G Modelling
นางสาวชาลินี พิมพ์ผกามาศ ลายมือชื่อตัวบรรจงถูกเซ็นลงบนกระดาษมันคือสัญญาสำหรับการเป็นนักแสดงในสังกัด G modeling ครั้งนี้เป็นสัญญาครั้งที่ 2 เธอเพิ่งจะหมดสัญญาไป โดย 1 ครั้งจะอยู่ได้ถึง 3 ปี ชาเป็นนักแสดงในสังกัดนี้ตั้งแต่อายุ 21 จนตอนนี้เธอได้อายุ 25 ปี
G modeling คือสังกัดนักแสดงของมาดามจี เธอตั้งตนเป็นผู้จัดการและเป็นผู้บริหารของโมเดลลิ่งนี้ จีเซล เป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ เธอเป็นนักแสดงและนางแบบชื่อดังทำงานในวงการมาตั้งแต่อายุเพียง 14 ปี ตอนนี้เธอมีอายุ 42 ปี พูดได้ว่าเกือบ 30 ปีที่เธออยู่ในวงการบันเทิง 5 ปีหลังมาดามจีผันตัวเองมาเป็นทำหน้าที่ตรงนี้เพราะอยากปั้นนักแสดงรุ่นเด็กให้ดังเหมือนเธอในยุคก่อน
จีเซล หรือมาดามจี เป็นคนที่มีชื่อเสียงอย่างมากในแวดวงงานแสดงไม่ว่าจะเป็นงานละคร ถ่ายแบบ พรีเซ็นเตอร์ เธอมักจะเป็นอันดับต้น ๆ ที่ทุกคนนึกถึงและอยากได้เธอมาร่วมงาน ด้วยความที่เธอนั้นมากประสบการณ์เลยอยากจะถ่ายทอดวิชานี้ให้กับนักแสดงรุ่นหลัง
เด็กในสังกัดจีโมเดลลิ่งมีมากกว่า 10 คนส่วนใหญ่มักเป็นผู้หญิงทุกคนต่างรู้ดีว่า มาดาม เธอค่อนข้างละเอียดและจริงจังกับการทำงาน เด็กทุกคนจะกลัวและเชื่อฟังเธออยู่เสมอ
“เซ็นเอกสารเสร็จแล้วก็กลับไปนอนพรุ่งนี้เช้าเธอมีงาน” มาดามเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ค่ะ” ชาลินีไม่ได้มีท่าทีไม่พอใจ วันนี้เธอเพิ่งถ่ายสินค้าเสร็จกลับมาก็มาเซ็นเอกสารโดยทันที
“บอกเกลให้มาหาฉันด้วย”
“ค่ะ มาดาม” ชาลินีเดินออกจากห้องเธอปิดประตูแล้วเดินไปที่ห้องโถ่ง เป็นห้องสำหรับรวมชุมนุมหรือพักผ่อนของนักแสดงในสังกัดนี้
“พี่เกลคะ มาดามเรียกพบค่ะ”
“อ่า แล้วเรียบร้อยดีใช่ไหมชา”
“ค่ะ” ชาลินีพยักหน้าแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องนอน
บ้านหลังนี้รวบรวมนักแสดงของมาดามจีทุกคน มีมูลค่ามากกว่า 40 ล้าน ห้องนอนของนักแสดงทุกคนจะเป็นส่วนตัวและไม่นอนรวมกัน ทำไมน่ะเหรอ…ถ้าเป็นโมสังกัดอื่นก็คงจะให้นักแสดงนอนที่บ้านตัวเองใช่ไหม แต่สำหรับที่นี่ทำไม่ได้
มาดามเป็นคนเนียบเจ้าระเบียบ ทุกอย่างต้องอยู่ในกฏเกณฑ์และข้อบังคับก็ว่าได้ แม้ว่ากฏจะมีไม่ถึง 10 ข้อแต่ละข้อนั้นก็ยากที่จะทำให้ได้ แต่ถึงแม้จะยากนักแสดงหลายคนต่างก็อดทนเพื่อแลกกับการมีชื่อเสียง หลาย ๆ คนอยากเข้ามาเป็นนักแสดงสังกัด จีโมเดลลิ่ง เพราะมาดามปั้นใครก็ดังเปรี้ยงปร้างกันทุกคน
“พี่จีเรียกเกลมีอะไรคะ”
“พรุ่งนี้เกลไปกับแคทเดี๋ยวพี่จะไปกับชาเอง”
“ค่ะ” เกลเธอไม่อาจจะปฏิเสธความต้องการของมาดามได้ เพราะอีกสิ่งที่จีเซลไม่ชอบคือขัดคำสั่ง
“พรุ่งนี้แคทมีฟิตติ้งละคร เดี๋ยวพี่ส่งโลเคชั่นไปให้”
“ได้ค่ะพี่จี” เกวลินออกจากห้องทำงานของมาดามแล้วกลับไปที่ห้องของนักแสดงสาวดาวรุ่งอีกหนึ่งคนของสังกัดนั่นก็คือแคท
เกลและแคทต้องแอบคบหากันเพราะกฎที่มาดามตั้งไว้ คือห้ามคนในโมเดลลิ่งรักกันทั้งสองมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งเข้าปีที่ 2 แล้วถึงแม้จะอึดอัดกับสิ่งที่ทำอยู่เพราะเปิดเผยไม่ได้แต่ทั้งคู่ก็ต้องอยู่ในกฎเกณฑ์ของโมเดลลิ่ง
“พรุ่งนี้เกลไปกับแคท”
“จริงเหรอ แบบนี้ก็ดีสิคะเราจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน”
“มันคงจะดีถ้าพี่จีไม่ตั้งกฎนี้ขึ้นมา”
“ไม่เป็นไรค่ะ มาดามคงจับไม่ได้”
“พี่ก็หวังว่ามันจะเป็นแบบนั้น” เกวลินกอดผู้หญิงคนที่เธอรักแม้ว่าเธอทั้งสองจะอยากจับมือกันมากแค่ไหนแต่เธอก็ไม่สามารถทำได้จะทำได้เพียงลับตาคนเท่านั้น
“พี่เกลกลับไปได้แล้วค่ะ ฝันดีนะคะ”
“ค่ะ ฝันดีค่ะแคท”
หลังจากที่เกวลินเดินออกไปเธอได้แต่ถอนหายใจ กลัวว่าวันนึงความลับจะถูกเปิดเผยเด็กในสังกัดนี้มี 10 กว่าคนใช่ว่าทุกคนจะดีกับเธอ
เวลาเกือบจะตีหนึ่งไฟในห้องของชาลินียังไม่ปิด มาดามที่ลุกขึ้นมาดื่มน้ำก็ต้องสงสัยเพราะเวลานี้ทุกคนควรจะเข้านอนเพราะมันคือกฏของที่นี่ ทุกคนต้องนอน 5 ทุ่ม
จีเซลเคาะประตูห้องของชาลินีแต่ไร้การตอบรับ เธอทำอยู่อย่างนั้นร่วมนาที เป็นอะไรทำไมชาไม่เปิดประตู
“ชา เปิดประตูให้ฉัน…ชา”
“คะ ค่ะมาดาม” ชาลีนีพ่นลมหายใจออกมา เธอลืมดูนาฬิกาเวลานี้ใกล้จะตีหนึ่ง ฉันยังไม่รู้ว่าถ้าเปิดประตูออกไปแล้วมาดามจะดุเธอว่าอย่างไร แต่ตอนนี้ฉันควรปิดทีวีก่อนเพราะฉันเพลิดเพลินกับการดูซีรีย์เกาหลีจนลืมเข้านอน
“ทำอะไร ทำไมถึงไม่นอน” สายตาของมาดามมองเธอจนดูน่ากลัว
“พอดีชาท้องเสียค่ะ” ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องโกหกแต่ชาต้องปกป้องตัวเอง ชาลินีพูดเสร็จก็กุมท้องของตัวเองเพื่อให้อีกคนเชื่อในคำพูด
แต่คนอย่างจีเซลจะเชื่อคนง่ายงั้นเหรอ? เจ้าของโมเดลลิ่งหันไปเห็นกระป๋องน้ำอัดลมที่ตั้งอยู่บนโต๊ะพร้อมกับซองขนมอีกสองถุง ให้ตายสิ…โกหกไม่เนียนอีกแล้วนะชา
“เธอโกหกฉันอีกแล้วนะชา” มาดามพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเธอแทรกตัวเข้าไปในห้องพร้อมกับหยิบกระป๋องน้ำอัดลมซึ่งเวลานี้มันยังเย็นอยู่และก็เดาได้ว่าชาลินีนั้นโกหกเธอ
“มาดาม” นักแสดงสาวพูดเสียงแผ่ว เธอกลัวที่มาดามจะโกรธเพราะถ้าอีกคนไม่พอใจเมื่อไหร่แค่สายตาก็ดูน่ากลัว มาดามถึงจะเป็นคนดุแต่เธอไม่เคยด่าแค่คำพูดนิ่งกับสายตาเฉี่ยวคมทำให้ใครต่อหลายคนกลัวจนหัวหดก็ว่าได้
“ฉันควรลงโทษเธอยังไงดี” จีเซลนำกระป๋องน้ำอัดลมและซองขนมที่ยังกินไม่หมดทิ้งลงในถังขยะใบเล็กที่ตั้งอยู่ริมห้อง
นั่นคือกฏอีกข้อเหมือนกันห้ามนักแสดงทุกคนกินของที่ไม่มีประโยชน์แต่ของเหล่านั้นกลับมีเต็มบ้านของจีเซลเพราะเธอจะให้ดื่มได้เฉพาะเวลาตอนเย็นเท่านั้น
“แล้วแต่มาดามค่ะ”
“พรุ่งนี้เธอมีถ่ายแบบงั้นฉันจะไปกับเธอ”
“มาดาม” ชาลินีพูดเสียงสูงนั่นคือสิ่งที่เธอกลัวที่สุด ไม่ใช่แค่เธอนักแสดงคนอื่นก็เช่นกันทุกคนไม่อยากให้มาดามไปด้วยเพราะอีกคนนั้นเรื่องมาก จุกจิกไปทุกอย่าง
“ไม่มีอะไรแล้วก็ปิดไฟนอน”
“แต่…”
“ฉันบอกให้ไปนอน”
“ค่ะ”
หลังจากที่มาดามเดินออกไปเธอก็ปิดไฟแล้วทิ้งตัวลงบนเตียง แค่นึกว่าพรุ่งนี้มาดามไปกับเธอด้วยขนก็แทบลุก เฮ้อ…แค่นอนดึกแค่นี้ลงโทษกันหนักเลยนะคะมาดาม ชาลินีไม่อยากจะให้ถึงพรุ่งนี้มันคงเป็นวันที่แสนจะทรมานน่าดู
จีเซลรอไฟให้ห้องของนักแสดงสาวดับลงเธอจึงเดินไปห้องครัวเพื่อดื่มน้ำแล้วกลับไปที่ห้องนอนส่วนตัวของตนเอง ไม่ใช่ว่าสิ่งที่ฉันทำมันจะดูเรื่องมากหรอกนะ แต่ที่ฉันทำก็เพื่อทุกคนถึงมันจะดูเยอะไปก็เถอะ แต่ในเมื่อเข้ามาเป็นเด็กในสังกัดของฉันแล้วก็ต้องยอมทำตามข้อกำหนดที่ทุกคนได้เซ็นมันเรียบร้อย
05.00 น
หลายคนตื่นมาออกกำลังกายที่ห้องฟิตเนส บางคนลุกมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อที่จะออกไปทำงาน ในโมเดลลิ่งแห่งนี้มีพี่เลี้ยงอยู่หลายคนก็จะสลับสับเปลี่ยนกันไปดูแลนักแสดงแต่ละคน แต่คนที่มีอำนาจที่สุดคือมาดามจีรองลงมาก็คือพี่เกล น้องสาวของจีเซล
“ชาไปไหน ทำไมยังไม่ลงมา” มาดามหันไปถามเกวลิน
“น่าจะยังไม่ตื่นค่ะพี่จี”
“อืม เดี๋ยวพี่ไปตามเอง” ว่าแล้วเธอก็เดินไปที่ห้องของชาลินี นักแสดงสาวที่เมื่อคืนนอนดึกเป็นเหตุให้เช้าวันนี้เธอต้องตื่นสาย
เสียงเคาะประตูดังขึ้นแต่ดีหน่อยที่เธอนั้นตื่นแล้วเพียงแต่ว่าอยู่ในห้องน้ำ ชาลินีขานรับคนข้างนอก
“ค่ะ ชาอาบน้ำอยู่”
ไม่มีเสียงตอบกลับใด ๆ ชาเลยคิดว่ามาดามคงเดินออกไปแล้วแต่เปล่าเธอนั่งอยู่ในห้องชาลินี สายตามองไปเห็นกองผ้าห่มที่ยังไม่ได้พับให้เป็นระเบียบ
จีเซลส่ายหน้าเล็กน้อย ฉันเหนื่อยกับเด็กคนนี้จริง ๆ เธอมันดื้อไม่เลิกเลยนะชา ถึงปากจะบ่นแต่สองมือเธอก็พับผ้าห่มให้นักแสดงสาว เป็นถึงนางเอกดาวรุ่งแต่ทำตัวเหมือนเด็กไม่มีความเรียบร้อยเอาเสียเลยมีดีแค่หน้าสวยสินะ
ร่างสวยนั่งรอนักแสดงสาวที่ปลายเตียงประมาณครึ่งชั่วโมงคนในห้องน้ำเดินออกมาด้วยชุดคลุมสีขาว
“มาดามเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”
“สักพักแล้ว รีบแต่งตัวแล้วลงไปทานข้าว”
“ค่ะ” ชาลินีรีบเป่าผมตนเองให้แห้ง เธอรู้ดีว่ามาดามของเธอนั้นไม่ชอบรออะไรนาน ๆ ไม่อย่างนั้นคงจะเจอสายตาพิฆาตเหมือนเมื่อคืน
นักแสดงสาวใส่เสื้อธรรมดาไม่ได้หวือหวาอะไรมากมาย วันนี้เธอมีถ่ายแบบเรื่องเสื้อผ้า หน้าผม เป็นหน้าที่ของเจ้าของแบรนด์สินค้าอยู่แล้วว่าอยากให้ออกมาในรูปแบบไหน
ชาลินีสูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอดอีกครั้ง เธอรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเพราะเธอทำให้มาดามไม่พอใจตั้งแต่เมื่อคืนไม่รู้ว่าวันนี้มาดามไปคุมจะเจอศึกหนักอะไรหรือเปล่า
“มาแล้วเหรอ ทานข้าวเช้าจะได้รีบไปทำงานคนอื่นเขาไปกันหมดแล้วเหลือเธอคนเดียว”
“ค่ะมาดาม” แปลกมากดามไม่ได้ดุหรือว่าอะไรที่เธอมาช้า แต่ความรู้สึกเธอตอนนี้คือเกร็งและอึดอัด รู้อย่างนี้ฉันน่าจะตื่นให้เร็วจะได้ไม่ต้องทานข้าวกับมาดามสองคน
อาหารเช้าของ G modeling ส่วนใหญ่เป็นอาหารย่อยง่ายและมีประโยชน์ แต่ทุกอย่างของที่นี่คือต้องเป๊ะรวมไปถึงแคลอรี่อาหารแต่ละมื้อ
“ทำไม่ไม่ทานล่ะ สายแล้ว” จีเซลก้มมองดูนาฬิกาที่ข้อมือของตนเองแล้วหันไปมองนักแสดงสาว
“สลัดผักกับขนมปังอีกแล้วเหรอคะ”
“หรือเธอจะมีปัญหา”
“ไม่ค่ะชาแค่รู้สึกเบื่อค่ะ คนอื่นก็คงเบื่อแต่ไม่กล้าพูด ชาคิดว่าอาหารเช้าเป็นข้าวต้มกุ้งบ้างก็น่าจะดีนะคะ เพราะส่วนใหญ่เป็นคนไทยไม่ใช่ลูกครึ่งเหมือนมาดามคงไม่อิน Breakfast สักเท่าไร” พูดจบฉันก็ได้แต่นั่งเงียบ ไม่รู้ว่าสิ่งที่พูดออกไปเมื่อครู่นี้กล้าพูดกับมาดามได้อย่างไร หัวขาดอีกแล้วยัยชาเอ้ย
“ถ้าทำไม่ได้ก็ฉีกสัญญาไป” แม้คำตอบจะไม่ได้ขึ้นเสียงก็ตามแต่ทำให้คนฟังนั้นรู้สึกกลัวได้ขึ้นมาทันที
“เฮ้อ…ค่ะ” ฉันไม่พูดอะไรต่อ ได้แต่นั่งทานอาหารเช้าด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย ทำอะไรได้บ้างล่ะ ต้องเข้าใจมาดามด้วยว่าเขาคือคนที่เป๊ะทุกระเบียบนิ้ว แต่เป๊ะเกินก็ไม่ไหวนะ
กว่าจะทานอาหารเช้าหมดก็ร่วมหลายนาที ใครบ้างจะไม่เบื่ออหารที่จำเจตื่นขึ้นมาก็รู้ได้เลยว่าต้องเจอกับเมนูอะไร ที่นี่มันโมเดลลิ่งหรือคุกขังหมากันแน่นะ ฉันได้แต่คิดในใจ
รถสีดำคันหรูถูกขับเคลื่อนไปตามสถานที่ที่นัดไว้ บรรยากาศในรถเงียบสงัดได้ยินแค่เสียงของแอร์เบา ๆ รถก็ไม่ได้แคปแต่ทำไมชาลินีถึงรู้สึกอึดอัดเหมือนหายใจไม่ค่อยออก ทำไมน่ะเหรอ ก็เธอกลัวมาดามจียังไงล่ะ
“ชาเป็นอะไรหรือเปล่า”
“อ่อ…ปะ เปล่าค่ะ” แค่จะตอบเธอก็รู้สึกประหม่า คำถามที่เอ่ยขึ้นเหมือนจะไม่มีอะไรแต่ทำไมฉันต้องสะดุ้งด้วยนะ
“ไหวเปล่า มันน่าจะมาจากที่เธอนอนดึกเมื่อคืน”
“คะ ค่ะ” ชาลินีไม่ได้เถียงกลับแต่อย่างใด ความจริงแล้วที่เธอนิ่งเงียบเหม่อลอยไม่ได้มาจากที่เธอนอนน้อย นักแสดงสาวแค่ทำตัวไม่ถูกเวลาอยู่กับมาดามสองต่อสอง
จีเซลชะลอรถแล้วชิดริมทางด้านซ้ายมือเรียวบางอังหน้าผากของคนข้าง ๆ ก็ชาลินีดูแปลกไปเหมือนคนสติไม่ครบองค์ประกอบ
“มา…มาดาม” ชาลินีตอบตะกุกตะกัก อยู่ดี ๆ มาดามก็มาแตะหน้าผากใครบ้างจะไม่ตกใจ ปกติก็กลัวมาดามเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว เห้อ! แค่ช่วงเวลาในการนั่งรถเหมือนจะยาวนานเหลือเกิน
“ชาโอเคไหม”
“โอเคค่ะ มาดามขับรถต่อเถอะเดี๋ยวจะสาย”
“อืม” จีเซลขับรถไปตามเส้นทางไม่นานก็ถึงสถานที่ดังกล่าว
ทั้งสองเดินไปชั้น 4 ของตึกการทำงานวันนี้ของนักแสดงสาวอย่างชาลินีคือถ่ายแบบเสื้อผ้าเป็นแบรนด์ที่กำลังฮอตอยู่ในเวลานี้
มาถึงสถานที่ทั้งสองก็เจอผู้คนมากมายไม่ว่าจะเป็นเจ้าของแบรนด์ ช่างภาพ ช่างแต่งหน้า คอสตูม หรือคนที่อยู่เบื้องหลังต่าง ๆ สิ่งแรกที่นักแสดงสาวต้องทำคือไปแต่งหน้าแล้วเปลี่ยนชุด วันนี้มีถ่ายแค่ 3 ชุดดูเหมือนจะได้กลับบ้านเร็วกว่าทุกวัน
เซ็ตแรกของเสื้อผ้าจะเป็นเสื้อออกแนวน่ารักวัยรุ่นเหมาะสำหรับชาลินีที่เพิ่งจะอายุเพียง 25 ปี จีเซลมองดูนักแสดงสาวผ่านหน้าจอมิเตอร์ไม่ได้สอนอะไรมากมายเพราะใบหน้าของชามันเหมาะกับการถ่ายแบบอยู่แล้ว
“คุณเต้คะ ชาทำงานโอเคไหมคะ” จีเซลถามช่างภาพเธอนั้นอยากจะรู้ว่าเด็กคนนี้ดีในสายตาของคนอื่นหรือเปล่า แต่ในสายตาของฉัน ชาเป็นนักแสดงที่ไม่ต้องสอนอะไรมาก เธอเข้าใจงานแต่ละรูปแบบแต่สิ่งที่ยากจะแก้ไขคือความดื้อของชาลินี
“โอเค ทำงานดีเลย ปกติก็มีชื่อเสียงอยู่แล้วทำงานดีแบบนี้เป็นลูกรักของผู้ใหญ่ได้เลย”
“ขอบคุณค่ะ” จีเซลมองเด็กในสังกัดตนเองที่ตั้งใจในการทำงาน ให้พูดตามตรงว่าเธอภูมิใจและดีใจสิ่งที่เธอทุ่มเทมันสัมฤทธิ์ผล
ระหว่างการทำงานจนครบ 3 เซ็ตทุกอย่างออกมาเรียบร้อยและเป็นที่น่าพอใจของเจ้าของแบรนด์สิ้นค้ารวมถึงช่างภาพ ก่อนกับทีมงานเบื้องหลังได้นำชานมไข่มุกมาแจกทุกคน ชาลินีที่เพิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเธอตื่นเต้นที่จะได้ดื่มมัน
ชานมไข่มุกคือสวรรค์ของคนรักขนมหวาน
“ชานมไข่มุกค่ะน้องชา” พี่ทีมงานเบื้องหลังยื่นแก้วให้กับนักแสดงสาว ชาลินีหันไปมองหน้าของมาดามก็พอจะรู้สึกได้ถึงสายตาว่าจีเซลไม่ให้เธอดื่ม
“ขอบคุณค่ะ ชาไม่ค่อยชอบทานค่ะ” เธอตอบไปอย่างนั้นแท้จริงแล้วมันคือของโปรดเลยก็ว่าได้ ฉันเดินหน้างอไปหามาดามที่ยืนรอฉันอยู่ที่หน้าประตู
“ฉันคิดว่าเธอจะรับแก้วชานมซ้ะอีก” จีเซลยืนกอดอกมองนักแสดงสาวตรงหน้า
“สายตาของมาดามพิฆาตแบบนั้น ชาคงไม่กล้าดื่มหรอกค่ะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงเบา จะพูดว่างอนได้ไหมที่ไม่ได้กินของโปรด
“เธอก็รู้ว่ามันคือสิ่งที่ทำให้อ้วนง่าย ถ้าเธออยากกินเธอก็ต้องคุมน้ำหนักแล้วตื่นตี 5 มาออกกำลังกายที่ห้องฟิตเนสยอมหรือเปล่าล่ะ?” จีเซลถามด้วยท่าทีกวนประสาทอยู่บ้าง
“ไม่ค่ะ”
การทำงานวันนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วถึงแม้ว่าจะถ่ายแค่ 3 เซ็ตแต่กว่าจะเปลี่ยนเสื้อผ้ารวมถึงแต่งหน้าแต่ละโทนให้เข้ากับชุดก็เกือบจะ 5 โมงเย็นวันไหนทำงานเสร็จเร็วเหมือนได้พักผ่อนไปในตัว
ก่อนจะกลับทั้งสองก็ไม่ลืมที่จะไหว้ผู้ใหญ่ รถของมาดามขับมาตามท้องถนนระหว่างก็รู้สึกหิวขึ้นมาบ้างเพราะเมื่อช่วงกลางวันชาลินีรีบทานอาหารเพราะกลัวจะถ่ายเสร็จไม่ทันเวลา
“หิวหรือเปล่า”
“นิดหน่อยค่ะ”
“วันนี้ผู้ใหญ่ชมเธอหลายคนเลยนะ พวกเขาบอกว่าเธอเก่ง” จีเซลหันไปมองดาราสาวที่นั่งข้างเธอ หน้าของคนข้าง ๆ เหมือนจะไม่ค่อยเอ็นจอยสักเท่าไร
“ขอบคุณค่ะ”
“เป็นอะไร ตั้งแต่เช้าแล้วนะชา”
“เปล่าค่ะมาดาม” ชาลินีตอบปัดไปใครจะยิ้มได้ล่ะ ถูกห้ามนู้นห้ามนี่อยู่เป็นประจำ
เห้อ! ทำไมนะ ทำไมวันที่ฉันจะได้กินชาไข่มุกกับต้องมาทำงานกับมาดาม ถ้ามากับพี่เกลหรือพี่ส้มป่านนี้คงพากันกินจนพุงกางไปแล้ว ไม่สนภาพลักษณ์นักแสดงหรอกคนมันหิวก็ต้องกินถูกไหมล่ะ
แต่ก็ทำได้แค่บ่นในใจเท่านั้น ขืนพูดออกมาให้มาดามได้ยินนอกจากจะเจอสายตาที่มันน่ากลัวแล้วเผลอ ๆ จะถูกงดอย่างอื่นอีกเงียบไว้น่าจะดีที่สุดแล้วตอนนี้
“วันนี้ฉันเห็นว่าเธอทำงานดีแล้วผู้ใหญ่ชมเธอ ตามใจหนึ่งวันก็แล้วกัน”
“หมายความว่ายังไงคะมาดาม”
“อยากทานอะไรล่ะ?” จีเซลพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเพราะวันนี้ชาลินีทำหน้าที่ได้ดีแล้วฉันรู้สึกพอใจ
“ทุกอย่างเลยไหมคะ”
“อืม”
“มาดามห้ามงดสั่งคุมอาหารแล้วก็ห้ามบังคับให้ชาออกกำลังกายนะ”
“ชา” จีเซลพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มเหมือนจะรู้ว่าอีกคนจะขอทานอะไรที่มันต้องทำให้อ้วนแน่ ๆ
“ชาอยากทานคัพเค้กและชานมค่ะ” ชาลินีพูดด้วยท่าทีจริงจัง แต่เมื่อหันไปเห็นสายตาของมาดามเธอก็ต้องหลุบตาต่ำลง คงจะผิดหวังอีกแล้วสินะชา
แล้วจะถามทำไมว่าอยากทานอะไร พอพูดไปก็ไม่พอใจ แต่ฉันก็ยังที่จะกล้าขอกินในสิ่งนั้นรู้ว่ามาดามไม่ชอบก็ยังจะรั้นน่ะชาลินี ฉันล่ะอยากจะบีบคอตัวเองให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ตอนนี้ฉันก็ไม่กล้าเงยหน้าไปมองมาดามด้วยสิ ขนาดชานมไข่มุกยังไม่ได้กินแล้วประสาอะไรกับขนมหวาน
“อืม ตกลง”
“ขอบคุณค่ะ” ชาลินียิ้มอย่างดีใจ ถ้าชาจะมีข้อมาหักล้างได้ง่ายขนาดนี้ ชาคงทำไปนานแล้วแบบนี้เราก็ยื่นข้อเสนอให้มาดามได้ตลอดแล้วสิ เอาล่ะชาอย่างน้อยมาดามก็ไม่ใจร้ายบังคับให้เราคุมอาหารก็ในเมื่อมาดามเขาตกลงเอง
“แต่อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์ฉันจะไปทำงานกับเธอ” จีเซลตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความน่ากลัว
“มะ มาดาม”
มันยิ่งกว่าตกนรกเสียอีก สั่งห้ามให้ฉันกินของหวานหรือบังคับให้ฉันออกกำลังกายมันยังจะทำง่ายกว่า ฉันไม่อยากไปทำงานกับมาดามเลย แต่ไม่เอาข้อเสนอก็คงไม่ทันแล้วล่ะ ฉันรู้จักมาดามดี เห้อ…ฉันเหมือนฝังหลุมศพตัวเอง