คุณหนูขี้โวยวาย
“คุณท่านครับ! คุณหนูไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทที่ห้างของเจ้าสัวครับตอนนี้คนของเรากำลังไปเคลียร์กับคนของเจ้าสัวให้อยู่ครับ” เสียงบอดี้การ์ดหนุ่มมาดเข้มวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาบอกผู้เป็นนายอย่าง ‘จางหมิ่น’ ทำให้เขาถึงกับส่ายหัวให้กับลูกสาวตัวป่วนที่วันๆ ไม่เคยทำงานหนำซ้ำยังก่อเรื่องให้เขาไม่เว้นวันทั้งที่อายุก็จะสามสิบกันอยู่ลนล่อ!
“ไปลากกลับมา แล้วให้ขอโทษเจ้าสัวด้วยถ้าไม่ยอม ให้เจ้าสัวลงโทษหรือทำอะไรก็ทำไป!”จางหมิ่นบอกด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยหน่าย
ใครบอกว่ามีลูกสาวแล้วจะไม่เหนื่อยเพราะลูกสาวจะเรียน ทำงาน อยู่บ้านเป็นแม่ศรีแม่เรือน เขาในฐานะที่มีลูกสาวขอเถียงเพราะลูกเขาแสบเสียยิ่งกว่าผู้ชายซะอีก!
“ครับ”บอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับเพื่อนร่วมงานอีกสองสามคนเพื่อไปยังห้างสรรพสินค้าที่คุณหนูของพวกเขากำลังมีเรื่องอยู่
ห้างสรรพสินค้า…
“นี่ปล่อยฉันได้แล้วนะ!!”คนตัวเล็กตะเบ็งเสียงใส่บอดี้การ์ดมาดเข้มในชุดสูทสองคนที่จับแขนเธอทั้งสองข้างไพร่หลังไว้ และเมื่อเห็นว่าบอดี้การ์ดไม่ปล่อยก็ยิ่งทำให้เธอโมโหเข้าไปใหญ่
“คุณมาทำให้ห้างของเจ้าสัวเสียหายคุณต้องรับผิดชอบนะครับ”
“รับผิดชอบอะไร ยัยป้านั่นมันเป็นคนมาหาเรื่องฉันก่อนไม่เชื่อนายก็ไปเปิดกล้องวงจรดูสิ!”
“แต่ของที่มันเสียหายทั้งหมดนั้นเป็นฝีมือของคุณข้าวนะครับ”
“ไม่รู้ล่ะยังไงฉันก็ไม่รับผิดชอบเพราะฉันไม่ผิด!!”หญิงสาวยังคงถกเถียงกับบอดี้การ์ดมาดเข้มอย่างไม่สนใจสายตาของคนในห้างที่ตอนนี้กำลังหันมามุงให้ความสนใจเธออยู่
“คุณหนูครับ คุณท่านให้ผมมาบอกว่าให้คุณหนูขอโทษเจ้าสัวและรับผิดชอบทุกอย่างที่เกิดขึ้นด้วยตัวเองครับ”ฉางอันบอดี้การ์ดหนุ่มที่รับหน้าเป็นคนดูแลหญิงสาวตัวเล็กเอ่ยขึ้นอย่างไม่ตรงคำสั่งของจางหมิ่นเล็กน้อยเพราะเขาต้องการให้คุณหนูของเขารู้จักผิดถูกเนื่องจากจางหมิ่นต้องการให้เขาเป็นคนคอยดัดนิสัยของคุณหนูของบ้าน
“ไม่! ข้าวไม่ขอโทษ! พี่ไม่รู้หรอกว่ายัยป้าคนนั้นมันเข้ามาตบข้าวก่อนแถมยังหาเรื่องหาว่าไปมองหน้ามันอีก!!”เธอเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ มีที่ไหนเป็นคนโดนหาเรื่องแต่กลับต้องไปขอโทษคนที่ทำ คนอย่างเธอไม่มีวันทำแบบนั้นแน่นอน!
“ไม่ทราบว่าเจ้าสัวอยู่ไหน!?”ฉางอันไม่สนใจคุณหนูของเขาที่ตอนนี้ยังถูกบอดี้การ์ดมาดเข้มจับแขนไว้อยู่เพียงแต่ถามหาถึงเจ้าของห้างสุดหรูอย่าง ‘เลสเตอร์’ผู้ชายที่ทุกคนต่างก็รู้จักเขาในนามเจ้าสัวเลสเตอร์
“เจ้าสัวออกไปดูงาน อ้อ..นั่นมาพอดีเลยครับ” ทุกคนจึงหันไปโค้งคำนับให้กับเจ้าสัวที่กำลังเดินเข้ามาหยุดที่พวกเขามีเพียงข้าวทิพย์ที่ยังคงยืนจ้องเขาอย่างกับว่าต้องมนต์สะกด
ใบหน้าคมเข้มรับด้วยจมูกโด่งเป็นสัน ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวที่ต้องการตะปบเหยื่อเสียก็ไม่ปาน บวกกับชุดสูทสีดำเข้มที่เขาสวมใส่นั้นทำให้เขาดูน่ากลัวเพราะใบหน้าตอนนี้ของเย็นชา ดุดันน่ากลัว ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มมีเพียงใบหน้านิ่งไร้อารมณ์เป็นที่สุด!
“มีอะไรกัน”น้ำเสียงเย็นชาของเลสเตอร์เอ่ยขึ้นทำให้ข้าวทิพย์หลุดออกจากภวังค์และหันไปค้อนใส่ฉางอันที่กำลังจะอ้าปากพูดแต่ก็ต้องหุบไปเมื่อเห็นสายตาดุๆ ของคนตัวเล็ก
“คุณข้าวเธอมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันครับและเธอก็ทำข้าวของภายในห้างเสียหายไปมากจนเจ้าของร้านเดือดร้อนครับ”ถึงฉางอันจะไม่พูดแต่คนของเลสเตอร์ก็ต้องรายงานนายเขาอยู่ดี ทำให้คนตัวเล็กกับหน้าสลดลงเมื่อเห็นสายตาที่ดูน่ากลัวของเขาหันมาจ้องมองเธอ
“ใครๆ ก็บอกว่าเป็นความผิดฉัน แต่ไม่มีใครโทษยัยป้านั่นสักคน!” ข้าวทิพย์ว่าพลางกอดอกเชิดหน้าใส่บุคคลตรงหน้า เมื่อแขนสองข้างถูกปล่อยให้เป็นอิสระ
“ปล่อยไป ก็แค่คนไร้มารยาท”ควับ! ประโยคของเลสเตอร์ทำเอาร่างบางถึงกับหันมาจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง ถ้าไม่ติดว่าหล่อนะเธอล่ะอยากจะถอดรองเท้าฟาดปากหมาๆ นั่นซะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย! คนไร้มารยาท เหอะ! แคร์ที่ไหน!
“อย่าคิดว่าเป็นเจ้าสัวแล้วจะทำอะไรก็ได้นะ คำพูดของคุณมันก็ไม่มีมารยาทเหมือนกันนั่นแหละ”ข้าวทิพย์เถียงกลับอย่างไม่เกรงกลัวจนฉางอันต้องเข้ามาดึงแขนเธอให้ออกจากตรงนั้น
“คุณหนูควรขอโทษเจ้าสัวนะครับ!”ยิ่งประโยคของฉางอันนั้นยิ่งทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดเข้าไปใหญ่เหมือนกลับว่าไม่มีใครเข้าข้างเธอเลยสักคน
“ไม่! ข้าวบอกแล้วไงว่าข้าวไม่ขอโทษเพราะข้าวไม่ได้ผิด!”
“ถ้างั้นคุณหนูคงต้องเตรียมตัวแต่งงานแล้วล่ะครับ!”
“นี่พี่ขู่ข้าวเหรอ?”