ตายแล้ว
“ผู้หญิงอะไรหน้าด้านซะจริง ๆ”
สีหน้าของหญิงสาวพลันแสดงความหงุดหงิด หากในชีวิตได้เจอกับคนอย่าง ‘ไอริน’ นางร้ายในนิยายที่อ่านคงต้องถอยออกห่าง ทั้งชอบใช้เส้นสาย ใช้อิทธิพลของพ่อมาข่มคนอื่น จนแทบจะไม่ได้ใช้ความสามารถของตัวเองเลยสักอย่าง ถือคติว่าอยากได้อะไรก็ต้องได้ ไม่สนว่าคนอื่นจะเป็นยังไง
วีรกรรมล่าสุดก็จะจับผู้ชายให้ได้! เขาไม่สนใจก็ยังให้พ่อมาทาบทาม หาข้ออ้างในเรื่องของธุรกิจมาดึงตัวผู้ชายไว้ ทั้งที่ยัยนางร้ายก็รู้อยู่แก่ใจว่าเขามีคนที่เขารักอยู่แล้ว
ระรินนอนอ่านไปก็สบถด่านางร้ายไปแทบทุกตอน
ครืน! เสียงฟ้าร้องดังลั่น
ระรินละสายตาจากนิยายเรื่องโปรดแล้วมองไปที่หน้าต่าง ฟ้าแลบมาพอดี หญิงสาวสะดุ้งตกใจ เธอรีบวางโทรศัพท์ทิ้งไว้แล้วลุกไปปิดม่านให้สนิท ก่อนจะออกไปเอาน้ำมาหนึ่งขวด พร้อมกับแอปเปิลที่หั่นใส่จานแล้วแช่เย็นไว้ คืนนี้จะนอนอ่านนิยายในห้องทั้งคืน ไหน ๆ พรุ่งนี้ก็หยุดอยู่แล้ว
ครืดด…ครืดด
โทรศัพท์มือถือเครื่องสวยสั่นดังครืด คิ้วสวยขมวดมุ่นเข้าหากันเพราะมันขัดจังหวะในขณะที่เธอกำลังอ่านนิยายตอนถัดไป ก่อนที่ปลายนิ้วจะกดรับสาย
“โทรมามีไร อย่าบอกนะว่าจะให้ฉันไปรับ” ระรินกรอกเสียงเข้าไปในสายด้วยความรำคาญ ยัยโบว์โทรมาดึก ๆ ไม่ค่อยมีอะไร ส่วนใหญ่ก็จะให้ไปรับกลับจากผับ ทุกทีเธอก็ไปรับเพื่อนได้ไม่อยากให้เมาแล้วขับ แต่ว่าวันนี้ฝนตกลงมาอย่างหนักน่ะสิ
(ไม่ใช่ย่ะ ฉันเจอว่าที่สามีของแกกอดนัวเนียกับสาวที่ผับ ตอนนี้มันพากันออกไปแล้วด้วย)
“ตาฝาดหรือเปล่า” ระรินถามกลับก่อนจะกลั้วหัวเราะ เมาจนตาพร่าเบลอเห็นผิดคนหรือเปล่า
เธอและว่าที่สามีคบหากันมานานถึง 6 ปี กำลังจะแต่งงานกันในเดือนหน้า ที่ผ่านมาเขาไม่เคยมีคนอื่น ไม่นอกใจ ไม่เจ้าชู้ ความสัมพันธ์ของทั้งสองหวานชื่นจนใคร ๆ ต่างก็พากันอิจฉา
(ไม่ฝาด ฉันเห็นจริง ๆ วันนี้วินใส่เสื้อเชิ้ตสีเทากางเกงยีนขายาวใช่ไหม)
ระรินเงียบไปชั่วขณะ เมื่อตอนค่ำแฟนหนุ่มของเธอมากินข้าวที่บ้านด้วยกัน เขาแต่งตัวลักษณะแบบที่เพื่อนสนิทพูดพอดีเป๊ะ
(แอบถ่ายรูปไว้ด้วย ส่งไปให้ดูแล้วแต่ไม่เห็นแกอ่านเลยโทรหาเนี่ย) คนในสายพูดต่อ
ระรินเอาโทรศัพท์ออกจากใบหูแล้วรีบกดเข้าไปดูในไลน์ หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น แม้จะเห็นไม่ชัดแต่คนรักกันก็จำกันได้
“ออกจากผับมานานหรือยัง” น้ำเสียงของระรินเย็นเยียบ
(10นาที ตอนนี้ฉันก็กำลังขับรถตามไปอยู่)
“แกไม่ต้องวางนะ ฉันกำลังจะตามออกไป”
(โอเค)
‘เป็นไปไม่ได้…นี่เขากล้าทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง’
ระรินหยิบกุญแจรถที่แขวนไว้ใกล้ประตู แล้วออกมาที่รถ ยังคุยกับเพื่อนสนิทอยู่ว่าต้องไปเส้นทางไหน
(แกมันเลี้ยวเข้าม่านรูด!)
หัวใจของระรินร่วงลง หญิงสาวกลืนก้อนสะอื้นที่มันจุกอยู่ลงไป แววตาพลันวาววับด้วยแรงโกรธ เธอสตาร์ตรถแล้วขับออกไปด้วยความเร็วสูง เธอเหยียบคันเร่งแทบมิดเข็มไมล์
ระรินยังไม่วางสายเพื่อนไป เผื่อมีอะไรคืบหน้าเธอจะได้รู้ทันที ตอนนี้ก็ได้แต่ฟังเพื่อนพูดถึงแฟนเฮงซวยที่มันนอกใจ
น้ำตาที่กลั้นเอาไว้กลับไหลร่วงลงมาไม่ขาดสาย เธอปาดน้ำตาไปแบบลวก ๆ เหยียบให้เร็วขึ้นเพราะต้องการไปให้ถึงทันเวลา
แต่ทว่าฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้ถนนลื่น รถยนต์ของหญิงสาวพุ่งไปด้วยความเร็วสูง เธอมองตรงไปข้างหน้าไม่ได้รู้สึกว่ารถที่ขับนั้นกำลังเสียการควบคุม
ในนาทีที่เธอจะเปลี่ยนเลน รถยนต์ก็หมุนคว้าง
“กรี๊ดดด” ระรินแผดร้องสุดเสียงด้วยความตกใจ
(เกิดอะไรขึ้นริน!!)
เสียงรถปะทะเข้ากับต้นไม้ใหญ่ข้างถนนดังโครม! คนในสายตกใจกับเสียงที่เข้ามา โบว์พยายามเรียกเพื่อนตัวเองแต่กลับไร้เสียงตอบกลับ
(ยัยริน แกตอบฉันหน่อย)
ติ๊ดดดด…
เสียงปลายสายขาดหายไป มีเพียงเสียงสัญญาณแทรกซ้อนเข้ามา
“ไม่นะ…เกิดอะไรขึ้นกับยัยริน โอ๊ยย ไม่รู้ด้วยละ ฉันลงไปดูไอ้เหี้ยนั่นก่อนละกัน หวังว่าแกจะไม่เป็นอะไรนะริน”
วินาทีนั้นเธอกังวลเป็นอย่างมาก ตัดสินใจลงจากรถเดินไปเคาะประตูห้องที่ว่าที่สามีเพื่อนหายเข้าไปกับผู้หญิง
“เฮ้ย!!!” ชายหนุ่มรูปร่างสูงเปิดประตูออกมา พอเห็นว่าเป็นโบว์ก็เบิกตาโตแล้วจะดันประตูปิด
ซะ ซวยแล้ว!!
“อย่าปิด ยัยรินกำลังมาหาคุณ แต่มันเกิดเสียงดังมากเข้ามาในสาย ฉันกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุ”
โบว์กดเปิดสปีกเกอร์ให้แฟนหนุ่มของระรินฟังด้วย แต่ทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด ทั้งสองช่วยกันเรียกแต่ก็ยังเงียบอยู่ คนตัวสูงไปหยิบเสื้อผ้ามาแต่งตัวไปพลาง ๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงหวอดังลั่นเข้ามา
และพอเดินทางไปตามเส้นทางก็พบเข้ากับหน่วยกู้ภัยและชาวบ้านรายล้อมอยู่จุดเกิดเหตุ พบรถเก๋งสีขาวพลิกคว่ำอยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่ มีเขม่าควันพวกพุ่งออกมาพร้อมระเบิดได้ทุกเมื่อ
เจ้าหน้าที่พยายามนำร่างของผู้เสียชีวิตออกมา ทราบว่าเป็นหญิงสาววัยยี่สิบเจ็ดปี นางสาว ระรินดา ธาดาศิริกุล
นับจากวินาทีนั้น ทั้งโบว์และวิน ต่างยืนหยุดนิ่งชะงันช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมาก โดยเฉพาะกับโบว์ ที่เธอเพิ่งคุยสายกับเพื่อนไปเพียงไม่นาน
เธอได้แต่โทษตัวเองอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ในใจ เป็นเพราะเธอหรือเปล่าที่โทรตามให้ยัยรินรีบมาดูว่าที่สามีกำลังนอกใจ
“ไม่นะ…ริน ฉันขอโทษ ฮึก! ฉัน…ฉันขอโทษจริง ๆ”