและมือเป็นทางยาว การถลอกของผิวหนังจากการโดนจิกกรีดเลือดซิบแบบนี้ทำไมผมจะไม่รู้ว่ามันเจ็บขนาดไหน
กานก่านก้านก๊านก๋าน: เอ้าแล้วมันยังไงกัน งงเด้อ
ONEONE: งงด้วยคน
TA’T: ไอ้เกมส์มึงอย่าซุ่ม เล่ามา
KUN: +1
KUN: ตอนนี้เมียผมพร้อมตบคนที่มาทำให้เจ๊ขิมมากบอกเลย
GAM: โดนน้ำตาลยำเละว่ะ
GAM: เหมือนตอนนั้นที่มีเรื่องน้ำตาลไม่ทันตั้งตัวแล้วทีนี้ขิมอยู่ใกล้มือพวกนั้นสุดเลยโดนก่อนพอน้ำตาลเห็นตั้งตัวได้อีกฝ่ายเละเป็นโจ๊ก 1ต่อ3 เมียไอ้ฟ้าจัดการเรียบ
TA’T: ของจริงว่ะ
เกรย์แล้วไง: คนนี้จริงตั้งนานแล้ว
เกรย์แล้วไง: เคยยอมใครที่ไหนกัน
ONEONE: จัดเต็มขนาดนี้กูว่าอีกฝ่ายตายแน่
กานก่านก้านก๊านก๋าน: นอกมอใช่มั้ยเฮีย
เกรย์แล้วไง: หลังมอจ้า ร้านบิงซู ตอบแทนๆ
เกรย์แล้วไง: จากร้านบิงซูเกาหลีกลายเป็นร้านบิงซูเกาเหลาเรียบร้อย
TA’T: ไอ้ห่านี่ก็พูดซะ
เกรย์แล้วไง: พูดความจริงเลย ค่าใช้จ่ายเสียหายดูจากตาคราวหลักหมื่น
GUN: ไอ้สายฟ้ากับไอ้เกมส์มีเงินจ่าย เรื่องเล็กๆ
GUN: หลักหมื่นเอง คนมีการ์ดดำไม่สะท้าน 5555
KUN: 55555555
S.F>N: ใช่มันเรื่องเล็กถ้าตอนนี้กูไม่มานั่งเคลียร์คู่กรณีกับไอ้เกมส์อยู่แบบนี้
S.F>N: ควย
GAM: ชวนมันคุยหน่อย หัวเสียโคตรๆ แล้ว
ใช่ผมหัวเสีย
ยิ่งเห็นมีนผมก็โคตรอารมณ์เสียไร้ความสงสารใดๆ ถึงสภาพของเธอจะแย่กว่าน้ำตาลก็เถอะ ความจริงไม่อยากให้คนพวกนี้เข้ามาสักนิดถ้าเรื่องราวไม่เกี่ยวกับน้ำตาลอย่าหวังว่าผมจะเปิดบ้านต้อนรับ
บ้านใหญ่ที่ไม่ใช่เพนท์เฮ้าท์ใจกลางเมืองแต่มันคือบ้านจริงๆ บ้านที่จะเข้ามาเยือนแต่ละครั้งก็นานหน่อยมีแต่พี่น้องเท่านั้นแหละพวกมันค้างบ้านบ่อยซึ่งแน่นอนมันมากกว่าผมอยู่แล้ว
“สายฟ้าถือว่าพ่อขอนะช่วยพูดกับน้ำตาลหน่อย”
บุคคลคนนี้ที่ผมชอบเรียกเขาว่า ‘พ่อ’ ทุกครั้งตั้งแต่รู้จักกับน้ำตาล ความจริงเขาชื่อ มนัส โชติภพลา เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในย่านหนึ่งของเมืองใหญ่ เมื่อก่อนได้ชื่อว่าเป็นนักอสังหามือทองจับอะไรเป็นเงินเป็นทองไปหมดแต่นั้นมันก็เป็นอดีตไปแล้วเพราะตอนนี้เป็นปัจจุบันซึ่งมันไม่ใช่แบบนั้นแล้ว
เขาเป็นพ่อแท้ๆ ของน้ำตาล เป็นผู้ชายคนเดียวกันกับที่เมื่อวานบอกผมทางโทรศัพท์ว่ากำลังจะแจ้งความจับน้ำตาลซึ่งเป็นลูกของตัวเองเพื่อปกป้องลูกอีกคนอย่างมีนโดยอ้างเหตุผลว่าไม่มีพ่อคนไหนเห็นแล้วรับสภาพได้ หัวอกคนเป็นพ่อหวังว่าคงเข้าใจในสิ่งที่ครอบครัวเราทางนี้เลือกทำ ทุกคนล้วนมีสิทธิในการปกป้องคนที่ตัวเองรักถ้ามีลูกก็จะเข้าใจเองในสิ่งที่พ่อเลือกทำแบบนี้
แต่วันนี้กลับเข้ามาพบพร้อมกับการขอร้องในรูปแบบใหม่กับภรรยาแต่งออกหน้าออกตาพ่วงท้ายการเอาลูกสาวที่สภาพไม่ค่อยเอื้ออำอวยอย่างมีนมาสมทบด้วย
“นะตาฟ้าแม่ขอร้องด้วย”
ส่วนคนนี้นะเหรอเธอชื่อว่า กานดา โชติภพลา หรือว่าที่ผมเรียกตามมารยาทว่าคุณกานดา หากสงสัยว่าเป็นใครเธอเป็นภรรยาอีกคนของพ่อน้ำตาลเป็นภรรยาที่แต่งออกหน้าออกตาในสังคมแล้วก็เป็นคนที่ได้ครอบครองทะเบียนสมรส การนับญาติลำดับฐานะต่างๆ ของครอบครัวนี้ไม่ได้งงอะไรหรอกเอาง่ายๆ เลย
คุณพ่อน้ำตาลกับแม่ยุพินรักกันมาก่อน มีลูกด้วยกันนั้นก็คือน้ำตาลแต่ทางบ้านก็จับพ่อแต่งงานกับคุณกานดามีลูกอีกคนคือมีน ถึงแม้แม่ยุพินจะมาก่อนแต่ปัจจุบันสองคนนี้ไม่ใช่แน่ๆ
เพราะคนในบ้านมักบอกว่าแม่ยุพินเป็นน้อยแล้วน้ำตาลก็ลูกเมียน้อย
เพราะแบบนี้ผมเรียกจึงเรียกคุณมนัสว่าพ่อ
เรียกแม่ยุพินว่าแม่และก็เรียกกานดาว่าคุณกานดา
“ขนาดคนแจ้งความมันยังไม่มาเลยพ่อกับแม่จะเอาอะไรคะ”
ประโยคของมีนทำให้ไอ้เกมส์หันหน้ามายังผมทันที
สายตาของมันเรียบราบไร้การบ่งบอกถึงอาการอื่นๆ ที่มีร่วมด้วยแล้วพอมันเห็นความเฉยชาของผมก็พอรับรู้ได้ว่าด้านในมันเป็นแบบไหน
คนแจ้งที่มีนเอ่ยกระทบจะเป็นใครไม่ได้ถ้าไม่ใช่น้ำตาลช่างเถอะผมไม่อยากทำอะไรในตอนนี้ให้มาก
ปล่อยให้ท้าทายไป
ปล่อยตามใจไปก่อน
ปล่อยแล้วเลือกหัวเราะที่หลัง
“ว่าไงตาฟ้า บอกให้น้ำตาลถอนแจ้งได้หรือเปล่าลูก” คุณกานดาย้ำอีกครั้งหนึ่งด้วยใบหน้านิ่งๆ “แม่ห่วงหนูมีนจังไม่รู้ว่าจะหาความปลอดภัยจากไหนอีกแล้ว เนื้อตัวเป็นรอยหมด”
ไม่บอกว่าลูกเป็นคนดีไปเลยล่ะ
คราวนี้ผมแสยะยิ้มออกมา
“ผมเคยบอกใช่มั้ยว่าใครแตะน้ำตาลเป็นรอย ผมไม่เอาไว้เช่นกัน” จากนั้นก็หยิบรูปหลายใบจากด้านหลังมาแผ่วางเด่นกลางโต๊ะขั้นกลาง รูปที่เห็นชัดว่าคนในรูปกำลังขนข้าวของออกจากบ้านยกใหญ่ “นี่คือหนึ่งในพวกที่มีนพาไปหาเรื่องน้ำตาลแต่พลาดตบภรรยาเพื่อนผม ผู้หญิงคนนี้ได้หนีไปอยู่ต่างประเทศเรียบร้อยแต่วางใจเถอะว่าไม่ใช่ฝีมือผม”
“สายฟ้า...”
“รู้อะไรมั้ยครับคุณพ่อ คุณกานดา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีนพาคนเข้าไปหาเรื่องน้ำตาล ครั้งที่แล้วก่อนเข้าโรง’บาลนั่นก็ฝีมือมีนทั้งนั้น เหมือนกับว่าการเตือนของผมไม่มีความหมาย กฎที่ผมสร้างเธอเลือกฝ่าฝืนแล้วทำไมคราวนี้ผมต้องปล่อยไปทั้งที่มีนยังไม่ได้รับโทษอะไรเลย”
“แต่มีนจะมีคดีติดตัวไม่ได้ พ่อรู้นะว่าถ้าสายฟ้าจัดการดำเนินเรื่องเองมันไม่จบง่ายๆ แน่”
“แล้วทำไมถึงทำ?”
พอผมย้อนถามความเงียบก็เข้ามาแทน ทุกครั้งผมมักให้เกียรติอีกฝ่ายเสมอไม่ว่าจะเป็นแบบไหนผมรู้ว่าคนเราล้วนแล้วแต่มีเกียรติมีศักดิ์ศรีด้วยกันทั้งนั้น
“เพราะสายฟ้าไม่เคยสนใจมีนเลยไงคะ”
“เรียกร้องความสนใจ?”
“มีนร้องเรียกความสนใจจากสายฟ้าค่ะ ในสายตามีนมองแค่สายฟ้าคนเดียวนะ” มีนพูดออกมาอย่างมาเกรงใจคนเป็นพ่อและก็แม่ “คนอย่างน้ำตาลยังไงก็ไม่ยอมถอนแจ้งความหรอก น้ำตาลเกลียดมีนจะตายไป”
“ถือว่าพ่อขอนะสายฟ้า พ่อขอจริงๆ ช่วยบอกน้ำตาลหน่อย”
“บอกก็ไม่มีประโยชน์หรอกครับ”
“ทำไม?”
“เจ้าทุกข์มันคือผมครับ จะถอนแจ้งสิทธิมันก็มีแค่ผมซึ่งแน่นอนคำตอบคือไม่”
“...”
ไม่มีทางถอนแจ้งอะไรให้มันง่ายดายอะไรขนาดนั้น บทเรียนคือสิ่งที่มีนต้องได้เรียนรู้และสำนึกในการกระทำของตัวเองว่าไม่มีทุกอย่างเป็นไปในทางที่คาดหวังเอาไว้ได้เสมอ
เส้นทางไม่ได้ราบเรียบได้ทุกครั้งและถ้าล้มเหลวหรือพลาดสิ่งที่ทำไม่ว่าในกรณีไหนก็จะถูกโต้กลับมาตามความรุนแรงที่เหมาะสม
เช่นครั้งนี้
บางครั้งที่ปล่อยให้ได้ชูคอต่อบอกเลยว่าไม่ได้ยอม ผมเอาคืนตลอดเพียงแค่ในบางครั้งมีนเธอยืมมือคนอื่นมาทำให้จึงจับไม่ได้คาหนักคาเขาและคนพวกนั้นก็ไม่ได้สาวถึงเธอ ถึงแม้บางครั้งจะซักทอดถึงก็ทำอะไรมีนไม่ได้เพราะเจ้าตัวปฏิเสธกระทั่งในครั้งนี้ที่เธอผิดพลาดเอง
“สายฟ้าจะให้พ่อและคุณกานดาทำยังไงก็ได้ พ่อยอมทั้งนั้น”