เศษซากความฝัน
“จะทำตัวให้น่ารักเหมือนเด็กไม่รู้จักโตไปถึงไหน ทำเหมือนเป็นเมียในซีรีส์เกาหลีอยู่ได้…โตสักทีเถอะ” ประโยคเย็นชาที่หล่นจากปากเขา เสียดแทงลงมาถึงกลางใจ
พริมมาไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงยืนนิ่งอยู่หน้าร้านกาแฟของตัวเอง มือยังถือแก้วกาแฟที่ตั้งใจชงให้เขาเหมือนทุกเช้า
เขาเคยหอมแก้มเธอพร้อมกาแฟในมือแล้วกระซิบพูดเสียงหวานว่า
“เช้าของฉันไม่สมบูรณ์แบบ ถ้าไม่มีเธอ”
แต่ตอนนี้ เขาไม่แม้แต่จะหันมามองหรือสนใจกันสักนิด ทำอย่างกับเธอไร้ตัวตนในสายตาเขาไปแล้ว
“กาแฟอยู่บนเคาน์เตอร์นะคะ”
เธอพยายามพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แม้ข้างในจะเจ็บปวด
คีรัณย์เพียงปรายตามอง ก่อนจะหยิบแก้วกาแฟไปดื่มเงียบ ๆ แล้วหันหลังเดินออกจากร้านไป
ช่างเย็นชาเหลือเกิน..
“จะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอคะ” หญิงสาวหวังแค่ว่าเขาจะทักทายเธออย่างอบอุ่น เดินมาโอบกอดกันเหมือนอย่างเคย แต่ทว่ามันก็ไร้ความหมายในตอนนี้
คีรัณย์ชะงักขณะที่กำลังเดินออกจากร้านเตรียมตัวไปทำงานแต่เช้า จากสีหน้าเรียบเฉย คิ้วเข้มก็เริ่มขมวดชนกันราวกำลังแสดงความไม่พอใจ
“อยากให้ผมพูดอะไรล่ะ ขอบคุณงั้นเหรอ? เธออยากได้คำพูดพวกนั้นเหรอ ฉันยุ่งจะตายอยู่แล้ว”
ประโยคแทงใจจากปากคนที่เคยสัญญาว่าจะถนอมน้ำใจเธอมากกว่าสิ่งใดบนโลก ทำให้หัวใจพริมมาแหลกละเอียดลงอีกครั้ง
“เปล่านะคะ ฉันแค่…” พริมมาหลุบตาลงต่ำ สองมือคู่สวยประสานกันแน่น น้ำสีใสเริ่มปริ่มออกมา แต่เธอก็พยายามห้ามมันเอาไว้ “ช่างมันเถอะค่ะ”
เธอพูดอะไรไม่ออกนอกจากคำว่า ‘ช่างมัน’ อีกแล้ว พูดออกไปมันจะยังมีความหมายกับเขาอยู่หรือเปล่า คงไม่อาจรู้
“อย่าเป็นแบบนี้ขอร้อง แค่เรื่องงานก็ปวดหัวอยู่ทุกวัน ไปนะ!” หลังพูดจบด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ร่างสูงก็เดินออกไปจากร้านทันทีโดยไม่แม้แต่จะหันมาเหลียวแล
พริมมาได้แต่นั่งนิ่งอยู่หน้าร้านกาแฟที่เธอลงทุนลงแรงก่อร่างสร้างฝันมาเกือบปี น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าตกลงบนตักอย่างเงียบงัน แม้เธอพยายามกลั้นไว้สุดหัวใจ แต่มันก็ไหลออกมาอยู่ดี
ฝันที่เคยวาดไว้ร่วมกัน รอยยิ้มที่เคยมีให้กันทุกเช้า ทั้งหมดมันเหมือนกับฝันที่ไม่เคยเกิดขึ้นซะอย่างนั้น
“ฮึก!...”
พริมมาเงยหน้าขึ้นมองเพดานไม้เรียบ กลิ่นขนมอบที่เคยหอมกรุ่นกลับเริ่มเจือจางหายไป
“เจ็บจัง”
หญิงสาวกอดตัวเองแน่น พยายามปลอมตัวเองว่าทุกอย่างมันคงกลับมาเป็นเหมือนเดิมในไม่ช้า
“สงสัยเขาแค่จะเหนื่อยกับงานเฉย ๆ อย่าคิดมากไปเลย”
แม้จะปลอบใจตัวเองแบบนั้น แต่มันกลับไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลย ในใจลึก ๆ ก็รู้ดีว่าทุกอย่างมันคงไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว
เธอไม่รู้ว่าความรักของเขาหมดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าอะไรทำให้เขากลายเป็นแบบนี้ แต่สิ่งที่เธอรู้แน่ชัด ก็คือความรู้สึกของเธอที่กำลังพังลงทีละนิด
“ทั้งที่แต่ก่อนที่เราจะแต่งงานกัน คุณไม่ใช่คนแบบนี้นี่คะ แต่…ทำไมกัน”
ย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อน
“ผมสัญญาว่าจะรักและทะนุถนอมพริมตลอดไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะไม่มีวันปล่อยมือคุณ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้น ใบหน้าหล่อคมเข้มประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ดวงตาสีเข้มทอดมองเธอราวกับเธอคือโลกทั้งใบ
ภายใต้แสงไฟอุ่นสีทองของงานวิวาห์กลางสวน ที่รายล้อมด้วยเสียงปรบมือและกลีบดอกไม้โปรยปราย
เขาจับมือเจ้าสาวของเขาไว้อย่างแนบแน่น ก่อนจะโน้มลงจูบแผ่วเบาที่หลังฝ่ามือของเธอ
คีรัณย์... คือชื่อของเขา
ชายผู้ที่เธอเชื่อว่าจะเป็นความรักครั้งสุดท้ายของชีวิต
หัวใจของพริมมาเต้นระรัว รอยยิ้มของคีรัณย์ คนรักที่คบหากันมายาวนานกว่าห้าปีตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยยังคงทำให้เธอรู้สึกเหมือนตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หลังเรียนจบ ทั้งคู่มุ่งมั่นทำตามฝันของตนเอง คีรัณย์ก้าวเข้าสู่วงการเทคโนโลยี ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ให้กับบริษัทชั้นนำระดับประเทศ
ส่วนพริมมา หญิงสาวผู้หลงใหลในกลิ่นกาแฟและความสุขเรียบง่าย เธอทำงานเป็นกราฟิกดีไซเนอร์อิสระ สะสมเงินและแรงบันดาลใจเพื่อสานฝันในการเปิดคาเฟ่เล็ก ๆ ที่เป็นพื้นที่แห่งความสุขของเธอ
หลังจากคบกันมาห้าปี และทำงานจนมั่นคง พวกเขาก็ตัดสินใจแต่งงาน และย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังเล็ก ๆ ย่านชานเมืองที่เรียกกันว่า ‘เรือนหอ’
แต่ในวันนี้…ความฝันเหล่านั้นกลายเป็นเศษซาก