บทนำ 🔞
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว..
มีหญิงสาวที่ชื่อว่า “เบลล์” เธอเป็นผู้หญิงที่จิตใจดี และมีรูปร่างหน้าตาที่แสนงดงาม เธอได้เสียสละแทนพ่อแท้ๆ เพื่อยอมให้เจ้าชายอสูรเอาตัวไปขังไว้ในปราสาท เธอต้องมาใช้ชีวิตอยู่กับเจ้าชายที่มีหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว
จนสุดท้าย.. เธอก็ได้หลงรักเขา..
นั่นมันก็แค่นิทานที่ตอนเด็กๆจันทร์เจ้าเคยชอบมาก เธอไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งชีวิตของเธอจะกลายเป็นแบบนั้น..
แต่กลายเป็นเวอร์ชันที่โหดร้ายเสียเหลือเกิน..
เพราะเบลล์ในเวอร์ชันนี้เธอทั้งถูกทำร้ายจิตใจสารพัด ต้องมาอาศัยอยู่ภายใต้การปกครองของเขา และคอยปรนนิบัติรับใช้เรื่องบนเตียง ให้กับผู้ชายที่มีสิทธิ์ในชีวิตของเธอกับพ่อนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป..
ยุคพยัคฆ์เถื่อน ปี พ.ศ. 2617
เป็นยุคที่มีการเข่นฆ่ากันเป็นเรื่องปกติ มีค่ายนักฆ่าเปิดให้ใช้บริการภายในประเทศหลายแห่ง แต่ในบางพื้นที่ก็ยังไม่ได้เปิดใจรับเรื่องนี้เท่าไหร่นัก หลายคนจึงเปิดกิจการอื่นเพื่อบังหน้า แต่เบื้องหลัง.. พวกเขาเป็นถึงเจ้าของค่ายนักฆ่า หรืออาจจะทำผิดกฎหมายมากมาย เรื่องนี้ก็ไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้
และไม่มีกฎหมายใดคุ้มครองเหยื่อที่ถูกทำร้าย เพราะตำรวจเกินครึ่งรับเงินจากผู้มีอำนาจกันจนเป็นเรื่องปกติ..
The Valencia Bangkok
(เพนท์เฮ้าส์ของอองลี)
“นี่คือห้องนอนของเธอ ฉันให้ป้าแม่บ้านหุ่นยนต์มาทำความสะอาดให้แล้ว ถ้าขาดเหลืออะไรก็หาเอาเอง อย่าเรียกใช้ใครถ้าไม่จำเป็น เพราะเธอไม่ได้มาอยู่ที่นี่ในฐานะคุณหนู หรือว่าแขกที่ฉันต้องคอยเอาอกเอาใจ”
“อ..เอ่อ.. คุณอองลีคะ..”
“……”
ทว่าเสียงเรียกอันแผ่วเบาของหญิงสาว มันกลับทำให้ชายร่างสูงโปร่งที่กำลังจะเดินออกไปชะงัก ใบหน้าหล่อคมเลื่อนสายตาเย็นชามองมาทางเธอ
ผู้หญิงที่อยู่ในชุดลำลองสุภาพ กางเกงยีนขายาวทรงผู้ชาย เสื้อยืดโอเวอร์ไซซ์ และผมสีน้ำตาลอ่อนอันยาวสลวย สีหน้าของเธอดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เพราะเธอทั้งหวาดกลัวและก็เจ็บปวดที่ได้มองหน้าเขา..
“ตอนกลางวันฉันต้องออกไปทำงานที่หอสมุดนะคะ พอดีว่างานประจำของฉันอยู่ที่นั่น ถ้าถึงตอนสองทุ่มแล้วฉันจะรีบกลับมาดูแลบาร์ของคุณให้ค่ะ”
“……”
“ม..มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“หึ..”
เจ้าของรอยยิ้มร้ายแน่นิ่งไปเพียงชั่วครู่กับคำถามนั้น เขาเบ้ปากเล็กๆก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาสาวร่างอึ๋มที่ยืนอยู่ เธอกับเขาอายุห่างกันประมาณเก้าปีได้
“ไม่ต้องขยันหาเงินมาชดใช้ในสิ่งที่พ่อเธอทำลงไปหรอกจันทร์เจ้า เพราะสิ่งที่ฉันต้องการจากเธอไม่ใช่เศษเงินพวกนั้น เธอก็น่าจะรู้ดีไม่ใช่เหรอ หืม?”
สิ้นประโยคนั้นเองก็ทำให้ดวงตากลมเบิกโพลง จันทร์เจ้าเผลอกัดริมฝีปากด้วยความกังวล ก่อนเธอจะก้าวขาถอยหนีจากผู้ชายที่เธอต้องยอมเขาในทุกอย่าง
สิ่งที่พ่อของเธอทำลงไปมันเลวร้ายสำหรับเขามาก..
อองลีต้องสูญเสียน้องชายที่ตัวเองรัก
ส่วนเธอก็ต้องคอยดูแลพ่อที่สมองกระทบกระเทือน
และก็ต้องย้ายเข้ามาอยู่ในเพนท์เฮ้าส์ของเขา
จนกว่า.. เขาจะได้พบกับผู้หญิงที่เขารัก
ระหว่างนี้เธอก็ต้องรับใช้เรื่อง ‘เซ็กซ์’ ให้กับเขาไม่ขาด
เพื่อตอบแทนเรื่องที่เขาให้ความช่วยเหลือค่ารักษาอาการป่วยของพ่อเธอ และไม่ตัดสินใจส่งพ่อเธอเข้าคุกไปชดใช้กรรมในสิ่งที่ก่อเอาไว้
“ฉ..ฉันเข้าใจค่ะคุณอองลี..”
แต่จันทร์เจ้าเชื่อคำพูดของพ่อเธอมาโดยตลอด เพราะพ่อเธอปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนทำ เขาร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร แววตาคู่นั้นทำให้จันทร์เจ้ารับรู้ได้ดี เรื่องนี้มันต้องมีเงื่อนงำซ่อนอยู่แน่..
“งั้นก็ถอดเสื้อผ้าออกสิ”
“อะ อึ่ก..”
“ไม่กล้าเหรอ? หรือว่าเธอยังซิงอยู่?”
อองลีเลิกคิ้วขึ้นเพื่อรอฟังคำตอบจากเธอ สีหน้าของเขาดูไม่ได้แสดงความหื่นกามออกมาสักนิด มันเหมือนกับว่าเขากำลังโกรธเคืองเธออยู่เต็มอก
“ฉัน.. ฉันไม่เคยแก้ผ้าให้ใครดูนอกจากแฟนค่ะ อีกอย่างฉันก็ไม่ได้ซิงด้วย เอ่อ ฉันอายุยี่สิบหกแล้วนะคะ”
“สมัยนี้ผู้หญิงอายุสามสิบยังซิงอยู่เลย”
“แต่ฉัน..”
“มันก็แน่อยู่หรอก หึ.. เธอสวยซะขนาดนี้”
เขาขบกรามแน่นอย่างอดกลั้นอารมณ์เอาไว้ มือข้างหนึ่งเลื่อนเข้ามาสัมผัสลงบนต้นแขนเรียวที่สั่นเทา
ใบหน้าที่เคยซีดเซียวของจันทร์เจ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน จู่ๆเธอก็รู้สึกเขินกับคำชมของเขา แม้ตอนนี้เธอจะหวาดกลัวผู้ชายตรงหน้ามากก็ตาม
แต่.. ยิ่งมองเห็นใกล้ๆเขาก็ยิ่งหล่อมาก..
แถมเขายังเป็นถึงเจ้าของค่ายนักฆ่าชื่อดังอีกต่างหาก..
พึ่บ!!!
“อ..อ๊ะะ!! คะ คุณอองลี!!!”
ทันใดนั้นเองมือหนาที่เคยอยู่นิ่งก็เอื้อมมาคว้าเอวบางเข้าไปใกล้ เขาแนบร่างกายเข้ามาสัมผัสกับเธออย่างรวดเร็ว จนใบหน้าหล่อคมอยู่ติดกับเธอเพียงแค่นิดเดียว
“ทำให้ฉันอารมณ์ดีหน่อยสิ เร็วเข้า..”
พูดจบคนเจ้าเล่ห์ก็คลี่ยิ้มตรงมุมปาก เขาจัดการปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำด้วยมือเดียว ในขณะที่แววตาคมยังคงจ้องมองเธอไม่ละสายตา
จันทร์เจ้ารู้ดีว่าตอนนี้เขาต้องการอะไร..
“อ..อ๊าาาา คะ คุณอองลี..”
เธอร้องท้วงขึ้นมาทันทีที่ปลายจมูกโด่งฝังลงมาข้างซอกคอขาว ร่างอ้อนแอ้นสะดุ้งตอบเป็นระยะ เมื่อเขาใช้ปลายลิ้นโลมเลียมันไปด้วย มืออีกข้างก็เลิกเสื้อยืดตัวใหญ่ขึ้นมายังด้านบน
นี่ขนาดเธอใส่ชุดที่มันไม่ได้ยั่วยวน แต่เขาก็ยังมีอารมณ์มากถึงขนาดนี้ และนี่ก็แค่วันแรกที่เธอเข้ามาเหยียบเพนท์เฮ้าส์ของเขาเอง..
“เสียงอ้อนเอาจังเลยนะ หึ.. แบบนี้สิ ถึงจะน่ากระแทกหน่อย ฮื้มมม..”
“อะอ๊าาาา!! แฮ่กๆๆ ต..แต่ฉันยังไม่ได้เตรียมตัว!”
จันทร์เจ้ารีบปฏิเสธเสียงสั่น เธอใช้สองมือดันแผงอกแกร่งให้ออกห่าง เรี่ยวแรงที่เคยมีขาดสะบั้นตั้งแต่ตอนที่ได้กลิ่นกายอันหอมหวนของเขา
สีหน้าของคุณอองลีเซ็กซี่มากจริงๆ เธอเองก็แทบควบคุมความรู้สึกหวั่นไหวไม่อยู่..
“หมายความว่ายังไงที่ไม่ได้เตรียมตัว?” คนที่เริ่มหงุดหงิดหรี่ตาจ้องมองเธอ
“เอ่อ.. ฉ..ฉันยังไม่ได้อาบน้ำเลยค่ะ ยังไม่ได้อาบตั้งแต่เช้าแล้ว ก็คุณให้ฉันขนของมาถึงที่นี่ก่อนบ่ายสองนี่คะ ฉันก็เลยรีบเก็บของอยู่ที่บ้าน”
“ว่าไงนะ?”
ดูเหมือนว่าอองลีจะเริ่มหงุดหงิดเข้าไปใหญ่เมื่อได้ยินคำอธิบายนั้น เขาไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจเธอ แต่โมโหเล็กน้อยที่ถูกขัดอารมณ์มากกว่า
“งั้นให้ฉันเข้าไปอาบน้ำแป๊บนึงได้ไหมคะ เสร็จแล้วฉันจะออกมาทำหน้าที่ของตัวเอง ฉ..ฉันสัญญาเลยว่า..”
“แต่อีกครึ่งชั่วโมงฉันนัดลูกน้องในค่ายประชุม”
“คะ!?”
เขาหมายถึงค่ายนักฆ่าหรือเปล่านะ..
“งั้นก็เข้าไปทำกันในห้องน้ำเลยสิ จะได้ไม่เสียเวลา ดีไหม? เธอก็อาบน้ำของเธอไป.. ไม่ต้องสนใจว่าฉันจะทำอะไร หึ..”
ข้อเสนอที่ถูกหยิบยื่นมามัดตัวเธอเอาไว้จนอยู่หมัด หลังจากสิ้นประโยคหื่นกามนั้นจันทร์เจ้ากลับยืนตัวแข็งทื่อ เพราะเธอเองก็เผลอใจมีอารมณ์ร่วมไปตั้งแต่เมื่อกี๊
รสสัมผัสจากริมฝีปากอุ่นๆของเขายังทำให้เธอรู้สึกเสียวซ่านอยู่เลย บริเวณช่วงซอกคอก็ยังร้อนผ่าวในทุกวินาที..
“ได้ค่ะคุณอองลี แต่.. ฉันขออะไรคุณหน่อยได้ไหมคะ เกี่ยวกับ เอ่อ..”
“เรื่องของพ่อเธองั้นสิ?”
อองลีขบกรามตัวเองแน่นเมื่อนึกถึงผู้ชายคนนั้น เขายังจำภาพหลักฐานทุกอย่างได้ดี พ่อของจันทร์เจ้ายืนอยู่ในสถานที่เกิดเหตุกับเทาเทา น้องชายคนเล็กที่ได้ตายไปจากอุบัติเหตุรถยนต์เมื่อหลายเดือนก่อน
“ค่ะ ฉ..ฉันอยากขอร้องคุณ..”
“……”
“ต่อไปนี้คุณอย่าทำร้ายพ่อของฉันเลยนะคะ คุณอองลี ถ้าคุณโกรธแค้นอะไรกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ฮึก.. ให้คุณมาลงที่ฉันแทน เพราะฉันจะยอมคุณทุกอย่างเลยค่ะ..”