ตอนที่3ผมไม่ชอบ

1511 คำ
06.30 น. “อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณปู่” ฉันเดินยิ้มออกมาจากห้องพักญาติแล้วเข้ามาหาคุณปู่ของรรันด้วยชุดนักศึกษาเต็มยศ นี่คือการตื่นเช้าในรอบกี่ปีก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ คือฉันไม่ได้อารมณ์เสียสักนิดที่ต้องตื่นเช้าแบบนี้ แต่กลับกันคือฉันอารมณ์ดีมากๆ ฮิฮิ “ตื่นเช้าจังเลยลูก” คุณปู่ทักทายกลับแล้วยิ้มให้กับท่าทางของฉันอย่างเอ็นดู “เจ้าตื่นมารอเจอหมอค่ะ” ฉันเอามือป้องปากแล้วพูดเสียงกระซิบพร้อมทำหน้าทะเล้นใส่คุณปู่ “หึ แต่หมอเขาเข้ามาตรวจปู่ตอน 9 โมงเลยนะ แล้วหนูจะไปเรียนทันหรอ” ขวับ เมื่อได้ยินสิ่งที่คุณปู่พูดแล้วฉันก็นิ่งค้างไปสักพัก จากนั้นฉันก็หันขวับไปมองรรันที่เดินออกมาตามหลังฉันทันที “อะไร” รรันทำท่าไม่รู้ไม่ชี้แล้วถามขึ้นเหมือนคนไม่รู้เรื่อง “อีรัน ทำไมไม่บอกกู” ฉันรีบถามมันแล้วทำหน้ามุ่ยอย่างขัดใจ นี่มันจงใจแกล้งฉันชัดๆ เลย “บอกอะไร” “มึงหลอกให้กูตื่นเช้า ทำไมไม่บอกว่าหมอมาตรวจ 9 โมง” ฉันทำหน้างอแล้ววีนใส่เพื่อนไปทันที หมดกัน ความหวังของเช้านี้ “ก็มึงไม่ถามกูก่อน แล้วมึงก็ตื่นเอง กูไม่ได้ปลุกมึงซะหน่อย” รรันทำหน้าเอือมๆ ใส่ฉันแล้วเดินไปรินน้ำให้ปู่ “ก็มึงบอกว่าตอนเช้า” “ก็เช้ามั้ยล่ะ 9 โมง” “อุตส่าห์กะว่าจะเจอหมอก่อนไปเรียน ปู่ขา ฮือออออ” พอคิดตามที่มันพูดแล้ว ก็จริงแฮะ ก็เช้าแหละ แล้วฉันไม่ได้ถามมันเอง แงงงง ฉันรีบหันไปงอแงใส่ปู่ทันที “โอ๋ๆ ตอนเย็นค่อยมาใหม่ก็ได้ลูก " คุณปู่ยิ้มให้กับท่าทางของฉันแล้วพูดปลอบ “หนูไม่มีกำลังใจไปเรียน” ฉันเบะปากแล้วพูดเหมือนคนหมดแรง ฉันไม่มีแม้กระทั่งอารมณ์จะไปเรียนแล้วตอนนี้ ก่อนหน้านี้ฉันตื่นขึ้นมาด้วยความหวังที่เต็มเปี่ยมว่าจะเจอหมออิษก่อนไปเรียน แต่มันพังลงตรงหน้าฉันไปแล้วอ่าาาา “อย่าปัญญาอ่อนเจ้า แล้วนี่จะกินข้าวที่นี่หรือว่าจะไปกินที่มอ” รรันส่ายหน้าให้ฉันแล้วถามขึ้น “กินนี่แหละ เดี๋ยวกูลงไปซื้อเอง มึงไปดูปู่เถอะ” พอเพื่อนถามเรื่องของกิน ฉันก็รีบพูดขึ้นทันที จากที่กำลังจะหมดแรงฉันก็ฮึดขึ้นมาไม่เหมือนอีเจ้าที่งอแงก่อนหน้านี้ นี่แหละชีวิตของจันทร์เจ้า ดำเนินไปด้วยคนหล่อและของกิน “มึงจะไปซื้อที่ไหน” “มินิมาร์ทหน้าตึกไง” ฉันบอกไป เพราะที่หน้าตึกมีมินิมาร์ทอยู่ ถ้าจะสั่งเดริเวอร์รี่มากินก็คงไม่ทัน เพราะพวกฉันมีเรียน 8 โมงครึ่ง กว่าจะฝ่ารถติดออกไปก็ใช้เวลานานพอสมควร ตอนนี้ยังมีเวลาไปซื้อมากินก่อนก็ได้ เพราะรรันต้องรอแม่บ้านที่ดูแลคุณปู่มาก่อนแล้วค่อยไปเรียน “ตอนเช้าเขามีของมาขายที่ข้างๆ ตึกอ่ะ เดินไปดูตรงนั้นก็ได้” “จริงหรอ” ฉันถามแล้วทำตาโต ดีเหมือนกัน ฉันเบื่อข้าวกล่องเวฟจะแย่แล้ว “เออ เดินอ้อมไปตึกข้างๆ ซ้ายมือถ้าเดินออกไปจากหน้าตึก ถ้าจะไปก็ซื้อหมูปิ้งมาให้ด้วย” รรันบอกทางฉันแล้วปรับเตียงให้ปู่นั่ง “ได้เลยเพื่อนรัก เดี๋ยวหนูมานะคะปู่” ฉันรับคำแล้วหันไปพูดกับปู่อย่างอารมณ์ดี บอกแล้วว่านอกจากคนหล่อก็มีของกินนี่แหละที่ทำให้ฉันอารมณ์ดีได้ ฉันเดินออกมาจากโรงพยาบาลแล้วเดินอ้อมไปอีกตึกที่อยู่ข้างซ้ายตามที่รรันบอก จากนั้นฉันก็เห็นเป็นโซนด้านข้างที่เปิดเหมือนตลาดย่อมๆ ที่มีของกินมาวางขายเยอะมาก “ขายยังไงคะ” ฉันเดินไปร้านหมูปิ้งที่เห็นว่าน่ากินมากแล้วถามแม่ค้าทันที “ไม้ล่ะ 10 บาทจ๊ะหนู” “เอา 6 ไม้ค่ะ ข้าวเหนียว 2 ห่อ” ฉันบอกไปแล้วคุณป้าคนขายรีบจัดให้ฉัน “80 บาทจ้า” ฉันรับถุงหมูปิ้งมาแล้วยื่นเงินให้คุณป้าไป “อุ๊ย มีน้ำเต้าหู้ด้วย” และระหว่างรอเงินทอนฉันก็หันไปเห็นร้านน้ำเต้าหู้ของโปรดที่เปิดอยู่ไม่ไกล และคิดว่าน่าจะอร่อย ดูได้จากคนที่ต่อคิวรออยู่ตอนนี้ เมื่อรับเงินทอนมาแล้วฉันก็เดินไปต่อคิวที่ร้านน้ำเต้าหู้ทันที “เอาน้ำเต้าหู้ 2 ถุงค่ะ ปาท่องโก๋ 30 บาท” พอถึงคิวแล้วฉันก็สั่งไป มองพ่อค้าทำน้ำเต้าหู้ไปก็คิดถึงคนที่ฉันรอเจอ ป่านนี้หมอจะมารึยังนะ?? “พี่คะ เอาน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋เป็นชุดอีก 1 ชุดนะคะ” เมื่อคิดถึงหมอ ฉันก็สั่งเพิ่มทันที เห็นว่ามีจัดเป็นชุดด้วย ซื้อไปฝากหมอดีกว่า ถ้าหมอมาแล้วจะได้เอาไปฝาก ได้เจอหมอ และได้ทำคะแนนด้วย จันทร์เจ้าคนฉลาด แอดดดด “คนสวยมาแล้วค่าาาา” ฉันเปิดประตูเข้าห้องไปแล้วพูดขึ้นเสียงใส “ปู่คะ ปกติหมออิษมาทำงานกี่โมงคะ” ฉันเดินไปหาปู่แล้วถามขึ้น “หื้ม ปู่ก็ไม่แน่ใจนะ ถามทำไมหรอลูก” “เจ้าซื้อน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋มาฝากหมอค่ะ” ฉันยิ้มแล้วชูถุงที่ซื้อมาฝากหมอให้ปู่ดู “นี่จ๊ะเพื่อนรัก หมูปิ้ง น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋” จากนั้นฉันก็ยื่นถุงในมืออีกข้างให้รรันไป “อื้ม” “เดี๋ยวกูมานะ เอาปาท่องโก๋ไปฝากหมอก่อน” ฉันบอกเพื่อนแล้วหันหลังเดินออกมาจากห้องทันที “ดะ เดี๋ยว อีเจ้า” ซึ่งก็ได้ยินรรันมันเรียกไว้ แต่ฉันไม่หันไปสนใจมันหรอก เดี๋ยวมันพูดให้อารมณ์เสีย ฉันต้องรีบไปหาหมออิษก่อน “คุณพยาบาลคะ” เมื่อเดินออกมาจากห้องแล้วฉันก็เอ่ยทักคุณพยาบาลที่กำลังจะเดินผ่านไป “คะ มีอะไรรึป่าวคะ” “หมออิษมาทำงานรึยังคะ” ฉันถามขึ้นแล้วมองหน้าคุณพยาบาลอย่างมีความหวัง “เอ๋ คุณหมออิษณา เห็นว่ามาแล้วนะคะ” คุณพยาบาลทำท่าคิดแล้วตอบฉัน “อยู่ไหนหรอคะ” ฉันรีบถามต่อทันที แต่พอฉันถามแล้วคุณพยาบาลก็มองฉันอย่างไม่ไว้ใจเล็กน้อย “เอ่อ หนูเป็นญาติคนไข้ห้อง 509 ค่ะ” พอเห็นคุณพยาบาลมองมาอย่างนั้นฉันก็รีบแนะนำตัวทันที “อ๋อ ญาติคนไข้ของคุณหมอ เอ่อ คือตอนนี้คุณหมอน่าจะอยู่ที่ห้องทำงานค่ะ ตรงไปเลี้ยวซ้าย จะมีห้องที่มีชื่อคุณหมอติดอยู่ค่ะ” คุณพยาบาลพยักหน้าแล้วบอกทางฉัน “ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” ฉันยิ้มแล้วก้มหัวขอบคุณเธอ จากนั้นก็เดินแยกออกมาทันที “อุ๊ย คุณหมอ” แล้วขณะที่กำลังเดินไปตามทางที่คุณพยาบาลบอกนั้นฉันก็เจอคนที่ตัวเองถามหากำลังออกมาจากลิฟท์และเดินผ่านหน้าฉันไป “หมออิษคะ” ฉันรีบร้องเรียกเขาไว้แล้วเดินก้าวขาไปหาเขาทันที “ครับ” คุณหมอสุดหล่อหันหน้ามามองแล้วถามขึ้น “สวัสดีค่ะ” ฉันทักทายเขาแล้วยิ้มกว้าง ตาฉันพร่าไปนิดๆ เพราะออร่าคนหล่อกระแทกเข้าตาจังๆ งื้ออออออ คนอะไรจะหล่อขนาดนี้ “คุณ??” “จันทร์เจ้าค่ะ เป็นญาติคนไข้ห้อง 509 เมื่อวานเราเจอกันแล้วนะคะ” ฉันรีบแนะนำตัวเมื่อเห็นเขามองมาอย่างงงๆ “อ๋อ ไม่ทราบว่ามีอะไรหรือเปล่าครับ” “เจ้าซื้อมาฝากค่ะ” ฉันฉีกยิ้มกว้างให้คุณหมอพร้อมยกมือที่ถือถุงน้ำเต้าหู้ชูขึ้นให้เขาดู “ซื้อมาฝากผม??” หมออิษเหลือบสายตามองมาที่มือฉันแล้วหันหน้ามาถามฉันงงๆ “ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับยิ้มๆ “เอ่อ” หมออิษทำท่าทางอึกอักเล็กน้อย “รับไปสิคะ” ฉันยิ้มกว้างกว่าเดิมแล้วยื่นมือที่ถือถุงไปใกล้เขากว่าเดิม “คือผมไม่ชอบกิน คุณเอากลับไปกินเองเถอะครับ” แล้วคุณหมอสุดหล่อก็ส่ายหน้าให้ฉันพร้อมกับพูดปฏิเสธ จนฉันหุบยิ้มทันที “อ้าว ทำไมล่ะคะ อร่อยดีออก” ฉันถามเขาเสียงเศร้า แล้วก้มหน้าลงมองน้ำเต้าหู้กับปลาท่องโก๋ของโปรดของตัวเอง ทำไมเขาไม่ชอบล่ะ อร่อยนะ “ยังไงก็ขอบคุณมากนะครับ ผมขอตัวก่อน” “อะ อ้าว” ฉันเงยหน้าขึ้นก็เห็นแต่แผ่นหลังของหมอที่เดินห่างออกไป ไปแบบไม่เหลือเยื่อใยเลย ------ เม้นติชม กดไลค์ เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม