ไฟริษยา ตอนที่ 1
บทที่ 1
เด็กหญิงโฉมฉาย เงยหน้าจากการอ่านหนังสือ หันไปมองต้วมเตี้ยมน้องสาวหรือเด็กหญิงนัดดาที่น่ารักของเธอ ที่กำลังเล่นอยู่เครื่องเล่นอย่างน่าสนุกสนาน เสียงหัวเราะใสๆ ของนัดดา ทำให้โฉมฉายอยากเข้าไปร่วมเล่นด้วย เอะ ว่าแล้ว โฉมฉายก็วางหนังสือลงวิ่งปู้ดดดไปหาน้องสาวทันที
นัดดา : พี่โฉม มาเร็ววว มาเล่นชิงช้ากับต้วมเตี้ยม
โฉมฉายวิ่งไปหาน้องสาวที่กำลังหัวเราะร่า "พี่เล่นด้วยยัยต้วมเตี้ยม"
นัดดา " เอิ้กๆๆ " มามาขึ้นมา เร็วๆ
ทั้งสองพี่น้องต่างอยู่บนเครื่องเล่น เล่นกันอย่างสนุก จนเซลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง
ต้วมเตี้ยม : พี่โฉม เล่นขายของกับต้วมเตี้ยมไหมคะ
โฉมฉาย : ไม่ดีกว่า เค้ากำลังจะสอบเข้าม. 1 ใกล้ถึงกำหนดสอบแล้ว เดี๋ยวเค้าทำข้อสอบไม่ได้ ว่าแล้ว โฉมฉายผู้เป็นพี่ จึงหยุดเล่นกลับเข้าบ้านไปอ่านหนังสือต่อ
เมื่อถึงวันสอบ คุณพ่อและคุณแม่ และเด็กหญิงนัดดามาช่วยส่งพี่โฉมฉายเข้าห้องสอบ
พ่อ : ไม่ต้องรีบ มีสตินะยัยโฉม พร้อมก้มหอมแก้มลูกสาวเพื่อเป็นกำลังใจ
ทุกคนในบ้านช่วยเป็นกำลังใจให้เเด็กหญิงโฉมฉายสอบเข้าม. 1 โรงเรียนดังให้ได้ จะได้เป็นหน้าเป็นตาของวงศ์ตระกูล
วันประกาศผลสอบมาถึง เด็กหญิงโฉมฉายไปที่โรงเรียนกับคุณพ่อและคุณแม่ ส่วนเด็กหญิงนัดดาน้องสาวนั้น อยู่กับยายที่บ้าน
พ่อช่วยไล่ดูรายชื่อของลูกสาว ตั้งแต่ห้องสุดท้าย ก็ยังไม่มีชื่อลูกสาวของตนเอง เริ่มหน้าเสีย รู้สึกสงสารลูก
โฉมฉาย : คุณพ่อไม่มีชื่อโฉมเลย โฉมคงสอบไม่ติด โฉมขอโทษ
คุณแม่ช่วยไล่ดูอีกคนเริ่มตั้งแต่ห้องคิง หรือห้องที่มีแต่เด็กหัวดีเรียน
รายชื่อแรกของห้องคิงกับเป็นชื่อโฉมฉาย
คุณแม่ : นี่ไงชื่อยัยโฉม อยู่อันดับที่ 1 พ่อไปดูอันดับท้ายๆ ก็ไม่เจอหนะสิ
คุณพ่อ : ไหนๆๆ พ่อถามด้วยความตื่นเต้น "จริงด้วยแม่ โหววว ยัยโฉมอันดับที่1 ของโรงเรียนเลยนะ
พ่อเข้าไปอุ้มลูกสาวตัวเองด้วยความดีใจ
ส่วนคุณแม่น้ำตาแห่งความดีใจปลื้มปริ่มเอ่อล้น
โฉมฉาย : คุณพ่อ คุณแม่ร้องไห้
ทั้งสามต่างหัวเราะพร้อมกัน " ปะ ไป ฉลองลูกสอบติด "
โฉมฉาย " ไปที่ไหนดีคะคุณแม่ โฉมอยากทานเฟรนช์ฟรายค่ะ"
ซื้อไปทำกินที่บ้านดีกว่าโฉมฉาย คุณยายกับน้องจะได้ทานด้วย
โฉมฉายหน้าหงิกหน้างอขึ้นมาทันที
พ่อ : เอาน่าแม่ พายัยโฉมทานเฟรนช์ฟรายก่อนค่อยไปซื้อกับข้าวไปทำกินที่บ้าน ฉลองอีกทีก็ได้ วันนี้พ่อเลี้ยงเอง
โฉมฉาย : เย้ๆๆๆ คุณพ่อใจดีที่สุดเลย ขอบคุณค่ะ จะได้กินเฟรนด์ฟรายแล้วววว
พ่อ : ปะ ไปกันเถอะ, ลูกสาวพ่อเก่งที่สุดได้ที่หนึ่งของโรงเรียนเล้ยยยะเนีย ฮ่าๆๆ
สามคนพ่อแม่ลูก กำลังทานไก่ทอดและเฟรนฟรายอย่างเอร็ดอร่อย
แม่ : พ่อ เราอย่าลืมซื้อกลับบ้านไปฝากต้วมเตี้ยมด้วยนะชุดหนึ่ง
พ่อ : เฮ้อ พ่อลืมไปเลยแม่ เดี๋ยวทานรอกันตรงนี้นะ พ่อไปสั่งเฟรนฟรายให้น้องก่อน
โฉมฉาย : ค่ะ คุณพ่อ แล้วโฉมฉายก็ทานอย่างเอร็ดอร่อย
เปิดเทอมวันแรก โฉมฉายตื่นแต่เช้าตรู่ แม่พาลูกสาวทั้งสองใส่บาตรก่อนที่จะไปโรงเรียน
เด็กหญิงโฉมฉายใส่ชุดนักเรียนม. 1 ของโรงเรียนดังอย่าภูมิใจในตัวเอง
ต้วมเตี้ยม : พี่โฉมของต้วมเตี้ยมน่ารักจังเลย พี่โฉมต้วมเตี้ยมไม่อยากกินผัก กินจานนี้ของต้วมเตี้ยมได้ไหม ถ้าไม่หมดแม่จะว่าเอา
โฉมฉาย : มา พี่กินเอง ผักมีประโยชน์ต่อร่างกาย
"ก็ต้วมเตี้ยมไม่ชอบอ่ะ" พูดด้ายน้ำเสียงอ่อย
โฉมฉายสอบติดห้องคิง ที่ห้องนี้มีแต่นักเรียนหัวกะทิมาเรียน เพราะฉะนั้น เธอต้องอ่านหนังสือทุกวัน เนื่องจากมีการแข่งขันกันอย่างหนักระหว่างพวกหัวกะทิด้วยกัน
ส่วนต้วมเตี้ยมเองจะขึ้นป. 6 แล้ว แต่ต้วมเตี้ยมอยากได้ทุนไปเรียนเมืองนอก เธอเห็นประกาศจากคุณครูใหญ่
เธอจึงเขียนจุดหมายหาครูใหญ่ เพื่อพิจารณาในการขอทุนของเธอ
ต้วมเตี้ยมจึงส่งผลการเรียน เขียนเรียงความวางเป้าหมายตามที่ตัวเองอยากทำ ให้แนบกับใบขอทุน
ต้วมเตี้ยมรอผลอย่างเงียบๆ สองสาวพี่น้องเริ่มค่อยๆ ห่างกัน
ที่โต๊ะอาหาร ทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตาทานข้าว วันนี้คุณยายทำอาหารอย่างง่ายๆ ต้วมเตี้ยมมองอาหารบนโต๊ะอาหารแล้วตาโต ไข่เจียว น้ำพริกกะปิ ผักลวก ต้มยำปลานิล
ต้วมเตี้ยม : โอ้วว เย็นนี้ของโปรดต้วมเตี้ยมทั้งนั้นเลยค่ะ งื้อออ แซ่บๆๆ
พ่อ : ฮ่าๆ แซ่บก็ทานเยอะๆ ลูก
แม่ : ทานกันเลยลูก เอ้าโฉมฉาย กลับมาจากโรงเรียนหนื่อยๆ คงหิวละสิ
โฉมฉาย : ค่ะ ขอบคุณค่ะแม่ คุณยายทำกับข้าวอร่อยที่สูดในโลก
ต้วมเตี้ยม : ใช่ๆๆ แซ่บๆ
ฮ่าๆๆ ทุกคนต่างหัวเราะลั่น กับคำพูดที่แสนซื่อของต้วมเตี้ยม
ยาย : ต้วมเตี้ยมจะทานอะไรเป็นพิเศษไหมลูก ยายจะทำให้กิน
โฉมฉาย : ทำไมต้องต้วมเตี้ยมคนเดียว โฉมก็อยากกินกับยัยต้วมเตี้ยมค่ะ คุณยาย
ยาย : ก็โฉมฉายได้รางวัลไปแล้วลูก เฟรนฟราย คุณพ่อกับคุณแม่ฉลองให้โฉมฉายไง
พ่อ : หมายความว่าไงครับคุณแม่
แม่ : ใช่ คุณแม่ ลูกงงกับอาหารพิเศษอะไรคะ ?
ยาย : ก็ลูกสาวคนเล็กของพวกแก ได้ทุนไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ เอ้อออ ยัยต้วมเตี้ยมประเทศอังกฤษอยู่ตรงไหนลูก ใกล้ประเทศไทยไหม ?
ทั้งพ่อ แม่และโฉมฉาย ต่างพากันหันไปที่ต้วมเตี้ยมนั่งอยู่อย่างอัตโนมัติ
พ่อ : ต้วมเตี้ยม ลูกไปขอทุนอะไร ไหนเล่าพ่อมาสิ
แม่ : ยังไงเล่าให้ฟังหน่อย แล้วทำไมไม่บอกแม่กับพ่อ
โฉมฉายเองก็อยากรู้ ทำไมต้วมเตี้ยมถึงได้ทุนการศึกษา แล้วไปถึงประเทศอังกฤษ เป็นประเทศในฝันของเธอด้วย
ต้วมเตี้ยม : ต้วมเตี้ยมขอโทษคุณแม่และคุณพ่อด้วยนะคะ ที่ไม่ได้เบอกและขออนุญาตก่อน ก็ต้วมเตี้ยมอยากไปเรียนที่อังกฤษ
ต้วมเตี้ยม : ให้ต้วมเตี้ยมไปนะคะ เป็นทุนเรียนถึงปริญญาตรี มีอยู่ทุนเดียวด้วย ต้วมเตี้ยมไม่่อยากสละสิทธิค่ะ
ทั้งพ่อและแม่หันมามองหน้ากัน อึ่งจนพูดไม่ออก ดีใจก็ดีใจ แต่ลูกยังเด็กอยู่ โดยเฉพาะผู้เป็นแม่ ยิ่งไม่อยากให้ต้วมเตี้ยมไป
โฉมฉาย : ทำไมถึงเงียบกันละคะ ต้วมเตี้ยม พี่โฉมดีใจด้วย เก่งที่สุดเลยน้องสาวพี่
ต้วมเตี้ยม : ขอบคุณค่ะพี่โฉม แต่คุณพ่อกับคุณแม่จะอนุญาตไหม ว่าแล้วก็หันไปมองหน้าพ่อที มองหน้าแม่ที มองไปหน้าคุณยาย แล้วต้วมเตี้ยมก็ร้องไห้
ต้วมเตี้ยมลุกจากโต๊ะอาหาร แล้วเดินขึ้นบ้านไปอย่างน่าสงสาร
ยาย : นึกถึงอนาคตของลูก และเคารพกับสิ่งที่ต้วมเตี้ยมอยากเป็น ลูกของแกมีความคิด มีความทะเยอทะยานตั้งแต่เด็ก หายากนะแม่ว่า เราเป็นพ่อแม่ควรสนับสนุนชีวิตของเขานะ แม่ว่า เก็บเอาไปคิดดู เราไม่ได้อยู่กับเขาได้ตลอดไป ให้เขาได้เป็นตัวของเขาเอง เหมือนที่แม่ให้อิสระแกเต็มที่
โฉมฉาย : คุณยาย...
พ่อและแม่ : คุณแม่...
ทุกคนต่างก็ทานข้าวเย็นอย่างเงียบๆ คุณยายทานอิ่มก่อนคนอื่น เมื่อทานเสร็จยายก็เดินไปนั่งดูทีวีเพื่อดูละครเรื่องโปรดเหมือนทุกๆ เย็น
โฉมฉาย : โฉมขึ้นข้างบนก่อนนะคะ โฉมจะไปหาน้อง
คงเหลือแต่พ่อกับแม่เท่านั้นที่ยังทานข้าวอยู่
พ่อ : แม่เอาไง สำหรับพ่อตามใจลูกนะ
แม่ : แม่ยังรับไม่ได้ ลูกเรายังเด็กอยู่เลยพ่อ กิน นอน อาบน้ำและเวลาไม่สบาย ใครจะดูแล เด็กตัวแค่นี้