ตอนที่ 1 เซอร์ไพรส์จากคุณแม่
คนปกติทั่วไปเรียนจบแล้วก็ต้องหางานทำเพื่อเลี้ยงดูตัวเองหรือไม่ก็เลี้ยงดูครอบครัว แต่สำหรับ ‘เจ้าเอย ไอรดา ชลาธีปกร’ สาวสวยวัย 23 ปีคนนี้ เธอเกิดและเติบโตมาในครอบครัวที่ค่อนข้างมีฐานะร่ำรวย เรียกได้ว่าต่อให้เธอไม่ทำงาน ชาตินี้ทั้งชาติเธอก็ไม่มีวันอดตาย
ด้วยพ่อแม่เป็นถึงเจ้าของโครงการบ้านจัดสรรหลายแห่งทั่วประเทศ อีกทั้งทรัพย์สมบัติเก่าที่คุณปู่คุณย่าผู้เป็นเจ้าของโรงแรมประจำตระกูลระดับ 5 ดาวอย่าง ‘ชลาธีปกรโฮเต็ล’ ทิ้งไว้ให้ก่อนตายอีกตั้งไม่รู้กี่พันล้าน
จะต้องเสียเวลามานั่งทำงานให้เหนื่อยทำไมกัน เงินมีก็จ้างเอา!
ลูกสาวคนเดียวของบ้านที่พ่อแม่ค่อนข้างจะตามใจแบบเจ้าเอยนั้น เมื่ออยากได้อะไร เพียงแค่เอ่ยปากขอ ตื่นเช้ามาวันรุ่งขึ้นของสิ่งนั้นก็จะมาปรากฏอยู่ต่อหน้าดังใจหมาย แต่มันก็มีของสิ่งหนึ่งที่พ่อกับแม่ให้เธอไม่ได้อยู่เหมือนกัน
ของสิ่งนั้นก็คือ ‘เฮียคิน’ ลูกชายสุดหล่อของเพื่อนคุณแม่ที่เธอแอบปลื้มมาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่เพราะเธอต้องไปเรียนต่อที่เมืองนอกเลยทำให้ขาดการติดต่อกับเขาไป
มาวันนี้เธอเรียนจบคณะบริหารจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก แต่อย่าได้คิดเชียวว่าเธอจะเข้ารับช่วงต่อธุรกิจของที่บ้าน เพราะอาชีพเดียวที่เธอใฝ่ฝันและอยากจะทำก็คือ ‘อาชีพเมียเฮียคิน’
ให้ตายยังไง ชาตินี้ก็ต้องมีผัวชื่อเฮียคินให้ได้!
“คนสวยของแม่เรียนจบแล้ว แม่มีอะไรจะเซอร์ไพรส์หนูด้วยนะคะ” คุณนายมาริสา แม่ผู้รักลูกยิ่งกว่าไข่ในหินเอ่ยขึ้นกลางวงล้อมของห้องดูหนังภายในคฤหาสน์หลังงาม
“คราวนี้อะไรอีกล่ะคะ รถ เพชร ทอง กระเป๋า หรือเสื้อผ้า”
ถ้าเป็นของพวกนี้ เจ้าเอยไม่เรียกมันว่าเซอร์ไพรส์ เพราะเธอได้รับมันอยู่แล้วเป็นประจำทุกปี ไม่เว้นแม้แต่ตอนที่เธอไปเรียนต่อเมืองนอก คุณแม่เธอก็ยังอุตส่าห์ลงทุนบินลัดฟ้าเพื่อไปทำเซอร์ไพรส์เธอถึงที่ในแทบจะทุกเทศกาลสำคัญ ๆ ก็ว่าได้
เหมือนคุณนายเธอเหงาอะ ว่างเป็นไม่ได้ต้องแอบบินไปหาลูกสาวคนสวยอยู่ร่ำไป
“โธ่! ลูกขา คุณแม่เปลี่ยนแล้วค่ะ รับรองว่าครั้งนี้ หนูต้องเซอร์ไพรส์แบบสุด ๆ ไปเลย”
“คุณก็รีบบอกลูกสักทีสิ ผมอยากอุ้มหลานเต็มแก่แล้ว” ธนวัฒน์ คุณพ่อยังหนุ่มเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นภรรยาคนสวยมัวแต่ลีลาไม่ยอมพูด
“อุ้มหลาน? อะไรกันคะคุณพ่อ นี้คุณแม่จะให้หนูแต่งงานกับใครอย่างนั้นเหรอคะ ไม่นะคะ หนูไม่เอาด้วยหรอก คุณแม่ก็รู้นี้คะ หนูรักเฮียคินคนเดียวมาตลอด ถ้าเจ้าบ่าวหนูไม่ใช่เฮียคิน หนูไม่แต่งจริง ๆ ด้วย”
น้ำเสียงกล่าวปฏิเสธยืนยันคำพูดตัวเองอย่างหนักแน่นถูกส่งออกมาผ่านริมฝีปากบาง พร้อม ๆ กับที่เจ้าตัวมีสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด
เจ้าเอยไม่ใช่คนโง่ที่ได้ยินแค่นั้นแล้วจะไม่รู้ว่าพ่อของเธอหมายถึงเรื่องอะไร ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าเธอมีชายในดวงใจอยู่แล้ว แต่ก็ยังอยากจะให้เธอไปแต่งกับคนอื่นอีกเนี่ยนะ
แบบนี้มันยอมกันได้ซะที่ไหน หัวเด็ดตีนขาดยังไงเธอก็ไม่ยอม!
“แม่ว่าหนูใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ เจ้าบ่าวหนูก็เฮียคินนั้นแหละค่ะ ลูกเขยแม่ แม่จองไว้ให้หนูตั้งแต่เด็กแล้ว” มาริสารีบร้องห้ามปรามความคิดเจ้าเอยไม่ให้เตลิดไปไกลกว่านี้
“เอ๊ะ! คุณแม่จองเฮียไว้ให้หนูเหรอคะ อะไรกันคะเนี่ย หนูงงไปหมดแล้ว” ถึงปากจะบอกว่างง แต่สีหน้าเธอกลับตรงกันข้าม ร่างเล็กระบายยิ้มดีใจออกมาอย่างเก็บไม่อยู่
ถ้าเธอได้แต่งงานกับเฮียคินชายหนุ่มที่เธอเฝ้ารอมาตลอดระยะเวลาหลายปีจริง ๆ มันคงจะดีมากแน่ ๆ
“หนูรู้ใช่ไหมคะว่าแม่กับพ่อรักหนูมากที่สุด เพราะฉะนั้นพวกเราก็เลยอยากให้หนูได้เจอคนดี ๆ ที่ไว้ใจได้ว่าจะรักหนูเหมือนที่พ่อกับแม่รัก แม่ก็เลยไปตกลงกับคุณน้าอิงดาวว่าถ้าหนูเรียนจบเมื่อไหร่จะให้หนูแต่งกับเฮียคิน นี้แหละค่ะเซอร์ไพรส์ของแม่”
“อื้อ ~ หนูรักคุณแม่ที่สุดเลย หนูชอบเซอร์ไพรส์นี้มากเลยค่ะ แต่ว่าเฮียรู้เรื่องนี้ไหมคะ แล้วเฮียจะยอมแต่งกับหนูแน่เหรอ”
เจ้าเอยตรงเข้าสวมกอดผู้เป็นแม่เสียเต็มแรง เธอดีใจที่ในที่สุดสิ่งที่รอคอยมาตลอดก็กำลังจะเป็นจริงสักที แต่ลึก ๆ เธอก็ยังอดเป็นกังวลไม่ได้อยู่ดี ถึงแม้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงปลงใจเห็นดีเห็นงามกับงานแต่งในครั้งนี้ก็จริง แต่ถ้าว่าที่เจ้าบ่าวของเธอไม่เห็นด้วย เธอก็คงจะไปบังคับฝืนใจเขาไม่ได้หรอก นอกเสียจากจะตื๊อให้เขารำคาญแล้วสุดท้ายก็ต้องยอมใจอ่อนรับรักเธอไปโดยปริยายนั่นแหละ
“ทำไมจะไม่ยอมล่ะคะ ลูกแม่สวยขนาดนี้ ใคร ๆ ก็ต้องรักหนูทั้งนั้นแหละค่ะ” มาริสาพูดพลางลูบหัวเล็กในอ้อมกอดไปด้วย
“ไม่เป็นไรค่ะ ต่อให้เฮียไม่รัก หนูก็จะเปลี่ยนใจเฮียเอง คุณพ่อรออุ้มหลานได้เลยค่ะ” เจ้าเอยผละจากอกคุณแม่แล้วหันไปซบลงกับไหล่คุณพ่อพร้อมกับเอาหัวเล็กถูไถไปกับแขนแกร่งเหมือนแมวน้อยกำลังอ้อนขออาหารจากผู้เป็นนาย
“สู้ ๆ นะ พ่อเอาใจช่วย แต่ว่าข้อตกลงของแม่เราน่ะไม่ใช่แค่นั้นนะสิ”
“คะ?”
“เพื่อเป็นการแฟร์ ๆ กับพี่เขา รวมถึงคุณน้าเองก็ไม่อยากจะบังคับลูกชายด้วย เลยขอคุณแม่ว่าให้หนูกับเฮียคินลองอยู่ด้วยกันก่อนสัก 1 ปี ถ้าภายใน 1 ปี หนูทำทุกอย่างแล้วเฮียยังปฏิเสธที่จะแต่ง การตกลงของคุณแม่กับคุณน้าก็จะถือว่าเป็นอันโมฆะ หนูก็ต้องยอมปล่อยพี่เขาไป”
“ไม่ถึงปีหรอกค่ะ เฮียยอมแต่งกับหนูแน่”
“ถ้าถึงเวลาแล้ว พี่เขายังไม่รักหนู หนูก็ต้องยอมรับความจริงนะลูก พ่ออยากให้หนูจำไว้เสมอว่าพ่อกับแม่รักหนูมากที่สุด เข้าใจไหมไอ้ตัวแสบของพ่อ”
ธนวัฒน์ดึงแก้มลูกสาวคนสวยจนย้วยติดมือด้วยเอ็นดูในความแน่วแน่และมั่นคงต่อผู้ชายคนเดียวของลูก ตั้งแต่เล็กจนโตเขาไม่เคยห้ามเรื่องลูกจะมีแฟน แต่เจ้าเอยก็ไม่เคยมีแฟนเลยสักคนเพราะเอาแต่บอกว่าถ้าไม่ใช่เฮียก็ไม่อยากจะรัก พวกเขาทั้งสองรับรู้และเข้าใจแต่แค่รอเวลาให้ลูกโตพอที่จะสร้างครอบครัวได้จึงค่อยบอกความจริงก็ยังไม่สาย
“อื้อ ~ เข้าใจแล้วค่ะคุณธนวัฒน์”
เจ้าเอยยอมรับในข้อตกลงนี้เพราะเธอมั่นใจว่าตัวเองจะสามารถมัดใจผู้ชายอย่างเฮียคินให้อยู่หมัดได้
เฮียคินในตอนเด็กมักพูดจาไม่อ่อนโยน ชอบด่าชอบว่าเธอสารพัด แต่ในสายตาเธอแล้วเฮียคินเป็นพี่ชายที่แสนดีที่สุด ถึงจะปากแซ่บไปอย่างนั้น แต่เวลาเธอร้องไห้งอแงก็ใจอ่อนยอมตามใจเธอทุกที
ไม่รู้สิ ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นอาจจะเผ่นแนบเพราะทนฟังเฮียด่าไม่ไหว แต่บอกเลยว่าไม่ใช่กับผู้หญิงที่ชื่อเจ้าเอยอย่างเด็ดขาด เพราะเธอถือคติที่ว่า ‘ผู้ชายด่าแปลว่าผู้ชายรัก’ เพราะฉะนั้นเชิญเฮียด่าได้ตามสบาย
ยิ่งด่ามากก็ยิ่งแปลว่ารักมาก ถูกไหมล่ะ?