“ไม่เป็นไรค่ะมาดาม ชาอยากนอน”
“อะไรกัน พอฉันคุยดีด้วยเธอก็ปฏิเสธ” จีเซลเริ่มหงุดหงิดเธอเดินไปนั่งที่ปลายเตียงของชาลินี ตอนนี้มีแต่ความเงียบจนได้ยินเสียงแอร์เท่านั้น
“คือชา…เกรงใจค่ะ” ชาลินีพูดความจริงออกไป แค่คนตรงหน้าพูดดีด้วยหน่อยเธอนั้นก็ลบความรู้สึกเมื่อครู่ออกไปจนหมด นี่มันความรู้สึกอะไรกันฉันถามตัวเองอยู่ซ้ำ ๆ
“ตามใจเธอ”
“เอ่อ…งั้นชาทานก็ได้ค่ะ” คิดไปคิดมาถ้ามาดามออกจากห้องไปก็คงต้องไปนั่งคุยกับคุณรุจนั่นเหมือนเดิม อย่างน้อยก็ถ่วงเวลาให้มาดามไม่ได้ไปพูดจาหวาน ๆ ใส่ไอ้หน้าหล่อคนนั้น
แปลกปกติฉันไม่เคยคิดอยากอยู่กับมาดามสองคนเลย แต่วันนี้กับรู้สึกอยากอยู่กับจีเซล อะไรของเราน่ะชายิ่งนับวันยิ่งแปลกขึ้นทุกที
“สรุปจะกินใช่ไหม”
“ค่ะ”
“งั้นรอแป๊บนะ” จีเซลเดินออกไป ภายในห้องเงียบสงัดชาลินีนั่งปลายเตียงแทนที่ของจีเซลเมื่อครู่ หัวใจเธอเต้นแรงเมื่อนึกถึงคำพูดหวาน ๆ ที่มาดามเอ่ยขึ้นกับเธอ
ครั้งแรกเลยก็ว่าได้…มันคือครั้งแรกที่ฉันได้ยินถ้อยคำแสนหวานนั้น 4 ปีที่รู้จักกับมาดาม มันเหมือนปลดล็อกอะไรบางอย่างยิ่งตอนเห็นเขาพูดจาน่ารัก ใจฉันกับฟู่ฟ่อง หวังว่านี่มันจะเป็นความรู้สึกที่ดีนะชาลินี
จีเซลลงไปชั้นล่างเพื่อเตรียมอาหารให้ชาลินี แต่ต้องผ่านห้องโถงไปที่ห้องครัวทางด้านหลัง ชาลินีรู้สึกร้อนใจเพราะกลัวมาดามจะแวะคุยกับรุจชายหนุ่มที่กำลังจะศึกษาดูใจ นักแสดงสาวแอบชะเง้อไปดูก็รู้สึกเบาใจที่อีกคนเดินผ่านชายตรงหน้า
“พี่จีเอาอะไรคะ” เกวลินเอ่ยถาม
“เกลไปเอาเนื้อสเต็กใส่จานมาให้พี่หน่อย เดี๋ยวพี่จะเอาไปให้ชาที่ห้อง”
“คะ” เกวลินถามด้วยสีหน้าสงสัย ปกติมาดามไม่ให้ใครเอาของคาวขึ้นไปทานบนห้อง เธอแปลกใจตั้งแต่ตอนเย็นแล้วล่ะที่มาดามให้ทุกคนทานสเต็ก
“เดี๋ยวพี่เล่าให้ฟัง พี่เตรียมน้ำเป๊ปซี่ให้ชาก่อน”
“ค่ะ” เกวลินเดินไปอย่างงง ๆ แต่ก็ต้องทำตามอย่างที่อีกคนบอก มาดามยกถาดอาหารขึ้นไปชั้นสองเพื่อให้ชาลินี เธอไม่ลืมที่จะแวะคุยกับรุจ
“พอดีจีมีธุระกับชาน่ะค่ะ ไม่รู้จะเสร็จเมื่อไหร่”
“งั้น ผมกลับก่อนก็ได้ครับ”
“ขับรถดี ๆ นะคะ” จีเซลหันไปยิ่มให้ชายหนุ่มแล้วเดินไปที่ชั้นสองทันที
มาดามเปิดประตูห้องของชาลินีเธอวางอาหารลงบนโต๊ะ สายตาของฉันมองหานักแสดงสาว “ไปไหน” จีเซลเดินตามหาชาลินีเธอเห็นชายืนอยู่ตรงริมระเบียง
มาดามเดินตรงไปตามนักแสดงสาว จีเซลรู้สึกบอกไม่ถูกเมื่อก่อนเราไม่เคยเป็นแบบนี้ทำไมวันนี้ถึงรู้สึกแคร์ความรู้สึกของผู้หญิงตรงหน้า
“ฉันเอาสเต็กมาให้ทาน”
“ขอบคุณค่ะ มาดามไม่ลงไปคุยกับคุณรุจเหรอคะ” คำถามที่ฉันไม่อยากจะถามเลยแม้แต่น้อย
“ไม่ล่ะ เขากลับไปแล้ว” มาดามเดินตรงไปตรงโซฟาเธอหยิบกระป๋องน้ำอัดลมขึ้นมาดื่ม เสียงซ่าของเครื่องดื่มชวนให้กระหายน้ำ
ชาลินีมองริมฝีปากของมาดามที่กำลังสัมผัสกับกระป๋องน้ำอัดลม คิดอะไรเนี่ยชา ฉันสลัดความคิดเมื่อครู่ออกแล้วนั่งลงบนโซฟาเพื่อทานสเต็กเนื้อหาหารจานโปรดตรงหน้า
เวลานี้เธออยู่กับมาดามสองคนไม่ได้รู้สึกอึดอัดเหมือนทุกครั้ง แต่กับรู้สึกดีขึ้นมาเสียอีก แต่ความรู้สึกมันก็แค่ชั่วคราวเท่านั้นเมื่อฉันได้ยินเสียงเข้มที่คุ้นเคยดังขึ้น
“ถ้าไม่ทาน จะให้ฉันเอามาให้ทำไม”
“ค่ะ ค่ะ” ฉันตอบอย่างร้อนรน
ระหว่างที่ชาลินีทานเนื้อสเต็กเธอรอบมองมาดามบ่อยครั้ง ทุกครั้งที่มาดามยกกระป๋องน้ำอัดลมขึ้นมาดื่ม ฉันกับใจสั่นตลอดเวลาที่มองคอของมาดาม คนตรงหน้าฉันอายุสี่สิบต้น ๆ แต่ดูเซ็กซี่ ดูอ่อนวัยอยู่เสมอ
“มองฉันมีอะไรหรือเปล่า” ฉันถามด้วยน้ำเสียงธรรมดา
“เอ่อ มาดามไม่ทานเหรอคะ”
“ไม่ล่ะ”
“ดื่มน้ำอัดลมแต่ไม่ทานอะไรลองท้อง ชากลัวว่ามาดามจะเจ็บท้องน่ะค่ะ” ชาลินีมีท่าทีเป็นห่วง
“เดี๋ยวฉันลงไปทานข้าวต้มทีหลัง”
“ค่ะ” ชาลินีหันมาสนใจอาหารตรงหน้าต่อ เนื้อสเต็กที่ตัดเป็นคำเล็ก ๆ ถูกจิ้มด้วยส้อมเธอแบ่งให้กับจีเซล
“ทานหน่อยไหมคะ”
“ไม่ล่ะ” มาดามปฏิเสธ เธอไม่ค่อบชอบทานของย่างสักเท่าไร จีเซลมองหน้าชาลินีเพราะอีกคนนั้นเอาแต่ก้มหน้าคงจะรู้สึกไม่ดีที่ฉันนั้นปฏิเสธ
เฮ้อ…ฉันทำอะไรให้ยัยเด็กตรงหน้ารู้สึกไม่ดีอีกนะ ปกติฉันก็ไม่ได้สนใจว่าใครจะรู้สึกแย่กับฉันยังไง แต่ทำวันนี้ความรู้สึกมันไม่ได้คิดแบบนั้น แค่เห็นคนตรงหน้าเอาแต่ทำหน้าบูดหัวใจฉันกับหล่นวูบไปกับอากาศ
“ถ้าอิ่มแล้วเดี๋ยวฉันจะได้เอาไปเก็บ”
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวชาเอาไปเก็บเอง” ว่าแล้วเธอลุกขึ้นถือถาดอาหารไปเก็บที่ห้องครัว ชาลินีรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนตามมาคนนั้นก็คงเป็นจีเซล
จีเซลยืนอยู่ตรงตู้เย็นเธอหยิบเหยือกนมขึ้นมารินใส่แก้ว พร้อมกับกล้วยหอมอีกหนึ่งลูก ชาลินีมองจีเซลอย่างสงสัย กินแค่นั้นมันทำให้มาดามอิ่มเหรอ?
นักแสดงสาวถึงจะอยากถามแต่เธอนั้นเลือกที่จะเงียบ เธอเปิดเตาแก๊สเพื่ออุ่นข้าวต้มที่อยู่ในหม้อ ฉันจำได้ว่ามาดามจะทานข้าวต้มไม่รู้ว่าอีกคนพูดจริงไหม
“เธอจะทำอะไรน่ะชา” จีเซลขมวดคิ้วเธอมองหน้านักแสดงสาวอย่างไม่เข้าใจ
“มาดามบอกจะทานข้าวต้มไม่ใช่เหรอคะ”
“ฉันดื่มนมไปแล้ว”
คำพูดนี้เหมือนกับว่าเธอจะไม่ทานข้าวต้มที่ชาลินีกำลังอุ่น ชาไม่ได้พูดอะไรต่อเธอตักข้าวต้มใส่ถ้วยใบเล็กพอประมาณแล้วยื่นให้กับคนตรงหน้า
“ทานข้าวต้มหน่อยนะคะ ตอนที่อยู่ในห้องมาดามบอกจะทาน”
“ฉันพูดไม่เข้าใจเหรอชา” จีเซลเริ่มหงุดหงิด เธอมีท่าทีไม่พอใจชาลินี ดาราสาวชอบทำอะไรที่เธอไม่พอใจอยู่เรื่อย
“ขอโทษค่ะ” เธอตอบน้ำเสียงแผ่วเบา
ชาลินีเดินขึ้นชั้นสองเพื่อกลับเข้าห้องนอน ภายในห้องสี่เหลี่ยมคุ้นเคยกับความรู้แปลกใหม่ที่ไม่เคยเจอ มาดามพูดดีกับเราได้แค่แป๊บเดียวก็ดุเหมือนเดิม
ฉันได้แต่นั่งถอนหายใจเหตุผลอะไรที่ทำให้เป็นแบบนี้ เธอไม่เคยโกรธมาดามเลยสักครั้งเวลามาดามพูดจาดุแต่ทำไมวันนี้ความน้อยใจมันวิ่งแล่นเข้าสู่หัวใจจนฉันอยากร้องไห้มันออกมา
มาดามที่มองตามแผ่นหลังของชาลินีไปจนลับสายตา เธอนั่งลงบนโต๊ะอาหารแล้วทานข้าวต้มที่นักแสดงสาวตักมาให้เมื่อครู่ ขอบใจนะ เป็นคำพูดที่ฉันพูดคนเดียว จริง ๆ แล้วฉันควรจะบอกต่อหน้าเด็กคนนั้นมากกว่า
“พี่จีทำไมไม่ออกไปสนุกข้างนอกคะ” ส้มส้มเอ่ยชักชวนเมื่อเห็นมาดามนั่งทานข้าวต้ม
“ไม่ล่ะ ให้เด็ก ๆ เขาสนุกกันไปดีแล้ว”
“พรุ่งนี้ส้มไปกับชานะ พี่อยากพัก”
“ได้ค่ะ”
ไม่รู้ทำไมฉันถึงตัดสินใจออกไปแบบนั้น คงเป็นเพราะเหนื่อยหรือว่าลึก ๆ แล้วคงอยากจะให้อิสระกับชาเพราะเธอดูเหมือนจะไม่อยากให้ฉันไปด้วยสักเท่าไร ฉันต้องหันมาดูตัวเองแล้วล่ะว่ามันไม่ดีขนาดนั้นเลยเหรอ?
จีเซลตัดพ้อตัวเอง เธอรู้สึกไม่ค่อยจะดีกับคำพูดวันนี้ของชาลินีสักเท่าไร การดูแลเด็กหลาย ๆ คนมันไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน ถ้าวันไหนเหนื่อยเต็มทีคงต้องวางมือ แล้วให้เกลน้องสาวของฉันสานงานตรงนี้ต่อ
“ส้ม พรุ่งนี้เช้าเตรียมอาหารเช้าให้เด็กด้วยนะ”
“ได้ค่ะ ส้มซื้อผักออกแกนิคมาเยอะเลย”
“อื้ม…เปลี่ยนได้ไหมคืนนี้ถามทุกคนเลยนะว่าอยากทานอะไรแล้วจัดการให้พี่ที”
“ค่ะ” ส้มส้มไม่ได้ถามอะไรต่อ เพราะสีหน้าของมาดามตอนนี้เหมือนคนไม่อยากจะสนทนาสักเท่าไร
ภายในใจของจีเซลตอนนี้ว่างเปล่า ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอคิดอะไรอยู่แต่มันทำให้ทุกคนแปลกไปเพราะจีเซลไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
ชาลินีที่นอนอยู่บนห้องเธอรู้สึกกระวนกระวายไม่น้อย ทั้งสองต่างก็ยังไม่เข้าใจกัน ต่างคนต่างรู้สึกไม่ดีต่อกัน บางทีฉันควรจะต้องพักใช่ไหม ฉันถามตัวเองซ้ำ ๆ ถ้าได้พักสักวันก็คงจะดีขึ้นจีเซลได้แต่คิดในใจ
มาดามหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาใครบางคนปลายสายนั้นคงเป็นใครไม่ได้นอกจากคุณรุจ
[สวัสดีครับคุณจี] เสียงหวานเอ่ยทักทาย
“พรุ่งนี้คุณรุจว่างไหมคะ”
[ว่างครับ คุณจีมีอะไรหรือเปล่าครับ]
“พรุ่งนี้เช้าเราไปเที่ยวด้วยกันไหมคะ”
[ครับ พรุ่งนี้ 6 โมงเช้าผมจะเข้าไปรับนะครับ]
“ค่ะ” สิ้นสุดบทสนทนาจีเซลนั่งถอนหายใจ ฉันควรใช้ชีวิตเพื่อตัวเองบ้างแล้วสิ
ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้คือคนสุดท้ายไหมแต่คนอย่างจีเซลก็ยังไม่แน่ใจว่ารุจจะสามารถทนคนอย่างเธอได้ แต่ยอมรับว่าเขาเป็นคนดีมาก ไม่นานสถานะคนคุยคงได้ขยับมาเป็นสถานะแฟน
ถึงแม้ว่ายังไม่มีใครเข้ามาทำให้หัวใจของฉันพ่องโตแต่รุจก็ยังเป็นคนนึงในตัวเลือกที่จีเซลมองไว้ และคงไม่นานถ้าเธอเลือกคุณรุจโมเดลลิ่งนี้จีเซลก็จะยกให้เกลและส้มส้มช่วยกันดูแลต่อแทนเธอ
“มาดาม” ชาลินีเรียกชื่อคนตรงหน้า ชาเดินมาห้องครัวเพื่อจะดื่มน้ำก่อนเข้านอนสายตาแอบมองชามข้าวต้มที่เพิ่งจะทานหมดไป
“ฉันนึกว่าเธอนอนไปแล้ว”
“กำลังจะนอนค่ะ”
“อืม” จีเซลตอบเหมือนไม่เต็มใจ
มาดามยืนขึ้นพร้อมกับนำชามข้าวต้มไปไว้ตรงซิ้งค์ล้างจาน เธอหันหน้ามามองนักแสดงสาวแล้วส่งยิ้มจาง ๆ ให้
“พรุ่งฉันให้ส้มไปแทน”
“ว่าไงนะคะ” ฉันถามด้วยสีหน้าที่ไม่เข้าใจ
“ได้ยินไม่ผิดหรอก”
“ไหนมาดามบอกว่าจะไปคุมชาทำงานทั้งอาทิตย์ยังไงคะ”
“พอดีฉันมีธุระ”
“ค่ะ” ชาลินีถอนหายใจเธอควรจะดีใจใช่ไหม แต่เปล่าความรู้สึกตอนนี้มันดูผิดหวังไปหมด
ชาเดินออกไปนั่งข้างนอก หลาย ๆ คนยังคงสนุกกับการทานอาหารค่ำในวันนี้ ชาเลือกที่จะเดินออกไปนั่งคนเดียวตรงโต๊ะหินอ่อน สายลมช่วงกลางคืนพัดผ่านทำให้รู้สึกเย็นสบายตัวขึ้นมาบ้าง แต่ไม่ได้ทำให้หัวใจเธอสบายได้เลย
ชาลินียังคงนึกถึงใบหน้าของคนคุ้นเคย ทำไมวันนี้ฉันจะต้องนึกถึงแต่หน้าของมาดามด้วยนะ สายตาที่เขามองฉันกับมองคุณรุจมันช่างแตกต่างกันเสียจริง
คุณรุจเป็นถึงว่าที่แฟนส่วนเรามันก็แค่เด็กในสังกัด
นานเท่าไรแล้วไม่รู้ที่ฉันนั่งอยู่ตรงนี้คนเดียว มันนานพอที่จะทำให้คนอื่นนั้นแยกย้ายกันเข้านอน เวลานี้เกือบจะห้าทุ่มแล้วใช่ไหมล่ะ แต่ฉันก็ยังนั่งอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน รู้ทั้งรู้ว่ามันคือกฎที่มาดามตั้งไว้แต่เธอก็ไม่ยอมทำตาม ไม่แปลกที่จีเซลจะดุเธอบ่อย แบบนี้ก็คงต้องโทษตัวเองแล้วล่ะชา
จีเซลที่กำลังเข้านอนเธอลุกไปปิดผ้าม่านแต่สายตาก็จ้องมองใครบางคนที่ยังนั่งรับลมอยู่ทางด้านล่าง ฉันถอนหายใจออกมา ดูออกว่าคนข้างล่างนั้นคือใคร คนที่ดื้อก็มีอยู่คนเดียวนั่นแหละ ฉันเลือกที่จะไม่สนใจแล้วเดินไปปิดไฟในห้อง
เวลานี้ไฟทั้งหลังถูกดับลงชาหันหน้าเข้าหาตัวบ้านเธอมองขึ้นไปชั้นบนห้องของมาดาม “คงจะนอนแล้ว” ฉันพูดคนเดียวในใจสายตายังคงมองอยู่อย่างนั้น บางทีอิจฉาพระจันทร์เหมือนกันที่มีหมู่ดาวคอยล้อมรอบ แต่ฉันไม่มีใครเลยแม้ฉันจะเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงมาก ๆ ในตอนนี้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะมีความสุข
ชาคิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อกับแม่จังเลยค่ะ จีเซลอ่านแคปชั่นที่ชาลินีอัพลง Instagram พร้อมกับภาพครอบครัว ถึงแม้ไฟในห้องของจีเซลจะดับลงแต่เธอยังคงไม่นอนมือยังคงเลื่อนโทรศัพท์ไปมา
มาดามที่อ่านแคปชั่นก็พอจะรับรู้ถึงความรู้สึกของชาได้ว่าอีกคนคงอยากกลับบ้าน แต่ช่วงนี้งานชาเยอะและยังไม่มีคิวว่างที่จะได้หยุดกลับไปหาครอบครัวที่ต่างจังหวัด จีเซลลุกขึ้นไปเปิดผ้าม่านเพื่อแอบดูใครบางคน ยังคงเห็นชาลินีนั่งอยู่ที่เดิม
[เธอควรนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ทำงาน] จีเซลส่งข้อความไปหาคนข้างล่าง ชาลินีเปิดอ่านมันทันทีพร้อมกับหันไปมองห้องของมาดาม
“ค่ะ ฝันดีค่ะมาดาม”
จีเซลเปิดอ่านแล้วอมยิ้ม เธอพิมพ์ตอบกลับเช่นกัน “ฝันดี” แต่ก็ต้องกดลบออก ทำไมนะทีกล้าดุชาลินียังทำได้กับแค่ส่งข้อความทำไมถึงไม่กล้า
ชาลินีเห็นมาดามอ่านแต่ก็ไม่ตอบมาสักที เธอถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะเก็บมือถือแล้วกลับเข้าไปในห้องนอน ฉันหยุดอยู่หน้าห้องมาดามสักพักก่อนจะเดินเข้าห้องตัวเองไป
เช้าวันถัดมาวันนี้ชาลินีตั้งใจตื่นเช้าเป็นพิเศษเพราะเธอไม่อยากทำให้มาดามอารมณ์ไม่ดี ฉันอยากเป็นคนที่ทำให้มาดามยิ้มได้บ้างไม่ใช่เอาแต่ดุฉัน ชาลินียิ้มให้กับตัวเองที่หน้ากระจกแล้วหยิบของใช้ที่จำเป็นลงไปชั้นล่าง
“ตื่นเช้าจังเลยชา” เกวลินเอ่ยถาม
“ค่ะ วันนี้ทำอะไรทานคะพี่เกล” ฉันถามพร้อมกับเข้าไปช่วยเป็นลูกมือสำหรับอาหารเช้าวันนี้
“ข้าวผัดกุ้ง ต้มจืด ผัดกะเพรา”
“อาหารพวกนี้ทานได้เหรอคะ มาดามรู้โดนดุตายเลยค่ะ” ชาลินีแกล้งพูดแซวคนตรงหน้า
“มาดามให้ทำอาหารตามใจคนในโม”
“จริงเหรอพี่เกล” ชาลินีถามพร้อมกับขมวดคิ้ว คนอย่างมาดามนี่นะ ฉันหูฝาดไปหรือเปล่า หรือว่าฉันกำลังฝันอยู่
“ใช่ค่ะ พี่ลืมบอกเลยวันนี้ส้มไปกับชานะมาดามเขาไม่ว่าง”
“ค่ะ มาดามบอกชาแล้วค่ะ” สีหน้าของเธอเริ่มเปลี่ยนไป
“อาหารเสร็จแล้ว ไปรอข้างนอกก่อนนะเดี๋ยวพี่ยกไปให้”
“ค่ะ พี่เกล” ชาลินีทำตามอย่างที่เกวลินบอก
เธอเดินออกมานั่งเล่นข้างนอก รถคันคุ้นเคยได้ขับมาที่หน้าโมเดลลิ่งชาลินีอาสาไปเปิดประตู เธอยืนกอดอก ขมวดคิ้วมองรถคันสีดำขับเข้ามาทางด้านใน
มาทำไมอีก ฉันพูดคนเดียวในใจแล้วเดินกลับไปนั่งที่เดิม โต๊ะไม้หินอ่อนตัวเดิมที่ฉันนั่งเมื่อคืน ไม่นานเท่าไรนักจีเซลเดินออกมาด้วยชุดที่ไม่ค่อยจะเรียบร้อย
เสื้อเชิ้ดสีขาวปลดประดุมสองเม็ดบนเผยให้เห็นเนินอกขาวอวบอิ่ม ชาลินีเห็นดังนั้นจึงไม่พอใจ เธอมองทั้งสองพูดคุยกันแม้ไม่ได้ยินบทสนทนาแต่ก็พอเดาได้ว่ามาดามมีความสุข บทสนทนาที่ฉันไม่เคยได้จากมาดามรอยยิ้มนั้นด้วยเช่นกัน
ที่บอกว่าวันนี้ไม่ไปคุมเราทำงานคงเป็นเพราะคุณรุจสินะ อืม…ทำไมเราต้องน้อยใจด้วยนะชา เขาเป็นแฟนกันนี่เน้อะ ฉันปั้นยิ้มให้กับคู่รักที่ยืนอยู่ไกล ๆ นี่แหละมั้งธุระของมาดาม
ฉันก้มมองดูนาฬิกาที่ข้อมือตอนนี้ก็เกือบจะสายแล้ว วันนี้ฉันมีงานตอนเช้า รับหน้าที่เป็นวิทยากรให้กับนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใจกลางเมืองกรุงเทพ
“ชา” จีเซลเอ่ยเรียกคนที่กำลังจะเดินผ่านไป
“คะ มาดาม” ชาลินีมองหน้าคนร่างสวย แววตาที่ไม่มีความสุขเธอมองมาดามสลับกับมองคุณรุจ
“เป็นอะไรหรือเปล่า ทานข้าวเช้าหรือยัง”
“เปล่าค่ะ ข้าวเช้าคงไม่ทานค่ะชากลัวจะสาย” เธอตอบปัดไปแม้ว่าอาหารเช้าวันนี้จะดูน่าทานแต่วันนี้เธอกับไม่อยากจะกิน
“ทำไมล่ะ? ไหนบอกว่าเบื่อสลัดวันนี้ฉันเลยให้ส้มทำอย่างอื่นให้ทาน”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ขอบคุณที่รับฟังข้อคิดเห็นจากชานะคะ” ชาลินีกำลังจะเดินจากบทสนทนาที่เหมือนจะอึดอัดแต่แขนเรียวของเธอถูกมือนุ่มของใครบางคนรั้งไว้
“ฉันทำให้เธอเลยนะชา”
จีเซลแค่อยากทำอะไรให้ชาลินีรู้สึกดีบ้าง ไม่อยากให้นักแสดงสาวตรงหน้าอคติเธอไปมากกว่านี้ ชาลินีก็เช่นกันเธออยากเป็นคนที่ปรับปรุงตัวให้มาดามได้ชมเธอสักครั้ง อยากเปลี่ยนแปลงจากคนที่ดื้อรั้นกลายเป็นคนเชื่อฟัง ถึงแม้ทั้งคู่อยากเปลี่ยนตัวเองเพื่อกันและกัน แต่ก็มีบางอย่างที่ทั้งคู่ไม่ยอมเปิดใจคุยกันโดยตรง
“ขอบคุณค่ะ ชาต้องไปแล้ว” ชาลินีมองที่แขนของตนเองแล้วดึงมือของจีเซลออก
“ตั้งใจทำงานนะ”
“ค่ะ” ฉันปั้นหน้ายิ้มให้มาดาม แต่สายตาของชาลินีบ่งบอกได้ว่าเธอไม่โอเค แล้วทุกครั้งที่ชาโกหกจีเซลจะรับรู้และจับได้เสมอ
“เป็นอะไรหรือเปล่า”
“เหตุผลที่มาดามบอกว่ามีธุระคือจะไปกับคุณรุจใช่ไหมคะ” คำถามก็ถูกเอ่ยขึ้น ฉันอยากรู้ใจจะขาด นอนคิดมากมาทั้งคืนว่าทำไมจู่ ๆ มาดามบอกว่าวันนี้ไม่ได้ไปคุมงานฉันแต่กับให้คนอื่นไปแทน
“ใช่ พอดีฉันอยากพักผ่อนอีกอย่างชาก็ไม่ได้อยากไปกับฉันไม่ใช่เหรอ” ฉันพูดในสิ่งที่ฉันสัมผัสได้ว่าชาลินีเหมือนจะอึดอัดเวลาจีเซลต้องไปคุม
“แต่วันนี้ชาอยากไปกับมาดาม” ชาลินีพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจจนอีกคนจับผิดได้
“ทำไมล่ะ? ฉันทำทุกอย่างเพราะเธอเลยนะ เบื่ออาหานฉันก็เปลี่ยนให้ ไม่อยากให้ฉันไปคุมฉันก็ไม่ไป สรุปแล้วฉันต้องทำยังไง ชาจะเอายังไงฉันเลือกไม่ถูกแล้วนะ ฉันเป็นเจ้าของโมจะให้ฉันทำตามทุกอย่างที่เธอขอก็ไม่ได้นะฉันเหนื่อยเป็น”
“เหนื่อยเหรอคะ” ชาลินีถามย้ำ
“ใช่ เหนื่อยที่ต้องดูแลเด็กเธอคิดว่ามันง่ายมากงั้นเหรอ ทำอะไรเธอก็ไม่พอใจอยู่เรื่อย”
“ขอโทษที่มาดามต้องมาเหนื่อยเพราะชาค่ะ” ชาลินีพูดด้วยน้ำเสียงสั่น อีกแล้วมาดามใช้น้ำเสียงแบบนั้นกับฉันอีกแล้ว ทำไมต้องเป็นชาตลอดที่ต้องเจอสายตาและคำพูดแบบนั้น
“เธอร้องไห้ทำไม”
“เปล่าค่ะ ชาสายแล้ว” ชาลินีเช็ดน้ำตาแล้วเดินจากไปทันที ขืนอยู่ต่อเธอต้องเป็นเด็กขี้แง มาดามคงไม่ชอบและคงจะดุฉันเหมือนเมื่อกี้อีก ฉันคงรับไม่ได้