บทที่ 1 คุณอาขา หนูษาคิดถึง!
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงปึงปังที่ดังขึ้นจากในตัวบ้าน ทำเอาชายหนุ่มวัยกลางคนที่เพิ่งก้าวลงจากรถได้แต่ส่ายหน้าระอาเมื่อนึกถึงที่มาของเสียงเหล่านั้น ตาคมจ้องมองไปยังเพื่อนสนิทของตนที่เพิ่งก้าวลงมาจากเบาะข้างคนขับด้วยกันซึ่งตอนนี้กำลังยกยิ้มขัน ก่อนจะหันไปขอโทษแทนลูกสาวที่เสียงดังเหลือเกินนั่นอย่างจนใจ
"โทษทีนะไอชาญ... สงสัยรสาคงบอกหนูษาไปแล้วแน่ ๆ ว่าวันนี้แกจะมาหา ลูกสาวฉันถึงได้เสียงดังลั่นบ้านแบบนี้น่ะ" พายัพหันมาพูดกับเพื่อนของตนอย่างปลงตก เพราะทุกครั้งที่ 'ชาญชัย' มาหาเขาที่บ้านหรือมาค้างที่นี่ 'หนูษา' หรือลูกสาวตัวยุ่งของเขามักจะระริกระรี้เกินพิกัดแบบนี้อยู่เสมอ
ทางด้านของชาญชัยที่ 'รัก' และ 'เอ็นดู' หนูษาอยู่แล้วเป็นทุนเดิม จึงได้แต่หันไปตอบกลับเพื่อนของตนด้วยท่าทางสบาย ๆ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายต้องเกรงใจกัน
"หนูษาร่าเริงแบบนี้ก็ดีแล้วนี่ แกก็อย่าไปคิดอะไรให้มากนักเลย"
เพราะแต่ไหนแต่ไรมา เขาก็คุ้นเคยกับครอบครัวนี้มากอยู่แล้ว
ชาญชัยจึงไม่คิดเก็บเรื่องเล็กน้อยพรรค์นี้มาใส่ใจเท่าไหร่ เขาสำนึกบุญคุณอยู่เสมอว่า หากไม่ใช่เพราะครอบครัวนี้คอยช่วยเป็นที่พึ่งพิงให้กับเขาในตอนที่ถูกภรรยา 'เก่า' นอกใจเมื่อสิบกว่าปีก่อน บางทีเขาที่เสียใจเป็นอย่างมากในตอนนั้น อาจจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่มาจนถึงวันนี้ก็เป็นได้
เพราะรักมาก จึงเสียใจมาก ถ้าตอนนั้นเขาไม่ได้เพื่อนรักอย่าง 'พายัพ' คอยช่วยพูดเตือนสติ รวมถึงเข้ามาช่วยจัดการธุรกิจที่เพิ่งเริ่มทำในตอนนั้นให้หลาย ๆ อย่าง เขาคงไม่สามารถมีชีวิตและธุรกิจที่มั่นคงเหมือนอย่างในตอนนี้
ตลอดช่วงเวลาที่เฮิร์ตหนัก ๆ นั่น เขาถูกไอพายัพหิ้วคอกึ่งบังคับให้มาอยู่ด้วยกัน เพราะมันกลัวว่าเขาจะชิงคิดสั้นไปก่อน และนั่นทำให้เขาได้ใช้เวลากับลูกสาวของเพื่อนสนิทอย่าง 'หนูษา' หรือ 'วริษา' มาตั้งแต่อ้อนแต่ออก เด็กคนนั้นคอยอยู่เคียงข้างและช่วยสร้างรอยยิ้มให้กับเขาในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด ความร่าเริงของเธอ ทำให้ชาญชัยซึ่งเหมือนกับต้นไม้ที่กำลังจะตายได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจจนกลับมาฟื้นคืนได้อีกครั้ง และนั่นทำให้เขาเผลอใจไปรักคนที่ไม่สมควรเข้า
มันค่อนข้างน่าอาย แต่เขาเผลอใจมอบ 'ความรัก' ให้กับเด็กน้อยรุ่นลูกคนนี้ไปจนหมดตั้งแต่เมื่อสิบกว่าปีก่อน มอบให้กับเจ้าตัวเล็กที่ร้องห่มร้องไห้ออกมาเพื่อเขาในตอนนั้น....
แม้จะรู้ดีว่ามันไม่เหมาะสมที่ไปหลงรัก 'ลูกสาวเพื่อนสนิท' และสำนึกผิดที่เผลอ 'ทำตามใจตัวเอง' ด้วยการใกล้ชิดกับหนูษาอยู่บ่อย ๆ แต่เขาในตอนนี้ก็ไม่สามารถหักห้ามใจตัวเองไว้ได้เลย...
"คุณอา!!!"
เสียงหวานใสที่ดังเข้ามาในโสตประสาท ช่วยดึงชาญชัยที่มัวแต่ใจลอยอยู่กับความคิดของตัวเองให้ได้สติกลับคืนมาอีกครั้ง พร้อมกันกับที่ร่างเพรียวระหงของเด็กน้อยในวันวาน ซึ่งบัดนี้กลายเป็นสาวสวยสะพรั่งปรากฏขึ้นตรงหน้า
ภาพของหนูษาที่กำลังมองมาทางตนด้วยรอยยิ้มเริงร่า ทำเอา
ชาญชัยอดที่จะยิ้มตามและอ้าแขนรับร่างน้อยที่กระโจนมากอดตนเองไม่ได้
"หนูษาคิดถึงคุณอาที่สุดเลย!!"
เสียงหวานเจื้อยแจ้วที่เอ่ยบอกความในใจตัวเองออกมาอย่างไม่เคอะเขินกับอ้อมแขนน้อยที่โอบรอบเอวเขาไว้อย่างแนบแน่นทำเอาชาญชัยถึงกับใจเต้นผิดจังหวะ แม้จะรู้ดีว่าสิ่งที่คนตรงหน้าพูดจะไม่ใช่ความหมายในเชิง 'คนรัก' แต่เขาก็อดที่จะดีใจไม่ได้
ให้ตายเถอะ... ที่บอกว่า 'กินเด็กแล้วเป็นอมตะ' เนี่ย ดูท่าว่าจะเป็นความจริงเสียแล้ว...
"อะแฮ่ม!! หนูษา...มัวแต่สนใจอาชาญ จนลืมพ่อไปแล้วหรือไงหื้ม...เจ้าตัวแสบ?" พายัพอดไม่ได้จริง ๆ ที่จะกระแอมไอและแกล้งพูดตัดพ้อน้อยใจลูกสาวของตน เมื่ออีกฝ่ายไม่แม้แต่จะเอ่ยทักเขาเลยด้วยซ้ำ!
ดูเอาเถอะ! โผล่หน้ามาปุ๊บ ก็กระโจนหาเพื่อนเขาปั๊บเสียขนาดนี้ จะไม่ให้คนเป็นพ่ออย่างเขาน้อยใจได้อย่างไร!? ไอเรารึก็อุตส่าห์รีบกลับบ้านมาฉลองที่ลูกสาวเรียนจบไฮสกูล แต่ลูกสาวดันสนใจเพื่อนพ่อมากกว่าพ่อแท้ ๆ เสียได้!
ทางด้านคนเด็กกว่าเมื่อเห็นว่าพ่อแท้ ๆ มัวแต่เล่นใหญ่ จึงยิ่งกระชับอ้อมกอดกับคุณอาที่ตัวเองคิดถึงนักหนาให้แน่นมากยิ่งขึ้น ก่อนจะตอบกลับไปหน้าระรื่น
"โธ่... คุณพ่อก็! ก็หนูษาไม่ได้เจอคุณอามาตั้งหลายเดือนแล้วนี่นา! หนูษาก็ต้องคิดถึงคุณอามากกว่าคุณพ่อที่เจอกันทุกวันอยู่แล้วสิคะ!" พูดไปก็แกล้งแลบลิ้นใส่บิดาของตนอย่างหยอกเย้าไปด้วย
ทำเอาคนเป็นพ่อได้แต่หันไปขอความเห็นใจจากภรรยาที่เพิ่งเดินออกมาจากบ้านด้วยความพ่ายแพ้แทน
"แม่... ลูกไม่รักพ่อ"
วรรณรสาที่เป็นทั้งแม่และเมียของพ่อลูกคู่นี้ได้แต่ส่ายหน้าระอากับนิสัยชอบเล่นเป็นเด็ก ๆ ของคนทั้งสอง ก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้กับเพื่อนสนิทของสามีที่แวะเวียนมาบ่อย ๆ จนเป็นแขกประจำแทนคำทักทาย ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยปากทักอีกฝ่ายอย่างเป็นทางการ ฝ่ามือของสามีที่เอื้อมมาเกี่ยวรั้งรอบเอว ก็ทำให้รสาต้องหันมาเอ็ดสองพ่อลูกที่เอาแต่แลบลิ้นปลิ้นตาใส่กันเสียก่อน
"มัวแต่เล่นอะไรกันอยู่เนี่ยพ่อลูกคู่นี้ ...ไม่อายคุณชาญเขาบ้างหรือไง?"
แม้ว่าทั้งท่าทางและน้ำเสียงจะเจือไปด้วยความล้อเล่น แต่เพราะเป็นคำพูดของคนที่เป็นใหญ่ที่สุดในบ้าน (?) นั่นทำให้ทั้งพายัพและหนูษาต้องหยุดการล้อเล่นกันไว้เพียงเท่านั้น ชาญชัยที่เห็นดังนั้นก็ได้แต่ยกยิ้มขัน ก่อนจะหันไปพูดกับภรรยาของเพื่อนอย่างเป็นมิตร
"ไม่ต้องเกรงใจกันหรอกครับคุณรสา คนกันเองทั้งนั้น... ถ้ายังไงคืนนี้ผมขอรบกวนหน่อยนะครับ"
ประโยคนั้นทำเอาเด็กสาวที่ยืนฟังบทสนทนาของเหล่าผู้ใหญ่อยู่เงียบ ๆ ถึงกับหูผึ่งขึ้นมาทันที ก่อนจะผละตัวออกมาจากอ้อมกอดของคุณอาของตนมาสบตาอีกฝ่ายด้วยความดีใจ
"วันนี้คุณอาจะมาค้างที่นี่หรือคะ!?" ช่วงหลายเดือนมานี้คุณอางานยุ่งมาก เลยไม่ค่อยได้แวะมาหาเธอที่บ้านเท่าไหร่นัก ที่จริงตั้งแต่เธอขึ้น Grade 10 มา คุณอาก็แทบจะไม่เคยค้างที่นี่อีกเลยด้วยซ้ำ เพราะงั้นนั่นจึงทำให้หนูษาอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้
ดวงตากลมใสที่ฉายแววความดีใจอย่างไม่คิดปิดบังของเด็กสาวทำเอาชาญชัยอดที่จะเอ็นดูไม่ได้ ก่อนจะเอื้อมมือออกไปลูบศีรษะอีกฝ่ายอย่างอดใจไม่ไหว
"ใช่แล้วครับคนเก่ง... วันนี้อามาฉลองให้หนูษาที่เรียนจบไฮสกูลโดยเฉพาะเลยนะ"
รอยยิ้มละมุนละไมกับใบหน้าหล่อเหลาของคุณอา ทำเอาวริษากระโดดโล้ดเต้นไปมาด้วยความดีใจ มือน้อยเอื้อมออกไปจับมือของคุณอาที่อยู่กับเธอมาตลอดมาประสานเอาไว้ ก่อนจะตะโกนออกไปเสียงดัง
"ไชโย! คุณอาของหนูษาใจดีที่สุดเลย~"