บทนำ
บทนำ
‘กรี๊ดดดด อร๊ายยยยยยยย’
‘หล่อ! หล่อมากหล่อโครตๆๆๆ’
‘พี่ทูเดย์!!!!!!! พี่ทูเดย์!!!!!’
‘พี่ลีก็หล่อ พี่คิวก็น่ารัก หุ้ยยยย แกฉันชอบเขา’
บราๆๆๆๆๆ
เสียงกรี๊ดกร๊าดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งฮอลล์จนไม่รู้ว่าระหว่างเสียงเพลงในคอนเสิร์ตหรือเสียงของเหล่าสาวกผู้คลั่งไคล้ศิลปินอันไหนดังกว่ากันแต่จะไปว่าอะไรพวกเธอมากก็ไม่ได้เพราะฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกันแต่ที่ฉันกรี๊ดให้ไม่ใช่นักร้องบนเวทีหรอก
“ก็หล่ออยู่นะแต่น้อยกว่ากรุงโซของฉัน”
“จร้า~~แม่สาวผู้คลั่งรัก”
ไม่ปฏิเสธฉันไหวไหล่น้อมรับฉายาที่เพื่อนรักอย่าง ‘สายพิณ’ มอบให้จะให้ปฏิเสธยังไงในเมื่อมันเป็นความจริงทุกประการยิ่งนานวันฉันก็ยิ่งรักเขามากขึ้นรักจนแทบจะโงไม่ขึ้นอยู่แล้วตลอดเจ็ดปีที่เราคบกันมาถึงแม้จะไม่ได้บอกให้ใครรู้ก็ตามมีเพียงเพื่อนสนิทของฉันกับเขาไม่กี่คนที่จะรู้ว่าแฟนสุดที่รักของฉันเป็นถึงซุปเปอร์สตาร์นาทีนี่ใครไม่รู้จัก ‘กรุงโซ’ ถือว่าล้าหลังมาก
“เอาจริงฉันว่าทูเดย์น่ารักกว่าอีก”
“ก็พอได้อยู่ แต่ในสายตาฉันมีแค่พิธีกรค่ะ”
และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ฉันได้ตามเขามาในงาคอนของวง THE DAY ซึ่งเป็นวงน้องใหม่กำลังมาแรงของปีนี้เลยก็ว่าได้ถ้าหากเทียบกับกรุงโซก็ถือว่าดังระดับหนึ่งเลยโดยเฉพาะหัวหน้าวงที่ได้ยินเขาพูดกันว่าเป็นถึงทายาทเจ้าของค่ายไม่รู้ว่าที่ดังมานี่เพราะความสามารถหรือเพราะพ่อแม่กันแน่
“เด็กเส้น”
“แกก็ว่าไปถึงจะมีพ่อเป็นเจ้าของค่ายก็เถอะแต่น้องเขาก็เข้ามาด้วยความสามารถ”
“แหมแม่แฟนคลับเบอร์หนึ่ง”
‘และแล้วนาทีนี่ที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง’
เสียงกรุงโซที่ตอนนี้เขารับหน้าที่เป็นพิธีกรดังขึ้นฉันไม่รู้หรอกว่าเป็นนาทีสำคัญอะไรแต่นอกจากคนทั้งฮอลล์ที่ดูตื่นเต้นแล้วก็ยังมีสายพิณอีกคนบอกตามกันตรงๆ เลยนะจ้างให้ฉันมาฉันก็ไม่มาหรอกแสบหูแสบตาไปหมดแต่ก็ช่วยไม่ได้ใครใช้ให้ฉันมีเพื่อนบ้าผู้ชายเองละถึงอย่างงั้นก็เถอะฉันก็เต็มใจมาอยู่ดีแม้จะอยู่ไกลจากเวทีแต่อย่างน้อยฉันก็ได้มองคนที่ฉันรักทำในสิ่งที่เขาชอบ
‘ฉันใส่ชื่อตัวเองไปเกือบร้อยเลยนะมันต้องมีชื่อฉันบ้างสิ’
‘ชื่อฉันย๊ะ ฉันใส่ไปมากกว่าแกอีก’
สาวน้อยสองคนที่นั่งแถวหลังฉันซึ่งมันห่างจากหัวฉันไม่ถึงครึ่งเมตรเถียงกันเอาเป็นเอาตายราวกับไม่ได้มาด้วยกันก่อนหน้านี่ก็เห็นคุยกันดีๆ พอบอกถึงนาทีสำคัญพวกเธอก็ตั้งท่าแย่งชิงอะไรกันสักอย่าง
“มันต้องมีบ้างแหละฉันก็ใส่ไปไม่น้อย”
“ห๊ะ??? นี่แกก็เอากับเขาด้วยหรอ” ฉันว่าไม่ใช่แค่พวกเธอแล้วละที่ร้อนรนเพื่อนฉันก็อีกคนไม่ต่างจากสองสาวนั้นเลย
“โหแกก็ต้องมีบ้างแหละบัตรไม่ใช่ถูกๆ ไหนจะต้องวัดดวงกดให้ทันอีก”
“ยังไงไม่เข้าใจก็ไหนแกบอกว่าเอามาผู้จัดการวงที่เป็นรุ่นพี่ในที่ทำงานไง”
อ่อ! ฉันลืมบอกสายพิณเพื่อนรักฉันเธอทำงานอยู่ในบริษัทเครือเดียวกับค่ายวง THE DAY ถึงแม้จะไม่ใช่ตำแหน่งโดดเด่นอะไรแต่ยัยนี้ก็มีเพื่อนที่ตำแหน่งสูงไม่ใช่น้อยโดยเฉพาะเพื่อนที่เป็นผู้จัดการวงไม่รู้ไปตีสนิทเพราะอยากมีเพื่อนหรือผลประโยชน์ส่วนตัวก็ไม่รู้
“ก็ใช่แต่ฉันได้มาแค่ใบเดียวถ้าฉันไม่ไปแข่งดวงกดมาอีกใบแกจะได้มานั่งดูกรุงโซของแกหรือไง”
“หุ้ย ~~เพื่อนใครเนี๊ยะน่ารักจังเลย”
ฉันโผล่เข้ากอดสายพิณนอกจากกรุงโซแล้วก็มีเธอนี่แหละที่รู้ใจฉันไปซะทุกอย่างถึงแม้จะขี้บ่นไปหน่อยก็ตามแต่ก็เอาเถอะยังไงฉันก็มีแค่เธอที่ไปไหนมาไหนด้วยขนาดตอนนี้ก็ยังมีแค่สายพิณที่พยายามพาฉันมาดูเขาแต่ทว่าคนที่เป็นแฟนอย่างเขากลับไม่เอ่ยปากชวนฉันมา หมายถึงกรุงโซนั้นแหละแม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เป็นแบบนี้แต่พอจะบอกว่าชินมันก็พูดได้ไม่เต็มปากก็จริงอยู่ที่เขายังไม่พร้อมจะบอกกับใครว่ามีฉัน แต่บางครั้งเขาก็ทำให้ฉันน้อยใจเหมือนกันแม้แต่มาที่นี่เขาก็ยังไม่รู้เลย
‘ผมขอประกาศรายชื่อผู้โชคดีคนแรกในค่ำคืนนี้ เอ้~ผู้โชคดีที่ผมหยิบขึ้นมาตอนนี้จะเป็นใครน้า~’
“เป็นฉันๆๆๆๆ ขอร้องละถ้าไม่ฉันก็เธอ”
O_O!!!!!!!!!
“นี่อย่าบอกนะว่าแกเขียนชื่อฉันไปด้วย”
“ใช่”
สายพิณพยักหน้าหนักแน่นให้ตายสิจะเขียนชื่อฉันไปทำไมวงนี้ก็ไม่ใช่วงโปรดในใจฉัน ฉันได้แต่มองค้อนเพื่อนรักนิดๆหน่อยๆพอให้นางได้รู้ตัวแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกเพราะฉันคงไม่ใช่ผู้โชคดีในโหลกระบัตรนับหมื่นแสนนั้นแน่นอน
‘ผู้โชคดีคนแรกคือคุณXXX’
‘อร๊ายยยยยๆๆๆๆ เป็นฉัน ฉันจริงๆด้วย’
แปะๆๆๆๆๆ
เสียงตบมือแสดงความยินดีดังมาพร้อมเสียงกรี๊ดลั่นที่อยู่บนหัวฉันหนึ่งในสองสาวที่เถียงกันเมื่อกี้ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปพร้อมกับสตาฟขึ้นไปบนเวที
“ใกล้มากแต่ทำไมไม่เป็นฉัน”
“ใบบุญแกคงยังไม่พอ”
“หึ! ใครจะไปเหมือนแกใบบุญเหลือล้นไม่ต้องไปแย่งถ่ายรูปกับใคร” แขวะฉันเลยนะก็ใครบอกให้แฟนฉันเป็นคนเก่งที่หล่อเองละ
‘ไม่ต้องเสียใจไปครับเพราะตอนนี้ยังเหลือผู้โชคดีอีกสองคนที่จะได้มากระทบไหล่กับน้องๆ วง THE DAY’
‘ใช่แล้วค่ะพี่กรุงโซและรายชื่อผู้โชคดีคนที่สองก็อยู่ในมืออิงอิมแล้วตอนนี้’
นักแสดงสาวคนสวยคู่จิ้นของกรุงโซชูบัตรทั้งสองขึ้นมาที่จริงเธอก็อยู่ตั้งแต่เปิดงานแล้วเพียงแต่ฉันไม่อยากพูดถึงก็เท่านั้นไม่ใช่เกลียดที่เธอเป็นคู่จิ้นของแฟนฉันหรอกนะแต่ฉันแค่อิจฉาก็เท่านั้นไม่ว่าจะไปไหนทำอะไรเธอมีเวลาได้อยู่กับกรุงโซมากกว่าฉันซะอีก ก็อย่างว่าแหละพวกเขาสองคนต้องทำงานด้วยกันถ้าฉันมัวแต่มางี่เง่าฉันคงกลายเป็นตัวถ่วงของเขา
“ฉันไม่ชอบแม่นี่เลยดูยังไงก็แอ๊บ” สายพิณพูดขึ้นมุมปากที่ก็คว่ำองศาได้น่าชังเลย
“มันเป็นคาแรคเตอร์แกนี่ก็อคติไม่เรื่อย”
“ก็ฉันไม่ชอบดูมันยิ้มให้แฟนแกดิแววตาเป็นประกายเชียว” ฉันได้แต่ส่ายหน้าให้สายพิณพวกเขาอยู่ไกลขนาดนั้นเธอยังอุส่าเห็นสายตาผ่านจอโปรเจกเตอร์ได้อีก
‘และเราก็มาถึงคนสุดท้ายกันแล้วนะคะ อิมเองก็แอบลุ้นไปด้วยเลยว่าผู้โชคดีคนสุดท้ายในค่ำคืนนี้จะเป็นใคร’
‘นั้นสิครับผมเองก็อดใจรอไม่ไหวแล้วเหมือนกันอยากรู้จังเลยว่าคนสุดท้ายที่คุณทูเดย์จับขึ้นมาจะเป็นใคร’
บนสนทนาของพิธีกรทั้งคู่รับส่งกันดีเหมือนคนรู้ใจแต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้ทำให้ฉันสนใจไปมากกว่ารอยยิ้มของกรุงโซ เขายิ้มให้เธอทั้งแววตาและสีหน้าฉันก็ไม่ได้อยากคิดอะไรมากหรอกนะแต่บางทีมันก็อดน้อยใจไม่ได้ทั้งๆที่เราก็เจอกันเกือบทุกวันแต่เวลาของเขาก็แทบจะไม่เคยมีให้ฉัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงใบหน้าสดใสแบบตอนนี้หรอกฉันแทบจะไม่ได้เห็นมันเลยทุกครั้งที่เจอกลับเป็นฉันเองที่ต้องฝืนยิ้มให้กับเขาขอแค่ได้เป็นกำลังใจให้เขาหายเหนื่อยก็พอ
‘คุณปลายฝัน ศิริวัฒน์’
O_O!!!!!!!!!!!!!!!!!!
“แก!!!!! ชื่อแก”
“........”
เอ้อชื่อฉันเองเสียงปรบมือดังขึ้นต่อเนื่องแต่ทว่าทำไมฉันกลับรู้สึกหูอื้อตาลายยืนแทบไม่ไหวไม่รู้ว่าเป็นความโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่คนมีเป็นหมื่นสองหมื่นแต่ทูเดย์อะไรนั้นดันมือแม่นจับได้ชื่อของฉันทั้งที่ฉันไม่ได้อยากขึ้นไป ไม่สิ! ต้องบอกว่าฉันไม่ได้จะมาที่นี่เพราะพวกเขา
“คุณปลายฝันครับ เชิญครับ”
เสียงพิธีกรดังขึ้นมาน้ำเสียงของเขาเหมือนไม่มีอะไรแต่ทว่าฉันกลับรู้สึกเหมือนกรุงโซจะตกใจไม่น้อยที่เห็นชื่อฉัน อย่าว่าแต่เขาเลยฉันเองก็ตกใจแต่ก็ต้องไหลตามน้ำไปก่อนก็ใครใช่ให้เพื่อนตัวดีใส่ชื่อฉันเข้าไปละ
บนเวที
พอมองจากตรงนี้ก็เห็นผู้คนมากมั้ยสบัดป้ายไฟไปมามุมมองจากตรงนี้มันต่างจากที่ที่ฉันนั่งอยู่เมื่อกี้และตอนนี้ฉันก็ได้มายืนอยู่ท่ามกลางนักร้องขวัญใจสาวๆ จะว่าไปพอมองใกล้พวกเขาก็น่าตาดีอย่างที่สายพิณมันว่านั้นแหละไม่รู้ใบบุญของฉันที่สะสมมาจะหมดหรือยัง
‘หนึ่ง สอง ยิ้มครับ’
เสียงช่างภาพที่ตั้งท่าถ่ายรูปฉันกับไอดอลชายทั้งสามก่อนจะบอกให้ฉันขยับเข้าไปใกล้ทูเดย์อีกก้าว
“ช่วยขยับอีกนิดได้มั้ยครับ”
“ค่ะ”
ฉันขยับเข้าไปใกล้เขาอีกก้าวเพราะไม่อย่างงั้นผู้โชคดีอีกสองท่านจะหลุดเฟรมฉันเองก็ไม่ใช่แฟนคลับซะด้วยไม่ได้ดีใจเลยด้วยซ้ำที่ต้องมายืนข้างเขาถ่ายรูปแล้วก็ยิ้มออกสื่อแบบนี้ขนาดกรุงโซแฟนฉันืฉันยังได้แค่ถ่ายโพลาลอยเก็บเอาไว้บอกใครก็ไม่ได้ แต่นี่เขาเป็นใครถึงได้มีรูปเขาก่อนรูปแฟนฉัน
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป
หลังจากคอนเสิร์ตและกิจกรรมต่างๆ นาๆ จบลงฉันกับสายพิณก็รีบแทรกตัวผ่านนักข่าวมากมายเข้ามาหลังเวทีซึ่งมันเป็นที่พักของวงTHE DAY และก็ยังเป็นที่พักของสองพิธีกรหนุ่มสาวโดยปกติคนนอกไม่สามารถเข้ามาได้แต่พอดีสายพิณเพื่อนของฉันดันเป็นคนในด้วยความสนิทกับผู้จัดการวงในเมื่อไม่ได้ถ่ายรูปบนเวทีเธอก็เลยเดินมาขอถ่ายในห้องพักแทน
“พี่ชิวลี่ขอหน่อยนะสัญญาพรุ่งนี้จะพาไปเลี้ยงข้าว” เธออ้อนวอนผู้จัดการวงที่ตัวเป็นชายแต่ใจเป็นหญิงแค่มองดูก็รู้แล้วว่าพี่ชิวลี่ของสายพิณเป็นคนใจดีขนาดไหน
“พี่ก็อยากให้อยู่แต่พี่ก็เกรงว่าทูเดย์จะไม่สะดวกน่ะสิ”
“อ้าวหรอคะ” เธอทำน่าคล้ายผิดหวังแต่ก็แค่พักเดียวเท่านั้นแหละ
“แต่ถ้าเป็นน้องลีกับคิวก็ได้อยู่นะสองนั้นเขาชิว”
“งั้นดีเลยค่ะพิณไม่ติดขอแค่มีรูปไปอวดเพื่อนที่ไม่ได้มาก็พอ” สายพิณยิ้มดีใจกระโดดโลดเต้น ก็อย่างว่าแหละถึงทูเดย์จะเป็นหัวหน้าวงแต่คนที่เพื่อนฉันชอบดันเป็นน้องคนเล็กสุดอย่างลีเดย์
“แต่พี่ให้ได้แค่คนเดียวนะ”
“ตามสบายเลยค่ะปลายจะออกไปรอข้างนอก” ฉันยิ้มตอบพี่ชิวลี่เธอดูจะหนักใจที่ให้สายพิณได้คนเดียวฉันก็เลยเป็นฝ่ายเดินออกมาเองเพราะยังไงฉันก็ไม่ใช่แฟนคลับของพวกเขาอยู่แล้ว
ดูเหมือนสายพิณคงจะทำธุระอีกนานฉันเดินไปเดินมาได้จะสิบรอบอยู่แล้วก็ยังไม่มีวี่แววว่าเธอจะออกมาจากห้องเลยไม่รู้จะถ่ายรูปไปอวดเพื่อนที่ทำงาน หรือจะถ่ายไปเผื่อเป็นการตลาดกันแน่
“เอ้อขอโทษนะคะห้องน้ำไปทางไหน” ฉันยืนรอจนฉี่จะราดอยู่แล้วขืนรอสายพิณอีกมีหวังได้ราดตรงนี้แน่ๆ
“เดินตรงไปจนสุดทางจะมีทางแยกให้เลี้ยวขวานะคะ จะเจอห้องน้ำค่ะ” สตาฟสาวคนสวยบอกพร้อมกับชี้ไปตามทาง
“ขอบคุณค่ะ”
ไม่ไหวแล้วค่ะไม่ไหวแล้วฉันกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาตามทางที่เธอบอกจนมาถึงทางแยกที่ว่าเมื่อกี้เขาบอกฉันซ้ายหรือขวานะ
‘สุขา’
‘สุขา’
เอ้า! สรุปไม่ว่าจะซ้ายหรือขวาป้ายมันก็ห้อยเป็นห้องน้ำทั้งคู่ไอ้เราก็ปวดจนจะราดแล้วด้วยฉันก็เลยเลี้ยวไปทางซ้ายเพราะดูแล้วไฟมันสว่างกว่าอีกทางเยอะอย่างน้อยก็ปลดทุกข์ได้สบายใจกว่า
‘เมื่อไหร่พี่จะเลิกกับมัน!’
“......” ????
เหมือนว่าจะมีคนอยู่ข้างในนั้นประตูทางเข้าห้องน้ำมันถูกล็อคจากด้านในยังไม่ทันจะได้ลองบิดลูกบิดอีกครั้งก็มีเสียงเหมือนคนกำลังทะเลาะกัน
“เห้อ~~แล้วทะเลาะอะไรกันตอนนี้” ฉันมองประตูที่มันล็อคอย่างอาลัยอาวรณ์ แต่ก็เอาเถอะฉันคงไม่อยากไปขว้างสงครามข้างในนั้น ฉันก็เลยหันหลังเดินกลับมาทว่ายังไม่ทันได้ก้าวขาออกไปไกลบวกกับความเงียบเสียงของคนข้างในนั้นก็ดังขึ้นมาอีก
‘ให้เวลาพี่หน่อยนะ พี่สัญญาว่าอีกไม่นาน’
ครั้งไม่ใช่เสียงเดิมแต่เป็นเสียงของผู้ชายที่ฉันรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดี ‘กรุงโซ’ ฉันจำได้ดีว่าเสียงแฟนตัวเองเป็นแบบไหน แต่ที่ฉันไม่รู้คือคนที่กำลังคุยกับเขา
‘อีกนานแค่ไหนพี่จะอะ....’
“คุณคะ!!!!”
O_O!!!!!!!!!!!
ฉันสะดุ้งโยงจนเกือบหงายหลังอยู่ๆสตาฟคนที่เคยบอกทางฉันก่อนหน้าก็เข้ามาประชิดตัวฉันพร้อมกับเรียก ไม่สิ! ออกแนวตะคอกมากกว่าเสียงไม่ได้ดังมากแต่ก็พอให้คนข้างในเงียบไป
“ห้องน้ำไปทางนั้นค่ะ”
“อ๋อ ค่ะเมื่อกี้ฉันจำไม่ได้เห็นมีสองป้ายห้อยก็คิดว่าเข้าได้” แล้วฉันก็ลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี่ฉันจะไปห้องน้ำ
“ทางนี้เป็นของเจ้าหน้าที่ในงานค่ะ”
“ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ”
ฉันก้มหัวให้คนตรงหน้าเล็กน้อยก่อนจะจำใจเดินออกมาถึงแม้ในใจตอนนี้จะยังไม่แน่ใจก็ตามว่าใช่เสียงของกรุงโซหรือเปล่าทว่าร้อยทั้งร้อยฉันคิดว่าตัวเองไม่ได้จำน้ำเสียงเขาผิดไปแน่ และถ้าเป็นเขาจริงๆ ผู้หญิงคนนั้นคือใคร
ตุ๊บ!!!!
“อ่ะ!” ฉันมัวแต่เดินคิดจนไม่ได้ดูทางไปชนเข้ากับอะไรสักอย่างที่เหมือนคน
“เป็นไรมั้ย” น้ำเสียงติดออกจะเย็นชาก้มลงมาถามฉันที่ตัวเล็กกว่า
ฟืดดด
น้ำหอม? กลิ่นน้ำหอมนี่....
“ทูเดย์!!!!!!”
แหมเต็มบุญฉันมันสูงเฉียดฟ้าแน่เลยถึงได้เจอคนที่คนอื่นพยายามอยากเจอได้ง่ายๆ ชิงโชคถ่ายก็ไม่ได้ส่งแต่กลับมีชื่อแจ๊คพอตหยิบได้ชื่อฉันอีก แล้วไหนจะตอนนี้สายพิณอยากถ่ายรูปกลับไม่ได้ถ่ายส่วนฉันแค่เดินมาเข้าห้องน้ำก็ได้เจอเฉย
“คุณแฟนคลับนี่”
“เอ้อคือฉัน...” จะบอกไม่ใช่ก็ยังไงอยู่แล้วถ้าบอกว่าพึ่งรู้จักวงเขาเมื่อกี้เนี๊ยะจะดูแปลกมั้ย
“ผมเห็นเพื่อนคุณตามหาอยู่”
“อ่อ ขอบคุณค่ะ แล้วก็ขอโทษด้วยที่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ”
ถ้าเป็นคนอื่นคงได้ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่ได้ชนเข้ากับหัวหน้าวงสุดฮอตหรือไม่ก็อาจจะกรี๊ดออกมาจนคอแตกเลยก็ได้ ทว่าสำหรับฉันมันเฉยๆ ก็จะให้ฉันไปกรี๊ดกร๊าดอะไรเขากรุงโซของฉันตอนนี้ก็ดังไม่น้อยไปกว่าเขาไหนจะดูหล่อกว่าอีกกรี๊ดเขาฉันไปกรี๊ดแฟนฉันไม่ดีกว่าหรือไง ฉันก็เลยยิ้มให้เขาแล้วก็เดินมาหาสายพิณที่ยืนรอฉันอยู่หน้าห้อง
“ไปไหนมา??”
“ปวดฉี่ก็เลยไปห้องน้ำ” พอมาถึงก็โดนเพื่อนรักชักสีหน้าใส่ทันที
“กลับ” สายพิณพูดสั้นๆ สีหน้าตอนนี้มันไม่ค่อยสู่ดีสักเท่าไหร่
“มีอะไรหรือเปล่า?? ทำไมแกดูอารมณ์ไม่ค่อยดี”
“เดี๋ยวฉันเล่าให้ฟัง”
แล้วฉันก็ถูกสายพิณลากกลับไปทั้งที่ยังไม่ได้คำตอบเลยว่าใครทำให้เพื่อนฉันหน้าหงิกออกมาแบบนี้ ไม่ใช่แค่นั้นเพราะฉันก็ยังไม่ได้คำตอบเหมือนกันว่าคนที่อยู่ในห้องน้ำเมื่อกี้คือกรุงโซจริงๆหรือเปล่า
สิบนาทีก่อนหน้า
(สายพิณ)
“เมื่อกี้เพื่อนเราหรอ?”
“ค่ะ ปลายฝันลูกสาวของกำกับอเนค”
“อือ พี่ก็ว่าหน้าคุ้นลูกคนโตใช่มั้ย”
ฉันพยักหน้าแทนคำตอบตอนนี้ใครๆ ก็รู้กันไปทั่วโดยเฉพาะวงการหนังวงการละครว่าเธอเป็นลูกที่พ่อไม่รัก ที่จริงปลายฝันมีน้องสาวอีกคนแต่เธอเป็นน้องต่างแม่ซึ่งเป็นภรรยาปัจจุบันของพ่อเธอหลังจากแม่เธอเสียพ่อเธอก็แต่งงานใหม่พาแม่เลี้ยงกับน้องสาวที่ไม่รู้ว่าพ่อเธอไปมีตอนไหนเข้ามาในบ้าน คงเพราะเหตุนี้ปลายฝันถึงไม่ชอบให้ใครเรียกเธอเป็นลูกคนโตเพราะเธอจะเป็นลูกคนเดียวแต่ความจริงก็คือความจริงเพราะถึงยังไง ‘ลมหนาว’ ก็เป็นน้องของเธอ
“จริงหรือเปล่าที่เขาพูดกันว่าเธอไม่ชอบน้องตัวเองเพราะลมหนาวเก่งกว่า” พี่ชิวลี่นี่ก็ขยันเม้าท์จริงๆ
“ไม่จริงหรอค่ะก็แค่ข่าวลืมยัยฝันมันแค่ไม่อยากให้ใครอึดอัด”
เธอถึงยอมเป็นคนที่ออกจากบ้านใหญ่มาอาศัยในคอนโดที่ใช่เงินมรดกของแม่เธอซื้อไว้ฉันเองก็ไม่อยากพูดเรื่องของสองพี่น้องนี่มากนักหรอกคนนึงชอบอิสระอยากทำร้านเสื้อผ้าแบร์นของตัวเอง ส่วนอีกคนชอบไปทางเบื้องหลังมันก็เลยดูว่าพ่อเธอรักน้องมากกว่า แต่ความเป็นจริงที่ฉันเห็นพ่อเธอรู้นิสัยของลูกมากกว่าใคร
“เห้อ~~~เหนื่อยใจ” อยู่ๆ พี่ชิวลี่ก็ถอนหายใจขึ้นมา
“เหนื่อยเรื่อง??? ครอบครัวเขาพี่จะไปเหนื่อยแทนทำไม”
“ฉันไม่ได้เหนื่อยเรื่องนั้นย๊ะ แต่ที่เหนื่อยเนี๊ยะคือเรื่องนี่ต่างหาก” พี่ชิวลี่ดึงฉันเข้าไปกระซิบ
“ไม่จริงอ่ะ!!!!!!!!”
เป็นไปไม่ได้สิ่งที่ฉันได้ยินมันอาจจะไม่ใช่เรื่องของฉันแต่มันต้องกระทบกับคนที่ฉันรักแน่ๆ ถ้าหากเธอรู้
“จริง! ทีมงานของนางรู้กันทุกคน”
“นานแล้วหรอ”
“ก็สักพัก! เหมือนกระแสคู่จิ้นจะไม่ใช่แค่ในจอแล้ว”
“พี่ชิวพิณขอตัวก่อนนะ”
ฉันยกมือไหว้รุ่นพี่ที่เคารพก่อนจะรีบออกมาหาเพื่อนรักทว่าพอออกมากลับไม่เจอเธอตอนนี้อกฉันแทบจะระเบิดถ้าหากมันเป็นอย่างที่พี่ชิวลี่พูดก็เท่ากับที่ตรงนี้เป็นที่ที่อันตรายสำหรับเธอ
‘มีคนเห็นกรุงโซกับอิงอิมไปบ้านพ่อแม่ของฝ่ายชาย ไม่แค่นั้นนะทีมงานนางยังบอกอีกว่าสองคนนั้นขึ้นไปซัมติงบนคอนโดของฝ่ายหญิงเป็นว่าเล่น’
“แล้วสองคนนั้นก็อยู่ที่นี่ด้วยกัน”
ฉันพูดออกมาเมื่อนึกถึงเรื่องที่พี่ชิวลี่พูดตอนนี่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะจริงมั้ยแต่ถ้าไม่มีมูลไม่มีใครเขาเล่าหรอกโดยเฉพาะกลุ่มนักข่าวที่ฉันเคยไปทำงานด้วยพวกนั้นก็พูดเรื่องนี้กันฉันเองก็รับรู้มาสักพักพวกเขาคุยกันบางคนก็อินไปกับบทคู่รัก แต่ทว่าฉันกลับกลัวเพราะความจริงกรุงโซกับปลายฝันสถานะของทั้งคู่ฉันเก็บมันไว้ตลอดแล้วฉันก็เป็นเพื่อนพวกมันมาตั้งแต่เรียนความรักที่เหมือนจะสุขหง่อมพวกนั้นมันอันตรายกับเพื่อนฉัน ปลายฝันอาจจะรับไม่ได้ด้วยซ้ำกับกรุงโซฉันไม่รู้หรอกว่ามันจะเปลี่ยนไปมั้นแต่กับปลายฝันมันยังเหมือนเดิมเผลอๆ รักมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ
“กลับ!”
ทีแรกก็ยังอยากหาวิธีบอกแต่พอเห็นหน้าปลายฝันแล้วฉันว่ามันยังไม่พร้อมจะรับรู้เรื่องพวกนี้อีกอย่างฉันก็ยังไม่แน่ใจว่ามันเป็นแค่ข่าวลือที่เขาเล่ากัน หรือมันเป็นเรื่องจริงแต่ถึงอย่างงั้นก็เถอะข้อมูลพวกนี้มันมีผลต่อจิตใจเธอแน่นอนเพราะฉะนั้นทางที่ดีฉันควรพาเธอให้ออกห่างจากตรงนี้ แล้วค่อยหาวิธีคุยทีหลังก็ยังได้