ไม่ถูกชะตา
คฤหาสน์ตระกูลธาดาวรโชติ
คฤหาสน์หลังใหญ่สไตล์อิตาลีมีเนื้อที่ทั่วทั้งอาณาบริเวณมากกว่า 60 ไร่ ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเจ้าของคฤหาสน์สุดหรูหลังนี้ก็คือ คุณหญิงรุจิรา ธาดาวรโชติ หรือคุณหญิงรุจิรา หนึ่งในมหาเศรษฐีที่เป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงนักธุรกิจ คุณหญิงรุจิราเป็นประธานผู้ก่อตั้ง TWC Group บริษัทนำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์และอุตสาหกรรมจากประเทศที่มีเทคโนโลยีชั้นนำของโลก อีกทั้งยังเป็นเจ้าแม่นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และให้เช่าอสังหาริมทรัพย์
แต่ทว่าคฤหาสน์ที่กว้างขวางและฐานะที่ร่ำรวยกลับไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงที่คุณหญิงรุจิรานั้นต้องการ เมื่อถึงจุดอิ่มตัวเขากลับต้องการเพียงครอบครัวที่อบอุ่นอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาในบั่นปลายสุดท้ายของชีวิต แต่สิ่งที่เขาคิดฝันมันกลับสวนทางกันราวฟ้ากับเหว
นั่นก็เป็นเพราะว่า ...
"เย็นนี้ไม่ต้องรอทานข้าวนะคะ พอดีภัคมีนัดคุยงานกับลูกค้า กว่าจะได้กลับก็ดึกๆ นู้นเลย"
“แต่วันนี้เป็นวันหยุดไม่ใช่เหรอภัค ภัคจะไม่อยู่บ้านกับแม่บ้างเลยเหรอคะ”ละสายตาจากหนังสือพิมพ์ก่อนที่จะเอ่ยถามปภาวีลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของตนเองออกไป
“คุณแม่ก็มีป้าน้อยเป็นเพื่อนแล้วไงคะ”
“มันไม่เหมือนกันหรอกนะภัค แล้วอีกอย่างคุยงานที่ภัคว่าก็คือออกไปเที่ยวผู้หญิงอย่างนั้นใช่ไหมอย่าคิดว่าแม่ไม่รู้ ภัคโตจนอายุสามสิบกว่าเเล้วนะลูก ภัคควรเลิกทำตัวแบบนี้ได้แล้ว”
ไม่เพียงแต่พูดเพียงเท่านั้นคุณหญิงรุจิรายังยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลส่งให้กับปภาวีอีกด้วย ซึ่งเอกสารที่อยู่ภายในซองก็คือรูปถ่ายของปภาวีกับหญิงสาวมากหน้าหลายตา เธอได้จ้างนักสืบให้ตามดูพฤติกรรมของประภาวีผู้เป็นลูกสาว จนได้พบว่าลูกสาวของตนเองเปลี่ยนคู่นอนไม่ซ้ำหน้า มิหนำซ้ำยังไปมีความสัมพันธ์กับพนักงานในบริษัทของตนเองอีกด้วย
“ก็ภัคยังไม่เจอคนที่เขารักภัคจริงๆ หนิคะคุณแม่ ผู้หญิงที่เข้าหาภัคก่อนก็เพราะว่าหวังเงินของภัคกันทั้งนั้น ภัคเลยใช้เงินซื้อให้มันจบๆ ไป อีกอย่างผู้หญิงพวกนั้นก็เห็นแก่เงินกันจะตาย”ตอบกลับอย่างไม่ทุกข์ร้อนใดๆ เพราะที่ผ่านมาเธอก็ไม่เคยเห็นว่าจะมีผู้หญิงคนไหนที่รักตัวตนจริง ของเธอเลยแม้แต่คนเดียว ที่เข้ามาก็หวังเพียงทรัพย์สินเงินทองของเธอกันทั้งนั้น
“ก็อาจจะไม่ใช่ทุกคนนะภัค ภัคลองปรับเปลี่ยนทัศนะคติของภัคใหม่ แม่เชื่อว่าสักวันภัคจะเจอคนที่เขารักภัคด้วยใจจริง ไม่ใช่รักเพราะเงินของภัค”
“ค่ะคุณแม่ ภัคจะพยายามค่ะ”
คุณหญิงรุจิราพูดสอนปภาวีผู้เป็นลูกสาวด้วยความรัก เธอนั้นอยากให้เขาได้เจอคนที่รักตัวตนของเขาจริงๆ ไม่ใช่รักเพียงเพราะหวังในทรัพย์สินเงินทองเพียงเท่านั้น เพราะเธอเองก็อายุมากขึ้นทุกวันคงจะอยู่ดูเเลเจ้าตัวอย่างนี้ได้อีกไม่นาน เธอจึงอยากให้ดวงใจของเธอได้เจอคู่ครองที่ดีจะได้อยู่ดูแลกันในวันที่เธอนั้นไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้ว
ในขณะที่คุณหญิงรุจิรากำลังนั่งพูดคุยกับปภาวีลูกสาวของตนอยู่นั้น น้อย แม่บ้านเก่าแก่ของครอบครัวก็ได้เดินเข้ามานั่งอยู่เบื้องหน้าพร้อมกับเด็กสาวคนหนึ่งซึ่งอายุอานามก็น่าจะยังไม่ถึง 20 ปี นั่นจึงทำให้คุณหญิงรุจิรานึงสงสัยขึ้นมาว่าเด็กสาวคนนี้นั้นเป็นลูกเต้าเหล่าใครกัน แล้วทำไมน้อยแม่บ้านของตนถึงได้มีสีหน้าที่ดูเป็นกังวลเช่นนี้ด้วย
"เป็นอะไรรึน้อย ทำไมถึงทำหน้าแบบนั้น แล้วแม่หนูนั่นเป็นใครกันล่ะ น่าตาสะสวยเชียว "
“เด็กคนนี้เป็นหลานสาวของน้อยเองค่ะคุณผู้หญิงชื่อหนูพรีนค่ะ หนูพรีนเธอมาจากต่างจังหวัดเข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพฯ น้อยเห็นว่าเธอยังไม่มีที่พัก น้อยจึงจะมาขอความเมตตาจากคุณหญิงให้หนูพรีนได้เข้ามาทำงานเป็นคนใช้ที่บ้านหลังนี้ได้ไหมคะ ”
น้อยพูดออกมาด้วยความประหม่า เพราะตั้งแต่ที่เธอเข้ามาทำงานที่คฤหาสน์หลังนี้เธอไม่เคยเอ่ยปากร้องขออะไรจากผู้เป็นนายเลยสักครั้ง เพราะแค่สิ่งที่คุณผู้หญิงได้ให้แก่เธอมามันก็มากเกินพอแล้ว แต่ครั้งนี้ที่เธอมีความจำเป็นจริงๆ และเธอก็ไม่มีที่พึ่งที่ไหนเธอจึงต้องมาขอความเมตตาจากคุณหญิงดูสักครั้ง
“ได้สิน้อยไม่มีปัญหา น้อยก็ดูเตรียมห้องนอนไว้ให้หลานสาวได้เลยนะ ”
“ไม่ได้นะคะคุณแม่ คนใช้ที่บ้านเราก็ตั้งมากมาย คุณแม่จะรับยัยเด็กนี่ เอ่อ เด็กคนนี้ไว้ทำไมอีกคะ” ปภาวีค้านเสียงแข็ง เพราะเธอรู้สึกไม่ถูกชะตากับเด็กสาวคนนี้เอาเสียเลย เพียงแค่ได้เห็นหน้าเพียงแวบเดียวเท่านั้น เธอกลับรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาอย่างประหลาด ขืนถ้าต้องมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันมีหวังเธอได้อกแตกตายก่อนเป็นแน่
“ภัค!! เรียกน้องเขาดีๆ สิคะลูก หนูพรีนลุกขึ้นมานั่งข้างฉันมา” คุณหญิงรุจิราเอ็ดให้กับปภาวีผู้เป็นลูกสาวก่อนที่จะเอ่ยเรียกชนากานต์ให้ลุกขึ้นมานั่งบนโซฟาใกล้ๆ กับตนเอง
“เอ่อ... คงจะไม่ดีมั้งคะคุณหญิง ให้หนูพรีนนั่งตรงนี้ข้างน้อยก็ได้ค่ะ”
“ไม่เป็นไรเลยน้อย มาเร็วหนูพรีนมานั่งตรงนี้มาค่ะ”
ชนากานต์ที่ไม่อาจขัดความประสงค์ของคุณหญิงรุจิราได้ จึงค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นจากพื้นและเดินไปนั่งอยู่ข้างๆ กันกับคุณหญิงรุจิราโดยที่มีสายตาของปภาวีมองมาที่ชนากานต์ด้วยความไม่พอใจ
“น่าตาน่ารักน่าเอ็นดูจริงเชียว ไหนแนะนำตัวสิคะ ว่าชื่ออะไร”
“หนูชื่อพรีน ชนากานต์ ฐิติปกรณ์ อายุ 19 ปีค่ะ”
“เรียนอยู่ปีไหนแล้วคะ คณะอะไร” คุณหญิงรุจิรายกมือขึ้นลูบผมของชนากานต์ด้วยความเอ็นดู เพราะเธอเองก็อยากให้ปภาวีลูกสาวของตนมีนิสัยน่ารักเรียบร้อยแบบนี้บ้าง
“เพิ่งเข้าปี 1 ค่ะ เรียนคณะบริหารธุรกิจค่ะคุณผู้หญิง”
“เห็นไหมภัค หนูพรีนน่ารักขนาดนี้ มีมารยาทอ่อนน้อมถ่อมตน ต่อไปนี้หนูพรีนเรียกพี่เขาว่าพี่ภัคนะลูก แล้วก็ไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณผู้หญิงหรอก เรียกว่าคุณแม่แบบพี่ภัคได้เลยนะลูก”
“ภัคไม่อนุญาต!! คุณแม่จะให้ยัยเด็กนี่มาเรียกภัคว่าพี่ได้ยังไงกัน ภัคไม่ยอมค่ะ” เมื่อได้ยินคำที่คุณหญิงรุจิราผู้เป็นแม่เอ่ยออกมาปภาวีก็ถึงกับเลือดขึ้นหน้ายืนกรานเสียงแข็ง
“นั่งลง! ภัคอย่าทำนิสัยแบบนี้ภัคโตแล้วนะ น้องชื่อพรีน เรียกชื่อน้องให้ดีๆ แล้วอย่าให้แม่ได้ยินว่าภัคเรียกน้องแบบนั้นอีก”
“คุณแม่!! ภัคไปดีกว่าค่ะ เห็นหน้ายัยเด็กนี่แล้วอารมณ์เสีย” ปภาวีรีบเดินกระทืบเท้าออกไปด้วยความไม่พอใจ ที่คุณหญิงรุจิราแม่ของตนนั้นเห็นคนอื่นสำคัญกว่าเธอที่เป็นลูกแท้ๆ
“นี่ยัยภัค ภัค!!”
“คุณหญิงปล่อยคุณภัคเธอไปก่อนนะคะ น้อยว่าให้เวลาคุณภัคเธอสักหน่อย คุณภัคเธอคงจะไม่ชินที่จะให้หนูพรีนไปเรียกเธอว่าพี่น่ะค่ะ แล้วอีกอย่างหนูพรีนก็เป็นแค่หลานคนใช้ น้อยว่าคงไม่เหมาะสักเท่าไหร่ด้วยที่จะให้หนูพรีนไปเรียกคุณภัคเธอแบบนั้น”
“ไม่ใช่หรอกน้อย หนูพรีนก็เป็นคนเหมือนกัน ฉันจะดัดนิสัยยัยภัคเสียบ้าง ยัยภัคพูดจาไม่รักษานํ้าใจใครเลย ไม่เคยจะคิดว่าคนที่ฟังเขาจะรู้สึกยังไง ฉันต้องขอโทษหนูพรีนด้วยนะจ๊ะ ที่ลูกสาวฉันพูดจาไม่ดีกับหนู”
“ไม่เป็นอะไรค่ะคุณหญิง พรีนก็เป็นแค่หลานของคนใช้ตามที่คุณภัคเธอพูดจริง ๆ ค่ะ”
“หนูพรีนอย่าคิดมากนะจ๊ะ เอาเป็นว่าวันนี้หนูพรีนไปพักผ่อนก่อนดีกว่า เดินทางมาเหนื่อยๆ น้อยพาหลานไปพักก่อนไป”
“ค่ะคุณหญิง” น้อยตอบรับคำคุณหญิงรุจิราก่อนที่จะค่อย ๆ ดันตัวลุกขึ้นและเดินออกจากห้องโถงนี้ไป
“ขอบคุณนะคะคุณหญิง ถ้าอย่างนั้นพรีนขอตัวก่อนนะคะ”
ชนากานต์พูดขอบคุณคุณหญิงรุจิราก่อนที่จะเดินก้มหลังออกมา คุณหญิงรุจิรารู้สึกเอ็นดูชนากานต์เป็นอย่างมาก หน้าตาน่ารัก นิสัยเรียบร้อย อีกทั้งยังมีมารยาทอ่อนน้อมถ่อมตน ถ้าเธอได้หนูพรีนเป็นลูกสะใภ้ก็คงจะดีไม่น้อยเลย