CHAPTER 08
“พาเพื่อนเธอไปรักษาซะ” แบงค์เทาหลายใบถูกยื่นออกไปตรงหน้าของอีเนียร์ มันเลิกลั่กพอสมควรก่อนที่จะหันไปมองเพื่อนรักอย่างอีมีนที่ตอนนี้ข่มความโกรธโมโหเอาไว้ไม่มิดอีกแล้ว ดวงตาแดงกร่ำนั้นแน่นอนไม่อยู่ในสายตาของสายฟ้าหรอกเพราะตอนนี้เขาทิ้งแบงค์เทาพวกนั้นลงตักอีเนียร์แล้วเลือกใช้มือโอบรักเอวฉันแน่น “คงพอแล้วแผลแค่นี้”
“...”
“มีนไม่ยอมจำเอาไว้นะสายฟ้า”
“อืม ไม่ยอมก็ต้องสู้ สู้กับฉันนี่แหละมีน เลือกเอาก็แล้วกัน”
ด้วยสภาพที่ดูไม่ได้อย่างจังทำให้เมื่อมาถึงห้องฉันเข้าห้องน้ำเข้าไปจัดการตัวเองทันที กระจกบานใหญ่ภายในห้องน้ำสะท้อนให้เห็นความบัดซบของตัวเองว่าโคตรแย่แค่ไหน
ผมยาวพัวพันกันแทบใช้มือสางไม่ได้อีกทั้งมีความเหนียวของน้ำหวานเหนอะหนะเหนียวไปหมด ชุดนักศึกษาสีขาวตั้งแต่หัวไหล่ลงมามีคราบรอยสีแดงของบิงซูเกาหลีแถมกระดุมเม็ดบนหลุดออกยังไม่รวมกระโปรงทรงเอที่รอยแหวกช่วงขาฉีกขึ้นสูงแต่ที่น่าโมโหสุดๆ ก็คงเป็นรอยกรีดรอยจิกถลอกตรงแขนทั้งสองข้าง
แทบรับสภาพตัวเองไม่ได้
รับไม่ได้จริงๆ
ฉันจัดการอาบน้ำสระผมหลายรอบมากถึงพอใจขึ้นจากอ่างด้วยชุดคลุมโดยที่ศีรษะยังพันผ้าขนหนูซับผมเอาไว้ตอนนี้เหลือแค่ล้างทำความสะอาดใบหน้าเป็นขั้นตอนสุดท้ายทุกอย่างกำลังจะเสร็จสมสมบูรณ์ถ้าประตูห้องน้ำไม่ถูกเปิดออกอย่างวิสาสะ
“นึกว่าตกส้วมไปละ ทำไมไม่รีบอาบ”
“...”
อย่างงี้ก็ได้เหรอ
“อย่ามาได้ยินแล้วไม่ตอบนะ อยากโดนไม้หวดเหรอลูกหมา”
“เหลือหน้า”
เพราะเห็นว่าสายฟ้าเข้ามาเกือบถึงตัวฉันจึงเลือกเอ่ยพูดออกไปทั้งที่ใบหน้างองอนชิบหาย ระหว่างทางโดนสวดบ่นด่าผสมไปหลายครั้งจะงอนก็ไม่แหลกเท่าไหร่ใช่ไหม สายฟ้าทำคิ้วขมวดไม่เข้าใจในสิ่งที่พูดออกไปก่อนหน้าเขาก้าวเข้ามาจับสองแขนฉันแล้วดันให้เดินถอยหลังไปชิดกับอ่างกระทั่งบังคับให้ฉันนั่งลงบนขอบอ่าง
“พูดใหม่ เอาชัดๆ และให้เข้าใจ”
“เหลือล้างหน้า”
เพราะตอนนี้ตัวฉันนั่งสูงกว่าสายฟ้าจึงก้มใบหน้าลงมองเขา สายฟ้านั่งคุกเข้าหนึ่งบนพรมขนฟูสีขาวด้านหน้าของฉันอีกทั้งยังถอดเสื้อออกโชว์เนื้อหนังที่มีแต่กล้ามแน่นๆ เหลือบนตัวแค่เพียงกางเกงยีนเอวต่ำจนเห็นขอบกางเกงในยี่ห้อดัง
“อืมแล้วต้องเช็ดเครื่องสำอางก่อน?”
“ใช่”
“โอเค” แล้วเขาก็ลุกขึ้นเดินกลับหลังหันไปยังหน้ากระจกเพื่อหยิบคลีนซิ่งกับสำลี รูปร่างอันแสนเพอร์เฟคของผู้ชายคนนี้ล้วนแล้วชวนน่ามองเป็นที่สุดยิ่งยามถอดเสื้อเป็นอะไรที่ดีมากๆ รู้ไหมว่าด้านหลังแผ่นหลังใหญ่นั้นซึ่งแน่ว่ามันขาวมาก ขาวชนิดที่เรียกว่าสะท้อนรอยสักสีดำของสัตว์ใหญ่แผ่อำนาจรูปร่างม้วนตัวอวดเกล็ดขดเต็มแผ่นหลังนั้นได้ชัดเจน ความน่าเกรงขามผสมกับความยิ่งใหญ่และความลึกลับของตัวอักษรภาษาอังกฤษว่า GD.B ใต้มังกรตัวนี้ “ไหนลุกขึ้นแล้วนั่งที่ขาสิลูกหมา”
พอสายฟ้ามาความคิดของฉันก็หายไป สายฟ้าเข้ามานั่งบนขอบอ่างแยกขาออกจากกันเพื่อให้ฉันนั่งได้สะดวกข้างหนึ่งจากนั้นก็ค่อยๆ ละเลงสำลีที่เปียกชุ่มไปด้วยคลีนซิ่งเข้ามาบนใบหน้า ความเย็นกระทบใบหน้าไปทั่วเนื่องจากสายฟ้าค่อยบรรจงวนเช็ดทำความสะอาดเบาๆ ฉันหลังตาลงเพื่อให้อีกคนได้ทำความสะอาดอย่างสะดวกขึ้น
“ฟ้า”
“หื้ม?”
“รอยสักมังกรดำบนตัวหมายถึงอะไรเหรอ” รู้ว่าอีกฝ่ายหยุดชะงักลงเพียงแป๊บเดียวสำลีก็เคลื่อนทำความสะอาดอีกครั้งหนึ่ง เป็นครั้งแรกด้วยมั้งที่ถามเรื่องเกี่ยวกับรอยสักบนแผ่นหลังของเขา จำได้นะว่ารอยสักนี้สายฟ้าได้มาในตอนอายุ 17 ย่างเข้า 18 พอดี “ไม่เคยถามเลยแต่ตอนนี้อยากรู้”
“มังกรดำ มันลึกลับดี”
“แค่นี้เหรอ?”
“ถึงแม้ในความคิดของหลายคนหรือว่าคนทั่วไปมันจะไปในทางที่ไม่ดีก็ตาม”
“ทำไมถึงตัดสินใจแบบนั้นนะ”
“เพราะสีดำมันคือสีแห่งปีศาจชั่วร้าย การเป็นอมตะ สีดำมันเป็นสีแห่งความตายหรือว่ามัจจุราชไง”
นี่คือความหมายของมันเหรอ...
เกี่ยวกันด้วยเหรอ
“แต่ยังไงสีดำพื้นฐานคนส่วนใหญ่ชอบมันนะฟ้า ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นของใช้มักมีพื้นฐานเป็นสีดำทั้งนั้น” ฉันแค่พูดในจุดที่ตัวเองเห็น “อีกอย่างสีดำเปรียบกับสีในยามค่ำคืนอันมืดมิดด้วยเหมือนกับความหมายของชื่อหนึ่ง รู้มั้ยว่าชื่ออะไรเอ่ยฟ้า”
“อยากรู้อะไรมากลูกหมา”
สายฟ้าหยุดเพื่อเปลี่ยนสำลีเป็นนาทีที่ฉันลืมตาขึ้นมองเห็นการกระทำของผู้ชายคนนี้ ที่มองไปเขาก็เหมือนสีดำนะภายนอกแกร่ง เข้มแข็ง น่ากลัวแต่ด้านในอ่อนโยนมากมาย
“ไม่ตอบเลย”
“ไม่ต้องหลับตาแล้วสะอาดแล้ว”
“ไม่ตอบเลย”
“โอเค... ชื่อรัตติกาล” รัตติกาลชื่อของสายฟ้าซึ่งมีความหมายว่าช่วงเวลากลางคืน มันเข้ากับมังกรสีดำได้อย่างแปลกประหลาดเพราะไปในทิศทางเดียวกันเลยว่าไหม “แล้วฟ้าชอบสีดำมั้ย”
“ชอบ”
คำตอบตรงตัวทำให้ฉันยิ้มออกมาเดาแล้วไม่มีผิดถ้าไม่ชอบไม่สามารถมาอยู่บนตัวของสายฟ้าคนนี้ได้หรอก คนดื้ออย่างสายฟ้าไม่ยอมฟังใครแม้กระทั่งพ่อแม่
ฉันเคลื่อนสายตาไปมองรอยสักอีกรอยหนึ่งซึ่งเด่นชัดอยู่ตรงหน้าอกเป็นภาษาอังกฤษเช่นกันก่อนส่งมือไปวางทับไว้ ตัวเขียนนี้มีสองชื่อรวมกันกินเนื้อที่ไหปลาร้าทั้งสองข้าง
“เหรอ...”
“อืม ชอบมากพอๆ กับชื่อพิมมาดาที่อยู่ไหปลาร้าข้างซ้ายอ่ะลูกหมา”
พิมมาดาคือชื่อของฉันเอง
อักษรตัวเขียนภาษาอังกฤษข้างซ้ายส่วนข้างขวาก็เป็นชื่อรัตติกาล คู่กันบนร่างกายของสายฟ้า
ใช้เวลาในห้องน้ำนานอยู่เช่นกันนะหลังจากที่สายฟ้าเช็ดทำความสะอาดใบหน้าฉันเป็นที่เรียบร้อย ฉันก็จัดการทำความสะอาดอีกครั้งด้วยโฟมจากนั้นก็แต่งตัวด้วยชุดนอนแขนยาวขายาวลายเป็ดน้อยสีเหลืองอ๋อย ไม่ใช่สไตล์ฉันหรอกแต่เป็นการเลือกซื้อของสายฟ้าต่างหาก
การนั่งจุ่มปุ๊กบนโซฟาเกิดขึ้นไม่นานหลังจากทานข้าวเย็นเรียบร้อย ร่างสูงใหญ่ของสายฟ้าก็ปรากฏขึ้นในสายตาของฉันอีกครั้งในสภาพเดิม เขาเดินมานั่งลงข้างกายฉันก่อนยื่นถ้วยใบเล็กที่มียาหนึ่งเม็ดอยู่ด้านในพร้อมกับแก้วน้ำอุณหภูมิปกติมาให้ฉัน
สายตาคู่นั้นฉันรู้ดีว่ากำลังสั่งตัวเองอยู่
สายตาที่ไม่ผ่อนปรนใดๆ
“รีบกินกันไว้ก่อนเลย”
อี๋... ยาอีกแล้ว
“อือ” การรับคำแต่ยังนิ่งไม่ขยับมือไปหยิบยาถือว่าไม่ก้าวหน้าหรอก ความชักช้าของฉันทำให้มือใหญ่ยื่นมาบังคับให้ฉันแบมือออกจากนั้นก็หยิบยาเม็ดนั้นไว้กลางมือเป็นสัญญาณบอกว่ารีบทาน “ก็ได้”
“ฮึบหน่อยลูกหมา”
อีกครั้งกับการลิ้มรสความขมจากยาเม็ดนั้นในปากถึงแม้สายฟ้าจะรีบส่งน้ำมาให้กลืนไปกับยาอย่างทันเวลาก็ตาม ความขมก็ยังเล่นงานวันยังค่ำ
“เก่งแล้วก็เอามือมาจะได้ทายา”
เพราะรู้ว่าขืนอิดออดก็ไม่สามารถช่วยอะไรให้มันดีขึ้นฉันจึงยื่นมือไปหาสายฟ้าอย่างว่าง่าย ความเย็นของตัวยาที่ทำหน้าที่รักษาแผลตามข้อมือ แขนได้ทำหน้าที่โดยที่คนที่กำลังทายาให้นั้นไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ ออกมานอกจากการขมวดคิ้วแล้วก็เป่าลงมาเท่านั้น
ก็เหมือนทุกครั้งที่เกิดขึ้น
ตั้งแต่เด็กจนโต
มัธยมจนถึงมหาลัย
ผู้ชายตรงหน้ามักเป็นคนช่วย เป็นคนทำแผลให้ฉันเสมอและก็ไม่เคยเอ่ยปากว่ากล่าวอะไรเลย เหลืออีกข้างหนึ่งที่เขากำลังจะบรรจงใส่ยาให้ทว่าโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของสายฟ้ากับดังแผดเสียงขึ้นก่อน
“รับก่อน”
“ไว้ก่อน” นี่คือสิ่งที่เขาพูด
“เผื่อเป็นธุระสำคัญ”
“คงใช่แต่ต้องรอก่อน” แล้วสายก็ตัดไปสักพักกินเวลาไม่นานมันก็ดังขึ้นอีกครั้งหนึ่งและคราวนี้ก็ประจวบกับสายฟ้าทายาให้ฉันเสร็จพอดี เขาใช้มือหนึ่งล้วงโทรศัพท์ออกมาแล้ววางไว้บนที่พิงโซฟาพร้อมกับเปิดลำโพง “ฮัลโหลครับ”
[ตาฟ้า... นี่แม่เองนะ]
แค่นี้ฉันก็รู้แล้วว่าเป็นใคร ที่ก่อนหน้าไม่รู้เพราะสายฟ้าไม่ได้บันทึกเบอร์เอาไว้จึงเห็นโชว์หน้าจอเป็นแค่หมายเลขโทรศัพท์และฉันก็รู้ดียิ่งกว่านั้นว่าอีมีนมันนั่งอยู่ใกล้แม่ตัวเองอยู่แน่ๆ
“อ่า สวัสดีครับคุณกานดา”
[แม่จะโทรมาบอกว่าเรื่องที่เกิดวันนี้แม่ไม่ยอมนะ พ่อน้องมีนก็ไม่ยอมเช่นกัน]
“...”
นึกแล้วเชียวว่าต้องเป็นเรื่องนี้
[ตาฟ้าเข้าใจใช่มั้ยลูกว่าหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ไม่มีใครพอใจเมื่อเห็นสภาพลูกตัวเองแดงเถือกไปทั้งตัว เนื้อตัวมอมแมม ร่างกายผิวสวยๆ มีแต่ร่องรอยเล็บกรีดยาวถลอกเลือดออกแต่ที่หนักสุดคือมุมปาก ช้ำหนักแทบทานอะไรไม่ได้]
“...”
[ตาฟ้าต้องรีบให้น้ำตาลมาขอโทษน้องมีนนะ ไม่งั้นแม่เอาเรื่องแน่ๆ]
“โอเคครับ ผมจะจัดการให้คุณกานดาครับ ว่าแต่มีนไม่ยอมแน่ๆ ใช่มั้ย”
[ไม่มีใครยอมทั้งนั้น] คราวนี้เป็นเสียงผู้ชายคนนั้น น้ำเสียงแข็งราบเรียบแบบนี้ทำไมฉันจะจำไม่ได้ถึงแม้ไม่เห็นหน้าก็จำได้ดีทีเดียว [พ่อกำลังจะแจ้งความเอาเรื่อง ไม่มีพ่อคนไหนเห็นแล้วรับสภาพได้หรอกสายฟ้า หัวอกคนเป็นพ่อหวังว่าสายฟ้าคงเข้าใจในสิ่งที่ครอบครัวเราทางนี้เลือกทำก็แล้วกัน]
“ครับ”
[ทุกคนล้วนมีสิทธิในการปกป้องคนที่ตัวเองรักสายฟ้า]
“...”
[ถ้าสายฟ้ามีลูกก็จะเข้าใจเองในสิ่งที่พ่อเลือกทำแบบนี้]
“แล้วคุณพ่อเข้าใจหัวอกคนเป็นลูกแบบน้ำตาลมั้ยครับ?”
[...]
“อ่า... ไม่เป็นไรครับ ผมก็ไม่อยากได้คำตอบอยู่แล้ว”
[...]
“งั้นแจ้งความได้เลย”
เพราะอีกฝ่ายเอาแต่เงียบสายฟ้าจึงพูดแบบนั้นออกไปทั้งที่ฝ่ายมือทั้งสองข้างของเขาคอยลูบปลอบกุมมือของฉันไม่ปล่อย ไม่ได้เสียใจอะไรมากขนาดนั้นเคยบอกแล้วไงว่ามันเลยจุดนั้นมานานแล้วด้วยซ้ำ ตอนนี้เหมือนนั่งฟังแล้วประโยคพวกนั้นก็ทะลุผ่านเข้าหูซ้ายออกหูขวาไปเรียบร้อยเช่นกัน
[...]
“ผมทำตามกฎอยู่แล้ว กฎที่ว่าใครแตะตัวน้ำตาลเป็นรอย ผมรอซัดกลับอยู่เช่นกัน”
[สายฟ้า...]
“มาลองดูกันครับว่าผมทำอะไรให้พวกคุณสัมผัสได้บ้าง อย่างแรกเลยนะผมแจ้งความเอาเรื่องมีนไปเรียบร้อยแล้วเช่นกันครับ คนจริงเขาไม่พูดมากกันนะครับ”