
สามปีหายไปแบบไร้ร่องรอยแต่ต่างฝ่ายต่างจำไม่ลืม
“ไม่คิดจะทักทายกันเลยหรือไง”
น้ำเสียงขุ่นเคืองเอ่ยถามออกไปอย่างเอาเรื่อง ดวงตาคู่สวยในตอนนี้มันเต็มไปด้วยความโกรธทำเอาคนตัวสูงกว่าถึงกับยืนนิ่งไม่กล้าแม้จะขยับตัวก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงขิด ๆ ขัด ๆ
“อะ อะ เอ่อ นะ นะ หนู สบาย ดะ ดะ ดีไหมครับ”
“ออกมาคุยกันหน่อย”
ฉันกดเสียงต่ำอย่างควบคุมอารมณ์ก่อนจะเป็นฝ่ายจูงมือเขาออกมาด้านนอก ลานจอดรถในยามนี้ไร้ผู้คนมีเพียงความเงียบและแสงไฟสลัวสีหน้าของคนตรงหน้ามันไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อสามปีก่อนเลยสักนิด เขายังมองฉันด้วยแววตาที่เหมือนเดิมมุมปากได้รูปนั้นยังคงมีรอยยิ้มให้ฉันเสมอนั่นมันยิ่งทำให้ฉันรู้สึกหน่วงในใจ
“พี่หายไปไหนมา?”
“คิดถึงพี่ไหม?”
“ไม่! พี่ตอบคำถามหนูมาก่อน”
ในใจมันอยากจะตอบว่าโคตรคิดถึงเลยแต่ความเคืองใจมันมีมากกว่า
“ไม่ได้หายไปไหน หนูยังเป็นดวงใจของพี่เสมอนะ”
“สามปีไม่โผล่หัวมา วันนี้มาพูดแบบนี้ใครจะเชื่อ”
ฉันว่าออกมาอย่างหงุดหงิดทั้งยืนจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่องไอ้บ้านี่มันไม่สลดเลยหรือไงว่าทำฉันทุกข์ใจมากแค่ไหน?!!!
“ใครไม่เชื่อก็ช่างพี่อยากให้หนูเชื่อ”
“หน้าด้าน!”
หมับ!!!
ไม่ทันได้ตั้งตัวฉันก็ถูกเขาคว้าเข้าไปกอดทันที ไอ้คนหน้าไม่อายคนนี้แม้จะพยายามดิ้นให้หลุดเพียงใดก็เปล่าประโยชน์เพราะแขนแกร่งยิ่งเพิ่มแรงกอดมากขึ้นจนฉันหยุดนิ่งเพราะยิ่งดิ้นยิ่งเจ็บ
ฟอด~~
“นี่ มาหอมกันแบบนี้ได้ยังไง”

