♠️senior my love 1
ย๊ะฮู้!! เปิดเทอมวันแรกแห่งรั้วมหาลัยของฉันนนนนนนนน
ยิ้มต้อนรับการเปิดเทอม และสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในรั้วมหาวิทยาลัย
6เดือนแห่งการอ่านหนังสือ การสอบต่างๆและหยุดยาวในช่วงซัมเมอร์ได้ผ่านพ้นไป
คณะวิทยาศาสตร์แพทย์ปี1 มหาวิทยาลัยL คือคณะที่ฉันไฝ่ฝันกว่าจะได้เข้ามายืนที่นี่มันไม่ง่ายเลยจริงๆ ฉันต้องอดทนทุ่มเทอ่านหนังสือแทบทุกวัน แต่ก็ไม่เสียแรงจริงๆ
เพราะตอนนี้ฉันก็กำลังอยู่ในรั้วมหาลัยเดียวกับพี่ตงแล้ว ตื้นตันมาก ที่ฉันเลือกมหาลัยนี้ก็เพราะว่าพี่เค้าส่วนหนึ่ง แล้วที่นี้ดันมีสาขาที่ฉันอยากเรียนด้วยไง ก็เลยตั้งใจอ่านหนังสือตั้งแต่ม.6 จนในที่สุดก็สอบติด
แล้วที่ดีไปกว่านั้นคือฉันไม่ต้องโดดเดี่ยวเพราะเพื่อนสนิทดันสอบติดที่นี่ด้วย ก็เลยHappy สุดๆไปเลย
แล้วตอนนี้ฉันก็มารอมันที่หน้าคณะเพราะวันนี้จะมีกาารับน้องกันวันแรก ใครๆก็บอกว่าวิศวะนี่อย่างโหด แต่ยังไงก็หนีไม่พ้น ก็ต้องยอมรับไปตามสภาพแล้วกัน TT แต่มาเมื่อไหร่อิโยจะมาสักทีนะ รอจนรากงอกละเนี่ย
พูดถึงไม่นาน ร่างตุ้ยนุ้ยก็เดินเข้ามาพร้อมกับข้าวเหนียวหมูปิ้งในมือ อ่ะก็ว่าแล้วทำไมมันช้านัก นี่คิดจะกินข้าวเหมียวหมูปิ้งตั้งแต่ม.ต้นยันมหาลัยเลยเหรอวะ เชื่อเขาเลยจริงๆ
“อิโย ทำไมช้าจังว่ะ เปิดเทอมวันแรกมึงก็จะสายเลยเหรอ” ฉับบ่นมันออกไป ที่ปล่อยให้รอตั้งนานแล้วไม่คิดจะซื้อมาเผื่อด้วยนะ
“มึงนี่ก็บ่นเป็นแม่กุเลยนะ” โยว่ากลับแต่ปากก็เคี้ยวหมูปิ้งจนแก้มตุ่ย
“ก็มึงช้า กุก็ต้องบ่นสิ”
“พอแล้ว ไปเรียนกัน สายเพราะมึงบ่นนี่แหละ” ทำท่าไม่รู้ไม่ชี้แล้วเดินนำไปเลย ตกลงใครผิดนะ ฉันหรือมันกันแน่
แล้วเราสองคนก็เดินเข้ามาในห้องเรียนกัน ซึ่งปี1เนี้ย ส่วนมากก็จะยังเรียนวิชาพื้นฐานซะเป็นส่วนมากก็พวกวิชา ฟิสิกส์ เคมี คณิตศาสตร์แล้วก็อื่นๆ ก็เลยมาเรียนกันที่ห้องใหญ่ซึ่งเป็นห้องสโลพ เข้ามาก็เจอบรรดาแก๊งผู้ชายซะเป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นคณะที่มีผู้ชายประมาณ80%อ่ะ ลายตามากแกร ก็มีตั้งแต่ขาวตี๋ยันหล่อเถื่อน ใครจะส่องชายแนะนำวิศวะจ้า งานดี
“วู๊ มีผู้หญิงแล้วโว้ย” พอฉันสองคนเดินเข้ามาก็ได้รับเสียงต้อนรับเลยจ้า ก็บอกแล้วว่าผู้หญิงมีน้อย สวยไปเลยฉัน
จากนั้นเราก็มองหาที่นั่งกัน
“แอ๊ะ นั่นไง นั่งตรงนั้นกันดีกว่ามึง”
“เออโอเค”
มีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ แต่ดูท่าจะไม่แท้ว่ะ อยากมีเพื่อนแบบนี้มานานแล้ว น่าจะสีสันดี
“เธอ ขอนั่งด้วยดิ” ฉันเลยเดินไปขอนั่งด้วยซะเลย
“ไม่อ่ะ ไม่อยากนั่งกับชะนี” อ่าวอินี่เพื่อนชายใจหญิงคนนั้นก็พูดขึ้นมาอย่างเฉยเมยและไม่คิดที่จะสนใจพวกเราสองคนเลย
“โหย กระเทยแล้งน้ำใจ” ฉันบ่นออกมาเบาๆแล้วหันไปมองทางอื่นเผื่อจะมีที่นั่งอื่นอีก แต่สุดท้ายก็ไม่มี
“ฉันได้ยินนะ” ดันได้ยินที่ฉันบ่นอีก
“ก็เรื่องจริง แหม่ เนี้ยถ้ามีฉันเป็นเพื่อนนะดีจะตาย” ฉันเลยพูดอวดอ้างสรรพคุณเข้าไป
“ดียังไงย๊ะ” แล้วนางก็หันมามองหน้าฉัน
“ดึงดูดผู้ชาย” แล้วพูดออกไปด้วยความมั่นหน้า เพราะตั้งแต่ที่ฉันเดินเข้ามาเพื่อนผู้ชายก็มองมาที่ฉันตลอดเวลาจริงๆ เพราะอาจจะมีผู้หญิงน้อยด้วยแหละมั้ง
“โอเค ดีล” พอแบบนี้ละง่าย แล้วหลังจากนั้นเราก็นั่งเม้ามอยหอยสังข์กันไป ตกลงว่านางชื่อมินนี่จ้า แต่ชื่อจริงๆคือ ธามิณท์ หลังจากที่แนะนำตัวกันได้สักพักใหญ่ ก็ถึงเวลาเรียนสักที อาจารย์ที่เข้ามาสอนวันนี้ท่านก็แค่เกริ่นๆต้อนรับพวกเราแล้วก็มาบอกเกี่ยวกับวิชาที่ต้องเรียนนั่นนี่ แล้วก็พวกพื้นฐานนิดหน่อย สักพักก็ปล่อยให้ไปพักเที่ยง จากนั้นพวกฉันสามคนก็เดินไปหาอะไรกินกันที่โรงอาหารคณะ ซึ่งเที่ยงแบบนี้คนเยอะมาก
“นั่นไงเห็นโต๊ะล่ะ” อิโยชี้ไปที่โต๊ะว่างตัวหนึ่งซึ่งเป็นโต๊ะยาว
“งั้นมึงนั่งจองล่ะกัน เดี๋ยวกูไปซื้อข้าวกับมินนี่เองไปซื้อข้าวให้เอง”
“โอเค กุเอาข้าวมันไก่ละกัน”
“โอเคได้”
แล้วฉันกับมินนี่ก็เดินมาต่อแถวซื้อข้าวกัน คนต่อแถวอย่างเยอะอะ กว่าจะได้ข้าวยืนกันขาชา หลังจากที่ได้ข้าวแล้วฉันกับมินนี่ก็เดินมาซื้อน้ำกันแล้วเดินกลับไปที่โต๊ะแล้วก็ยื่นข้าวให้อิโย
“ว่าแต่อิแก้ว คนก็ตั้งเยอะ ทำไมไม่เห็นพี่ตงมึงเลย” อิโยถามขึ้นมา
“นั่นดิมึง กุก็หาแล้วนะ อดเจอว่าที่หลัวเลย” ง่อวว อยากเจอ
“เออ กุก็อยากเห็นหน้าพี่ตงของมึงละ ว่าจะหล่อสักแค่ไหน”
13.00 ลานเกียร์
ตึก ตึก ตึก ไม่ใช่เสียงอะไรจ้า เสียงวิ่งของพวกฉันเองเอง แม่งอย่างเหนื่อยอะ แล้วพี่มันแม่งดันเรียกรวมพลที่ลานเกียร์ตอนบ่ายโมงตรง ถามจริง ใครสั่งใครสอนให้มานัดตอนแดดเปรี้ยงๆขนาดนี้ จิตใจทำด้วยอะไรกัน ^^
แดดแม่งก็อย่างร้อนอะ นี่ดีนะ ที่รอบๆยังมีต้นไม้อยู่ ขอแอบมุมสักแปปเถอะพี่ไม่ไหวจริงๆ ดูแลผิวมา6เดือนช่วงปิดเทอม ตอนนี้ไม่มีความหมายแล้วจ้า จบกัน
“เร็วครับ วิศวะปีนี้ทำไมอ่อนแอจังวะ” เสียงพี่ว๊ากตะโกนขั้นมาตอนที่พวกเรากำลังจัดแถวกันอยู่
“เพื่อนผมพูดได้ยินมั้ยครับ หูหนวกกันเหรอ” ตามมาด้วยเสียงของพี่อีกคนซึ่งน่าจะเป็นพี่ว๊ากเหมือนกัน
“ได้ยินครับ/ค่ะ”
“รีบจัดแถวกันครับหรืออยากจะยืนกันร้อนๆแบบนี้ พวกคุณชอบกันเหรอ”
จากนั้นพวกเราเหล่าวิศวะปี1 ก็จัดแถวกันอย่างไว เพราะแม่งร้อนชิบหาย พี่มันก็แม่งตะโกนขนาดนั้นเอาน้ำมันมะนาวมั้ย คอท่าจะแห้งเนอะ
“จัดเสร็จก็นั่งสิครับ” พรึ่บ จากนั้นพวกเราก็นั่งลงกันอย่างพร้อมเพรียง เชี่ย ร้อนตูดชิบหาย
หลังจากที่ก้นเริ่มพอง เห้ย! เริ่มชิน สายตาก็กวาดมองไปรอบๆลานกิจกรรม ที่เห็นหลักๆก็จะมีพี่ว๊ากด้วยกัน4คน แล้วก็มีพี่ๆปีสองที่มายืนอยู่บริเวณรอบๆอีกจำนวนหนึ่ง คอยยืนส่งน้ำและยาดมให้น้องๆ
พี่คนที่เสียงดังสุดน่าจะเป็นเฮดว๊ากนะ หน้านี่ออกไปทางหล่อเข้ม เสียงดัง เพราะแม่งเสียงดังจริงๆ เถื่อนๆแบดๆ พี่เขาชื่อฟาร์ เห็นจากป้ายชื่ออะนะ แต่ฉันไม่ชอบแนวนี้ไง ปล่อยผ่าน อิอิ ส่วนอีก3 คนก็จะมีคนที่ออกแนวเจ้าเล่ห์หน่อย ชื่อเสือ คนยืนถัดออกมาก็ดูหล่อขี้เล่นชื่อคิว อีกคนก็จะแนวนิ่งๆ เท่ ชื่อหิน แต่รวมๆคือหล่อหมด แม่งเป็นพี่ว๊ากนี่คัดหน้าตาด้วยป่าว คือหล่องานดีทุกคน แต่เห็นว่ามีพี่ว๊าก 5 คนนี่หายไปไหนอีก1 นะ
“นับจำนวน ดังๆ ผมจะเช็คคนที่ยังไม่มา” พี่ฟาร์เฮดว๊ากตะโกนบอกน้องๆให้ช่วยกันนับชื่อจำนวนน้องๆที่มาเข้ากิจกรรม
“ 1 2 3 ..10 ...50...100...200..289 คนสุดท้ายของแถวครับ”
“ผมจำได้ว่ายอดปีนี้ 300 คนนี่ครับ เพื่อนคุณหายไปไหนกันตั้ง11 คน” พี่ที่เป็นเฮดว๊ากถามขึ้นมาด้วยความโกรธ รึเปล่านะ แต่ดูจากสีหน้าคือไม่พอใจที่เรามากันไม่ครบแน่นอน ซึ่งคนที่ซวยคือพวกที่มากันไง
เงียบ........
“หูตึงกันเหรอครับ เพื่อนผมถามไม่ได้ยินเหรอ” พี่คิว เป็นคนถามต่อเมื่อทุกคนเงียบ เพราะไม่รู้ว่าเพื่อนหายไปไหนกัน
“เงียบให้ตลอดนะครับ ไม่มีปากกันสักคน” พี่เสือพูด พร้อมยิ้มมุมปากนิดหน่อย ยิ้มแบบกวนตีนสัสๆ
ตึก ตึก ตึก แล้วก็มีเสียงฝีเท้าเดินเข้ามา
“ผมเจอคนสองคน ใช่เพื่อนคุณป่าว” จากนั้นก็มีเสียงผู้มาใหม่ถามขึ้นมา เสียงคุ้นๆจัง ฉันเลยหันหน้ามองไปทางด้านหลัง ใช่เลย!
“พี่ตง” หล่อ สั้นๆคำเดียวจบ ตอนนี้ไม่รู้ว่าเพื่อนๆคนอื่นจะทำหน้ากันยังไงนะ แต่นี่คือกลั้นยิ้มไม่อยู่แล้ว
แต่เราจะข้ามประเด็นนั้นไปก่อนค่ะทุกคน เพราะตอนนี้พี่ตง ดึงคอเสื้อผู้ชายอีกสองคนเดินเข้ามา ฉันจำได้ว่าเห็นเขาเมื่อตอนเช้านะ เด็กวิศวะด้วยกันนี่แหละ
“ทำไมนิ่งกันละครับ ผมไปเจอเพื่อนคุณกำลังเดินอยู่หลังมอ.” พี่ตงพูดขึ้นมาน้ำเสียงนิ่งๆที่ฟังแล้วขนลุกเลย อ่าา ท่าจะไม่ดีแล้ว
“อ้าว ไม่มีใครบอกเพื่อนเหรอครับว่าวันนี้มีการรับน้อง” พี่คิวถามขึ้นอีกครั้ง
เงียบกริบ…
“ถ้าไม่มีใครตอบ ผมจะให้รับผิดชอบร่วมกัน”พี่ฟาร์ตะโกนขึ้นมา
“แทงปลาใหล100ครั้ง ปฎิบัติ”
แล้วก็มีเสียงฮือฮากันเกิดขึ้น ?????
“ทำสิครับหรือจะเอาเพิ่ม” พี่เสือพูด
หลังจากนั้นก็โดนแทงปลาใหลไป100ครั้งยั่วๆจ้า เล่นเอาหมดแรงกันไปเลย บอกเลยว่าวันนี้กลับบ้านไปแบบขาลาก หลังจากนั้นก็มีพี่สันเข้ามาเล่นเกมและสันทนาการเพื่อคลายเครียดกันนิดๆหน่อยๆ แล้วปล่อยกลับบ้านเกือบ 6 โมงเย็น
ย่อง ย่อง ย่อง
ไม่ใช่ใครลูกแก้วคนสวยเอง ถามว่าตอนนี้ฉันกำลังทำอะไรนะเหรอ ?
ตอนนี้ฉันกำลังแอบสะกดรอยตามพี่ตงอยู่ ซึ่งพี่ตงก็กำลังเดินมุ่งหน้าไปที่ที่จอดรถ ด้วยความที่ตอนนี้ก็เริ่มมืดแล้วเลยไม่ค่อยมีคนสักเท่าไหร่
“จะตามฉันอีกนานมั้ย” กึก เสียงฝีเท้าของฉันหยุดชะงักและเริ่มมองหาที่หลบ เจอต้นไม้ต้นใหญ่ต้นหนึ่งเลยเอาตัวเข้าไปแอบอย่างเนียนๆ
“………” ทำไงดีอะ หรือว่าพี่เขารู้แล้วมามีคนตามมา
“จะออกมาดีๆมั้ย” ตึก ตึก เสียงฝีเท้าพี่ตงที่กำลังเดินมุ่งหน้ามาทางที่ฉันยืนแอบอยู่ ไม่นะ อย่าพึ่งจับได้ตอนนี้สิ
พึ่บ พี่ตงจับเข้าที่ข้อมือของฉันแล้วดึงมาเผชิญหน้ากัน ฉันที่ตอนนี้ไม่รู้จะทำไงก็ได้แต่ก้มหน้ามองดิน ไม่กล้าสบตาคนตรงหน้า เพราะยังไม่รู้ว่าจะโกหกออกไปยังไงดี
“เดินตามฉันมาทำไม” เสียงนิ่งๆเอ่ยถามออกมา
“หนูป่าวนะคะ” ตอบเสียงสั่นๆ
“ก็เห็นอยู่กับตาว่าเธอตามฉันมา แล้วตามมาตั้งนานแล้ว” นี่เขารู้มาตั้งแต่แรก้ลยเหรอเนี่ย ฉันตามไม่เนียนสินะ
“นี่พี่เห็นเหรอคะ”
“ฉันไม่ได้โง่” จากหน้านิ่งตอนนี้น่าจะเริ่มโกรธแล้ว ซวยแล้ว
“หนูขอโทษค่ะ หนูไม่ได้ตั้งใจจะตามพี่จริงๆนะคะ หนูแค่อยากรู้เฉยๆ”
“อยากรู้อะไรของเธอ” พี่ตงขมวดคิ้วอย่างสงสัย
“พี่มีแฟนยังค่ะ!” ถามออกไปแล้ว ฉันถามออกไปแล้ว แล้วเหมือนพี่ตงจะหน้าเหวอไปแล้วด้วย อยากตบปากตัวเองยิ่งนัก
“แล้วทำไมต้องอยากรู้” พี่ตงถามออกมา แล้วฉันก็ไม่รู้จะตอบออกไปยังไงดี คือยังไงอะจะให้บอกออกไปว่าหนูชอบพี่ค่ะ มันก็ดูจะโจ้งแจ้งเกินเกินจนกลัวว่าพี่เขาอาจจะกลัวได้
จะทำไงดี จะวิ่งหนีก็ไม่ได้เพราะพี่ตงยังไม่ยอมปล่อยมือจากแขนฉันเลย ถ้าเป็นตอนอื่นจะฟินมากแต่ตอนนี้ไม่ใช่ไง กุจะหนียังไง
“เห้ย!ไอตง ยังไม่กลับบ้านเหรอวะ” จู่ๆก็มีเสียงผู้ชายตะโกนถามและเดินเข้ามา ฉันจำได้ว่าคนนี้ชื่อพี่เสือ เป็นพี่ว๊ากปี2 พรึ่บ ฉันเลยได้โอกาสรีบสะบัดแขนออกจากมือพี่ตง
“แหน่ะ มึงนี่ไวจริงๆ ที่แท้ก็อยู่กับสาว” พี่เสือพูดพร้อมทำหน้าเจ้าเล่ห์ออกมา
“ไม่ใช่นะคะ” ฉันรีบปฏิเสธ “พอดีพี่ตงเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนแก้วค่ะ”
“อืม รุ่นน้อง” ถึงฉันจะพูดแบบนั้น แต่พอพี่ตงพูดออกมามันก็แอบเจ็บนิดนึง ก็ไม่อยากเป็นน้อง
“ก็แล้วไป นึกว่าจะซุ่ม” แล้วพี่เสือก็มองมาที่ฉัน
“ว่าแต่มีคนไปส่งบ้านรึยังครับ พี่ยังว่างนะ”
“ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ แก้วไปก่อนนะคะ” จากนั้นฉันก็ยกมือไหว้แล้ววิ่งออกมาทันที
หมดกันว่าจะตามพี่ตงไปสักหน่อยว่าพักอยู่ที่ไหน
หลังจากวันนั้นฉันก็จะคอยแอบซื้อขนมมาให้พี่ตง แอบเอามาแขวนที่รถบ้าง ใส่ในล็อกเกอร์บ้าง และพี่ตงเป็นนักบาสด้วยนะ เท่ระเบิดไปเลย คือเอาจริงพี่ตงมีคนกรี้ดเยอะเวอร์ มหาลัยมีแต่คนสวยๆทั้งนั้นเลย ถึงนี่จะมั่นหน้าว่าตัวเองก็สวย แต่ความเป็นจริงคือคนสวยก็เยอะไปหมดไง
“นี่แกจะคอยซื้อน้ำซื้อขนมไปให้พี่ตงแบบลับๆแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนวะ” อิโยถามขึ้นมา และตอนนี้เรากำลังนั่งอยู่ที่สวนข้างล่างตึกคณะซึ่งจะมีโต๊ะหินอ่อนตั้งอยู่
“นั่นสิ ทำไมไม่บอกไปเลยย่ะ” มินนี่ก็ถามขึ้นอีกคน
“ถ้าบอกชอบไป แล้วเค้าไม่ชอบกุ กุคงทำใจไม่ได้หรอกมึง สู้กุชอบพี่แกเงียบๆแบบนี้ดีกว่า”
เห้อ ฉันคิดอย่างนั้นจริงๆนะ ถ้าบอกออกไปแล้วพี่เค้าจากที่เฉยๆ ถ้าพี่ตงรู้อาจจะเกลียดฉัน แล้วฉันจะทำไงล่ะ
“แต่แกก็ต้องทำอะไรสักอย่างสิวะ” อิโยพูดขึ้นมา
“รอให้แก่ตายก่อนรึไงถึงจะไปบอกพี่แกอะ หรือจะรอให้พี่ตงมีแฟนไปก่อนถึงจะบอก”
“ถูกของอิโย ถ้าพี่ตงเค้าเย็นชานัก มึงก็จีบก่อนเลย”
“เอาจริงดิว่ะ” นั่นดิจะให้ฉันไปจีบพี่ตงเนี่ยนะ
“เออ ไป ขั้นแรกเลยนะ ไปทำให้พี่เค้าเห็นหน้ามึงทุกวันจ้า” หลังจากที่มินนี่พูดจบนางก็ลากฉันเลย ย้ำว่าลาก แล้วตอนี้เราก็มาอยู่ที่สนามบาสกัน ซึ่งคนก็เยอะเหมือนทุกวัน
“นั่นไงพี่ตง” อิโยบอกและชี้ไปที่พี่ตงที่ใส่เสื้อกล้ามและกำลังจะโยนบาสเข้าห่วงอย่างเท่
ในสนามตอนนี้ที่รู้จักก็มีพวกแก๊งพี่ว๊ากอะ แต่ขาดพี่ฟาร์ไป อีกทีมก็น่าจะพี่วิศวะนี่แหละ มีคนหนึ่งที่ฉันรู้จักก็คือพี่ที เป็นรุ่นพี่จากโรงเรียนเดิมฉันเองแล้วก็เป็นพี่รหัสฉันด้วย
พอหมดเวลาแข่งขัน นักกีฬาก็ทะยอยเดินออกจากสนามมานั่งพักกันที่ขอบสนามแทน
“ได้เวลาแล้วอิแก้วเอาน้ำไปให้พี่ตงเลย” แล้วอิสองตัวนี้ก็ผลักฉันไปหาพี่ตง
“เออพี่ตงคะ น้ำค่ะ” ก้มหน้ายื่นน้ำขวดให้พี่ตง แต่พี่ตงไม่ยอมรับ
“เอ้าลูกแก้ว” พี่ทีเห็นฉันเข้าเลยร้องทักขึ้นมาแล้วเดินมาที่ฉันยืนอยู่
“สวัสดีค่ะพี่ที” ฉันฝืนยิ้มขึ้นมา แล้วสวัสดีพี่ที
“มึงก็ใจร้ายจังวะไอ้ตง น้องอุส่าเอาน้ำมา
ให้” พี่ทีหันไปดุพี่ตงแล้วตบไหล่พี่ตงเบาๆ
“หึ ไม่จำเป็น” พี่ตงพูดออกมานิ่งๆ
“มาๆ พี่ดื่มเอง” แล้วพี่ทีก็ดึงน้ำไปจากมือฉัน
“คนใจร้ายมันไม่ดื่มก็ไม่เป็นไร”
“เออ งั้นแก้วไปก่อนดีกว่านะคะ” แล้วฉันก็หันไปยิ้มให้พี่ๆ ก่อนจะเดินออกมา
ไม่อยากจะเศร้าเลยนะ แต่มันก็อดไม่ได้จริงๆอะ นี่ไงสาเหตุที่ฉันไม่อยากจะบอกความรู้สึกกับพี่ตงออกไป ขนาดคุยกันปกติพี่ตงยังไม่คิดที่จะคุยเลย แล้วถ้ายิ่งไปสารภาพรัก พี่ตงได้เกลียดฉันแน่ๆ
“ไม่เอาน่าอิแก้ว นี่แค่ขั้นแรก” มินนี่พูดปรอบใจแล้วตบไหล่ฉันเบาๆ
“นั่นสิ มึงต้องสู้ดิวะ” อิโยพูดขึ้นมาอีกคน
“พี่ตงเย็นชาชิบหาย”
“มึงแอบชอบพี่แกมากี่ปี แค่นี้จะถอดใจเหรอวะ พึ่งรู้ว่าเพื่อนกุใจเสาะ” จากปลอบเริ่มจะเปลี่ยนเป็นด่ากุละอิโย
“เออๆ กุจะสู้โอเคนะ”
“งี้ดิชะนี แต่ตอนนี้ไปหาไรแดกกันเถอะ ตุ้ดหิว”
จากนั้นพวกฉัน3 คนก็เลยไปหาอะไรแดกย้อมใจ เพราะวันนี้ไม่ต้องเข้าเชียร์ เพราะพวกเราจะมีเข้าเชียร์แค่จันทร์ พุธ ศุกร์ ได้พอมีเวลาว่างไปทำอย่างอื่นบ้าง แต่มันต้องเข้ายาวๆไปอีก3เดือนจ้า ไม่เหมือนใครไปอีก หลังจากรับน้องเสร็จก็จะมีการรับน้องนอกสถานที่ ซึ่งเราจะจัดกิจกรรมหลังจากสอบเสร็จนั่นก็คือช่วงปิดเทอม แต่ตอนนี้ก็ทั้งเรียน ทั้งรับน้อง ไปยาวๆเลย กิจกรรมอื่นก็เยอะชิบหาย การบ้านอีกเพียบ เชื่อแล้วว่าปี1นี่กิจกรรมหนักจริง