ตอนที่ 1 | ยื่นข้อเสนอ
ตอนที่ 1 | ยื่นข้อเสนอ
ธรรศ หรือที่ใครต่อใครต่างพากันเรียกเขาว่า “เสี่ยธรรศ” หนุ่มใหญ่วัยสี่สิบเจ็ด ผู้ชายร่างสูงใหญ่ใบหน้าหล่อเหลามีเอกลักษณ์ที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนคงหนีไม่พ้นรอยแผลเป็นบริเวณสันจมูกโด่งเกือบถึงเบ้าตา ซึ่งเกิดจากของมีคมบาดเข้าให้ เดิมทีเขาจะรักษามันให้หายก็ได้ แต่เพราะอยากเก็บไว้เตือนสติตัวเองว่าครั้งหนึ่งเคยก้าวพลาดจนเกือบจะตาบอดนี่แหละ เพราะไว้ใจคนง่ายไปถึงได้มีแผลเป็นแบบนี้ติดตัวมาเกือบยี่สิบปี
นัยน์ตาสีดำขลับคู่คมกำลังจ้องไปยังใบหน้าสวยของอดีตภรรยาคนที่สามด้วยความรู้สึกหน่ายใจเป็นอย่างมาก เดิมทีเขาคิดว่าหล่อนจะมีเรื่องสำคัญอะไรพูดด้วยเสียอีก แต่ก็ยังหนีไม่พ้นเรื่องลูกชายคนเล็กอยู่ดี
“ตกลงที่เรียกมาเพราะอยากให้ช่วยจัดการเรื่องลูก”
“ใช่ค่ะ ธนาบอกว่ามีคนรักแล้ว แต่ฉันลองให้คนไปสืบมา เด็กคนนั้นเป็นลูกของคนไม่มีหัวนอนปลายเท้า ฉันไม่คิดจะให้ลูกชายไปคบหาด้วยแน่นอน”
“ลูกเพิ่งจะอายุยี่สิบ เธอคิดว่าลูกจะคบกับเด็กคนนั้นได้สักเท่าไหร่กัน”
“แต่ฉัน...”
“ไร้สาระนาศิยา ฉันมีเรื่องต้องจัดการอีกเยอะแยะ แต่เธอกลับเรียกมาเจอเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง เป็นแม่แท้ ๆ ถ้ายังพูดให้ลูกฟังไม่ได้ ก็อย่าเป็นมันเลย”
“ธรรศ!” หล่อนนึกโกรธเคืองอดีตสามีอยู่ไม่ใช่น้อย ฟังจากน้ำเสียงและคำพูดแล้ว เขาดูไม่ค่อยใส่ใจสักเท่าไหร่เลย
“ก็ใช่สิ ลูกของฉันหรือจะไม่สู้ลูกชายคนโตจากเมียคนแรกของคุณได้”
“ศิยา!” หนุ่มใหญ่เอ่ยเสียงดังฟังชัด แววตาดูดุดันน่ากลัวมากทีเดียว กลายเป็นศิยาที่ตกใจเพราะเผลอลืมตัวพูดเรื่องไม่เป็นเรื่องออกไปอีกจนได้
“ขอโทษค่ะ ฉันแค่อยากให้คุณช่วยพูดกับลูก เพราะลูกไม่ฟังคำคัดค้านของฉันเลย” หล่อนลดน้ำเสียงลงอย่างมาก พลางมองสบตาอดีตสามีด้วยแววตาอาลัยอาวรณ์ ความเป็นจริงหล่อนไม่ได้อยากเลิกกับเขาหรอก แต่เพราะทางนั้นไม่ต้องการหล่อนแล้วต่างหาก เรื่องราวถึงได้กลายมาเป็นอย่างทุกวันนี้ และที่ยังเรื่องพบได้ก็เพราะลูกล้วน ๆ ถ้าเป็นเรื่องอื่น ขอร้องให้ตายเขาก็ไม่มีทางโผล่หน้ามาเจออย่างแน่นอน
“ผู้หญิงคนนี้เหรอ” หนุ่มใหญ่ชวนเปลี่ยนเรื่องเพื่อลดปัญหาการทะเลาะกันแทน
“อืม หน้าตาบ้าน ๆ ธรรมดา ไม่มีอะไรเหมาะสมกับลูกชายของเราเลย” เสี่ยธรรศหยิบรูปถ่ายที่วางอยู่ตรงหน้าขึ้นมาดู จากที่อดีตภรรยาบอกกล่าวก็ไม่ผิดไปนักหรอก เพราะหญิงสาวในรูปหน้าตาธรรมดามาก หากเทียบกับสาวสวยอีกมากมายที่เขาเลี้ยงดูอยู่
“ให้เงินไปก็จบแล้วนี่” หนุ่มใหญ่เสนอความคิดเห็นอย่างที่ชอบทำอยู่บ่อยครั้งออกมา
“ถ้าเด็กคนนี้ยอมรับก็ดีสิคะ”
“ไว้ฉันจะลองคิดหาวิธีจัดการให้ก็แล้วกัน” หนุ่มใหญ่เอ่ยทิ้งท้ายพลางขยับตัวลุกขึ้นยืนเพื่อจะออกจากบ้าน แต่น้ำเสียงหวานของอดีตภรรยาคนที่สามกลับดังขึ้นมาเสียก่อน
“จะไม่อยู่กินข้าวกันก่อนเหรอคะ” ศิยาว่าก่อนลุกเดินไปกอดแขนของเสี่ยธรรศเอาไว้ พลางใช้ใบหน้าแนบไปกับแขนแกร่งของอดีตสามีด้วย แต่กลับถูกเจ้าของร่างกายสะบัดแขนใส่อย่างแรง
การกระทำที่ดูเมินเฉยอย่างชัดเจนจากอดีตสามีทำให้ศิยาต้องกัดฟันกรอดพลางขบกรามแน่นด้วยความไม่พอใจ สองมือกำหมัดกอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บเพราะเล็บที่จิกลงบนฝ่ามือของตัวเอง สายตาไม่ค่อยพอใจมองตามแผ่นหลังของคนตัวสูงตรงหน้าแทบไม่วาง
“หยิ่งไปเถอะ ถึงยังไงศิก็ต้องเอาคุณคืนมาให้ได้” หล่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเดือดดาล ไม่พอใจก็ส่วนหนึ่ง แต่เรื่องที่อยากได้เขากลับคืนมาหล่อนไม่พูดกเล่นแน่นอน
เสี่ยธรรศเดินออกมาขึ้นรถที่ลูกน้องคนสนิทจอดรออยู่ด้วยใบหน้าที่ไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่ จนรถแล่นออกจากบริเวณของบ้านหลังใหญ่ เจคอปที่มีเรื่องจะรายงานอยู่ก่อนแล้วก็เอ่ยขึ้นทันที
“จาฟาจับนายชัยได้แล้วครับ ตอนนี้พาไปที่โกดังของเราแล้ว”
“อืม ตรงไปที่นั่นเลย”
“ครับ” เจคอปรับคำผู้เป็นนายก่อนจะขับรถมุ่งหน้าไปยังโกดัง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ราวกับห้องมืดเพื่อจะใช้จัดการกับพวกที่ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง หรืออีกนัยหนึ่งก็เพื่อกำจัดตัวปัญหานั่นแหละ
เจคอปใช้เวลาขับรถอยู่ร่วมชั่วโมงก็มาถึง โกดังขนาดใหญ่แถบชานเมืองที่มีพื้นที่กว้างขวาง รายล้อมไปด้วยตู้คอนเทนเนอร์เปล่ามากมาย ก่อนที่รถจะแล่นเข้าไปยังพื้นที่ด้านในสุดจนเจอเข้ากับโกดังขนาดใหญ่ เจคอปจอดรถเปิดประตูลงไปก่อนเดินอ้อมไปเปิดให้ผู้เป็นนายต่อ เสี่ยธรรศเดินทอดน่องเข้าไปด้านในของโกดังผ่านเส้นทางที่มืดสลัวจนมาถึงห้องลับ ซึ่งมีนายชัยลูกหนี้คนสำคัญที่ผิดนัดชำระเงินมาสามรอบนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ ตามตัวถูกมัดไปด้วยเชือกไนลอนขนาดใหญ่จนแน่น ปากถูกเทปกาวปิดเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้อง ไหนจะผ้าผืนหนาขนาดเล็กที่ปิดตาเอาไว้ด้วย
เสี่ยธรรศมองคนตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยื่นมือหนาไปรั้งผ้าที่ปิดตาอยู่ออก นายชัยตกใจตาเบิกกว้างมากทีเดียว เพราะตนจำได้ดีว่าคนตรงหน้าคือเจ้าหนี้สุดโหด ที่ไม่เคยปราณีกับลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระ
“สะ เสี่ย”
“ยังจำกูได้งั้นเหรอ” เสียงทุ้มฟังดูดุดันน่ากลัวเอ่ยถามขึ้น “มึงจำข้อตกลงแรกของคนที่กล้าเบี้ยวคืนเงินกูได้ไหม”
หนุ่มใหญ่เอ่ยถามพลางหมุนตัวไปหยิบมืดสั้นเล่มเล็กขึ้นมาถือเอาไว้ ก่อนวาดปลายมีดแหลมไปตามกรอบหน้าของนายชัยด้วย พลอยทำให้เจ้าตัวตื่นกลัวนัยน์ตาสั่นระริก
“ผะ ผมไม่ได้จะเบี้ยวนะครับเสี่ย ผมแค่กำลังหาเงินมาคืนเสี่ยอยู่”
“มึงจำได้ไหมว่าพูดแบบนี้มากี่ครั้งแล้ว และครั้งสุดท้ายที่กูเตือน นั่นหมายความว่าชีวิตของมึงแลกกับเงินห้าแสนที่ยืมไป”
“อ๊าก!” นายชัยร้องตะโกนด้วยความตกใจเมื่อปลายมีดแหลมคมบาดลงข้างแก้มตนจนได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง “เสี่ยครับ ผมมีลูกสาว ผมอยากขายครับ” ปลายมีดชะงักไปนิดหน่อยเมื่อได้ยินคำพูดของนายชัยพร้อมคำถามเสียงเข้มที่เปล่งออกมาด้วย
“ว่าไงนะ? นี่มึงถึงขั้นจะขายลูกสาวเพื่อล้างหนี้เลยงั้นเหรอ”
“ลูกผมเป็นเด็กดีว่าง่าย ถ้าเพื่อช่วยพ่อ ต้องยอมแน่ ๆ ครับ” น้ำเสียงประหม่าเอ่ยออกมาต่อ แววตาดูตื่นกลัวอยู่ตลอดเวลา และข้อเสนอของนายชัยก็ใช่ว่าจะแปลกใหม่ซะทีเดียว เพราะเสี่ยธรรศเองก็เจอคำพูดทำนองนี้มาไม่ใช่น้อยแล้วเหมือนกัน
“กูต้องการเงิน ไม่ใช่ลูกสาวของมึง”
“เสี่ยจะไม่ลองดูก่อนเหรอครับ ลูกสาวผมคนนี้เป็นเด็กดี ว่านอนสอนง่าย เสี่ยได้ไปไม่เสียราคาแน่นอน” เสี่ยธรรศเงียบไปครู่หนึ่งก่อนหรี่ตามองไปทางจาฟาลูกน้องคนสนิทอีกคน ทางนั้นเองก็รู้หน้าที่ดีก่อนจะก้าวขาเข้ามายืนใกล้พร้อมกับยื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้ผู้เป็นนายดู
“คนนี้ครับ” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันทันที ไม่รู้ว่าเรื่องบังเอิญหรืออะไรกันแน่ เพราะหญิงสาวในรูปที่โชว์อยู่หน้าจอโทรศัพท์ของจาฟา ละม้ายคล้ายคลึงกับหญิงสาวที่อดีตภรรยาคนที่สามบอกเอาไว้ว่ากำลังคบหาอยู่กับลูกชายคนเล็กของตน
“หวันยิหวา… ละ ลูกสาวของผมครับ”