bc

Rescue สื่อรักกั๊กหัวใจยัยนางฟ้า

book_age12+
194
ติดตาม
1.5K
อ่าน
จบสุข
ผู้สืบทอด
เบาสมอง
ลึกลับ
ขี้แพ้
พลังวิเศษ
like
intro-logo
คำนิยม

นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายที่ไรท์เพิ่งจะหัดแต่งตอนเริ่มเป็นนักเขียนแรกๆ ยังไม่ได้เกลา และสำนวนอาจจะยังไม่ลื่นไหลต้องขออภัยนักอ่านมาณ.ที่นี้ด้วยนะคะ

“ เด็กคนนี้…เธอคือผู้ช่วยเหลือ และให้ชีวิต ”

แฟรี่นางฟ้าเบื่อสวรรค์ที่ต้องการจะลงมาเกิดเพื่อช่วยเหลือคนที่ยังไม่ถึงที่ตายให้มีชีวิตอยู่เพื่อเป็นประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่น เธอจึงได้รับพรสามประการ และได้ลงมาเกิดสมกับความตั้งใจ ในรูุปแบบของกู้ชีพในมูลนิธิแห่งหนึ่งซึ่งยังมีคู่ของเธอที่ขอตามมาร่วมทำภารกิจนี้ร่วมกัน

สปอยตัวอย่าง

“ เด็กคนนี้…คือนางฟ้าเธอคือผู้ช่วยเหลือ และให้ชีวิต ”

แฟรี่:

พ่อได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์ ของมูลนิธิ ฉันติดพ่อมาก ร้องขอตามท่านไปด้วย ถ้าแม่อยู่คงไม่ยอมหรอก พ่อจำใจเพราะไม่อยากทิ้งลูกไว้คนเดียว พอไปถึงจุดเกิดเหตุ ฉันเห็น ทั้งรถมูลนิธิ ทั้งรถตำรวจ ที่เปิดไฟและเปิดสัญญาณเสียง ดังก้องไปทั่ว รถตู้ที่ถูกชนจนหงายท้อง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ทั้งเด็ก ผู้หญิง คนแก่ บางคนออกมากองอยู่ข้างๆ รถ ฉันชินกับเสียงดังๆ และไฟสัญญาณฉุกเฉินที่เปิดจากรถของบรรดาอาสากู้ภัย เพราะได้ยินและเห็นมันตั้งแต่เริ่มจำความได้

“ แฟรี่..นั่งในรถนี่ อย่าลงไปนะลูก สัญญากับพ่อก่อน”

พ่อหันมาสั่ง ฉันกอดตุ๊กตาตัวโปรดไว้แนบอก

“ ค่ะพ่อ...แฟร์จะนั่งรอพ่ออยู่บนรถ ไม่ไปไหน ”

ฉันพยักหน้าสัญญากับท่าน ท่านยิ้มให้ ก่อนลงรถไปช่วยเหลือ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทันที

ฉันมองรอบๆ ตัวที่ทุกคนกำลังชุลมุน ช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ และคนตาย พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่ง อายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกัน ยืนร้องไห้อยู่ข้างรถเก๋งคันหนึ่ง ที่บนหลังคารถมีไซเรนและไฟ ติดอยู่ด้วย ฉันค่อยๆ แง้มเปิดประตูรถ เดินเข้าไปหาเขาช้าๆ

“ นี่...เธอร้องให้ทำไมเหรอ ”

ฉันถาม...เขาไม่ตอบ แต่เขากลับร้องไห้หนักขึ้น ฉันเข้าไปกอด เพราะเคยเห็นแม่ทำแบบนี้กับฉันบ่อยๆ เวลาที่ฉันร้องไห้

“ โอ๋...อย่าร้องน้า..เดี๋ยวแฟร์ให้ตุ๊กตาเอาไหม ”

ฉันอยากให้เขาหยุดร้องให้ อุตส่าห์ยอมยกตุ๊กตาตัวโปรด ของตัวเองให้เลยนะ

“ ผู้ชายที่ไหนเขาเล่นตุ๊กตากันล่ะ...ยัยบ้า!!! ฮื่อๆๆ” มือหนึ่งปาดน้ำตา มือหนึ่งผลักฉันออกมา แถมยังด่าฉันอีก...

ไม่โกรธน้า นางฟ้าแสนสวยอย่างฉัน คือผู้ช่วยเหลือไม่ใช่ผู้ทำลาย ฉันยังใจเย็น คงเพราะเป็นเด็ก และชอบนั่งสมาธิบ่อยๆ ล่ะมั้ง ถ้าเป็นตอนนี้นะ ไอ้เด็กนี่โดนมือข้างซ้ายของฉันตบกระโหลกไปแล้ว...

ไม่น้า...นางฟ้าอย่างฉันต้องจิตใจดีงาม รักเด็ก...( นั่นมันนางงามแล้วเฟ้ย!!! )

“ แล้วเธอร้องให้ทำไมล่ะ ”

ฉันถามเขาอีกครั้งหนึ่ง อย่างใจเย็น สูดหายใจเข้าลึกๆ คิดบวก++++

“ ก็ฉันกลัว ฮื่อๆๆๆ มีคนตายด้วย ฉันกลัวผีฮื่อๆๆๆ ”

เขาใช้หลังมือปาดเช็ดน้ำตา ทั้งสองข้าง จนชายเสื้อแขนยาวของตัวเองเปียกไปหมด

“ เธอเคยเห็นผีเหรอ ”

“ ฮึ ”

เขาส่ายหัวดิก ไม่เคยเห็นแล้วจะกลัวไปเพื่ออะไร

“ งั้น...ฉันให้พระเธอก็แล้วกันนะ ท่านจะได้คุ้มครอง ให้เธอปลอดภัย ไม่มีใครทำอะไรเธอได้..รับไปสิ ”

ฉันถอดสร้อยพร้อมพระของตัวเองส่งให้เขา แต่เขายังยืนเฉย ฉันเลยคล้องคอให้เขาเลย ก่อนพาตัวเองกลับมานั่งในรถ ยังหันไปบอกเขาอีก

“ ฉันชื่อว่า แฟรี่ นะ แปลว่านางฟ้า อย่าลืมล่ะ ”

ฉันโบกมือให้ เขามองฉันนิ่ง แล้วกลับขึ้นไปนั่งบนรถเหมือนกัน

ปัจจุบัน ฉันได้พบเขาอีกครั้ง ในสถานะ ที่เรา เป็นอาสากู้ภัย เหมือนกัน เพราะเราผูกพัน พรหมลิขิตจึงนำเรามาพบกันอีกครั้ง....

เรื่องนี้ไรท์ เขียนเกี่ยวกับ การปฏิบัติหน้าที่ ของกู้ชีพกู้ภัย บวกกับความรักกุ๊กกิ๊ก พลังพิเศษ ที่ติดตัวมาของ เอพริล และแฟรี่ ขอให้ผู้อ่านทุกท่าน มีความสุขกับการอ่านมากๆนะคะ

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
บทที่1
“แฟร์!!!” เสียงตะโกนของพ่อปลุกให้ฉันตื่น น่าจะมีเหตุอีกแล้วละมั้งคืนนี้ “ แฟรี่...นอนหรือยังลูก เกิดเหตุขึ้นอีกแล้วนะ ที่หน้าร้านขายทองน่ะ มีรถมอเตอร์ไชค์ ประสานงากันตรงสี่แยกกับรถกะบะเร็วๆ เข้าลูกเดี๋ยวเราจะไปช่วยเขาไม่ทัน ” ฉันรีบกระโดดผลุงลงจากเตียงกว้าง สวมกางเกงขายาวกับเสื้อของมูลนิธิที่พ่อสั่งตัดให้เป็นพิเศษ เพราะมูลนิธิของเราไม่มีเด็กผู้หญิงอยู่เลยสักคน และงานนี้เป็นงานแรกที่ฉันจะได้ปฏิบัติภารกิจกู้ภัยร่วมกับผู้ให้กำเนิด พ่อเตรียมสตาร์ทรถ ในขณะที่ฉันกระโดดยัดตัวเองเข้าไปนั่งอย่างเร่งด่วน ท่านรีบออกรถทันทีและไม่ลืมที่จะเปิดไฟไซเรนขอทาง เพื่อความสะดวกในการที่จะเข้าไปถึงจุดเกิดเหตุไห้ไว และปลอดภัยกับตัวเองที่สุด วันนี้แม่เข้าเวรที่โรงพยาบาลไม่งั้น คงไม่อยากให้ฉันไปแน่ๆ เลย แหง๋ละ ใครมันอยากจะให้ลูกสาวที่มีอายุเพียงสิบเอ็ดปีไปทำภารกิจแบบนี้กันละ เมื่อเราไปถึงจุดเกิดเหตุ อย่างแรกพ่อกับฉันก็ต้องรีบลงไปดูเด็กวัยรุ่นที่เป็นเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ กับคนแก่ที่มีอายุราวๆ หกสิบปีที่เป็นเจ้าของรถกะบะ ซึ่งตอนนี้มีคนยืนมุงดูอยู่เป็นจำนวนมาก เจ้าของรถกะบะได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่เด็กวัยรุ่นที่ฉันเห็นมีเลือดจนเต็มตัว บนหน้าผากทางด้านซ้ายแตกยับ ท่อนแขนช่วงบนเหมือนจะพับได้ บริเวณต้นขาขางขวางอ ส่อให้เห็นใบหน้าที่แสดงออกมาว่ากำลังเจ็ดปวด แต่เขายังมีลมหายใจถึงแม้จะดูอ่อนไปก็ตาม พ่อหันมามองสบตากับฉัน ก่อนจะพยักหน้าให้ฉันใช้มือที่มีพลังในการรักษา ทดสอบกับเด็กวัยรุ่นตรงหน้าเป็นคนแรก จากนั้นท่านจึงตะโกนสั่งให้หน่วยกู้ภัยที่เพิ่งมาถึง ช่วยกันคลื่อนย้ายผู้ป่วยทั้งสองรายไปใส่ท้ายรถคนละคัน ในรถของท่านมีอุปกรณ์ช่วยเหลือครบทุกอย่าง เหมือนรถของหน่วยโรงพยาบาลเคลื่อนที่ทั่วไป กระทั่งเครื่องตัดถ่างก็ยังมี แต่ถ้าไม่แจ้งว่าผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ หรือผู้ที่เสียชีวิตติดอยู่ภายในโดยไม่สามารถออกมาได้ ก็ไม่ต้องนำมันมาให้รกพื้นที่ “ คนแก่ให้ไปรถอีกคันหนึ่ง ” พ่อหันไปบอกอาสาคนอื่น ก่อนจะหันมาพยักหน้าให้ฉัน ซึ่งกำลังเดินเข้าไปหาเด็กชายผู้ชายที่นอนอยู่ด้านหลัง พร้อมกับพี่กู้ภัยทั้งสองคน ที่คอยนั่งประกบท้าย “ แฟร์มาช่วยพ่อทำงานค่ะ ” ฉันแนะนำตัวพร้อมกับส่งรอยยิ้มไปให้ส่วนพี่กู้ภัยทั้งสองคนก็ได้แต่พยักหน้ารับพร้อมกับส่งรอยยิ้มแห่งมิตรภาพตอบมา แต่เสียงร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดของเด็กผู้ชาย ทำให้เราไม่ได้คุยอะไรกันมากนัก เวลานี้ฉันคงต้องลองพิสูจน์ ว่าฝ่ามือของตัวเองจะสามารถช่วยเหลือชีวิตใครได้ ตามที่หลวงตาบุญเคยบอกไว้ได้หรือเปล่า ในขณะที่พี่กู้ภัยทั้งสองคนกำลังหันไปทางอื่น ฉันจึงยื่นฝ่ามือที่มีรูปพระจันทร์เสี้ยว ลงไปที่บริเวณแขนข้างซ้ายของเด็กชาย แล้วจึงใช้วิธีกับรวมสมาธิพร้อมกับอธิฐานจิต ขอให้อาการเจ็บปวดของเขาหายไปโดบฉับพลันทันที หลังจากนั้นที่กลางอุ้งมือของฉันมันมีแสงสว่างเล็กๆ วาบขึ้นมานิดหนึ่ง ซึ่งไม่มีใครได้ทันสังเกตหากไม่ได้ตั้งใจจ้องมองมันจริงๆ และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นก็คือ เด็กชายลืมตาขึ้นมามองหน้าฉันด้วยสีหน้างงๆระคนสงสัย “ พี่เจ็บมากไหมคะ ? ”ฉันถาม “ เมื่อกี้นี้พี่เจ็บมาก แต่ตอนนี้พี่ไม่เจ็บแล้วครับ ” เขาตอบกลับมาด้วยสีหน้าที่ดูดีขึ้นมาก เพราะฉันช่วยให้เขาไม่รู้สึกเจ็บปวดกับบาดแผลที่เกิดขึ้นบนร่างกาย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถทำให้เขาหายขาดจากอาการบาดเจ็บที่เป็นอยู่ ทุกอย่างบนร่างกายต้องได้รับการรักษา เพราะคนส่วนใหญ่ที่เสียีวิตก็เป็นเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหวนี่แหละ “ คราวหน้าพี่อย่าซิ่งอีกนะคะ ถ้าพี่เป็นอะไรไป พ่อกับแม่คงเสียใจ ทำให้พ่อแม่เสียใจน่ะบาปนะคะ ” ฉันยิ้มให้พี่ชายอย่างใจเย็น ก่อนจะพูดเชิงสอนเขาราวกับตัวเองเป็นผู้ใหญ่ ซึ่พี่ชายก็พยักหน้ารับกับฉันแบบมึนๆ นั่นละ คำสอนของเด็กอย่างฉัน มันคงซึมเข้าสมองของเจ้าตัวบ้างหรอกน่า พี่กู้ภัยทั้งคู่ หันมาดูเด็กชายแล้วถึงกับตกใจ เพราะก่อนหน้านี้เด็กชายทำท่าเหมือนจะตายอยู่ร่อมร่อ พี่กู้ภัยทั้งสองมองฉันด้วยสายตาที่มีคำถามอยู่ในนั้น “ พี่เขาคงชาแผลน่ะค่ะ ก็เลยไม่เจ็บมั้งคะ ”ฉันบอกแบบขอไปทีนั่นแหละ สรุปว่าฝ่ามือของฉัน กับการอฺฐานจิตมันสามารถช่วยชีวิตคนได้ ด้วยการทำให้เขาไม่เจ็บปวดจากพิษของบาดแผลก่อนจะถึงมือหมอ พอเห็นอย่างนั้นมันจึงทำให้ฉันหายคลางแคลงใจ หลังจากวันนั้น มีเด็กวัยรุ่นทั้งชายหญิง ที่มีอายุมากกว่ามาขอเข้ามูลนิธิกันมากมาย โดยมีฉันเป็นไอดอล แต่ไม่สามารถรับคนพวกนั้นให้เข้ามาทำภารกิจนี้ได้ เพราะพ่อกับแม่ของพวกเขาคงไม่อนุญาต และกลัวจะเสียการเรียน เนื่องจาก อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแต่ละวัน ไม่ได้เลือกเวลาเกิดได้ใช่มั๊ยละ? นั่นน่ะคือสิ่งที่พ่ออธิบายให้ฉันได้ฟัง “ แล้วพวกนั้นไม่พูดกันเหรอคะ ว่าทำไมทีแฟร์ยังทำได้ ”ฉันถามกลับไปอย่างรู้สึกสงสัยตามประสา “ พูดสิ แต่พ่อให้เหตุผลไปแล้วว่า เพราะแฟร์คือลูกพ่อ เวลาออกเหตุแฟร์ไม่ได้ไปคนเดียว แฟร์มีผู้ปกครองไปด้วยนั่นคือ พ่อยินยอม วัยรุ่นพวกนั้นเขาชอบเที่ยวกันมากกว่า แล้วก็กลัวที่จะเห็นศพ และบาดแผลที่มันไม่ค่อยจะน่าดูสักเท่าไหร่ ที่สำคัญวัยรุ่นพวกนั้นอารมณ์ค่อนข้างร้อน บางครั้งอยากช่วยคนที่ได้รับบาดเจ็บ แล้วตัวเองก็รีบจนบางคนก็ขับรถย้อนศรก็มี แฟร์ลูกพ่อเป็นคนจิตใจดี...ใครจะว่ายังไงก็ช่างเขาปะไร หากทำแล้วคนไม่เห็นความดี แต่ผีเห็น เทวดาบนฟ้าท่านเห็นด้วยเหมือนกัน ” พ่ออธิบายไปพร้อมกับลูบหัวฉันอย่างเอ็นดู ใช่สิ....ตอนนี้ฟ้าคงกำลังมองฉันอยู่ ...ถึงได้ให้มือนี้ฉันมาไง... หลังจากนั้นฉันจึงออกเหตุกับพ่อบ่อยๆ แต่บางครั้งถ้าไปไม่ทัน หรือคนเหล่านั้นอาจทนพิษบาดแผลไม่ไหวแล้วขาดใจตายไปก่อนก็มี แต่ที่รู้ๆ ฉันไม่สามารถช่วยคนที่เสียชีวิตไปแล้วให้ฟื้นคืนขึ้นมาได้ แน่ล่ะ...ถ้าฉันทำได้ถึงขนาดนั้น ฉันอาจจะใช้ชีวิตแบบคนปกติไม่ได้เลย เหมือนที่หลวงตาบอกเคยเอาไว้ “ช่วยได้ก็ช่วย ช่วยไม่ได้ก็ปล่อยเขาไป สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม” ชื่อของฉันดังไปทั่วทั้งจังหวัด ใครๆ ต่างก็อยากจะเห็นใบหน้าสวยๆ ของฉันทั้งนั้นแหละ ( ก็เกิดอุบัติเหตุสิ จะได้เห็นฉันทุกที่แหละ ) แต่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นฉันนักหรอก เพราะเวลาออกเหตุ ณ.ปัจจุบัน ตัวฉันต้องใส่หมวกเพื่อป้องกันผมยาวสลวยของตัวเอง จะได้ไม่เกะกะเวลาทำงาน บวกสายตาของพวกผู้ชายเหล่านั้นที่คอยมองฉันที่คอยมองฉันตาเป็นมัน เพราะตอนนี้ฉันโตเป็นสาว อายุราว18 ปี และกำลังและจะเข้าไปศึกษาต่อที่มหาลัยที่อยู่ในกรุงเทพเร็วๆ นี้นี่เอง ฉันเป็นเด็กกิจกรรม อาจารย์ขอความร่วมมืออะไร ช่วยหมดทุกอย่าง ตอนกลางคืน ก็ยังตะเวนออกเหตุกับพ่อทุกครั้ง ยังคงปฎิบัติตัวเหมือนเดิม นั่งสมาธิทุกคืน เมื่อไหร่จะหายตัวได้ก็ไม่รู้ ( แอบหวัง ) บางครั้งเหมือนได้ยินใครพูดแว่วๆ อยู่ข้างๆ หู แต่จับใจความไม่ได้ ในสมาธิยังคงมองเห็นใบหน้า ของเด็กผู้ชายคนนั้นเสมอ คนที่ฉันเคยเห็นเขายืนร้องไห้ตรงจุดเกิดเหตุ บอกว่ากลัวผี ฉันจึงถอดสร้อยพระของตัวเองสวมให้เขาไป ป่านนี้คงเป็นหนุ่มพอๆ กับฉัน เราจะมีโอกาสได้เจอกันอีกครั้งไหมนะ... หลังจากนั้นไม่กี่วัน พ่อถูกสั่งย้ายให้ไปทำงานที่กรุงเทพ เพื่อเข้าไปรับตำแหน่งที่สูงกว่าเดิม แม่บอกว่าต้องให้พ่อไปก่อน แล้วให้ฉันไปอยู่กับพ่อ เพื่อเรียนที่กรุงเทพ ส่วนแม่กำลังรอทำเรื่องย้ายตามไปอยู่ในกรุงเทพด้วย เราจะได้ไม่ต้องแยกกัน แต่แค่รอเวลาที่จะอยู่ร่วมกันเท่านั้น บ้านที่พ่อเข้าไปอยู่ พ่อบอกว่า เป็นบ้านของเพื่อนพ่อที่อยู่ติดกัน ที่เป็นคนให้ทุนสนับสนุนมูลนิธิที่เราทำ ท่านมีลูกชายสองคน คนโตชื่อว่าออกัส เพิ่งเรียนจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ มาหมาดๆ คนเล็กรุ่นราวคราวเดียวกับฉันชื่อว่า เอพริล นี่คุณลุงต้องตั้งชื่อลูกตามเดือนเกิดแน่เชียว แต่น่ารักดี ...แต่เอ๊ะ!!เอพริล...เดือนเมษายน เขาเกิดเดือนเดียวกันกับฉันเลยนะ... พ่อพาฉันกับแม่เดินผ่านประตูรั้วที่อยู่ติดกัน เข้าไปทักทายคุณลุงคุณป้า เพื่อแนะนำให้ฉันกับแม่รู้จัก เราเดินผ่านโรงรถฉันสังเกตเห็นรถที่จอดเรียงราย ในนั้น มีรถรถกู้ภัยจอดอยู่สองคัน งั้น..ถ้าฉันได้มาอยู่กับพ่อ ฉันก็ยังทำงานกู้ชีพ ได้เหมือนเดิมสินะ คุณลุงกับคุณป้า ท่านนั่งรอเราอยู่ก่อนแล้ว ฉันยกมือไหว้ท่านอย่างสวยงาม ท่านยิ้มให้ดูมีเมตตา “ นี่หรือจ๊ะ หนูแฟรี่ ป้าได้เห็นตัวจริงซะที อยู่ที่ต่างจังหวัด แต่ชื่อเสียงดังมาไกลถึงกรุงเทพเลยนะ ” ฮู้..ชื่อของฉันดังขนาดนั้นเชียวหรือ...แน่หละ!!เพราะฉันทำงานกู้ชีพร่วมกับพ่อ ตั้งแต่อายุสิบเอ็ดจนถึงอายุสิบแปด และคิดว่าจะทำแบบนี้ จนกว่าตัวเองจะตาย ฉันยิ้มให้กับคำชมนั้นนิดหนึ่ง ตามมารยาท นั่งเรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้ข้างๆ พ่อกับแม่ “ อีกสองเดือนยัยแฟรี่ก็จบค่ะ ภาขอฝากคุณพี่ช่วยดูแลด้วยนะคะ กว่าภาจะทำเรื่องย้ายคงอีกหลายเดือน หรือไม่อาจรอเป็นปี ต้องรอให้ที่โรงพยาบาลที่กรุงเทพ มีตำแหน่งว่างเสียก่อนน่ะค่ะ ” “ ได้ค่ะ เห็นแล้วพี่รู้สึกถูกชะตา เหมือนเคยทำบุญร่วมกันมาก่อน เห็นคุณเนื่องคุยให้ฟังว่า หนูแฟรี่ชอบเข้าวัด ทำบุญบ่อยๆใช่ไหมคะ ดีเลยอยู่กับป้า เราจะได้ไปวัดด้วยกันบ่อยๆ ป้าไม่มีลูกสาว ทุกวันนี้เวลาไปวัด ต้องชวนตาเอพริลไปด้วย ขานั้นเขาก็ชอบทำบุญ ส่วนตาออกัสน่ะ ขาอารมณ์ร้อน ชอบบู้ล้างผลาญ ปล่อยเขาไป ” คุณป้าชื่นชมลูกชายทั้งสองคน ด้วยสายตาที่ภูมิใจ “ เนื่องเราไปคุยกันในห้องดีกว่า ปล่อยให้ผู้หญิงเขาคุยกันไปก่อน... เดี๋ยวผมมานะ ” คุณลุงชวนพ่อเข้าไปคุยกันในห้อง ประโยคหลัง คุณลุงหันไปบอกคุณป้าด้วย คุณป้าพยักหน้า แล้วหันมาคุยกับแม่ต่อ “ ที่จริงพี่ไม่อยากให้หนูแฟรี่กับพ่อ แยกไปอยู่บ้านนั้นหรอก อยากให้มาอยู่ด้วยกันซะที่นี่เลย ที่นี่กว้างขวาง พี่จะได้ไม่เหงา แต่คุณพุธสิ บอกว่ากลัวแฟรี่กับจะพ่ออึดอัด ...แล้วบ้านหลังนั้นก็ว่างอยู่พอดี...พี่ก็ตามใจเขา...จะได้อยู่กันอย่างสบายใจ ” “ ขอบคุณนะคะ ที่กรุณาเรา แค่นี้ก็เป็นพระคุณแล้วล่ะค่ะคุณพี่ ” แม่กุมมือคุณป้า กล่าวขอบคุณอย่างมีมารยาท “ หนูแฟรี่ สอบตรงได้แล้วไม่ใช่เหรอ เห็นพ่อหนูบอกน่ะ รู้สึกจะอยู่มหาลัยเดียวกัน คณะเดียวกันกับตาเอพริลเลยนะ ดีเลย จะได้ช่วยดูแลกันได้ ” คุณป้าหันมาถามฉัน ฉันก็เพิ่งรู้วันนี้แหละว่า ฉันอยู่มหาลัยเดียวกัน กับลูกชายของคุณป้าที่ชื่อว่าเอพริล “ ค่ะ...” ฉันตอบสั้นๆ อย่างสงบเสงี่ยม รู้สึกอึดอัด เหมือนไม่เป็นตัวของตัวเอง อยากพูด อยากถามอะไรมากกว่านี้ แต่คำว่านางฟ้าผู้แสนสวยมันค้ำคอ “ ท่าทางดูเรียบร้อย น่ารัก หน้าตาน่าเอ็นดู ปากนิดจมูกหน่อย ผิวพรรณสวย โดยเฉพาะผม ยาวตรงสวยมากๆ ป้าขอจับหน่อยได้ไหม ” คุณป้าโรคจิตป่ะเนี่ย อยู่ๆ ก็มาขอจับผมฉันเฉยเลย แต่ฉันก็คุกเข่าคลานเข้าไปหาท่านนะ ท่านลูบผมฉันและพูดไปด้วย “ ผมนุ่มมาก มันขลับ เส้นเล็กเหมือนไหม หายากนะคนที่ผมสวยแบบนี้..” ฉันกราบขอบคุณ ไปที่ตักของท่านอย่างงาม โอ๊ย!!!ถ้าให้ฉันเรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้อีกสักครึ่งชั่วโมงนะ... อกนางฟ้าระเบิด แน่.... “ คุณป้าขา...แฟร์ขอออกไปเดินเที่ยวรอบๆ บ้านได้ไหมคะ ” ฉันเงยหน้าขออนุญาตท่าน ท่านพยักหน้าให้อย่างอ่อนโยน “ อย่าซนมากนะแฟร์ เดี๋ยวเราต้องกลับแล้ว ” แม่หันมาบอกฉัน เพราะท่านรู้ว่าฉันเป็นคนขี้สงสัย กลัวเห็นอะไรแล้ว จะไปเรื่อยเปื่อย “ ค่ะแม่... แฟร์รับรอง ...จะไม่ซน”ถ้าไม่มีอะไรทำให้สงสัย ฉันกอดแขนท่านประจบ...ก่อนค่อยๆ คลานออกมา และลุกขึ้นเดินออกไปทันที

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

พันธนาการรักใต้แสงจันทร์ : สายใยรัก

read
1K
bc

นางร้ายอย่างข้าขอพลิกชะตาตัวเอง

read
7.6K
bc

เมื่อเธอคือคนที่ (ไม่) ใช่

read
1K
bc

ทหารไพร ไม่ไร้รัก

read
1K
bc

พันธนาการสมิง

read
1K
bc

พ่าย

read
2.8K
bc

เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่

read
3.4K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook