ตอนที่ 1 - 2
จวนสกุลเฉา
“เหวินจีน้องพี่....เจ้าหายป่วยในเร็ววันเถิดหนา”
ถ้อยคำอ่อนหวานเคล้าปนหยาดน้ำตาของเฉาอี้หยูเอ่ยซ้ำไปซ้ำมาอยู่ข้างกายผู้เป็นน้องสาว
อีกหนึ่งเดือนข้างหน้าจะถึงกำหนดงานแต่งของซูโม่เหวินกับเฉาอี้หยู
บุตรีคนรองของสกุลเฉากลับล้มป่วยกระทันหันเช่นนี้
หากนางไม่ฟื้นฤกษ์แต่งงานครั้งนี้เป็นอันถูกเลื่อนออกไปก่อน
วันนี้ซูโม่เหวินได้หยุดจึงคอยมาอยู่เป็นเพื่อนเฉาอี้หยู
เขาเองเคยมาเยี่ยมเฉาเหวินจีหลายครั้งส่วนลึกในจิตใจตัวเขาเองไม่สบายใจเช่นกัน
หากดึงดันจะจัดงานแต่ง ทั้งที่เฉาเหวินจียังนอนไม่ได้สติเช่นนี้
นางงดงามน่ารักสมวัยใบหน้าอ่อนหวานแฝงแววขี้เล่นนั้นซูโม่เหวินในฐานะพี่เขยได้แต่เก็บเอาไว้ให้ลึกสุดก้นบึ้งหัวใจ
“...อาา....”
เสียงครางแผ่วเบาจากริมฝีปากเฉาเหวินจีเรียกสติผู้คนรอบข้างให้ตื่นตัว
“เหวินจี...เจ้าฟื้นแล้ว!!!”
เฉาอี้หยูใบหน้านองน้ำตา รอยยิ้มยินดีเมียงมองดวงหน้าน้องสาวบนเตียง
“พี่โม่เหวินท่านอยู่เฝ้านางสักครู่..ข้าจะให้คนไปตามหมอ”
เอ่ยจบเฉาอี้หยูพุ่งออกไปจากเรือนทันที
“เจ้าฟื้นแล้ว”
ซูโม่เหวินใบหน้าคมเข้มพลอยประดับด้วยรอยยิ้มบาดตา
...ในที่สุดนางก็ฟื้น...
เฉาเหวินจีริมฝีปากคล้ายเอื้อนเอ่ยถ้อยคำบางอย่างหากแต่นางหาได้กระทำไม่
ร่างบางผลอยหลับไปอีกครั้งและตื่นขึ้นในเช้าวันใหม่
ข่าวการหายป่วยอย่างปาฏิหาริย์ของบุตรีคนรองสกุลเฉานำความอิ่มเอมกลับมาสู่จวนอีกครั้ง
อีกหนึ่งเดือนข้างหน้าจะถึงวันสำคัญของเฉาอี้หยู
เฉาเหวินจีฟื้นจากอาการป่วยเช่นนี้...เฉาอี้หยูได้แต่ขอบคุณสวรรค์
“เหวินจี...เจ้าออกมาตากลมเย็นอีกแล้ว”
“พี่อี้หยู...ผู้ใดว่าข้าตากลมกันเล่าข้าเพียงออกมานั่งตากแดดนอกเรือนต่างหาก”
เฉาอี้หยูใบหน้าประดับรอยยิ้มนั่งลงข้างกายเฉาเหวินจี ดวงหน้างดงามของพี่สาวแม้มีรอยยิ้มประดับ
หากแต่ความกังวลในดวงตาส่วนลึกนั้นเฉาเหวินจีสัมผัสได้
“พี่อี้หยู...ข้าปักผ้าเป็นของขวัญให้ท่านวันแต่งงาน...ข้าไปเอาออกมาให้พี่ดูดีหรือไม่”
เฉาเหวินจีเตรียมลุกจากที่นั่งเข้าไปด้านใน...มือน้อยของเฉาอี้หยูกลับคว้าข้อมือนางไว้
“เจ้าอย่าลำบากเลย...อีกไม่กี่วันข้าก็ได้เห็นแล้วไม่ใช่หรือ”
เฉาเหวินจีดวงตาพลอยวูบไหว...นางไม่ได้ยินดีเข้าพิธีแต่งงานหรอกหรือ...
หากความกังวลที่ซุกซ่อนในดวงตาของพี่สาวคือสิ่งนี้...หรือแม่ทัพน้อยผู้นั้นไม่ดีต่อนางหรือ??
เพียงคิดถึงเรือนร่างกำยำคล้ำแดดของซูโม่เหวินยามปรนเปรอราคะให้เฉาอี้หยู
...เฉาเหวินจีใบหน้าพลันแดงซ่าน....
“เหวินจี...เจ้าเป็นอันใดไป?...เจ้าต้องลมเย็นเข้าแล้วใช่หรือไม่”
เฉาอี้หยูประคองใบหน้าแดงซ่านของน้องสาวไว้ในมือ
จู่ๆ เหตุใดนางถึงหน้าแดงเช่นนี้ได้หากไม่ใช่เพราะออกมานั่งตากลมเช่นนี้
“...พี่...พี่อี้หยู...ข้าร้อนต่างหากเจ้าค่ะ”
“เราเข้าข้างในกันเถอะเจ้าค่ะ”
เฉาเหวินจีคว้าท่อนแขนพี่สาวจับจูงนางเข้าในเรือนด้วยกัน
“หลายวันมานี้ข้าไม่เห็นคุณชายซูมาที่จวนที่ท่านไม่สดชื่นคงเป็นเพราะเหตุนี้กระมัง”
เฉาเหวินจียิ้มบาง..นางเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวซูโม่เหวินอยู่เป็นประจำถึงได้ล่วงรู้
“เขาให้คนส่งข่าวมาว่าจะแวะมายามค่ำ..คงมาเยี่ยมเจ้าด้วย”
เฉาอี้หยูยิ่งเอ่ยถึงซูโม่เหวินใบหน้ายิ่งฉายแววเศร้าหมองปิดไม่มิด
เมื่อแน่ใจแล้วว่าเรื่องที่พี่สาวกังวลเกี่ยวข้องกับซูโม่เหวินจริง เฉาเหวินจีอดเอ่ยถามไม่ได้
“พี่อี้หยู...เหตุใดวันนี้ท่านดูหม่นหมองนัก อีกไม่กี่วันจะถึงงานแต่งของท่าน...พี่สาวไม่ดีใจเฝ้ารอวันนั้นมาถึงเร็ววันหรอกหรือ”
เฉาเหวินจีอมยิ้ม
“เหวินจี...ข้ามีเรื่องในใจจริงอย่างเจ้าว่า”
“เพียงแต่หาใช่เรื่องที่ต้องโศกเศร้าอันใดไม่”
เฉาอี้หยูยิ้มบาง
“พี่จะบอกข้าได้หรือไม่”
เฉาเหวินจีทอดแววตาห่วงใยจากใจจริงในใจหวังไม่ให้เป็นเรื่องซูโม่เหวิน
“หลายวันก่อน...พี่แอบฟังท่านพ่อคุยกับท่านแม่...เรื่องพี่โม่เหวิน...”
เฉาอี้หยูเริ่มต้นเล่าเรื่องราว
“เห็นว่าในเร็ววันนี้...ฝ่าบาทจะทรงมีบัญชาเรียกแม่ทัพหัวเมืองทั้งหมดเข้าประจำการ”
“ข้าเกรงว่าพี่โม่เหวินเองก็ไม่อาจละเว้น...เมืองชายแดนเต็มไปด้วยอันตราย อีกทั้งห่างไกลจากหยางโจวมากนัก”
เฉาอี้หยูเว้นถ้อยคำ
“จากไปครั้งนี้...ข้าอาจไม่มีโอกาสกลับมาหยางโจวอีก”
เอ่ยถึงตรงนี้เฉาอี้หยูน้ำตารื้นขอบตาขึ้นมา
“ข้าต้องจากท่านพ่อท่านแม่...จากเจ้า...จากทุกคนที่นี่...ข้ากลัวเหลือเกิน”
ดวงตากลมโตของเฉาอี้หยูหยดน้ำตาพลันร่วงหล่น
นางเป็นเพียงสตรีในห้องหอผู้หนึ่งหาได้มีความกล้าใดไม่ อีกทั้งไม่เคยออกจากจวนไปที่ไกล
จู่ๆ ชะตาชีวิตนางหลังจากแต่งให้บุรุษในกองทัพจำต้องติดตามสามีไปเมืองชายแดนไกลนับพันหลี่
“จากนี้ข้าจะต้องยืนเพียงลำพัง...เป็นฮูหยินแม่ทัพน้อย...ข้าจะทำได้หรือ?”
เพียงเฉาอี้หยูนึกถึงว่าตัวนางต้องเดียวดายไร้ญาติมิตรในเมืองชายแดน
น้ำตาเม็ดโตพาลไหลลงอาบแก้มนวลเป็นสาย
เฉาเหวินจีได้แต่สวมกอดพี่สาวแน่น
...พี่อี้หยู... พี่มีแม่ทัพน้อยเคียงข้างทั้งคนท่านจะตัดพ้อตนเองว่าเดียวดายลำพังได้อย่างไร
....หากเป็นข้า....ข้าย่อมยินดีเดินชมทุ่งหญ้ากว้างใหญ่เคียงคู่กับเขา....
“พี่อี้หยู...ท่านหยุดร้องให้เถอะ...หากคุณชายซูมาเห็นพี่เป็นเช่นนี้...วันหน้าท่านจะทนมองหน้าเขาได้สนิทใจหรือ” เฉาเหวินจีเอ่ยถ้อยคำแผ่วเบา
“...นั่นสินะ....เป็นข้าที่ใกล้จะออกเรือนแล้วแท้ๆ กลับต้องให้เจ้ามาคอยเป็นกังวลอีก”
เฉาอี้หยูเช็ดคราบน้ำตาบนหน้า เตรียมตัวไปพบรับซูโม่เหวินตามนัด...เมื่อเอ่ยถึงซูโม่เหวินนางดูเรี่ยแรงเพิ่มมาอีกส่วน
สาวใช้ข้างกายเฉาเหวินจีเล่าให้นางฟังว่า ตั้งแต่นางล้มป่วยเฉาอี้หยูไม่ยอมก้าวเท้าออกจากจวนแม้ครึ่งวัน เช่นนี้แล้วพี่สาวคงไม่ได้ไปเยือนจวนสกุลซูเลยกระมัง เช่นนั้นพวกเขาทั้งสองย่อมห่างเหินทางกายเป็นธรรมดา มิน่าเล่า...พี่สาวผู้อ่อนโยนของนางถึงได้คิดมากเช่นนี้ ยิ่งใกล้วันวิวาห์เฉาอี้หยูยิ่งหาข้ออ้างไปเยือนจวนสกุลซูยากเข้าไปอีก ทั้งสองคงได้แต่อดกลั้นบทสวาทร้อนแรงเก็บไว้ไช้คืนวิวาห์กระมัง
----------------------------------------------------
หากชื่นชอบโปรดกดติดตาม
เป็นกำลังใจให้นักเขียนได้นะคะ
รักนักอ่านมาก 'ซิ่งฮวาก่งจื้อ'