CHAPTER 07
กลับมาเข้าสู่การเรียนแบบปกติอีกครั้งหลังจากหยุดช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่ไปเกือบหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ ทุกคนดูร่าเริงกันมาดูได้จากสีหน้าการทักทายของกลุ่มก๊วนเดียวกันของฉันเอง การเรียนตอนบ่ายในเวลาบ่ายโมงตรงจนถึงสี่โมงเย็นนั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับฉันมันดีมากกว่าตอนเช้ามาก
ไม่ได้เร่งรีบตื่น
มีเวลาแต่งตัวเยอะ
“มาแล้วไม่ได้เที่ยวปีใหม่ หมกตัวอยู่แต่ในโรงบาลและบ้านทว่ากับได้กระเป๋าใบใหม่เฉย”
ประโยคนี้เป็นของ ‘แตงกวา’ เพื่อนในกลุ่มเดียวกันที่นั่งเช็ดกระจกใบสวยข้างกันนั้นเป็น ‘ส้มส้ม’ คนนี้ก็เพื่อนกลุ่มเดียวกัน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาฉันจึงทรุดนั่งลงข้างส้มส้มโดยที่ตรงข้ามกันเป็น ‘ขิม’ พวกเราทั้งสี่คนอยู่รุ่นเดียวกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง
“เบื่อ เบื่อมากๆ”
“แต่สายฟ้าก็ตามใจตลอด”
“เหรอขิมเหรอ” ได้ทีหยอกเพื่อนให้ทันควัน “ได้ข่าวว่าเกมส์พาไปดูแสงเหนือนิ”
“น๊าน... หน้าแดงขึ้นทันที” ส้มส้มได้ทีแซวขิมสมทบเป็นทีมเดียวกับฉัน
“ไม่ต้องแซวอีขิมเลยพวกแกก็ใช่ย่อยนะเห็นในไอจีอยู่ อีส้มเกาะแกะโอป้าอยู่เกาหลี อีแตงนี่หนักเลยมั่วปาร์ตี้อยู่เมกาอย่างเมามัน เพื่อนฉันแต่ละคน”
“เหรอ.... แต่รู้ข่าวนะจ๊ะว่าสายฟ้าเฝ้าไข้ไม่ห่างเตียง”
“หึ... สายจากสายรุ้งน้องเวรของพวกแกสินะ”
คราวนี้พวกมันหัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างไม่นัดหมายแค่มองตากันก็รับรู้ถึงความคิดอีกคนได้เป็นอย่างดี
ความสนิททำให้พวกเราทั้งหมดรู้เรื่องราวกันเกือบทุกเรื่อง
“แต่ขอถามหน่อยอีตาลแกบอกสายฟ้าเหรอ”
“เรื่อง?”
ฉันถามกลับส้มส้มพร้อมทั้งลุกขึ้นจากโต๊ะเพราะใกล้เวลาเข้าเรียนเต็มที่แล้ว พวกเราเดินเข้ามาในห้องบนตึกโดยใช้เวลาไม่นานเพราะสิ่งที่ฉันถามกลับส้มส้มนั้นเพื่อนตัวเองเงียบคงอยากให้ก้นนั่งถึงเก้าอี้ในห้องเรียนก่อนมั้งและมันก็จริงตามคาด
“อีมีน”
“ไม่ได้บอกนะ วันนั้นที่เกิดเรื่องก่อนเข้าโรง’บาลคนที่ตบหน้าฉันไม่ใช่มัน”
“แล้วรู้มั้ยว่าตอนนี้พวกที่ตบหน้าแกโดนไสหัวออกจากมหาลัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” แตงกวาเอ่ยสมทบทำให้ฉันคิ้วขมวดขึ้นเล็กน้อย “เรื่องถึงมือสายฟ้ารับรองไม่รอดสักคน”
“บ้าหรือเปล่า ฟ้าใจดีจะตาย” ฉันเถียงแตงกวา
“ดีกับแกคนเดียวสิน้ำตาล”
“ก็ดีกับพวกแกด้วย”
“หยุดเลิกเถียง” พอแตงกวาจะเถียงส้มส้มก็ยกมือขึ้นมาห้ามปรามเอาไว้อย่างรำคาญ ส้มส้มเป็นตัวห้ามทัพระหว่างฉันกับแตงกวาทุกครั้งเพราะความเห็นพวกเราไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่นัก “จบจารย์เข้าแล้วโน้น...”
“นิๆ เลิกเรียนไปกินบิงซูหลังมอกันนะ”
“ไม่มีนัดกับผู้”
“ไม่มีนัดกับที่บ้าน”
“โห... อะไรวะเลี่ยงกันหมด” ฉันว่าให้แตงกวากับส้มส้มแต่ก็นึกว่ายังเหลืออีกคนหนึ่งที่ตอนนี้กำลังเปิดสมุดเขียนยุกยิกแล้ว “ขิมไปด้วยกันนะ”
“โอเค”
พอได้คำตอบฉันจึงส่งใบหน้าของการเป็นผู้ชนะให้แตงกวาแล้วก็ส้มส้มก่อนที่จะหันมาสนใจการเรียนบ้าง เวลาผ่านไปจนถึงหมดคาบฉันก็เหมือนกับหลายคนที่เสมือนโดนดึงเรี่ยวแรงออกจากร่างกายไปเป็นที่เรียบร้อยไม่ค่อยมีแรงแม้กระทั่งเดินลงจากตึก พุงป่องโหยหวนส่งเสียงเรียกแทบทุกวินาทีจนมาถึงหน้าร้านบิงซูเกาหลีชื่อดังหลังมอ
เสียงร้องหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น
ความหิวทำได้ทุกอย่างจริงๆ
ทำให้ตาลายไปหมด
อยากสั่งๆ ให้หมดแต่ก็ทำไม่ได้
ไม่ใช่ไม่มีเงินจ่ายแต่กินไม่หมด
“คงอัดอั้นมากเลยใช่มั้ยน้ำตาลถ้าจะสั่งถึงสองถ้วยขนาดนั้น”
“ก็มีบ้างคนมันอยากอ่ะขิม”
ขิมส่ายศีรษะให้กับฉันจากนั้นเพื่อนผู้ซึ่งนั่งตรงข้ามกันก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยประจวบเหมาะกับที่ถ้วยบิงซูเข้ามาเสิร์ฟฉันจึงไม่สนใจนักจับช้อนได้รีบตักเข้าปาก ความหวานแผ่ซ่านพร้อมกับความเย็นทำให้สดชื่นทว่าก็แค่คำเดียวเมื่อมีบุคคลสองคนเข้ามายืนค้ำศีรษะอย่างไร้มารยาท
มันแน่อยู่แล้วที่ฉันตวัดสายตาขึ้นมอง
อีมีนเจ้าเก่าเจ้าเดิมมากับอีเนียร์บ่าวงูพิษของมันอีกตามเคยและคนมาใหม่อีกหนึ่ง
เคร้ง!
“น้ำตาล...” เพราะฉันวางช้อนในมือกับโต๊ะอย่างแรงเสียงห้ามจากขิมจึงเกิดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเยาะจากอีเนียร์ที่มันส่งให้กับขิม “ไปร้านอื่นกันดีกว่าเนาะน้ำตาล”
“ขิม!”
แต่ไม่ทันเพราะอีคนมาใหม่ตบเข้าไปยังใบหน้าของขิมทันทีแล้วมีเหรอว่าคนอย่างฉันจะยอมรีบหันตัวคว้าถ้วยบิงซูโป๊ะเข้าไปยังหน้าอีนั้นก่อนหันมาถีบอีเนียร์เซไปทางอื่นแล้วจัดการตวัดหลังมือใส่อีมีน
“อีตาล!”
“อีมีน”
“...”
“อีควายมีน” เพราะความชุลมุนเกิดขึ้นอีมีนตอบโต้โดยการกระชากผมฉันแทนที่จะให้มันทำฝ่ายเดียวฉันจึงกระชากมันตอบกลับพอดีเหลือไปเห็นขิมก็โล่งใจเห็นเพื่อนตัวเองตอบโต้ก็เลยคว้าบิงซูถ้วยที่สองมาเทรดศีรษะอีมีนเป็นจังหวะที่มันเสียการทรงตัวล้มลงกับพื้นโดยที่มีน้ำแดงเปรอะชุดนักศึกษาฉันที่ยังทรงตัวดีก็ส่งยิ้มเยาะไป “กระจอก”
“กรี๊ด!... อีน้ำตาลมึงทำเพื่อนกู”
“มึงเข้ามาดิอีเนียร์กูจะฟาดหน้าโบท็อกหนาตึงของมึงด้วยถ้วยบิงซูจริงๆ” เพราะกวาดวงแขนพร้อมกับจับถ้วยบิงซูแน่นกะถ้าเข้ามาฉันก็จะซัดกลับอีเนียร์จึงนิ่งแค่นั้นฉันก็เบี่ยงใบหน้าไปยังอีผู้หญิงคนนั้นที่กำลังตบขิม “ส่วนมึงอีเหี้ย!”
รู้ไหมว่ามันเกินไปมาก
ถ้วยบิงซูในมือจึงฟาดไปยังศีรษะมันกระทบเสียงดัง
เพล้ง!
ตัวอีนั่นทรุดลงกับพื้นไปในทันทีต่อหน้าใครหลายคนทว่าฉันไม่สนใจหรอกรีบเข้าไปฉุดร่างของขิมขึ้นมาจากพื้นก่อนใช้สายตาสำรวจตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าก็พบว่าใบหน้าแดงกร่ำไปด้วยรอยตบ แขนทั้งสองข้างมีรอยจิกรวมไปถึงชุดนักศึกษามีรอยเลอะของบิงซูแต่นั่นไม่ทำให้ความโกรธของตัวเองแล่นสูงปรี๊ดขึ้นเท่ารอยเลือดซึมออกมาทางมุมปากของขิม
ทำฉันฉันไม่เคยว่า แต่อย่ามาแตะเพื่อน
อันนี้ไม่ยอม
ไม่สนใจใครหน้าไหนอะไรอีกแล้วเมื่อเห็นรอยเลือดมุมปากของขิมความโกรธพุ่งแล่นพล่านไปทั่วร่างกาย สายตาเบี่ยงเบนไปหาร่างอีคนนั้นที่โดนถ้วยบิงซูก็พบว่ามันขยับตัวไปหลบมุมหนึ่งไม่วายฉันส่งนิ้วไปชี้ขู่มันอย่างไร้เสียงพูดจบแล้วก็เข้าไปตวัดหลังมือใส่หน้าอีเนียร์อีกครั้งอย่างไม่กลัว อีเนียร์เสือกเข้ามาขวางทางเองช่วยไม่ได้ที่จะสงเคราะห์ส่งมันไปให้พ้นทางจากนั้นก็คร่อมร่างอีมีน
ยื่นมือไปตบที่แก้มมันเบาๆ หลายที
แล้วค่อยออกแรงให้หนักหน่วงขึ้นหลายครั้งติด
ท้ายสุดจบด้วยการบีบคอดูอาการดิ้นรนของมันอย่างสะใจ รู้หรอกว่าอีกฝ่ายกำลังโกรธน่าดูแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากกว่าดีดดิ้นให้สุดๆ เท่าที่จะทำได้ นัยน์ตาคู่ที่ฉันกำลังเป็นเหนือนั้นช่างน่าตบมากกว่าน่าสงสาร ความอวดดีของมันแทบทำให้ฉันรั้งตัวเองเอาไว้ไม่อยู่
ทำไมจะไม่รู้ อีมีนนี่แหละตัวการของเรื่องนี้
“กร่างนักใช่มั้ย”
“เออ”
“กร่างแล้วทำอะไรกูไม่ได้ถึงใช้ไม้นี้?”
“อึก... คนอย่างมึงจะทำอะไรกูได้”
มันใช้มือที่มีเล็กจิกลงตามมือของฉันเหมือนที่ฉันทำสวนกลับกับลำคอมันบ้าง ในเมื่อมือมีรอยจิกคอมันก็ต้องมีรอยกรีดยาวของเล็บ มีรอยจิกข่วนมากกว่าที่ฉันได้ ความอวดดีของมันท้ายสุดฉันก็เลือกตวัดมือกระทบใบหน้าไปหนึ่งฉากนาทีต่อมาก็ตวัดหลังมือกลับไปอีกฉาก
“มึงมากกว่าจะทำอะไรกูได้”
“อีตาล!”
“เอออีมีน มึงจะทำไม”
“อีลูก... อึก”
ผัวะ!
เพราะรู้ว่ามันกำลังจะพูดว่าอะไรออกมานอกคำดูถูกเหยียดหยามที่ไม่รู้จักเบื่อหน่าย พร่ำพูดออกมาเกือบยี่สิบปีพูดมาได้แค่คำพวกนี้ไม่รู้จักจบจักสิ้น ทุกครั้งที่เห็นคนอื่นด้อยกว่าหรือว่ากำลังจะตกเป็นรองอีมีนก็จะใช้คำพูดเหล่านี้ออกมาทุกครั้งอย่างมั่นอดมั่นใจเหลือเกิน
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกมั้งที่ฉันตอบโต้โดยใช้กำลัง
ครั้งนี้ที่ฉันเลือกเอาส้นเข็มตบเข้าปากมัน
และครั้งนี้มันก็อึ้งให้เห็น
“เป็นยังไง”
“...”
“การลิ้มรสชาติส้นตีนกู อีเปรต!”
เพราะครั้งเดียวมันน้อยเกินไปครั้งที่สองที่กำลังจะเกิดขึ้นตามมามันก็ถูกขัดขวางด้วยข้อมือใหญ่ มือปริศนาเข้ามาฉกส้นเข็มในมือฉันไปอีกทั้งใช้อ้อมแขนโอบรอบเอวก่อนออกแรงยกขึ้น ทำไมจะไม่รู้ว่าเป็นใครถ้าไม่ใช่สายฟ้าเขามาพร้อมกับเกมส์ที่ตอนนี้เข้าไปโอ๋ขิมแล้วเป็นที่เรียบร้อย
“สายฟ้าช่วยมีนด้วยค่ะ น้ำตาลบ้าไปแล้ว”
“...”
ไม่มีเสียงตอบรับจากสายฟ้ามีแต่การขยับตัวเอื้อมกระเป๋าบนเก้าอี้ของฉันมาสะพายบนตัวทำให้ดูแปลกตาไปจากนั้นเสื้อนักศึกษาสีขาวตัวใหญ่บนตัวก็ถูกปลดกระดุมออกจากกันท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่ได้แต่จับจ้องมา สายฟ้าเขาเอาเสื้อตัวนั้นมาคลุมตัวฉันโดยที่ดีหน่อยว่าบนร่างกายคนตัวสูงนั้นเสื้อยืดสีขาวซ้อนจึงทำให้โล่งใจขึ้น
“กลับลูกหมา” เพราะกำลังโดนลากผ่านร่างอีมีนที่อีเนียร์เข้ามาช่วยลากเพื่อนมันหลีกไปจากทางเดินไปเล็กนั้นฉันได้ยกเท้ากะจะถีบมันอีกครั้งทว่าสายฟ้าเอาขาตัวเองเข้ามาขวางไว้ยิ่งเป็นการเพิ่มเชื้อความโกรธมากขึ้น “อย่าทำ”
“สายฟ้ามีนเจ็บค่ะ”
“อีตอแหล!”
“เจ็บจริงๆ นะคะ”
“พาเพื่อนเธอไปรักษาซะ” แบงค์เทาหลายใบถูกยื่นออกไปตรงหน้าของอีเนียร์ มันเลิกลั่กพอสมควรก่อนที่จะหันไปมองเพื่อนรักอย่างอีมีนที่ตอนนี้ข่มความโกรธโมโหเอาไว้ไม่มิดอีกแล้ว ดวงตาแดงกร่ำนั้นแน่นอนไม่อยู่ในสายตาของสายฟ้าหรอกเพราะตอนนี้เขาทิ้งแบงค์เทาพวกนั้นลงตักอีเนียร์แล้วเลือกใช้มือโอบรักเอวฉันแน่น “คงพอแล้วแผลแค่นี้”