บทที่๑...ผลประโยชน์ (๑)
๑
ผลประโยชน์
ร่างสูงในชุดสูทเนื้อดีเดินถือช่อดอกลิลี่สีชมพูเข้ามาภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังก่อนเลี่ยงไปยังห้องทำงานที่อยู่ชั้นบน ยืนรอสักพักลิฟต์ก็เปิดออกผู้คนโดยรอบหันมามองก่อนจะซุบซิบกันเสียงเบาถึงความหล่อเหลาของชายหนุ่ม
พีมกร เลิศธนโยธา ประธานหรือหัวหน้าฝ่ายบริหารสูงสุดของโรงแรมในเครือพราเซียสทั้งหมดกว่า50สาขาทั่วประเทศ และกำลังขยายสาขาไปยังประเทศเพื่อนบ้านและฝั่งยุโรปด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลโดยการนำของคนรุ่นใหม่คณะกรรมการทุกคนจึงยกให้ชายหนุ่มเป็นผู้บริหารสูงสุดด้วยอายุเพียง 33 ปีเท่านั้น
เมื่อถึงชั้นบนสุดของอาคารซึ่งมีเพียงห้องกระจกกั้นระหว่างแผนกประชาสัมพันธ์และแผนกบริหารทรัพยากรบุคคล ชายหนุ่มเลือกเลี้ยวฝั่งซ้ายไปยังแผนกประชาสัมพันธ์ก่อนจะหยุดลงที่โต๊ะทำงานหน้าห้องหัวหน้าแผนก
“สวัสดีค่ะ” เลขาหน้าห้องยกมือไหว้ชายหนุ่มที่คุ้นหน้าเป็นอย่างดี แม้ใบหน้าจะหล่อหากแต่ไร้ซึ่งรอยยิ้มก็ทำเอาเกร็งจนภาวนาให้วินาทีนี้รีบผ่านไปโดยไว
“คุณเนตรอยู่ใช่ไหม” ถามเสียงเข้มซึ่งเธอก็รีบตอบโดยเร็ว
“อยู่ค่ะ”
พยักหน้าเข้าใจเดินไปเปิดประตูไม่ได้สนใจว่าอีกคนกำลังติดธุระอยู่หรือไม่เพราะสำหรับเขาแล้วหญิงสาวต้องว่างเสมอ
ลับหลังผู้บริหารหนุ่มหล่อเธอก็ทรุดกายนั่งลงเก้าอี้พลางถอนหายใจโล่งอก ไม่เข้าใจเจ้านายตนเองเลยว่าหลงเสน่ห์ไปได้อย่างไรถึงแม้จะหล่อแต่อยู่ด้วยแล้วต้องกลั้นหายใจทุกขณะแบบนี้เธอขอผ่านดีกว่า
“อ้าว พี่พามจะมาไม่บอกก่อนคะ” เงยหน้าขึ้นจากเอกสารเพราะได้ยินเสียงเปิดประตูก็ปรากฏชายร่างสูงในชุดสูทเนื้อดีเดินยิ้มเข้ามาพร้อมมอบช่อดอกไม้ให้ มาแต่ละครั้งดอกไม้ไม่เคยซ้ำกันเลย
เนตรอัปสร ดุลประภากร หลานสาวคนโตของตระกูลรับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ทั้งยังมีหุ้นในเครือDullalGroup ถือเป็นหลานสาวที่ท่านประธานรักมากที่สุดคาดว่าตำแหน่งของเธอคงก้าวหน้าไปกว่านี้โดยใช้เวลาเพียงไม่นาน
“พี่มาเซอร์ไพรส์ เป็นไงตกใจไหม” ทรุดกายลงนั่งตรงข้ามโดยไม่ให้ใครเอ่ยเชิญ มือหนาวางบนตักจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังชื่นชมดอกไม้ในมือ
“ตกใจค่ะ ไหนบอกติดงานด่วน” สบตาคู่คมแล้วยิ้มออกมา หลายคนอาจจะมองว่าเขาเป็นเทพบุตรหน้าตายแต่สำหรับเนตรอัปสรแล้วพีมกรเป็นพี่ชายที่น่ารักเสมอแม้ว่าเขาจะกำลังจีบเธอเพื่อหวังผลประโยชน์ทางธุรกิจก็ตาม
“สำหรับพี่ เนตรสำคัญกว่างาน พี่เลยเลือกที่จะแคนเซิลงานนั้นเพื่อพาเนตรไปทำธุระ” หากมองไม่ออกว่าสิ่งที่พีมกรต้องการคืออะไรคงจะหลงคารมแสนหวานแล้วแต่เพราะรู้ถึงจุดประสงค์ที่อีกฝ่ายมาตีสนิทจึงทำเพียงยิ้มขำ
“ใจดีจังเลยนะคะ คงทำแบบนี้กับสาวๆ บ่อยใช่ไหม” เอ่ยเย้าพลางลุกขึ้นนำดอกไม้ไปวางไว้บนโต๊ะสำหรับคุยงาน
“ไม่เลย เนตรคนแรกนะ พี่ไม่ใช่คนที่จะทำดีกับใครง่ายๆ” หรือพูดให้ถูกก็คือไม่ทำดีกับคนไม่มีผลประโยชน์กับตนเอง เนตรอัปสรคือผู้หญิงเหมาะสมทุกประการที่จะมายืนเคียงข้างเขาในฐานะภรรยา ทั้งชาติตระกูลดี ธุรกิจเอื้อประโยชน์ต่อกันเข้าทำนองเรือล่มในหนองทองจะไปไหน ทุกอย่างผ่านกระบวนการคิดอย่างดีจากผู้บริหารอนาคตไกล
“ค่ะ เนตรเชื่อพี่พามทุกประการว่าแต่เราจะไปกันเลยไหมคะ” มองนาฬิกาพบว่าเป็นเวลาบ่ายแล้วจึงเอ่ยชวน
ร่างสูงลุกขึ้นติดกระดุมเสื้อสูทพยักหน้าตอบรับ
“ไปสิ”
ใบหน้าหวานแย้มยิ้มเดินไปถือกระเป๋าก่อนจะนำเขาออกมาข้างนอกสั่งงานเลขาก่อนจะควงแขนเขาออกจากห้อง แล้วต้องหยุดชะงักเมื่อพบญาติผู้น้องของตนเองเดินตรงเข้ามาทักทาย
“พี่เนตรจะไปไหน อ้าว พี่พามสวัสดีค่ะ” หญิงสาวร่างงามหุ่นนางนางแบบเดินเข้ามาทักทายพร้อมทำตาหวานเชื่อมใส่สุภาพบุรุษเพียงคนเดียว
เกตน์นิภา กุลประภากร หรือน้องกั้ง นักแสดงดาวรุ่งที่เพิ่งเข้าวงการด้วยการประกวดเวทีนางงามก่อนผันตัวมาเป็นนักแสดงและเพียงเรื่องแรกก็ส่งให้เธอดังเป็นพลุแตก คนกล่าวถึงทั่วบ้านทั่วเมือง หญิงสาวเป็นน้องเล็กของตระกูลปู่ย่าก็เอาใจให้ความเอ็นดูถึงขนาดยกหุ้นให้แม้ไม่เข้ามาบริหารงาน
“ครับ” ชายหนุ่มแค่ขานรับไม่ได้เอ่ยอะไรอีก
“แวะมาหาพี่มีอะไรหรือเปล่ากั้ง” จากที่เคยยิ้มก็หันมามองพี่สาวต่างสายเลือดด้วยความไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก
“กั้งคิดถึงเลยแวะมาหาค่ะ แต่ถ้าพี่เนตรติดธุระก็ไม่เป็นไร” ทำน้ำเสียงน้อยใจจนหญิงสาวเริ่มใจอ่อน
“ถ้าอย่างนั้นผมกับเนตรขอตัวแล้วกันครับ” ไม่ปล่อยให้พูดอะไรอีกร่างสูงรีบจูงมือเนตรอัปสรออกจากตรงนั้นทันทีทำเอาผู้มาใหม่ต้องกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ อุตส่าห์เห็นเขาเดินเข้ามาภายในห้างสรรพสินค้าแต่ก็ไม่ทันอีกคนที่เร็วกว่า
“ฝากไว้ก่อนเถอะพี่เนตร กั้งจะเอาพี่พามมาเป็นของกั้งให้ได้” แววตามุ่งมั่นพร้อมวาดฝันถึงการเป็นคุณผู้หญิงของตระกูลเลิศธนโยธาที่รวยติดอันดับคู่ควรกับตนเป็นอย่างยิ่ง ไหนจะรูปลักษณ์ที่ดูดีของพีมกรผู้หญิงทุกคนจะต้องอิจฉา คงต้องทำบางอย่างให้ชัดเจนเสียแล้ว
บนรถยนต์เนตรอัปสรเปิดเพลงตามคลื่นวิทยุแล้วฮัมตามด้วยความสุข พีมกรไม่ได้สนใจมากนักแค่ต้องการขับรถไปยังจุดหมายให้เร็วที่สุด หากไม่เป็นเพราะอยากทำคะแนนเขาคงนั่งเซ็นเอกสารซึ่งค้างเติ่งอยู่บนโต๊ะคิดแล้วก็ถอนหายใจออกมาเพียรจีบมานานแต่ดูท่าเนตรอัปสรไม่ได้ใจอ่อนลงเลยสักนิด
“พี่พามจอดร้านดอกไม้ตรงนั้นให้เนตรหน่อยนะคะ” มองตามมือที่ชี้ร่างสูงก็ชักสีหน้าไม่พอใจก่อนจะตีใบหน้าเรียบเฉยเมื่อเนตรอัปสรหันมายิ้มให้
“ร้านอื่นไหม พี่ว่าร้านนั้นจัดไม่ค่อยสวย” เอ่ยชวนอยากเลี่ยงร้านตรงหน้าแต่คนข้างกายดูจะไม่เข้าใจเพราะส่ายหน้าไปมาช้าๆ พลางอธิบายถึงเหตุผล