จีเซลถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ฉันทำชาร้องไห้เหรอ? มาดามไม่ได้เดินตามเพื่อไปพูดคุยเพราะวันนี้ชาลินีมีงานเช้าถ้าขืนคุยตอนนี้กลัวว่าชาจะไปทำงานไม่ทัน อีกอย่างทั้งคู่ต่างอารมณ์ร้อนยิ่งคุยก็ยิ่งแย่ หวังว่าช่วงเย็นชาลินีจะอารมณ์ดีขึ้นมากกว่านี้
“ไปกันค่ะคุณรุจ” จีเซลส่งยิ้มจาง ๆ ให้ชายตรงหน้่แม้ว่าภายในใจตอนนี้เธอรู้สึกอยู่ไม่เป็นสุขเพราะห่วงความรูัสึกของอีกคน
คุณรุจเปิดประตูให้จีเซลเข้าไปภายในรถ การเดินทางที่หวังจะพักผ่อนวันนี่กับไม่ได้ช่วยให้จีเซลนั้นรู้สึกหายเหนื่อยได้เลยเหมือนจะเหนื่อยกว่าเดิมด้วยซ้ำ
เฮ้อ! แค่นึกถึงเรื่องของชาลินีใจฉันกับสั่นไหว จีเซลนั่งมองไปทางหน้าต่างตลอดเส้นทางคิ้วขมวดกันเป็นปมตั้งแต่อยู่ที่โมเดลลิ่ง ชายหนุ่มเอ่ยทักเมื่ออีกคนนั้นถอยหายใจไม่รู้กี่ครั้งแล้วตั้งแต่ขึ้นมาบนรถ
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับคุณจี”
“เปล่าค่ะ สงสัยคิดมากเรื่องเด็กไปหน่อย”
“ผมเป็นกำลังใจให้นะครับ” เขาเอ่ยเสียงหวานแล้วเลืาอนมือไปกุมมือนุ่มของจีเซล
“ขอบคุณค่ะ” จีเซลยิ้มอย่างฝืน ๆ ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดที่วันนี้ออกมาเที่ยวกับคุณรุจขึ้นรถมาได้สักพักเธอนั้นก็อยากจะกลับแต่ก็ทำแบบนั้นไม่ได้มันดูเสียมารยาท แล้วเธอเองก็มีวุฒิภาวะมากพอที่จะจัดการอารมณ์ของตนเองได้ในขณะนี้
“คุณจีอยากไปไหนครับ”
“เอ่อ…ไปสวนสาธารณะค่ะ อยากไปนั่งรับลมช่วงเย็น ๆ เราค่อยกลับกัน”
“ครับ” ชายหนุ่มขับรถไปที่ใกล้ที่สุด ระหว่างทางก็เปิดเพลงรักเสมือนจีบอีกคนไปด้วย
ช่วงเช้าแทนที่มาสวนสาธารณะจะรู้สึกสบายใจใช่ไหมแต่เปล่าเลย มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดจีเซลนั่งโต๊ะไม้ที่ตั้งอยู่ริมทาง สองมือเลื่อนมือถือดูความเคลื่อนไหวของชาลินี
เวลานี้นักแสดงสาวคงทำงานอยู่ แค่เมื่อเช้านึกถึงใบหน้าเด็กสาวที่ร้องไห้ใจฉันกับสั่นระรัว อะไรกัน? ฉันเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ตั้งแต่ชาเข้ามาอยู่ในโมเดลลิ่งที่อีกคนจะดื้อรั้นแต่ก็ไม่เคยร้องไห้เพราะฉันเลยสักครั้ง…แล้ววันนี้ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ
ชาเข้ามาอยู่ในโมเดลลิ่งก่อนที่ฉันกับคุณรุจจะเจอกันซะอีก ความสนิทสนมมันมีมากกว่าอยู่แล้ว แต่ฉันก็ไม่รู้ทำไมถึงไม่ให้ความสำคัญกับชาเหมือนที่ให้กับคุณรุจ อาจจะเป็นเพราะว่าอยู่ในสถานะ แต่ฉันก็สังเกตุได้ว่าตั้งแต่มีคุณรุจชาก็เริ่มเปลี่ยนไป
ในที่นี้หมายถึงชาดูไม่ค่อยชอบหน้าคุณรุจ เวลาชาลินีเจอเขาก็มักจะออกห่างหรือไม่อยู่บริเวณนั้น ไม่รู้ว่าฉันคิดมากไปหรือเป็นเรื่องจริง ทุกครั้งที่รุจมาที่โมเดลลิ่งฉันกับชาก็ทะเลาะกันบ่อยมาก บ่อยจนฉันคิดว่าฉันผิดมากเลยเหรอ?
หรืออาจจะเป็นเพราะเราสั่งห้ามเด็กในโมอย่าเพิ่งมีแฟน แต่เรากับให้ผู้ชายเข้ามาในบ้าน
“น้ำครับคุณจี” ชายหนุมเดินไปซื้อน้ำเปล่าให้กับผู้หญิงที่เขารัก
“ขอบคุณนะคะ” จีเซลรับน้ำมาดื่ม
“สดชื่นไหมครับ”
“ค่ะ จีขอไปคุยงานกับส้มก่อนนะคะ” ว่าแล้วเธอลุกเดินไปไกลพอสมควร
มือข้างถนัดหยิบมือถือออกจากกระเป๋า เธอเลื่อนหารายชื่อของส้มส้ม เวลานี้ช่วง 10 โมงเช้าชาลินีน่าจะรับหน้าที่เป็นวิทยากรอยู่ส่วนส้มผู้ดีแลคงจะนั่งรออยู่ทางด้านล่าง
“ชาเป็นยังไงบ้าง” จีเซลถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
[ตอนนี้ทำงานอยู่ค่ะพี่จี นักศึกษารวมทั้งคณะอาจารย์ขอถ่ายรูปเต็มเลยค่ะ]
“จริงเหรอ ฝากดูแลแทนหน่อยนะส้ม”
[ค่ะ แต่เมื่อเช้าตอนมากับส้มนั่งเงียบตลอดทางไม่รู้ว่าเป็นอะไร ส้มถามอะไรชาก็ไม่ตอบ]
“เหรอ? อืมเดี๋ยวตอนเย็นพี่ไปคุยเอง”
[ค่ะ เดี๋ยวส้มไปดูแลชาก่อนนะคะ ชาเพิ่งลงมาค่ะ]
“อืม” จบบทสนทนาจีเซลเดินกลับมานั่งที่โต๊ะไม้ริมทางตัวเดิม
ธรรมชาติสามารถทำให้คนเราที่รู้สึกทุกข์ใจสบายใจได้ชั่วขณะ จีเซลไม่ลืมหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรอบบริเวณ สระริมน้ำที่สะอาดมีเรือเป็ดให้ปั่นเล่น แถมระหว่างทางเดินของสาธารณะมีผู้คนมากมายมาพักผ่อน บางคนมาปิคนิคกับคู่รัก บางคนพาสนุขมาวิ่งเล่น
จีเซลยิ้มให้กับภาพตรงหน้า สุนัขพันธุ์เล็กวิ่งเล่นกับเจ้าของ รวมถึงมีคนมาเล่นสเก็ตบอร์ดและปั่นจักรยาน ผู้คนมากหน้าหลายตากิจกรรมก็เยอะแยะตามใจชอบของแต่ละคน
“คุณรุจคะ ช่วงเย็นตอนกลับแวะร้านเบเกอรี่ให้จีหน่อยนะคะ อยากไปซื้อฝากเด็ก ๆ” แท้จริงแล้วจีเซลนั้นอยากซื้อขนมหวานให้ชา เพราะรู้ว่าอีกคนนั้นชอบขนาดไหนพูดง่าย ๆ ก็คงอยากซื้อไปง้อเด็กนั่นแหละ
ไม่รู้ว่าฉันมีความคิดแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ตั้งแต่เป็นเจ้าของโมเดลลิ่งฉันไม่คิดว่าต้องมาง้อเด็กด้วยเรื่องเล็กน้อย ไม่สิ…ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชาลินีไม่พอใจฉันเรื่องอะไร ปกติไม่เคยเห็นเด็กในโมสักคนงอนฉัน นี่เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้
บางทีง้อเด็กก็ไม่ใช่เรื่องยากแค่เราลดอีโก้ลงมาสักนิดนึง มันไม่ใช่เรื่องน่าอาย แค่พูดว่าขอโทษไม่ใช่เรื่องยากสำหรับจีเซล อีกอย่างหนึ่งจีเซลเป็นผู้ใหญ่มีวุฒิภาวะมากพอ เธอไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นหรือต้องคอยมาคิดว่าทำไมต้องขอโทษ เธอไม่เคยคิดว่าตนเองต้องทำแบบนั้นมันไม่เสียศักดิ์ศรีอะไรเลย
“ครับ ใกล้เที่ยงแล้วเราไปหาร้านอาหารทานกันไหมครับ”
“ค่ะ”
ทั้งสองเดินทางมาร้านอาหารไม่ได้หรูอะไรมาก จีเซลไม่ได้เป็นคนติดหรูเธอชอบใช้ชีวิตแบบสบาย ถึงแม้ว่าจะเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงมากแม้ว่าจะผันตัวมาเป็นนักปั้นมือทองก็ยังสามารถมีรายได้ไม่ขาดมือ รายได้ต่อปีไม่ต่ำกว่า 50 ล้านแค่เป็นพรีเซ็นเตอร์ 1 ชิ้นค่าตัวเธอก็ 8 หลัก ถึงแม้ 5 ปีหลังจะมาเป็นเจ้าของโมเธอก็มีรายได้ 30 % ของค่าตัวนักแสดงแต่ละคน
จีเซลเลือกสั่งข้าวมันไก่กับเป๊ปซี่ไม่รู้ว่าฉันติดน้ำอัดลมตั้งแต่เมื่อไหร่ คงจะได้นิสัยแบบนี้มาจากชาลินี ฉันชอบซื้อเครื่องดื่มกระป๋องแช่ในตู้เย็นอยู่เสมอ แม้ว่าจะห้ามนักแสดงนักห้ามหนาว่าห้ามดื่มแต่คงต้องโทษฉันเองแหละที่ซื้อเข้าบ้านตลอด
“คุณจีครับ ผมรักคุณนะครับ”
“ค่ะ” ฉันเพียงตอบสั้น ๆ พร้อมส่งยิ้มจาง ๆ
“เมื่อไหร่คุณจะเปิดใจคบกับผม มีตรงไหนที่ผมต้องปรับตัวหรือเปล่าผมทำให้คุณได้หมดเลยนะครับ”
“จีขอดูคุณอีกสักพักนะคะ คุณรุจไม่ต้องปรับอะไรเพื่อจีเลยค่ะ จีเห็นแล้วว่าคุณเป็นคนดีและใส่ใจจีมาเสมอ”
จีเซลพูดความจริงออกไป ตอนนี้เธอเชื่อมั่นในตัวของรุจแต่ฉันกับไม่เชื่อมั่นในตัวเอง ฉันไม่แน่ใจว่าตอนนี้รู้สึกอะไรกับคุณรุจฉันมองว่าเขาเป็นคนดีมาก ๆ คนนึงแต่ยังพูดไม่ได้ว่ารักแต่ก็ไม่ได้ปิดโอกาศของตัวเอง กว่าจะเจอคนที่ดีมันไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่ที่ต้องไขว่เขวเป็นเพราะชาหรือเปล่า ตอนนี้ฉัน…แคร์ความรู้สึกของชา ถ้าชารู้เราคงทะเลาะกันแบบนี้ทุกวัน
“ครับ ผมรอนะครับ”
“ค่ะ”
ทางด้านของชาลินีเธอพักรับประทานอาหารที่ทางมหาวิทยาลัยนั้นเตรียมไว้ให้ อาหารที่น่าตาน่าทานไม่ต้องคอยระแวงว่าจะมีคนห้ามนู้นห้ามนี่ ถึงแม้อาหารตรงหน้าจะดูน่าทานแต่ความรู้สึกของชาเธอนั้นอยากให้จีเซลมาคุม ปกติไม่เคยอยากจะมาด้วยเลยย แต่พอรู้ว่ามาดามไปกับคุณรุจเธอนั้นก็อยากให้มาดามมาด้วย
อะไรของแกเนี่ยชา ฉันถามตัวเองเบา ๆ เขาจะไปไหนก็เรื่องของเขาสิ จะไปน้อยใจมาดามเขาทำไม ว่าแล้วฉันก็ตักอาหารใส่ในปาก ไหน ๆ ก็ไม่ได้มากับมาดามก็กินให้คุ้มก็แล้วกัน
ฉันยิ้มได้ขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นชานมไข่มุกถูกยกมาเสิร์ฟ มันทำให้ชานั้นรู้สึกดีขึ้นมาได้ ความหวานของเครื่องดื่มที่ตัวเองชอบกับอาหารตรงหน้าที่ดูน่ารับประทานบอกได้คำเดียวเลยว่าคุ้มที่ได้มากับพี่ส้ม
“ทานเต็มที่เลยนะชา”
“ค่ะพี่ส้ม พี่คือคนที่รู้ใจชาที่สุด”
ทั้งสองทานอาหารอย่าวสนุกปาก อาหารตรงหน้าใกล้จะหมดทั้งคู่เริ่มอิ่มรู้ตัวอีกทีก็ทานเบิ้ลไปแล้วสองจาน ถ้ามากับมาดามนะข้าวจานแรกฉันก็คงถูกห้ามไม่ให้ทานหมด เป็นดาราวางตัวลำบากเหมือนกันเวลาเข้าสังคม นักแสดงคนอาจจะสร้างภาพลักษณ์ได้เป็นอย่างดีแต่ชานั้นเป็นตัวของตัวเองส่วนใหญ่มักไม่ค่อยฝืนตัวเอง
“พี่ส้มคะ พรุ่งนี้ชามีงานหรือเปล่า”
“ไม่มีนะ พรุ่งนี้ชาได้พักผ่อนหนึ่งวัน”
“เย้! ดีเหมือนกันค่ะ 3 เดือนมานี้ชายังไม่ได้พักเลย”
“วันนี้รีบทำงานรีบกลับ ชาจะได้มีเวลาพักผ่อนเยอะ ๆ”
“ค่ะ พี่ส้ม”
ทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนุก เวลาการทำงานวันนี้ก็มาถึงช่วงสุดท้าย เกือบจะ 6 โมงเย็นเลยก็ว่าได้แม้จริงแล้วเธอทำหน้าที่เป็นวิทยากรเสร็จตั้งแต่ 4 โมงเย็นแต่พิธีการเยอะพอสมควรไหนจะถ่ายรูปหมู่ รวมถึงบางคนเป็นแฟยคลับก็เข้ามาขอถ่ายรูปรวมทั้งขอลายเซ็นต์
“เหนื่อยไหมชา”
“นิดหน่อยค่ะ” ชาลินีส่งยิ้มให้ส้มส้ม ทั้งสองเดินทางมาถึงโมเดลลิ่ง
ภายในโมตอนนี้เงียบสนิทชาเลยรู้ว่าจีเซลยังไม่กลับมา เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน ฉันวางกระเป๋าลงที่ห้องโถ่งที่สำหรับนั่งเล่นของนักแสดง
ชาลินีนั่งรออยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงคนที่เธอรอก็ยังคงไม่กลับมา มีเพียงนักแสดงคนอื่นที่ต่างคนก็ทยอยกันกลับมา เวลาตอนนี้ก็หนึ่งทุ่มแล้ว มันมืดพอสมควรใจชาลินีตอนนี้เริ่มอยู่ไม่สุข ดึกขนาดนี้มาดามยังไม่กลับเป็นใครก็ต้องคิดทั้งสองอาจจะ…
ฉันต้องสลัดความคิดนั้นออก ภาวนาว่าไม่อยากให้เป็นอย่างที่คิด ชาลินีเดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อเข้าห้องนอนของตนเองภายในห้องสี่เหลี่ยมที่คุ้นเคย ชาเข้าไปอาบน้ำก่อนที่จะเธอทิ้งร่างลงบนเตียงข่มตาหลับสักพักหนึ่งเพราะรู้สึกเหนื่อยล้ากับการทำงานของวันนี้
ชาลินีหลับไปตอนไหนเธอก็ไม่รู้ตัว นานจนจีเซลนั้นกลับมาเวลานี้ก็สองทุ่มครึ่ง มาดามเดินเข้ามาในบ้านเห็นนักแสดงทุกคนมารวมตัวกันพูดคุยกันที่ห้องประชุม แต่สายตาของเธอกับมองหาใครบางคน
“ส้ม ชาไปไหนเหรอ?” จีเซลถามด้วยน้ำเสียงปกติพลางชะเง้อหาใครคนนั้น
“กลับมาถึงก็ขึ้นไปที่ห้องแล้วค่ะพี่จี”
“ส้มไปตามให้ไหมคะ”
“ไม่เป็นไรพี่ไปเอง เอาขนมไปแช่ให้หน่อยสิพี่ซื้อมาให้เด็กทาน” จีเซลยื่นถุงขนมที่มีมากกว่าสิบถุงให้ผู้ช่วยนำไปเก็บ
มาดามเดินไปชั้นบนที่ห้องของชาลินี เธอเคาะประตูแต่กับไร้เสียงการตอบรับ จีเซลถือวิสาสะเข้าไปโดยที่คนในห้องนั้นยังไม่ได้อนุญาตแต่ตอนนี้จีเซลร้อนใจและอยากพูดคุยกับนักแสดงสาว เพราะเมื่อเช้าที่ชาลินีร้องไห้เธอแค่อยากรู้ว่าเป็นเพราะอะไรจะได้เคลียร์กันถูกประเด็น
“ชา” จีเซลพูดเสียงแผ่วเบาเมื่อเห็นชาลินีนอนอยู่บนเตียง ฉันค่อย ๆ ปิดประตูห้องให้เงียบที่สุด
มาดามเดินไปนั่งขอบเตียงมือข้างถนัดจัดแจงผมของคนที่หลับให้เข้าที่ ฉันเผลอยิ้มให้กับเด็กตรงหน้า เพิ่งเคยเห็นชาหลับเธอดูน่ารักมากเวลาที่ไม่ได้ลุกขึ้นมาทะเลาะกับฉัน
“มะ…มาดาม” ชาเริ่มรู้สึกตัวเพราะมีมือนุ่มลูบที่แก้มใส
“เหนื่อยเหรอ”
“นิดหน่อยค่ะ” ชาลินีชันตัวเองลุกขึ้นนั่ง เธอมองจีเซลอย่างไม่เข้าใจว่าอีกคนเข้ามาได้ยังไง
“มาดามกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”
“เมื่อกี้ ฉันไม่เห็นเธอเรียกก็ไม่ขานรับ ขอโทษนะที่เข้ามาโดยที่เธอไม่ได้อนุญาตก่อน”
“ไม่เป็นไรค่ะ บ้านนี้เป็นของมาดามนี่คะ”
“แต่ฉันก็ไม่ได้เข้าออกห้องใครโดยไม่ได้รับอนุญาตนะ” จีเซลพูดเสียงอ่อน
“มาดามมาตามชาให้ไปทานข้าวเหรอคะ ชาไม่หิวค่ะ” ชาลินีเบือนหน้าหนีเธอไม่อยากเจอหน้าจีเซลในตอนนี้
“ทำไมล่ะ เธอตอบมาก่อนได้หรือเปล่าว่าเมื่อเช้าร้องไห้ทำไม”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” ชาเดินไปที่ริมระเบียง เธอยังไม่อยากพูดอะไรตอนนี้ยิ่งมาดามถามเรื่องเมื่อเช้าความรู้สึกโกรธที่หายไปแล้วก็กลับเข้ามาอีกรอบ
ชาลินีถอนหายใจ เธอพยายามใจเย็นกับมาดามให้มากที่สุด เวลาคนเราโกรธมักจะพูดอะไรออกมาโดยที่ไม่รักษาน้ำใจของอีกคนถึงแม้ชาจะรู้สึกไม่พอใจมาดามแต่เธอก็ไม่เคยคิดที่จะทำให้จีเซลเสียใจเลยสักครั้ง
“มีสิ ฉันไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไรฉันขอโทษ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ชาขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ”
จีเซลรั้งแขนอีกคนที่กำลังเดินหนี เธอสัมผัสได้ว่าชาไม่อยากคุยแต่จีเซลอยากคุยให้รู้เรื่องมันคาใจเธอตั้งแต่ตอนเช้า ถ้าไม่คุยกันมันก็ยิ่งแย่
“ชา เราต้องคุยกัน”
“ชาไม่มีอะไรจะคุยค่ะ มาดามจะมาสนใจคนอย่างชาทำไมคะ ชาคือชาไม่ใช่คุณรุจที่มาดามต้องมาใส่ใจ”
“เธอเป็นเด็กในสังกัดของฉันนะ”
“ค่ะ ชาทราบเป็นเด็กในสังกัดไม่ใช่คุณรุจที่เป็นแฟนมาดามนี่คะ” ชาลินีเริ่มเสียงแข็งใส่จีเซล น้ำเสียงแบบนี้จีเซลไม่เคยได้ยินจากปากของชาลินีมาก่อน
“ฉันกับเขายังไม่ได้เป็นแฟนกันเธอคงเข้าใจผิด”
“ค่ะ มาดามออกไปได้แล้วค่ะ”
“เราต้องคุยกันให้รู้เรื่องก่อน ฉันยังไม่รู้สาเหตุเลยนะ”
“ค่ะ ชาก็จะบอกให้มาดามทราบว่าชาไม่พอใจที่มาดามไปกับคุณรุจทั้ง ๆ ที่มาดามมีงานกับชาแต่กับเลือกไปกับเขา” ชาลินีพูดด้วยน้ำเสียงสั่น เธอเริ่มร้องไห้จนตัวอ่อนโยน ยังหาสาเหตุไม่ได้ว่าร้องไห้ทำไมความรู้สึกแบบนี้คืออะไร
จีเซลเห็นน้ำตาของคนตรงหน้าเธอเริ่มใจอ่อน ตั้งแต่รู้จักกับชาลินีมาเธอไม่เคยเห็นชาร้องไห้มาก่อน นี่ชาร้องไห้เพราะเราอีกแล้วเหรอ?
“เธอไม่อยากไปกับฉันไม่ใช่เหรอ?”
“เมื่อก่อนใช่ค่ะ แต่ตอนนี้ชาอยากไปกับมาดามชาแค่ไม่อยากให้มาดามไปกับเขาชาไม่ชอบ”
“ฉันขอเหตุผล”
ชาลินีเลือกที่จะไม่พูดเธอเช็ดน้ำตาแล้วเดินหนีจีเซล ชาไม่เคยเดินหนีเธอมาก่อนและนี่คงเป็นครั้งแรกจีเซลเริ่มถอดใจเมื่ออีกคนดูเหมือนไม่อยากจะพูดกับเธอสักเท่าไร
“ไม่พูดก็ไม่เป็นไร ฉันแค่จะมาบอกว่าพรุ่งนี้เธอมีงานนะ ทางรายการให้เธอไปเป็นแขกพิเศษ”
“อะไรนะคะ ชาถามพี่ส้มว่าพรุ่งนี้ชาไม่มีงานนี่คะ”
“ฉันเพิ่งรับงานเมื่อเย็น”
“ชาไม่ไปค่ะ มาดามรับงานอะไรถามชาก่อนไหมคะว่าชาอยากทำหรือเปล่า”
“อืม ไม่ไปก็ไม่เป็นไรฉันจะได้ให้เกลโทรไปแคนเซิลขอโทษที่ทำอะไรโดยไม่ได้บอกเธอต่อไปอยากทำอะไรก็ทำเลย ฉันจะไม่ยุ่งกับเธอ ฉันเริ่มเหนื่อยแล้ว” คราวนี้จีเซลที่กับเป็นคนพูดน้ำเสียงสั่น น้ำตาหยดลงบนแก้ม ชาลินีไม่เคยเห็นน้ำตาของมาดามมาก่อน พอเห็นอีกคนร้องไห้ความโกรธที่เธอสะสมมาตั้งแต่ตอนเช้ากับพังทลายหมด
“มาดาม”
“ไม่เป็นไร ฉันกวนเธอมามากพอแล้ว”
“ชาจะไปค่ะ ไม่ต้องแคนเซิล” ชาลินีเช็ดน้ำตาให้คนตรงหน้าอย่างอ่อนโยน พร้อมส่งยิ้มจาง ๆ ให้มาดาม
“ไม่อยากทำไม่ใช่เหรอ เธอควรจะพักเธอคงเหนื่อย”
“ไม่เป็นไรค่ะ แต่พรุ่งนี้มาดามต้องไปกับชาโอเคไหมคะ”
“อืม” จีเซลเช็ดน้ำตาของตัวเอง ตอนนี้เธอรู้สึกอายที่ร้องไห้ต่อหน้านักแสดงสาว ทุกคนรู้จักฉันในฐานะมาดามที่ดูเป็นคนเย็นชาแต่กับมาร้องไห้เพราะเรื่องแค่นี้
“รวมถึงคืนนี้ชานอนที่ห้องมาดามนะคะ ห้องชาแอร์เสีย” ชาลินีหาข้อต่อรองแท้จริงแล้วห้องเธอแอร์เสียจริง ๆ แต่ไม่รู้ทำไมถึงเอ่ยปากขอไปนอนห้องของอีกคน
“เสีย? ทำไมเพิ่งมาบอกล่ะ”
“ชาเพิ่งนึกออก ว่ายังไงคะ”
“…” จีเซลไม่ได้พูดอะไร เธอชั่งใจอยู่พักใหญ่
“ชาไปนอนที่ห้องคนอื่นก็ได้ค่ะ ถ้ามาดามไม่กลัวว่านักแสดงจะแอบไปซัมติงกันหมายถึง…แอบรักกันถ้านอนห้องเดียวกันก็ไม่แน่นะคะ กฎข้อห้ามที่มาดามหวงไม่ใช่เหรอคะ แต่ถ้าจะให้ชานอนห้องที่ไม่มีแอร์ชาคงไม่นอน”
จีเซลคิดตามที่ชาลินีพูด ใช่เธอกลัวข้อนี้เหลือเกินกลัวเด็กในโมเดลลิ่งจะแอบรักกัน
“โอเค ฉันตกลง” ไม่รู้ที่ตกลงเพราะกลัวว่าชาจะไปรักกับเด็กในโมหรือว่าอยากนอนกับชาลินีกันแน่
ชาลินีเดินไปที่ห้องนอนของมาดามเธอนอนลงบนเตียงของอีกคน เตียงที่นุ่มและใหญ่ติดใจแล้วสิอยากมานอนแบบนี้ทุกคืนเลย
“ทำอะไรนะ คืนนี้เธอนอนข้างล่าง”
“ใจร้าย เตียงก็ใหญ่ให้ชานอนข้างล่างปวดหลังตายเลย” ชาลินีเบ้ปากใส่จีเซลถึงอีกคนจะห้ามยังไงเธอก็ยังนอนบนเตียงของมาดามอยู่อย่างนั้น
“ลุกเลยนะชา” จีเซลดึงชาลินีให้ลุกขึ้นออกจากเตียงของเธอ แต่ดูเหมือนจะดึงอีกคนไม่ขึ้น ฉันทำมันอยู่อย่างนั้นจนเกือบจะหมดแรง
“เตียงนุ่มจังเลยค่ะ” ชาลินีพูดด้วยท่าทีเฉยเมย
“ชา” จีเซลรวบรวมแรงทั้งหมดดึงชาให้ลุกจากเตียงแต่กับไม่เป็นผล จีเซลนั้นเซล้มทับคนที่นอนอยู่บนเตียง
ปลายจมูกของทั้งสองเกือบชนกัน ตอนนี้มีเพียงความเงียบเท่านั้นเพราะทั้งคู่ยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สายตาของทั้งสองผสานกันมันทำให้มาดามและชานั้นใจเต้นแรงความรู้สึกที่ไม่เคยเป็นมาก่อนกำลังก่อตัว
จีเซลเบือนหน้าหนีเล็กน้อย เธอเริ่มใจสั่นชาลินีมองคนที่อยู่ด้านบน มาดามเวลามองใกล้ ๆ สวยขนาดนี้เลยเหรอ ครั้งแรกที่ทั้งคู่หน้าอยู่ใกล้กันเพียงแค่เซนเดียว
ชาลินีกอดเอวคนด้านบนไว้เพราะเธอแค่อยากจะแกล้ง แต่สิ่งที่ชาทำเมื่อครู่ทำให้มาดามยิ่งเสียหลักจนจมูกของจีเซลสัมผัสกับจมูกของชาลินี
จีเซลหายใจเร็วขึ้นเธอรู้สึกตื่นเต้นเมื่อปลายจมูกของเรานั้นสัมผัสกัน
“ชาขอโทษค่ะ”
“ไม่เป็นไร ปล่อยฉันได้แล้ว”
“เมื่อกี้ตัวมาดามหอมมากเลยนะคะ” ชาลินีพูดพร้อมกับเม้มริมฝีปากเข้าหากันแต่ถึงมาดามจะบอกให้ฉันปล่อย ชาลินีก็ยังคงกอดเอวของคนข้างบนไว้อยู่อย่างนั้น