bc

สถานะรอหย่า

book_age18+
1.3K
ติดตาม
9.7K
อ่าน
ครอบครัว
สยองขวัญ
like
intro-logo
คำนิยม

“หยุด ห้ามออกจากบ้านเด็ดขาด ถ้าออกแม้แต่ก้าวเดียวเฮียจะถือว่าเราสองคนขาดสะบั้น ไอ...ไอ ไอกลับมาหาเฮียเดี๋ยวนี้”

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
ตอนที่ 1
‘เฮีย วันนี้ไออยากไปหาหมอ เฮียไปรับลูกที่โรงเรียนได้ไหมคะ’ ส่งข้อความหาสามีตั้งแต่บ่าย แต่ไร้การตอบกลับครั้นจะหนีไปหาหมอก็กระไรอยู่ ลูกสาววัยหกขวบกำลังจะเลิกเรียนพอดี ในฐานะแม่จึงละเรื่องสุขภาพแล้วไปรับลูกแทน ขับรถทั้งที่รู้สึกพะอืดพะอมตลอดทาง ยังไหวอยู่ แค่นี้เอง ฉันท่องไว้แบบนั้น เพราะสามีทำงานหนัก หลายวันมานี้เขายุ่งอยู่กับงานที่โกดัง และพี่ชายฝาแฝดของเขาที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย จึงไม่ค่อยมีเวลาดูแลฉันกับลูกได้เต็มที่ แต่ถึงกระนั้นฉันไม่น้อยใจเท่าไหร่ แค่ช่วงนี้ฉันรู้สึกเจ็บป่วยง่ายไปหน่อยเท่านั้นเอง “มามี้ไหวไหมคะ” แกชื่อ จิน ลูกสาววัยหกขวบ ยื่นมือน้อย ๆ เพื่อวัดระดับไข้บนหน้าผาก แต่มือของจินสั้นไปหน่อย จินเลยไม่รู้ว่ามามี้ตัวเองมีไข้สูงเฉียดฟ้า “ไหวค่ะจิน” ฉันยิ้มแหย ๆ พลางมองทางข้างหน้า “จินหิวไหมลูกมามี้ยังไม่ทำอะไรเลย กลับบ้านเราค่อยสั่งอาหารมากินสองคนนะคะ” “ค่ะมามี้” จินตอบสั้น ๆ สายตามองมาที่ฉันตลอดเวลา “มามี้ไม่สบายอีกแล้วใช่ไหม” “นิดหน่อยค่ะจิน ว่าแต่เราจะกินอะไรดี ไก่ทอดหรือข้าวดีคะ” “ไก่ทอดค่ะ” จินตอบเสร็จหันไปเล่นโทรศัพท์มือถือ กดเบอร์ของใครสักคนที่คุ้นเคย “ปะป๊าไม่รับอีกแล้ว” แกหงุดหงิดแต่ไม่แสดงอาการโมโหอะไรมากมาย “ถึงบ้านแล้ว รีบเข้าบ้านกัน” รีบลงจากรถอย่างเร่งรีบ เพราะฉันอยากนอนพักเต็มแก่ วันนี้อาการปวดหัว ครั่นเนื้อครั่นตัวเริ่มมาอีกแล้ว แย่กว่าเมื่อวานเยอะเลย ถึงโซฟาตัวยาวร่างของฉันทิ้งตัวลง ในมือถือยาดมไว้ ไม่นานนักมีมือเล็กนุ่มนิ่มมาบีบหน้าแข้งหน้าขารู้สึกผ่อนคลายลงบ้าง “ปะป๊าไปไหนคะมามี้” เสียงเล็กถามเบา ๆ “นานแล้วที่จินไม่กินข้าวกับปะป๊า” จินคงน้อยใจ มามี้เองก็น้อยใจ “ปะป๊าทำงานหนัก เอาเงินให้จินไปเรียนไงคะ” ปรือตาอธิบายให้ลูกสาวเข้าใจ “ป๊าเขาไม่ค่อยว่าง เดี๋ยวก็กลับมาแล้วแหละ” ตั้งแต่แต่งงานมาเขาทำงานหนักเพื่อให้ครอบครัวอยู่สุขสบาย เขาเปิดร้านขายอะไหล่รถยนต์จากร้านเล็ก ๆ สู่ร้านใหญ่โตขยายสาขาไปหลายจังหวัด มีเงินเยอะแยะจนลูกเมียสบาย แต่หลัง ๆ มานี้เขาทำงานหนัก หนักจนลืมไปเลยว่ามีเมียมีลูกอยู่ที่บ้าน ไม่มีเวลาว่างรับสาย ไม่มีเวลาว่างตอบแชท ไม่มีเวลาว่างนั่งทานอาหารร่วมกัน “ปะป๊าเหนื่อย ตอนที่หนูเรียนก็เหนื่อยค่ะมามี้” จินนั่งบีบขาต่อไป “จินจะตั้งใจเรียน พอโตจะได้ช่วยปะป๊าทำงาน เราจะได้กลับบ้านเร็ว มากินไก่ทอดด้วยกัน” “เก่งจังเลย ว่าแต่คนเก่งไปเอาไก่หน้าบ้านได้ไหมคะ” ได้ยินเสียงรถจอดอยู่หน้าบ้าน เป็นใครไม่ได้เลยนอกจากคนส่งไก่ทอด วันนี้เป็นอีกวันที่ฉันกับลูกสาวนั่งกินอาหารมื้อเย็นสองคน นานแค่ไหนแล้วนะ อือ เป็นเดือนแล้วมั้งที่เราสองคนไม่ได้คุยกันแบบจริงจัง หลังจากส่งจินเข้านอน ฉันสะบัดหัวไล่ความมึนเดินลงบันไดไปหากล่องยาในครัว ทานยาเสร็จลงนั่งที่โซฟาพลางมองหาสามีที่ไร้วี่แววว่าจะกลับมา กดเบอร์โทรหาในเวลาเที่ยงคืนสามสิบนาทีปรากฏว่าเขาปิดเครื่อง นั่งสัปหงกรออยู่นานจนล้มตัวลงนอน “กลับมาแล้ว” เสียงเหนื่อย ๆ ของ คุณากร หรือเฮียคุณ เขาเดินมานั่งเอามือทาบที่หน้าผากของฉัน “ไม่สบายทำไมไม่นอนบนห้อง ถ้าเป็นอะไรไปอีกคนเฮียไม่มีเวลาดูแลรู้ไหม” ตกลงเขาเอ็นดูหรือเขาตำหนิ? “ไอไม่ตายหรอกค่ะ ไม่สบายแค่นี้เดี๋ยวหายเอง” “ไอยวริญ!” ฉันชื่อ ไอยวริญ เรียกเบา ๆ ก็ได้ ทำไมต้องขึ้นเสียง “ค่ะ” “อย่าพูดคำว่าตายได้ไหม เฮียไม่ชอบ” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาพูดเสียงดัง มันเป็นอย่างนี้มาหลายเดือนแล้ว แต่พักหลังมานี้เขาหงุดหงิดบ่อยไปหน่อย “แล้วไอไม่มีสิทธิ์ตายเหรอคะ ไอก็คนนะ ตอนนี้ยังไม่ตายไม่ได้แปลว่าไอจะอายุยาวไปจนถึงร้อยปี ไออาจจะตายพรุ่งนี้หรือมะรืนก็ได้” “เฮียรู้” เขาพูดเสียงเบาหลังจากฉันปล่อยน้ำใสเอ่อล้นนองหน้า “แต่ไอไม่ควรพูดตายบ่อย ๆ ไง ถ้าไม่สบายก็รักษา อย่าเครียดอย่า...” “ไอเองก็อยากนอนพักไงเฮีย ไอเลยให้เฮียไปรับลูกที่โรงเรียน แต่เฮียไม่รับสาย ไม่ตอบแชท เฮียไม่ว่างขนาดนั้นเลยเฮียรู้ไหม” แน่นอนว่าฉันเจ็บและเสียใจ คงเพราะป่วยไข้เลยอ่อนไหวไปหมด “ไอก็รู้ว่าเฮียทำงานหนัก ไหนจะงานที่โกดัง ไหนจะแอบไปเฝ้าพี่วุฒิอีก พี่วุฒิจะอยู่ได้ไม่นานแล้วนะไอ” เขาพูดเสียงสั่น เพราะนั่นเป็นครอบครัวคนเดียวที่เหลืออยู่ของเขา อีกทั้งยังเป็นฝาแฝดตัวติดกันมาตั้งแต่เกิด ฉันเข้าใจว่ามันน่าเศร้า แต่... ฉันล่ะ ฉันไม่ใช่ครอบครัวของเขาหรือไง? “โอเคค่ะเฮีย ไอผิดเอง” ฉันลุกขึ้น กะจะไปนอนบนห้อง “อย่างี่เง่าไอ เฮียไม่เคยสอนให้ไอใจแคบแบบนี้” เสียงของเขาไล่ตามหลัง เขาไม่พอใจฉันรู้สึกได้ “กลับมาคุยกับเฮียก่อน อย่าเอาแต่ใจ” “งี่เง่า เอาแต่ใจงั้นเหรอ” เสียงค่อนข้างเบา เขาไม่ได้ยินอยู่ดี “โอเคไอ งั้นพรุ่งนี้เฮียจะไปรับลูกที่โรงเรียนเอง ไอขึ้นไปนอนเถอะ เฮียขอจัดการงานบัญชีก่อน” “ค่ะ” “...” เขาแค่พยักหน้าแล้วลงไปนั่งที่เดิม เมื่อเจ็ดปีก่อน ตอนนั้นฉันท้องแก่ มีเฮียคุณคนเดียวที่เป็นที่พึ่งทั้งทางใจ และทางกาย แม้เราสองคนจะยังเด็กทั้งคู่ แต่เขาดูแลฉันมาอย่างดีไม่มีขาดตกบกพร่อง ‘เฮียไปทำงานเถอะ’ เขาเป็นหัวหน้าครอบครัวหลังจากเราย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ กันสองคน เขาไม่หมิ่นเงินน้อย หางานทำทุกอย่างที่พอได้เงินมาเลี้ยงดูฉัน ถึงงานจะยุ่งแค่ไหนเขาจะกลับมาหาฉันทุกครั้งเมื่อมีเวลา ‘เฮียลางานหนึ่งวัน เราไปโรงพยาบาลกันนะ’ เมื่อเจ็บป่วยเขาจะลางานเพื่อพาฉันไปโรงพยาบาลในทันที ‘แต่งานเฮีย....’ ถ้าลางาน นายจ้างจะไล่ออกเพราะเขาลางานบ่อยเกินไป ไม่ใช่เพราะใครทั้งนั้น เพราะฉันคนเดียวที่ป่วยบ่อย ‘อยากไล่ก็ไล่ไปเลยเฮียไม่ว่าหรอก งานมันมีเยอะ อีกอย่างเฮียยังแข็งแรง อดทนหน่อยนะไอ เดี๋ยวเฮียเป็นเจ้าคนนายคนเมื่อไหร่เฮียจะจองห้องพิเศษ ตอนนี้อดทนหน่อยนะ’ เพราะเราสองคนอายุยังน้อย ฉันเรียนไม่จบ เขาก็เช่นกัน ฉันเก็บเรื่องน้อยใจไว้ในอก ขึ้นไปนอนบนฟูกหนาในห้องนอนตัวเอง ตอนนี้เรียกว่าเตียงเดี่ยวได้แล้ว เพราะฉันนอนคนเดียวมาร่วมเดือน ส่วนสามีคนนั้นนอนบนโซฟายาว ตื่นมาอาบน้ำไปทำงาน ชีวิตคล้ายเข็มนาฬิกาที่เดินวนไปมาอยู่อย่างนั้น “มามี้คะ จินไปเรียนก่อนนะคะ” ฉันปรือตามองลูกสาวที่หัวยุ่ง ๆ ก่อนไปโรงเรียน อยากตื่นมาหวีผมให้แต่ร่างกายขยับตัวไม่ไหว “...” เพียงพยักหน้ารับแล้วนอนต่อ บางทีวันนี้ฉันควรนอนให้เยอะ ๆ พรุ่งนี้อาจจะหายดีก็ได้

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

คุณหนูสิบเจ็ดตระกูลเจียง

read
10.7K
bc

แม่หมอแห่งซูโจว

read
7.6K
bc

วิญญาณตามรัก

read
1K
bc

เชลยรักท่านอ๋องอำมหิต

read
17.5K
bc

รักต้นฉบับ(ไม่ลับ)แม่มดมนตรา

read
1K
bc

หยุดหัวใจไม่รักดี

read
4.4K
bc

โซ่รัก ใยปรารถนา

read
6.5K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook