กอบโดยจากพี่ให้พอ
“ลูกไก่วันนี้สอบเสร็จวันสุดท้ายแล้วไปฉลองกันเถอะ” ญาณินชวนเพื่อนร่วมชั้นเรียน วันนี้พวกเธอสอบวันสุดท้าย เทอมสุดท้ายแล้ว หมายความว่าต่อไปจะไม่ได้มาเจอกันแบบนี้อีก
ญาณินและกฤติกาไม่ได้สนิทกันมากนัก แต่สี่ปีที่ผ่านมาก็คุยกันดี ช่วยเหลือกันดีเวลามีงานกลุ่มหรือติวด้วยกัน อาจจะเพราะว่าญาณินมีกลุ่มเพื่อนสนิทเดิมที่แต่ละคนค่อนข้างมีฐานะทางบ้านดีมาก ส่วนกฤติกาเป็นเพียงเด็กต่างจังหวัดที่หัวดีจนสอบผ่านเข้ามาเรียนด้วยกันเท่านั้น
“เราคงไปไม่ได้ที่บ้านรอฉลองอยู่” กฤติกาปฏิเสธแม้ว่าจะอยากไปกับเพื่อนมากก็ตาม
“ไม่เป็นไร งั้นเอาไว้วันมาฟังผลสอบขึ้นทะเบียนบัณฑิตค่อยไปหาอะไรกินกันนะ” ญาณินเป็นคนพูดง่าย เธอเคารพในเรื่องส่วนตัวของทุกคน เมื่อเธอพูดแบบนั้นกฤติกาจึงมีสีหน้าดีขึ้นเธอพยักหน้า
“ฮื่อ ขอบใจนะนินฝากขอโทษเพื่อนคนอื่นด้วย เราไปล่ะ” กฤติกามองในห้องสอบ ยังมีเพื่อนหลายคนที่ทำข้อสอบไม่เสร็จเธอมองเวลากลัวว่ายิ่งเย็นจะยิ่งรถติดจึงขอตัวกลับก่อน
กฤติกาขึ้นรถประจำทางหน้ามหาวิทยาลัย เธอตรงไปที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งซื้อของสดไปทำอาหารเตรียมรอใครบางคนที่บอกว่าจะมาฉลองสอบเสร็จกับเธอ เธอเลือกซื้อผัก เนื้อสัตว์หลายอย่างจากนั้นเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง
เธอรีบลงมือเตรียมทำอาหารอย่างเร่งด่วนเพราะคนที่จะมาเคยบอกว่าชอบอาหารที่เธอทำเอง จากนั้นจึงไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเวลาผ่านไปจนเย็นย่ำเธอเริ่มกระวนกระวายเมื่อคนที่รอยังไม่มา
หญิงสาวหยิบโทรศัพท์มาจะโทรหาแต่เมื่อนึกถึงคำพูดของเขาที่เคยบอกไว้ได้เธอจึงวางมันลงที่เดิม
“เบอร์โทรพี่ถ้ามีเรื่องฉุกเฉินไก่โทรหาพี่ได้ยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่ขอให้ฉุกเฉินจริงๆ นะ”
สมิติอาจจะกำลังติดงาน อาจจะกำลังคุยกับลูกค้าอยู่ และการที่เขามาช้าไม่ใช่เรื่องฉุกเฉิน อีกทั้งเธอเองไม่มีสิทธิ์โทรตามเขา กฤติการู้สถานะตัวเองดี
เธอกัดริมฝีปากเมื่อคิดถึงสถานะที่ว่า เธอไม่ใช่ญาติ ไม่ใข่คนรัก ไม่ใช่ภรรยาแต่เธอเป็นแค่เด็กที่เขาเลี้ยงไว้ในฐานะเมียเก็บ แลกกับการที่เขาส่งเสียเธอเรียน ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและเงินรายเดือนจำนวนที่มากพอดู อย่างน้อยก็มากกว่าเงินเดือนของเด็กจบใหม่หลายเท่า
เมื่อคิดถึงตรงนี้มันทำให้ความหิวและความดีใจที่จะได้พบเขาลดลงไปจนเกือบหมด สมิติย้ำเสมอว่าความสัมพันธ์ของเขาและเธอเป็นเรื่องของการแลกเปลี่ยน ตราบใดที่ยังพอใจกับผลประโยชน์หรือสิ่งตอบแทนที่ได้ระหว่างกัน มันก็ยังดำเนินไปได้ต่อไปเรื่อยๆ
เธอเคยถามเขาว่าทำไมถึงให้เงินรายเดือนเธอในจำนวนที่มาก ทั้งที่เขาก็รับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของเธออยู่แล้ว
“เอาไปเถอะพี่อยากให้ วันนี้พี่ยังเอ็นดูเราอยู่ไก่ควรจะกอบโกยจากพี่ให้ได้มากที่สุด เพราะสักวันเรื่องของเราก็ต้องจบลง” สมิติพูดเพราะเขาเดาได้ว่าเด็กสาวแบบกฤติกาหากไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินจำนวนมาก คงไม่ยอมมาอยู่เป็นเด็กเสี่ยให้เขาเลี้ยง
ชายหนุ่มเป็นนักธุรกิจอายุมากกว่าเธอหลายปี ในวันที่พบกันวันแรกจากการแนะนำของเพื่อนเธอที่เป็นเด็กของเพื่อนเขาอีกที วันนั้นกฤติกาอายุ 18 และเพิ่งเข้าเรียนปีหนึ่ง เขาไม่ปฏิเสธว่าเธอมีรูปร่างหน้าตาดีมาก แต่สิ่งที่เขาตัดสินใจรับเลี้ยงเธอจริงจังคือแววตาของเด็กสาวทั้งลังเลและไม่แน่ใจในสิ่งที่เธอกำลังทำนั่นต่างหาก
แต่สมิติก็ไม่ใช่พ่อพระที่จะเสียเงินทิ้งเปล่าๆ แล้วไม่แตะต้องเธอ เขาจะมาค้างกับกฤติกาเฉลี่ยสัปดาห์ละหนึ่งวันโดยที่เขามีเพียงเงื่อนไขเดียวคือเธอห้ามมีคนอื่น ห้ามมีคนรักและเธอต้องเป็นฝ่ายคุมกำเนิด ผ่านมาจากวันนั้นถึงวันนี้สี่ปีเต็ม จากเด็กสาวก้าวมาเป็นหญิงสาวเต็มตัว เธอก็ยังอยู่กับเขาที่คอนโดที่เขาซื้อให้อยู่