บทที่ 7 หนี 1.1

1343 คำ
"ชุดชั้นในฉันถือเองได้" เธอพูดพร้อมกับเดินนำหน้าชัชชัยออกจากร้านไปทันที ส่วนลูกน้องอีกสองคนก็หิ้วของที่หญิงสาวซื้อตามมา และในตอนนั้นเองมุกดาก็เห็นห้องน้ำพอดีเธอหันมาหาคนที่ตามติดเธอเป็นเงาตามตัว "ฉันอยากเข้าห้องน้ำจะตามเข้าไปด้วยมั้ย!" เธอพูดพร้อมกับมองชัชชัย ภายในใจลุ้นและภาวนาว่าอย่าตามมาเชียวนะ ก่อนที่จะเห็นชัชชัยพยักหน้าขึ้นลงเล็กน้อยเธอยิ้มออกมาแล้วหมุนตัวเข้าไปห้องน้ำทันที ชัชชัยกับลูกน้องอีกสองคนก็ยืนรออยู่ที่ด้านหน้าห้องน้ำ หลังจากมุกดาได้โอกาสเธอก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดธรรมดา ก่อนจะหยิบแว่นตาและสวมหมวกปิดคลุมใบหน้า พร้อมด้วยหน้ากากอนามัยที่ขอผู้หญิงวัยกลางคนอีกที่ยืนอยู่ข้างๆ หลังจากสำรวจตัวเองเรียบร้อยเธอก็มั่นใจแล้วว่าสามคนนั้นไม่มีทางจำเธอได้แน่นอนเพราะก่อนเข้ามากับตอนนี้มุกดาแต่งตัวแตกต่างกันชัดเจน ตอนเข้ามาเหมือนกับคุณหนู แต่ตอนนี้เธอเหมือนสาวตัดอ้อย เธอมองตัวเองในชุดเสื้อแขนยาวลายสก๊อต กางเกงขายาวผูกเอวด้วยความพอใจ และเหมือนโชคเข้าข้างเธอไม่น้อยเพราะมีหญิงสาวกลุ่มใหญ่เดินเข้ามา เธอมองไปที่กลุ่มหญิงสาวนั้นด้วยดวงตาเป็นประกาย ไม่อาจซ่อนความดีใจได้เลย และในตอนที่หญิงสาวพวกนั้นกำลังเดินออกไปเธอก็แฝงเข้าไปในกลุ่มนั้นอย่างเนียนๆ และในตอนนั้นเองเธอก็เห็นชัชชัยและลูกน้องอีกสองคนยังยืนอยู่ที่ด้านหน้าเธอรีบเดินออกมาด้วยความรวดเร็วและแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มคนหมู่มากเพื่อจะได้หลบเลี่ยงสายตาจากคนพวกนั้นได้ง่าย ในตอนนั้นเองเธอก็เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เพราะประตูทางออกที่เธอเห็นอยู่ตรงหน้าทำให้เธอไม่คิดอะไรสองเท้าเล็กๆ รีบวิ่งออกไปด้วยความดีใจ แต่พอเธอวิ่งออกมาพ้นประตูเธอก็ต้องตกใจ เพราะกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ใส่สูทดำยืนเป็นกำแพงอยู่ตรงหน้าทำเอาเธอตื่นตระหนกด้วยความหวาดกลัวก่อนที่เท้าเล็กๆ ของเธอจะค่อยๆ ก้าวถอยหลังแล้วหมุนตัวเพื่อจะหนีไป แต่ทว่า... ปึก!! ในตอนที่เธอหมุนตัวเพื่อเตรียมจะวิ่งหนีแต่ยังไม่ทันที่เธอจะก้าวออกไป เธอก็ชนเข้ากับกำแพงหนา ส่งผลให้เธอเซถอยหลังก่อนจะถูกมือหนาจับเอาไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาอกแกร่งอย่างแรงและนั่นเองเธอก็รู้ว่านรกกำลังจะมาเยือนเธอเข้าแล้วจริงๆ "ไง เก่งนี่..!! แต่คิดหรือว่าแผนตื้นๆ แค่นี้จะทำให้เธอหนีออกไปได้!" อันที่จริงที่วายุปล่อยมุกดาออกมาง่ายๆ ก็เพราะอยากลองใจ และก็จริงอย่างที่เขาคิดเสียด้วย ผู้หญิงคนนี้หาทางหนีตลอดเวลา โง่สิ้นดี! "!!" น้ำเสียงเข้มที่เอ่ยขึ้นเหนือศีรษะทำให้เธอหวาดหวั่นดวงตาสั่นไหวด้วยความตื่นกลัว ก่อนที่เธอจะถูกเขากระชากแล้วเหวี่ยงเข้าไปในรถอย่างแรง จากนั้นเขาก็ตามมานั่งเงียบๆ แต่เธอรู้ว่าในความเงียบงันของเขานั้นแฝงไปด้วยคลื่นลมที่กำลังสงบก่อนที่พายุจะเข้าทำให้เธอได้แต่นั่งอย่างสงบเสงี่ยมจนมาถึงคฤหาสน์ หลังจากรถจอดสนิทเธอก็ถูกวายุทั้งดึงทั้งกระชากอย่างไม่เบาแรงเธอพยายามดิ้นหนีและกรีดร้อง "ปล่อยนะ! จะทำอะไรปล่อยเดี๋ยวนี้นะ ฉันจะกลับบ้าน" "คนอย่างเธอไม่เอาจริงคงไม่สำนึกสินะ คิดอยากจะลองดีกับฉันเหรอ? ได้แล้วเธอจะรู้ว่านรกมีจริง!!" วายุพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดพร้อมกับลากเธอไปที่ห้องเก็บของที่อยู่ทางด้านหลัง มุกดาพยายามต่อต้านมือบางทั้งจิตทั้งตีไปที่ร่างสูงด้วยความไม่ยอมแพ้ "ปล่อยฉัน ช่วยด้วย!" เธอกรีดร้องอย่างกับคนบ้าทั้งที่ที่นี่เป็นที่ของเขาแล้วคิดว่าใครมันจะไปช่วยเหลือเธอได้สาวใช้พากันมองที่เธอต่างก็พากันมองมาด้วยสายตากึ่งสมเพช เพราะว่าเธอหาเรื่องเจ็บตัวเอง "เธอคิดว่าเธอจะหนีไปจากที่นี่ได้อย่างนั้นเหรอ มุกดา! จำที่ฉันบอกเธอเอาไว้ไม่ได้อย่างนั้นเหรอ? ต้องให้ฉันย้ำใช่มั้ย! ว่าเธอจะอยู่ที่นี่ในฐานะนางบำเรอของฉัน ถ้าฉันไม่ปล่อยเธอไปไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่มีทางหนีออกไปได้!" ฟึบ!! พูดจบวายุก็โยนเธอเข้าไปในห้องเก็บของพร้อมกับปิดประตูอย่างแรง มุกดาที่เห็น สภาพในห้องเก็บของเก่าๆ ที่มีฝุ่นเกาะหนาเตอะเธอก็รับไม่ได้เธอวิ่งไปเคาะประตู แล้วตะโกนเสียงดังลั่น "คุณวายุปล่อยฉันนะคุณจะมาทำแบบนี้กับฉันไม่ได้ปล่อยฉันไป!" มุกดาตะโกนโวยวายดังลั่นห้อง " ปล่อยคุณวายุปล่อยฉันออกไปเถอะ ให้ฉันไปจากที่นี่เถอะนะ ต่อไปนี้ฉันไม่หนีแล้วก็ได้ ขอร้อง ฉันไม่อยู่ในห้องนี้ คุณวายุ.." มุกดาพยายามพูดขอร้อง แต่ก็ไม่ได้ผลแถมยังได้ยินเสียงวายุตะโกนสั่งลูกน้องให้เฝ้าเธอเอาไว้ตลอด เธอก็ตะโกนด่าวายุด้วยความเจ็บแค้นในใจ ตามประสาลูกคุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูด้วยความเอาแต่ใจ "ไอ้บ้า!! ปล่อยฉันไปนะ แกจะมาจับฉันขังเอาไว้ในนี้ไม่ได้ ไอ้บ้า.. ไอ้วายุ!" เธอพูดออกไปด้วยความโมโหบอดี้การ์ดที่ได้ยินก็หันหน้ามามองหน้ากันด้วยความสายตาเลิ่กลั่ก เพราะไม่มีใครที่ด่าคุณวายุแล้วรอดไปได้ แต่ในตอนที่พวกเขามองเจ้านายเห็นความเยือกเย็นที่ส่งผ่านและสายตาที่มองไปที่ประตูก็ทำเอาพวกเขาขนลุก "เฝ้าไว้ให้ดี" วายุสั่งก่อนจะหมุนตัวกลับไม่สนใจเสียงด่าทอหยาบคายของคนที่อยู่ในนั้น ลูกน้องที่เห็นเจ้านายเดินออกไปก็พากันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจไปตามกัน แต่ตอนนี้พวกเขาต้องมา ยกมือปิดหูเพราะเสียงด่าทอของหญิงสาวที่อยู่ด้านใน ไม่รู้ว่าหญิงสาวคนนั้นเอาคำด่ามาจากไหนสินะ ด่าไม่ซ้ำเลยทีเดียว ส่วนมุกดาเธอก็ได้แต่ด่าทอวายุด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะทรุดตัวลงไปนั่งอยู่กลางห้อง น้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เธอร้องไห้ออกมาด้วยความคับแค้นใจ วายุเดินออกไปด้วยความหงุดหงิด และตั้งใจจะทิ้งเธอไว้ในนั้นสักคืนนึงให้เธอสำนึก จะได้ทำตัวเชื่องขึ้นมาบ้าง "ยุ..!" เสียงหวานที่ดังขึ้นทำให้วายุหันไปมอง "พิมพ์.." วายุพูดด้วยความประหลาดใจที่เห็นเพื่อนสนิท พิมพ์ชนกที่เห็นวายุ เธอก็รีบเดินเข้าไปหาด้วยความดีใจ "ไปไหนมาคะ พิมพ์มานั่งรออยู่ตั้งนานแล้ว" เธอพูดเสียงหวานมองผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาอ่อนโยน "พอดียุไปคุยธุระกับลูกน้องมาแล้วพิมพ์มีอะไรหรือเปล่า ถึงไม่หายุได้" วายุพูดขึ้นก่อนจะเดิน เข้าไปในบ้านโดยมีพิมพ์ชนกเดินตามมาติดๆ "วันนี้พิมพ์ว่างเหงาด้วยพอดีคุณพ่อคุณแม่น่ะสิ หนีพิมพ์ไปเที่ยวกันอีกแล้ว" พิมพ์ชนกทำเสียงกระเง้ากระงอด วายุเห็นก็ขำแล้วถามขึ้น "รอบนี้คุณลุงคุณป้าไปเที่ยวกันที่ไหนล่ะ" เพราะความสนิทกันทำให้วายุนั้นรู้เรื่องครอบครัวของพิมพ์ชนก ที่ชอบเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ และพิมพ์ชนกก็ชอบเอามาโอดครวญกับเขาพร้อมกับตัดพ้อต่อว่าบิดามารดา ส่วนเขาก็ได้แต่ปลอบโยนเธอและคอยอยู่เป็นเพื่อนเธอมาตลอด
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม