บทนำ
"อีเจียมมึงไสหัวออกไปจากบ้านกู ไม่มีเงินก็ไม่ต้องมากระแดะอยู่" ชายวัยกลางคนส่งเสียงดังเอะอะโวยวาย โยนกระเป๋าเสื้อผ้า และข้าวของเครื่องใช้ของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียเหมือนหมูเหมือนหมา ชาวบ้านละแวกนั้นต่างเปิดประตูหน้าต่างมาดูต้นเสียง ก่อนจะปิดลงกลอนอย่างไม่ได้สนใจราวกับเหตุการณ์ตรงหน้าเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ
ไอ้เหี้ยมขึ้นชื่อว่าเป็นผัวชั่วตัวเมา ชอบไล่ทำร้ายลูกเมียยามต้องการเงินไปสัมมะเลเทเมา วันไหนที่นางเจียมเมียมันไม่มีเงินให้ มันจะไล่ตะเพิดสองแม่ลูกทำอย่างกับว่าไม่ได้เป็นคนในครอบครัว
"พี่เหี้ยม ฮือออ ฉะ.... ฉันขอร้อง ถือว่าเห็นแกลูกก็ได้นะพี่"
"กูไม่เห็นแก่ใครทั้งนั้น ไสหัวออกไป" มือใหญ่ง้างตบหน้าผู้เป็นภรรยาเต็มแรงจนหน้าหัน รอยแดงช้ำปรากฏเด่นชัดขึ้นทันที
"ฮื...อ ฮือ.... พ่อจ๋าหยุดเถอะนะจ๊ะ อย่าทำร้ายแม่อีกเลย" เจ้าเอยเข้าไปกอดขาหวังจะห้ามผู้เป็นบุพการี แต่กลับถูกชายบ้าสะบัดเต็มแรงจนหน้าไถลไปกับพื้น รอยถลอกสีแดงทำให้รู้สึกเจ็บปวด แต่ความเจ็บปวดที่เขาได้รับมันแทบจะเทียบไม่ได้กับแม่ของเขา
"มึงไปไกล ๆ ตีนกูอีเจ้าเอย มึงมันลูกนอกคอก"
"ไอ้เหี้ยม มึง มึงทำลูกกู" เจียมแผดเสียงอย่างเหลืออด ไอ้เหี้ยมมันชั่วช้า ทำร้ายเธอแค่ไหนเธอก็ไม่เคยปริปากว่า แต่วันนี้ความชาติชั่วของมันข้ามเส้นแบ่งเขตมาทำร้ายกล่องหัวใจของเธอ
กูจะเอาเลือดหัวมันออก!!
"แม่จ๋า แม่ อย่าจ้ะ เจ้าเอยไม่เป็นอะไร"
"พวกมึงไสหัวออกไปจากบ้านกู กูไม่มีลูกมีเมียจน ๆ แบบพวกมึง" ชายที่ขึ้นชื่อว่าพ่อโยนกระเป๋าใบสุดท้ายก่อนจะปิดตูดัง'ปัง' ไม่แม้แต่จะเหลียวหลังมาแยแส ทิ้งลูกเมียปล่อยไปเผชิญตายถากรรม
เจียมรีบวิ่งเข้าไปดูลูก เจ้าเอยร้องไห้สะเอื้อนเสียงเบา ตั้งแต่จำความได้พ่อชอบทำร้ายร่างกายแม่ แต่แม่ก็ยอมทนและอดทนมาตลอด แม่บอกว่าแม่รักเจ้าเอย ไม่อยากให้เจ้าเอยขาดความอบอุ่น แต่ถ้าความอบอุ่นแบบสามวันดีสี่วันร้ายเจ้าเอยขอไม่เอา
"เจ้าเอย เจ็บไหมลูก" มือสากลูบแผลข้างแก้มนวลอย่างแผ่วเบา เจียมโอบกอดเจ้าเอยไว้แน่น ไอ้ผัวเฮงซวยทำร้ายแค่เธอ เธอยังพอทนได้ แต่มันทำร้ายเจ้าเอย เธอทนไม่ได้
"แม่จ๋า ถ้าพ่อเขาไม่ต้องการเรา เราไม่ต้องอยู่ก็ได้นะจ๊ะแม่ เจ้าเอยไม่ต้องการพ่อ ถ้ามีพ่อแบบนี้เจ้าเอยขอยอมไม่มีพ่อดีกว่า"เจ้าเอยพยายามบังคับน้ำเสียงสั่น ๆ ที่เริ่มคลอสะเอื้อน เจ้าเอยสงสารแม่ ไม่อยากให้แม่เจ็บตัวจากชายที่เป็นพ่อได้แค่เพียงเพศผู้
"เจ้าเอยเราไปกันเถอะลูก ไปตายเอาดาบหน้า" เจียมเก็บกระเป๋าที่ถูกโยนกระจัดกระจาย ในเมื่อเมื่อก่อนเขาอยู่เธอยอมทนเพราะเจ้าเอย แต่ในเมื่อลูกเอ่ยปากแล้ว ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทนอีกต่อไป
"จ้ะแม่ เราไปกันเถอะ ต่อไปนี้เจ้าเอยจะมีแค่แม่คนเดียว"
"แม่สัญญาจะพาเจ้าเอยออกจากนรกขุมนี้ แม่จะปกป้องดูแลหนูเอง" เจียมพูดเสียงสั่น สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของเธอ ไม่มีอะไรอีกแล้วนอกจากเจ้าเอย เจียมไม่อยากให้เจ้าเอยโตมากับไอ้ผัวชาติชั่ว เธออยากให้เจ้าเอยมีชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่คนเป็นแม่จะให้ได้
"จ้ะแม่ เจ้าเอยจะไปกับแม่" มือน้อย ๆ ช่วยแม่หยิบกระเป๋าก่อนจะเดินออกจากสถานที่ที่ทั้งสองเคยเรียกว่า'บ้าน'
เจียมพาเจ้าเอยวัยสิบหกตะลอนเร่ร่อนเดินไปอย่างไร้จุดหมาย ค่ำไหนนอนนั้น เงินที่ติดตัวอยู่ไม่กี่บาทไม่พอแม้กระทั่งจะซื้อข้าวให้อิ่มท้อง บางวันอดมื้อกินมื้อขอข้าวก้นบาตรประทังชีวิต ทว่าวันหนึ่งในความโชคร้ายยังมีความโชคดี เถ้าแก่เฮียงเจ้าของตลาดผ่านมาเจอพวกเขา ทำให้สองแม่ลูกพอจะมีที่ซุกหัวนอน
เจียมไม่เกี่ยงงานหนักเอาเบาสู้ เธออดทนปากกัดตีนถีบเพื่อปากท้องและอนาคตของเจ้าเอย คราแรกเริ่มจากการเป็นเด็กล้างจานก้นครัวของบ้านเถ้าแก่เฮียง ทำงานมาเรื่อย ๆ ได้สองปี เก็บหอมรอมริบพอตั้งตัวได้ เถ้าแก่ใจดีให้แผงในตลาดมาขายไข่ขายผักเป็นอาชีพหลัก
"แม่จ๋า เหนื่อยไหมจ๊ะ" ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ตอนนี้โตขึ้นทุกวัน เจ้าตัวเล็กในชุดยุนิฟอร์มของโรงเรียนใกล้บ้าน หลังจากเลิกเรียนแล้วเจ้าตัวจะกลับมาช่วยแม่ขายของในทุก ๆ เย็น
"แม่ไม่เหนื่อยเลยเจ้าเอย มีการบ้านไหมลูก"
"ไม่เป็นไรเลยจ้ะ เจ้าเอยอยากช่วยแม่ขายของ"
"เดี๋ยวแม่ก็กลับแล้ว หนูกลับไปทำการบ้านรอแม่ที่บ้านนะ"
"แม่แต่เอย..." เด็กหนุ่มวัยสิบแปดปี ออดอ้อนแม่ราวกับเด็กน้อยวัยห้าขวบ
"ไปเถอะลูก นะ เดี๋ยวเจอกันที่บ้าน"
"ก็ได้จ้ะ" เจ้าเอยตอบรับคำอย่างว่าง่าย
เจ้าเอยกลับบ้านที่ท้ายตลาดตามปกติ เขาได้ออกจากขุมนรกที่มีชื่อว่า'พ่อ'ชาตินี้อย่าได้วนกลับมาเจอกันอีกเลย ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ แม่ไม่โดนทำร้าย มีที่ทำมาหากินมีเงินเก็บ เจ้าเอยได้เรียนหนังสือ และมีเพื่อนเพิ่มมากขึ้น แม่บอกเจ้าเอยว่า แม่จะขยันทำงานหาเงินให้เจ้าเอยได้เรียนสูง ๆ
เจ้าเอยหยิบการบ้านออกมาจากกระเป๋า การบ้านที่ว่า เป็นแบบทดสอบจำลองเตรียมความพร้อมเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสียมากกว่า แต่ด้วยลมเย็นจากพัดลมเครื่องเก่าที่เป่าหน้า ผสมกับความเหนื่อยล้าในการเรียนทำให้ร่างเล็กผล็อยหลับไปในที่สุด
"เจ้าเอย!!! เจ้าเอย เจ้าเอยยยยยยย อยู่ไหม" เสียงเรียกดังโวยวายจากหน้าบ้าน ทำให้เจ้าเอยตกใจสะดุ้ง ก่อนจะรุดวิ่งไปหาเจ้าของเสียง
"ว่าไงพี่เข้ม เจ้าเอยเผลอหลับ เอย...."
"เอย แม่เจ้าเอยเป็นลมล้มหมดสติไป ตอนนี้กู้ภัยกำลังพยายามปั๊มหัวใจอยู่" สิ้นเสียงพี่ชายข้างบ้าน เจ้าเอยมือไม้สั่นลนลาน หาไม่เจอแม้กระทั่งรองเท้าที่ตัวเองถอดไว้
"แม่จ๋า...แม่ รอเจ้าเอยก่อน..." ทั้ง ๆ ระยะทางที่ห่างไม่ถึงหนึ่งกิโล แต่เจ้าเอยกลับรู้สึกไกลแสนไกล เท้าเปลือยเหยียบย่ำลงบนพื้นคอนกรีตวิ่งจนสุดแรงเกิด เศษดินเศษหินที่ตำเท้าเล็ก ไม่ได้สร้างความเจ็บปวดให้ร่างบางแม้แต่น้อย เสียงชาวบ้านคนอื่นต่างฮือฮาพากันวิ่งตามออกมา
ในที่สุดเจ้าเอยมาถึงที่จุดเกิดเหตุ ข้าวของจากแผงแม่กระจัดกระจายไปคนละทิศทาง เบื้องหน้ามีคนยืนรุมล้อมเข้ามามุงดูเหตุการณ์ เจ้าเอยไม่สามารถแทรกตัวเข้าไปได้ เขาเข้าไปไม่ถึงตัวแม่
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกำลังพยายามทำซีพีอาร์ให้แม่ของเขา สองมือของเจ้าหน้าที่ทาบทับอยู่บนอกซ้าย ก่อนจะออกแรงกดขึ้นลง ตัวของแม่สั่นไหวขึ้นลงตามจังหวะ แต่ร่างตรงหน้าแน่นิ่งไม่ไหวติงจากแรงปั๊มหัวใจ
"แม่ ตื่นสิจ๊ะแม่!!!" คนตัวเล็กแผดเสียงดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาแทรกตัวฝ่าฝูงชนเอื้อมมือคลานเข้าไปจับผู้เป็นแม่ แต่กลับโดนรั้งมือเอาไว้ หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะ ความเจ็บปวดรวดร้าวราวกับมีใครควักหัวใจของเจ้าเอยออกมา หัวใจที่โดนควักออกมาถูกบดขยี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแหลกสลาย
"แม่ แม่ แม่ได้ยินเจ้าเอยไหม"เสียงเล็กไห้สะเอื้อนจนตัวโยน ตอนนี้เขาไม่มีสติอยู่กับเนื้อกับตัว ในหัวขาวโพลนกลัวว่าแม่คนเดียวจะมาจากเขาไป เจ้าเอยทรุดเข่าลงต่อหน้าเจ้าหน้าที่กู้ภัย เสียงสั่นเทาอ้อนวอนขอร้องทำทุกวิถีทางให้ช่วยแม่ของเขา สายตารอบด้านมองมาอย่างเห็นใจและเวทนา
"ไม่ตอบสนองเลยพี่ เกิน10 นาทีแล้ว" ชายหนุ่มเสื้อขาวส่ายหน้าอย่างสลด เขาช่วยจนสุดความสามารถ แต่ร่างตรงหน้าไม่ตอบสนอง
"พี่จ๋า พี่ช่วยแม่เจ้าเอยสิพี่ " เจ้าเอยวิ่งเข้าไปเขย่าตัวเจ้าหน้าที่ ทำไม ทำไมพี่ไม่ทำต่อ ทำไม ทำไม!!!
"แม่จ๋า ฟื้นสิจ๊ะ ไหนบอกว่าแม่อยากเห็นเจ้าเอยเรียนสูง ๆ ไง แม่อย่าทิ้งเอยไป" แม่เคยบอกว่า พอเจ้าเอยเข้ามหาลัยเราจะย้ายไปอยู่ในตัวเมืองด้วยกัน ไปซื้อบ้านหลังเล็ก ๆ เปิดร้านขายของช่วยกันทำมาหากิน แต่ทำไมวันนี้...แม่จะมาทิ้งเจ้าเอยไป
"เสียใจด้วยนะครับ แต่คุณป้าเสียชีวิตแล้ว" สิ้นคำพูดของพี่กู้ภัยราวโลกทั้งใบหยุดหมุน สองเข่าคลานเข้าไปเขย่าเรียกชื่อร่างไร้ลมหายใจปานจะขาดใจ เสียงแหลมคมกรีดร้องดังมีดที่เฉือนหัวใจเจ้าตัวขาดสะบั้น ไม่คิดว่าครั้งนี้จะเป็นการเจอกันครั้งสุดท้าย ที่พึ่งสุดท้ายของเจ้าเอยจากไปแล้ว ทั้งความฝัน อนาคตที่เคยวาดไว้ โลกทั้งใบของเขาพังทลายอย่างไม่มีวันกลับ