(1)ยั่วรักคนขับแท็กซี่ ตอนที่ 1 โสดหมาดๆ
ฉันถูกสามีบอกเลิกเพราะเขามีเมียน้อย ใช่..เขามีเมียน้อยเลยขอเลิกกับฉันโดยเหตุผลที่ว่าลีลาบนเตียงฉันมันไม่เด็ดพอ
พ่อแม่สอนเรื่องการเป็นกุลสตรีที่ดีให้กับฉัน ฉันเป็นคนอ่อนหวานน่ารัก เก่งงานบ้านงานเรือน ท่านบอกสิ่งเหล่านี้จะช่วยมัดใจสามีเอาไว้ได้ แต่สุดท้ายก็ถูกเขาบอกเลิก
หลังจากเซ็นใบหย่ากันเราก็แบ่งทุกอย่างกันชัดเจน เขาได้บ้านและรถไปผ่อนต่อเอง ส่วนฉันได้เงินเก็บทั้งหมดไปในมูลค่าที่ใกล้เคียงกับบ้านและรถที่จ่ายค่างวดไปแล้ว
ฉันเดินมาโบกรถแท็กซี่ขณะที่อดีตสามีและเมียใหม่ของเขาขับรถผ่านหน้าไปอย่างไม่ไยดี
หลังจากที่แท็กซี่มาจอดรับฉันก็ปาดน้ำตาแล้วขึ้นไปนั่งบนรถแล้วถอนหายใจออกมา
“จะไปไหนครับคุณผู้หญิง”
“ไปหอพักจันทร์ฉาย” ฉันบอกเสียงสั่น เมื่อนึกถึงตอนที่อดีตเมียหลวงอย่างฉันต้องขนของออกจากบ้านไปแค่กระเป๋าเสื้อผ้าไม่กี่ใบ ในขณะที่อีกฝ่ายขนเสื้อผ้าเข้ามาอยู่แทนที่ยังขณะที่ยังไม่ได้หย่า
ใครๆ ก็บอกให้ฉันฟ้องหย่าแต่ฉันไม่ทำ เพราะในเมื่อเขาไม่รักฉันก็ไม่อยากรั้งเขาเอาไว้หรือว่าต้องเสียเวลาไปมากกว่านี้ สองปีกับชีวิตแต่งงานมันทรมานมากพอแล้วสำหรับฉัน
“เอ่อคุณผู้หญิงครับ” คนขับแท็กซี่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เกรงใจ
‘คนกำลังเศร้าๆ ถามอยู่นั่นแหละ’
“อะไรคะ”
“เอ่อ นั่งหุบขาหน่อยครับ จิ๋มโผล่” เขาบอกอย่างนั้น ทำให้ฉันรู้ตัวแล้วรีบนั่งดีๆ รู้สึกอายเขาเป็นอย่างมาก
“ขออนุญาตนะครับ สภาพแบบนี้โดนผัวขอหย่าเพราะมีเมียน้อยใช่หรือเปล่า ผมรับผู้โดยสารสภาพแบบนี้หน้าเขตตลอดเลยรู้ดี” คนขับแท็กซี่บอกแล้วหยิบกล่องกระดาษทิชชูมาให้ฉัน
“ขอบคุณ” ฉันรับไว้เพราะไม่อยากให้เขาขับรถมือเดียว คิดในใจว่าช่างจุ้นจ้านเรื่องฉันเสียจริง
“ผู้ชายก็อย่างนี้แหละครับ เบื่อง่าย คุณรอดูสิอีกไม่นานก็เลิกกัน ไม่ต้องเสียใจไปหรอก ทำตัวให้สวย เลิกใส่ไอ้ชุดเรียบๆ นั่น แต่งตัวโป๊ๆ หน่อยให้มันเสียดายเล่น” เขาพูดไปเรื่อยๆ ในขณะที่ฉันนั่งฟังด้วยความ ‘อีหยังวะ’
แต่ก็ต้องยอมรับว่าคำแนะนำของเขามันก็ดีอยู่ อย่างน้อยตอนนี้ก็ทำให้ฉันเลิกเศร้าเปลี่ยนมาเป็นรำคาญใจแทน
“นอกจากการแต่งตัวแล้ว ลีลาก็ต้องเด็ด โสดแล้วเอาใครก็ได้ไม่ผิด ถ้าอยากฝึกเดี๋ยวผมสอนให้”
“เวลาเจอผู้โดยสารที่พึ่งหย่าผัวนี่ชวนเอาทุกคนเลยเหรอคะ” ฉันถามเขาเสียงห้วน ทำมาเป็นปลอบใจสุดท้ายก็พูดวกเข้าเรื่องนี้
“ผมก็แค่เสนอ ไม่สนใจแล้วจะแหกหอยให้ผมดูแต่แรกทำไม” เขาบอกเสียงห้วนพอๆ กัน
ฉันเลยเงียบไป เขาชักชวนแบบนี้ก็มีเหตุผลของเขาเอง ซึ่งฉันก็ต้องยอมเงียบเพราะในตอนแรกนั่งไม่ระวังเอง
แต่ลองนึกๆ ดูก็จริงอย่างที่เขาบอก...โสดแล้วจะเอากับใครก็ได้ แล้วเขาก็ดูสะอาดสะอ้านดี
ไม่รู้ฉันคิดบ้าอะไรอยู่ หย่ากับสามีแล้วอยากลองนอนกับคนแปลกหน้าเสียอย่างนั้น อาจเป็นเพราะความเปล่าเปลี่ยวอ้างว้างในตอนนี้ หรือไม่ก็อยากประชดชีวิตตัวเอง แต่จะเพราะอะไรก็ช่างเถอะ ในเมื่อตัดสินใจจะทำมันฉันก็ต้องมุ่งหน้าต่อไป
“งั้นไปแวะโรงแรมกันก่อนก็ได้” ฉันพูดขึ้นมา
“แน่ใจนะว่าจะไม่โวยวายผมทีหลัง” เขาถามเสียงเรียบ
“ไม่ อยากดูสิว่าชวนเอานะ จะเอาเก่งแค่ไหนกันเชียว” ฉันพูดท้าทายเขาออกไป
คนขับแท็กซี่จอดรถที่ข้างทางแล้วเรียกให้ฉันไปนั่งเบาะหน้าด้วยกันแล้วเริ่มเคลื่อนรถไปอย่างช้าๆ
“อมให้ผมหน่อยสิ” เขาบอกเสียงสั่นด้วยความกระสัน
ฉันเอามือลูบเป้ากางเกงของเขา พอมันเริ่มขยายตัวฉันก็รูดซิปกางเกงเขาลงแล้วควักท่อนเอ็นนั้นขึ้นมา ขนาดมันปกติมาตรฐานชายไทยแต่หัวบานออกมากพอสมควร
ฉันก้มลงไปดูดเลียรอบๆ หัวเห็ดบานของเขาสลับกับดูดเบาๆ ที่ปลายหัวนั้น
“อ๊าส์ ดูดเก่งมาก” เขาชมฉันทำให้ฉันรู้สึกภูมิใจมาก แล้วอมส่วนหัวเขา ห่อริมฝีปากรูดขึ้นลงโชว์สกิลการดูดของฉัน
“ซี๊ด...อ๊าส์ เสียวมาก” เขาครางเสียงหลงขณะที่ขับรถไปด้วยจนฉันกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุ
เขาจับหัวฉันกดลงไปฉันจึงยกหัวขึ้นลงอมแท่งลำนั้นตามจังหวะที่เขากดหัวลงไป รู้สึกถึงปลายหัวมนที่ผงกอยู่ในปากของฉันแล้วกังวลว่าเขาจะถึงจุดหมายในตอนนี้
“โอ๊ย ซี๊ด เสียวมาก อมต่อไป อ๊าส์...ผมอึด ไม่ต้องห่วง” เขาบอกเหมือนรู้ทันความคิดฉัน
ฉันไม่ได้ตอบโต้อะไรออกไปเพราะปากไม่ว่าง ทำหน้าที่อมท่อนเอ็นนั้น ยิ่งอมก็ยิ่งเกิดอารมณ์ไม่สนว่าเขาเป็นคนแปลกหน้า กางเกงชั้นในก็แฉะมากในตอนนี้ รู้เลยว่ากลีบหอยฉันต้องการเจ้าท่อนเอ็นหัวบานนี้มากขนาดไหน
“ไม่ไหวแล้ว จอดรถเอากันแถวนี้เถอะ” ฉันยกหัวขึ้นมาแล้วหายใจหอบถี่ด้วยความตื่นเต้น มองเขาด้วยความปรารถนา
“จัดให้ตามที่ขอ” คนขับแท็กซี่ยิ้มอย่างพอใจ แล้วได้จังหวะเลี้ยวเข้าไปในซอยเปลี่ยวข้างทางในทันที
ฉันจึงก้มลงไปดูดอมท่อนเอ็นของเขาต่อไม่ให้ขาดช่วง
“อ๊าส์ ซี๊ด..ถึงที่ลับตาแล้ว เราไปเอากันที่หลังรถเถอะ” เขาครางบอกเสียงพร่าต่ำ ฉันยกคอขึ้นมาแล้วเลียริมฝีปากด้วยความกระสัน
“น่าเอาขนาดนี้ คนที่ทิ้งคุณไปโง่ชะมัด” เขาพูดกระตุ้นอารมณ์ของฉันแล้วมองด้วยสายตาโลมเลียจนขนฉันลุกซู่ด้วยความตื่นเต้น
“อย่าเสียเวลาเลยค่ะ เรามาเอากันเถอะ!”
---------------------