มิทิรากะพริบตา พอได้สติก็ไม่พูดไม่ถามหรือเชื้อเชิญแขกเข้าบ้าน รีบดึงประตูปิดทันที แต่ยังช้ากว่าคนมือไวที่ยกมือดันประตูเอาไว้ ใช้เรี่ยวแรงเพียงนิดผลักดันก็ทำให้เธอเซถลันถอยหลังออกมาหลายก้าว ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะสอดตัวเข้ามายืนจังก้าอยู่ต่อหน้าเธอ สีหน้าบึ้งตึง เอ่ยถามเธอเสียงขุ่นอย่างกวนๆ ว่า
“เห็นฉันแล้วทำไมต้องปิดประตูใส่ ไม่ต้อนรับเหรอ หรือว่าเธอกำลังรอผู้ชายคนอื่นอยู่”
มิทิราสูดลมหายใจเข้าลึก ต้องใช้แรงใจอย่างมากในการยืนให้มั่นคงเพื่อเผชิญหน้ากับอดีตสามี เธอเพียรทำใจให้นิ่งสงบ ไม่สนว่าศิรธัชจะมีเหตุผลอะไรที่มาที่นี่หรือจะพูดแขวะหาเรื่องกันยังไง เธอเหนื่อยมาก ไม่อยากเห็นหน้าเขา ยิ่งไม่มีความอดทนมากพอที่จะยืนฟังเขาพล่ามเรื่องไร้สาระ จึงเอ่ยปากไล่เขาอย่างไม่ไว้หน้าว่า
“ถ้าคุณไม่มีธุระ รบกวนช่วยออกไปจากบ้านฉันด้วยค่ะ ฉันต้องการพักผ่อน”
คนถูกไล่เลิกคิ้วมองหน้าเธอ เธอรู้ว่าเขาได้ยินชัดๆ เต็มสองหูและเข้าใจความหมาย แต่กลับทำหูทวนลม ยังเดินสำรวจบ้านเธอทุกซอกทุกมุมตามอำเภอใจ กระทั่งศิรธัชกำลังจะก้าวขึ้นบันไดไปชั้นสองที่เป็นห้องนอนของเธอ มิทิราจึงรีบวิ่งไปขวางพร้อมกับแหวใส่เขาอย่างเหลืออดว่า
“คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่งย่ามในบ้านของฉัน ออกไปเดี๋ยวนี้!”
“นี่บ้านเธอจริงๆ เหรอ อยู่เข้าไปได้ยังไง ทั้งเล็กทั้งแคบยิ่งกว่าห้องน้ำที่เรือนหอของเราซะอีก มองทีเดียวก็ทะลุไปถึงห้องครัวแล้ว ฉันให้เงินเธอไปก็ไม่น้อย มากพอจะให้เธอซื้อบ้านดีๆ และรถสักคัน ยังเหลือเงินเก็บเอาไว้กินเอาไว้ใช้ได้อย่างสบายๆ เธอเอาไปใช้อะไรหมด”
“ใช่! คุณให้ แต่ฉันฉีกเช็คใบนั้นทิ้งไปแล้ว คนอย่างฉันไม่มีวันขายลูกกิน”
“หยิ่งไม่เข้าเรื่อง” เขาสบถอย่างไม่สบอารมณ์ที่เธอทำให้ตัวเองลำบากอย่างนี้
มิทิราพลันคอแข็ง เชิดหน้าใส่คนที่ดูถูกกัน
“เงินของคุณอาจจะยิ่งใหญ่ สามารถซื้อใจคนหรือสิ่งของล้ำค่าอะไรบนโลกนี้ก็ได้ แต่ไม่ใช่ฉัน! ฉันไม่มีทางรับเงินที่น่ารังเกียจแบบนั้นเด็ดขาด”
เธอไม่อยากให้ลูกชายโตขึ้นมาแล้วเข้าใจผิดว่าเพราะเงิน เธอจึงยอมทิ้งแกไปอย่างง่ายดาย ทุกวันนี้ที่เธอทำงานเก็บเงินหลักแสน ยอมลำบากนั่งรถเมล์ทั้งที่มีเงินดาวน์รถยนต์ได้ ทุกบาททุกสตางค์ก็เพื่อเก็บเงินก้อนเอาไว้ให้ลูกชาย อาจจะเป็นเพียงแค่เศษเงินเมื่อเทียบกับฐานะของอดีตสามี แต่ก็เป็นน้ำพักน้ำแรงที่เธอแสนจะภูมิใจ
เธออยากทำเพื่อลูก อยากชดเชยความรู้สึกที่ไม่เคยได้รับจากคนเป็นแม่...
แม่เธอทำงานเป็นเลขาของพ่อเธอมานาน พวกเขารักกันมาก ตอนที่พ่อถูกครอบครัวบังคับให้แต่งงานกับชลลดาที่พลาดท้องกับผู้ชายไม่เอาไหน แลกกับการปลดหนี้หนีวิกฤตล้มละลาย ท่านก็ไม่ยอมเลิกกับแม่ของเธอ
แต่นั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นขุม ‘นรก’ ของเธอกับแม่!
แม้พ่อจะแยกเรือนเล็กให้พวกเธอแม่ลูกอยู่ต่างหาก แต่ไม่มีวันไหนเลยที่เธอจะไม่เห็นแม่ถูกชลลดาตบตีระบายอารมณ์ เธอที่โตพอจะรู้ความเคยถามท่านว่าทำไมถึงยอม แม่ตอบคำเดียวว่าเพราะความรัก ท่านรักพ่อมากจนยอมทนได้ทุกอย่าง และขอให้เธออดทนไปกับท่าน สักวันหนึ่งทุกอย่างจะต้องดีขึ้น
ทว่านั่นเป็นแค่สิ่งที่แม่คาดหวัง...
เพราะในความเป็นจริงทุกอย่างมีแต่จะยิ่งเลวร้าย พ่อไม่สามารถปกป้องเธอกับแม่ได้ เพราะเกรงใจสัวกำพลที่เป็นพ่อตา ความเจ็บปวดที่ได้รับทุกๆ วันทำให้แม่เธอเริ่มเสียสติป่วยซึมเศร้า บางวันดี บางวันร้องไห้ บางวันถึงขั้นด่าทอทุบตีเธอก็มี
ตอนนั้นเธอได้แต่เสียใจและสงสัยว่าท่านไม่รักเธอแล้วหรือ?
กระทั่งถึงวันที่ความอดทนของท่านสิ้นสุด แม่บอกรักเธอทั้งน้ำตา ท่านพรมจูบพรมหอม เอ่ยขอโทษเธอต่างๆ นานา ก่อนจะจบชีวิตด้วยการกรีดข้อมือตาย เพื่อหนีความทุกข์ทรมาน ทิ้งเธอเอาไว้เพียงลำพังให้ตกเป็นเหยื่อของแม่เลี้ยงและชนัญชิดา ฉะนั้นทันทีที่พ่อเธอเสนอให้เธอแต่งงานกับศิรธัช เพื่อให้เขากลายเป็นเกราะคุ้มกันภัยแทนท่านที่ช่วยอะไรเธอไม่ได้ เธอจึงคว้าขอนไม้ขอนสุดท้ายเอาไว้อย่างไม่ลังเล
มิทิราไม่เคยเสียใจที่ตัดสินใจอย่างนั้น ต่อให้จะต้องเจ็บปวดเพราะการหย่าร้าง แต่ตอนนี้เธอเองก็ได้รับอิสระด้วยเหมือนกัน เธอไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับครอบครัวเกียรติสราญอีกแล้ว คนหน้าเนื้อใจเสือพวกนั้นไม่มีสิทธิ์มารังแกหรือทำร้ายเธอได้อีกแล้ว
แน่นอนว่ารวมถึงอดีตสามีของเธอด้วย!