8 (2/2)

2470 คำ
    ช่วงเย็นของวัน…บ้านไอ้ซันก็มีการรวมตัวของบรรดาญาติ ๆ เยอะอย่างที่เพื่อนของเขาว่าไว้จริง ๆ โชคดีที่คุณน้าทำอาหารเย็นแยกโซนไว้ให้ เชจึงไม่ต้องมานั่งเกร็งอะไร หลังเขาคิดหนักมาตั้งนานว่าจะทานข้าวร่วมกับบรรดาญาติ ๆ ของเพื่อนอย่างไรดี                 “มึงสักหน่อยไหม?” ขณะที่เชกำลังนั่งกินอาหารอยู่กับซายน์ ไอ้ซันก็เอ่ยถามพร้อมชูแก้วเปล่าให้ดูอย่างมีความหมายโดยนัย                 “แล้วพรุ่งนี้จะไม่ไปไหนจริง ๆ ใช่ปะ” เชถามให้แน่ใจอีกครั้ง                 “อือ ถ้าออกไปก็คงช่วงเย็น ๆ แหละ”                 “งั้น…สักแก้วก็ได้”                 “พี่ซัน ผมขอด้วย!” ทันทีที่เชตอบรับ ซายน์รีบโบกไม้โบกมือให้พี่ชายเสียยกใหญ่ หลังเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังชงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่อีกมุมหนึ่งของบ้าน                 “แค่แก้วเดียวนะ” ไอ้ซันพูดกับน้อง                 “โอเค!”                   “ขอบใจ” เชขอบคุณเพื่อน เมื่อไอ้ซันนำแก้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาวางไว้ให้เขา                 หลังจากที่เราสามคนนั่งกินข้าวเย็นกันเสร็จ เชก็นั่งฟังเรื่องตลก ๆ ออกแนวพิเรนทร์ของสองพี่น้องต่อ จนกระทั่งญาติของไอ้ซันทยอยกลับไป จนหลือแค่พวกเขาสามคนที่นั่งพูดคุยกันอยู่ที่เดิมพร้อมกับแอลกฮอล์ที่ยังไม่ถูกเปิดขวดอีกอีกหลายขวด                 แก้วเดียวไม่เคยมีอยู่จริง…พอทุกอย่างพร้อมไม่ว่าจะเป็นน้ำแข็ง โซดา เหล้าหรือเบียร์ มันก็ยากที่จบลงแค่แก้วเดียว                 เชได้แต่เท้าคางนั่งมองแก้วเบียร์ของตัวเองที่ถูกเติมซ้ำ ๆ โดยน้องชายเพื่อน ตอนนี้ไม่ว่าเขาจะกินไปเท่าไร แก้วเดียวที่เคยบอกไว้มันก็ไม่พร่องลงเสียที                 “ซานย์พี่ไม่เอาแล้ว ไม่ไหวว่ะ” เชออกปาก เขารีบเบรกน้องชายเพื่อน หลังอีกฝ่ายพยายามส่งสัญญาณ จะเติมแอลกอฮอล์ให้เขาอีกแก้ว                 “โอเค ไม่เอาก็ไม่เอา”                 “ไอ้ซายน์ให้แค่แก้วเดียวนะเว้ย! ถ้ามึงเมาแอ๋ เดี๋ยวแม่จะบ่นเอา” ไอ้ซันที่นั่งสนใจแต่โทรศัพท์ ทวนสัญญากับน้องชายตัวดี                 เพียงแค่เห็นเพื่อนเอ่ยเตือนน้องชายตัวเอง เชอยากจะพูดอะไรบางอย่างออกมา เขานั่งมองไอ้ซันเล่นโทรศัพท์ทั้งคิ้วขมวด ไม่รู้ว่าที่เพื่อนเป็นเช่นนั้น เพราะในโทรศัพท์มันมีอะไรให้เครียดหรือเพราะกำลังสงสัยว่าทำไมซายน์ถึงดื่มเหล้าแก้วเดียวไม่หมดสักทีกันแน่                 “แกต้องพอนะ อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้” พอไอ้ซันลุกออกไปเข้าห้องน้ำ เชก็พูดกับซายน์                 “ฮ่า ๆ พี่เชเห็นเหรอ ซายน์คิดว่าตัวเองทำเนียนแล้วซะอีก”                 “เชื่อฟังไอ้ซันมันบ้าง มันเป็นห่วงเรานะ รู้เปล่า?”                 “ทำไมแก้มพี่เชมันแดงง่ายจังครับ โดนแดดก็แดง เมาก็แดง” ซายน์เลือกที่จะเมินคำพูดของเขา…อีกฝ่ายเบี่ยงประเด็น กลับมาให้ความสนใจเชอีกครั้ง ฝั่งเชพอถูกท้วงเช่นนั้น เขาก็รีบตะครุบแก้มตัวเองทันที                 “มันแดงเหรอ…” เชถาม                 “ครับ…น่ารัก”                 “พูดคำนี้อีกแล้วนะ”                 “ก็มันจริง ๆ นี่”                 “พูดเหมือนกำลังจีบพี่เลย”                 “…..”                 “จะจีบพี่เหรอ?                 “แล้วได้ปะล่ะ?”                 “….”                 “พี่เชเป็นคนแรกเลยนะ ที่ทำให้ผมรู้สึกอยากลองจีบผู้ชายสักคนดู”                 เชไม่ตอบอะไร…เขาทำได้แค่นั่งยิ้มให้กับคำพูดของน้องชายเพื่อนเพียงอย่างเดียว ตอนนี้ไม่รู้ว่าซายน์พูดเล่นพูดจริง แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้อีกฝ่ายก็กำลังเมามาย บางทีอาจพูดอย่างไม่คิดและพรุ่งนี้ก็คงลืมว่าพูดอะไรไว้บ้าง                 “พี่เชมีแฟนยัง”                 “หืม?”                 “แฟนอะ มียัง” พอเห็นว่าเชเงียบ ซายน์ก็พูดขึ้นอีกครั้ง                 “ไม่รู้สิ….ยังไม่มี แต่ก็ไม่โสดแล้ว” เชตอบ                 ใจจริงเขาก็อยากจะตอบอย่างเต็มปากว่ามีแล้ว แต่ติดตรงที่ว่าความสัมพันธ์ของเขากับพี่โปรด มันยังไม่มีอะไรที่เป็นทางการสักอย่างนี่แหละ                 “งั้นผมจีบได้ปะ”                 “ฮะ? แกรุกแรงจังวะ ปีหน้าจะเข้ามหา’ลัยแล้วนี่ ตั้งใจเรียนก่อน ๆ อย่าเพิ่งโฟกัสอย่างอื่น”                 “ผมแยกแยะได้…”                 “มาทำงี้ ไม่กลัวพี่ชายแกเตะก้านคอหรือไง พี่เพื่อนไอ้ซันนะเว้ย”                 “แล้วไงอะ ถ้ากลัวก็คงไม่ถามอะ”                 “เราเพิ่งเจอหน้ากันเอง แกอย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจอะไรเลย พี่ไม่ได้นิสัยน่ารักหรอก”                 “สรุปจะไม่ให้จีบ?”                 “อือ…อย่าเลย ไม่ดีหรอก” เชว่า เขาไม่อยากให้น้องชายเพื่อนคิดอะไรกับตัวเองทั้งนั้น เชไม่อยากถูกจีบ ไม่ใช่แค่เฉพาะกับซายน์ แต่คนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน เขาไม่อยากให้ใครมาเสียเวลา มารู้สึกดีด้วย เพราะหัวใจเชมันไม่ว่างมาสักพักหนึ่งแล้ว มาจีบก็เหนื่อยเปล่า ๆ                 “ปิดทางเลยอะ”                 “อย่ามาเสียเวลากับพี่เลย แกจีบพี่ก็เหนื่อยเปล่า ๆ หวังดีนะ…ถึงไม่อยากให้เหนื่อยฟรี” เมื่อเชพูดจบ เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์เขาก็ดังขึ้นพอดี มันเป็นข้อความที่ถูกส่งมาจากพี่โปรด พอเห็นว่าเป็นใครเชจึงไม่รอช้า ยกโทรศัพท์ขึ้นมาตอบอีกคนทันที เพราะเขาก็กำลังคิดถึงพี่โปรดอยู่เหมือนกัน             ‘อยู่ไหน ถ่ายรูปมาหน่อย’             ‘คิดถึงครับ’                 “พี่เชจะถ่ายรูปเหรอ ขอถ่ายด้วย”             “ซายน์!” เชเรียกชื่อน้องชายเพื่อนความตกใจ เมื่อจังหวะที่เขากำลังจัดเผ้าผมเตรียมจะถ่ายรูปไปให้พี่โปรดส่งดู จู่ ๆ ซายน์ที่นั่งอยู่ข้างกันก็ขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม อีกฝ่ายทำท่าเหมือนจะเหมือนหอมแก้มกัน แล้วถือวิสาสะหยิบโทรศัพท์เขาถ่ายรูปเรา ส่งไปให้พี่โปรดดู                 “พี่เชเสียงดังทำไม บ้านอื่นเขานอนกันแล้วนะ”                 “ซายน์! แกกำลังสร้างเรื่องให้พี่รู้ตัวปะเนี่ย!”                 “ฮะ? เมื่อกี้นึกจะว่าถ่ายให้เพื่อนดู”                 “เพื่อนบ้าอะไร! ฉิบหายแล้ว เอาไงดีวะ!” เชมองหน้าน้องชายเพื่อนอย่างอารมณ์เสีย ก่อนจะกลับมาให้ความสนใจกับโทรศัพท์ตัวเองต่อ เขาถึงกับลน ทำตัวไม่ถูกและมือสั่นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบตั้งสติแล้วส่งข้อความไปบอกว่าน้องชายเพื่อน พี่โปรดเหมือนกำลังพิมพ์ตอบกลับมา แต่อีกฝ่ายก็เปลี่ยนใจส่งเครื่องหมายไลก์มาให้แทน                 “มีไรกันวะ” ไอ้ซันที่เพิ่งกลับมาจากห้องน้ำ เอ่ยถามอย่างงุนงง                 “ไอ้ซัน กูว่ากูฉิบหายแล้วว่ะ”                   สิ่งแรกที่เชทำหลังจากตื่นนอน นับตั้งแต่เกิดเรื่องนั้นก็คือการเช็กโทรศัพท์ของตัวเอง….พี่โปรดไม่ได้ตอบอะไรกลับมาอีกเลย นอกจากเครื่องหมายไลก์ที่อีกฝ่ายส่งมาให้ตั้งแต่เมื่อคืน นั่นทำให้เชถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ พี่โปรดกำลังคิดอยู่ เชไม่สามารถคาดเดาได้จากเครื่องหมายไลก์เพียงอย่างเดียว                 “ทำไมมานั่งหงอยแบบนี้ล่ะ เห็นมานั่งถอนหายใจแบบนี้มาได้สองสามวันแล้วนะ มาเที่ยวบ้านกูไม่สนุกแล้วเหรอ” ขณะที่เชกำลังนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่ที่มุมโปรดอย่างระเบียงบ้านเพื่อน ไอ้ซันก็เดินเข้ามาหาอีกครั้ง อีกฝ่ายทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ กันก่อนจะเอ่ยถามอย่างสงสัย                 “สนุกดิ มาเที่ยวบ้านมึงมันดีมากเลยเว้ย” เชว่าพร้อมระบายยิ้มออกมาจาง ๆ                 “แล้วทำไมมานั่งแบบนี้”                 “ก็คิดมากเรื่องพี่โปรดอะ ตั้งแต่เมื่อหลายคืนก่อน…..”                 “…..”                 “เขาไม่ตอบอะไรมาอีกเลย ข้อความล่าสุดที่เพิ่งส่งไปเมื่อเช้าก็อ่านแล้วไม่ตอบ”                 “อ่านแล้วไม่ตอบ ก็โทรหาเขาเลยสิ”                 “ลองแล้ว แต่เขาไม่รับ” ถ้าพี่โปรดรับสายหรือตอบข้อความกันสักนิด เชก็คงไม่ต้องมานั่งกลุ้มเช่นนี้ แต่นี่อีกฝ่ายเล่นอ่านแล้วไม่ตอบ โทรไปหาก็ไม่รับ เป็นแบบนี้เขาจะเที่ยวสนุกได้ยังไง                 “ถ้ากูกลับก่อนกำหนด มึงจะโกรธกูไหม” เชเอ่ยถามเพื่อน                 “จะโกรธทำไม มันเป็นสิทธิ์ของมึง”                 “เฮ้อ….เอาไงดีวะ ตอนแรกกูไม่คิดด้วยซ้ำว่าพี่โปรดเขาจะมาอะไรกับเรื่องแบบนี้” เชพูดเสียงแผ่ว เขามักห่อไหล่ทุกครั้งที่กำลังเสียสูญความมั่นใจหรือกำลังคิดมาก ตอนนี้ก็เช่นกัน                      “ซัน…น้องก็แค่เด็กเอง พี่โปรดจะมาหึงเด็กเหรอวะ”                 “มึงอย่าไปคิดแทนเขาดิ อีกอย่าง….เด็กที่มึงว่าอายุห่างกับมึงไม่กี่ปีเองนะ มันแตกหนุ่มแล้ว มันรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร อีกอย่างมึงก็รู้ว่ามันคิดกับมึงแบบนั้น ก็ยังใจดีกับมันอยู่ได้”                 “….”                 “รู้แล้วไงต่ออะ ในเมื่อกูไม่ได้มองน้องชายมึงเป็นอย่างอื่นเลย นอกจากน้องชายเพื่อน”                 “จริง ๆ เรื่องนี้กูก็มีส่วนผิดเหมือนกัน กูสังเกตเห็นท่าทางระริกระรี้ของมันเวลาที่เจอมึงมาได้สักพักแล้ว เพราะก็ไม่คิดว่าไอ้ซายน์จะกล้าขนาดนี้”                 “คืนนั้นน้องมึงเมาด้วยแหละ รู้ปะว่าน้องตัวเองแอบรินเหล้าเพิ่มอะ”                 “กูว่าแล้ว! ทำไมแก้วเดียวของมันถึงกินนาน” ไอ้ซันว่าพร้อมตบเข่าฉาดใหญ่                 “กับเรื่องน้องมึง กูไม่คิดมากหรอกนะ เดี๋ยวก็ไม่ได้เจอกันแล้ว แต่พี่โปรดนี่ดิ….กูไม่รู้จะทำยังไง เหมือนช่วงหลัง ๆ กูรู้จักเขาดีแล้ว แต่พอวันนี้มากูถึงได้รู้ว่าตัวเองไม่ได้รู้จักเขาเลย เขาคิดอะไรอยู่ กูมองไม่ออกเลยว่ะ”                 “….”                 “ยิ่งเขานิ่งมากเท่าไร กูก็ยิ่งเดาใจไม่ถูกอะ สรุปเรื่องเมื่อคืนนี้เขาอะไรยังไง โกรธกูหรือเปล่า กูไม่รู้เลย”                 “กลับกรุงเทพไปก็ไปคุยกับเขาดี ๆ แล้วกัน อ้อนนิดอ้อนหน่อย เขาก็คงเข้าใจแหละ” ไอ้ซันให้คำแนะนำ                 พอพูดเรื่องนี้ จู่ ๆ เชก็อยากร้องไห้ออกมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกพี่โปรดเมินขนาดนี้ เหมือนตอนนี้เรากลับไปสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง เชเดาใจพี่โปรดไม่ถูกเลย นี่ยังดีที่อีกฝ่ายไม่ได้บล็อกเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรมกัน เพราะไม่งั้นเชคงไม่ได้เห็นว่าพี่โปรดอัปฯสตอรี่ว่าอีกฝ่ายออกเที่ยวทุกคืนและสถานที่แต่ละคืนก็ไม่ซ้ำกันอีกด้วย                 “มึงร้องไห้เหรอวะ” ไอ้ซันเอ่ยถามเสียงตกใจ เมื่อเชเงียบไปครู่หนึ่ง                 “ไม่ ๆ”                 “จริงปะเนี่ย ทำไมเหมือนเห็นหยดน้ำตามึงเลยอะ” มันไม่ว่าเปล่า แต่ยังขยับหน้ามาใกล้เพื่อมองหาหยดน้ำตาของเชอีกด้วย                 “ไอ้เหี้ยซัน อย่าบิ้วอารมณ์กู! ไม่ได้ร้องก็คือไม่ได้ร้อง”                 “อะ ๆ ก็ได้ เอางี้…ถ้าภายในคืนนี้เขายังไม่รับสายมึง ไม่ยอมคุยด้วย มึงกลับกรุงเทพก็บุกไปคอนโดเขาเลย เคลียร์ต่อหน้าแม่ง…หลบหน้าดีนัก”                 “จะบ้าเหรอ กูไม่เคยไปคอนโดเขา…ขนาดชื่อคอนโดกูก็ยังไม่รู้เลย” เชพูด เขาไม่เคยถามเรื่องคอนโดของพี่โปรด ไม่เคยไปที่นั่นเลยสักครั้ง รู้แค่ว่าอีกฝ่ายมีคอนโดอยู่แถวอโศกแค่นั้นเอง                 “แค่หาคอนโดพี่โปรด กูว่ามันไม่เกินความสามารถมึงหรอก”                 “…..”                 “แล้วถ้าเคลียร์ไม่ได้ บอกกู เดี๋ยวจัดการให้ ก็แค่เรื่องเข้าใจผิด มึงบริสุทธิ์ใจ จะกลัวอะไรวะ!”                   มันก็จริงอย่างที่ซันว่า….การหาคอนโดของพี่โปรด มันไม่ใช่เรื่องยากเลย หากเชตั้งใจจะหาจริง ๆ                  เมื่อกลับมาถึงกรุงเทพ เชก็ได้ลองติดต่อพี่โปรดดูอีกครั้ง แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่ยอมรับสายเขาเหมือนเดิม นับตั้งแต่คืนที่เกิดเรื่อง จู่ ๆ พี่โปรดก็หายไปอย่างจงใจ นั่นจึงเป็นเหตุที่ให้เขาตัดสินใจว่าจะบุกมาหาพี่โปรดถึงคอนโด                 เพราะเราเคยอยู่ตลอดเวลา แม้จะเป็นแค่ระยะเวลาสั้น ๆ แต่เชก็คิดว่าเขารู้กิจวัตรประจำวันของพี่โปรดดี รู้ว่าแต่ละวันอีกฝ่ายจะทำอะไรบ้าง รู้ว่าหลังฝึกงานเสร็จอีกฝ่ายจะกลับห้องตอนไหน  เชจึงสามารถกะเวลาได้คร่าว ๆ                 โชคดีที่พี่โปรดมักเป็นคนตรงต่อเวลา วันธรรมดาที่มีฝึกงาน อีกฝ่ายจะไม่ค่อยแวะไปไหน ถึงมีเรื่องที่ต้องไปต่อ มีปาร์ตี้ ไปกินเหล้ากับเพื่อน ไม่ว่าจะไปทำอะไรต่อก็ถาม แต่หลังเลิกงานอีกฝ่ายก็ต้องกลับห้องก่อนอยู่ดี                 เพราะรู้ว่าพี่โปรดเลิกงานช่วงหนึ่งทุ่ม เชจึงมารออีกฝ่ายที่ล็อบบี้ของคอนโดตั้งแต่ตอนหกโมงเย็น เขาใจเต้นแรงเล็กน้อย เมื่อต้องนั่งรออีกคน นับเวลาถอยหลังรอเจอกับอีกฝ่าย ไม่ว่ายังไงวันนี้เชกับพี่โปรดเราต้องเคลียร์กันให้รู้เรื่อง แค่เรื่องเข้าใจผิด เชไม่อยากให้ปัญหาทุกอย่างมันบานปลายแบบนี้                 เขาต้องรีบจบมันให้เร็วที่สุด…                 การที่ต้องเผชิญหน้ากัน ไม่ใช่สิ่งที่เชกลัวเท่าไร เพราะไม่ได้ทำอะไรจึงผิดพร้อมอธิบายเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ แต่ที่เชกำลังกังวลอยู่ตอนนี้ คือเขากลัวว่าจะถูกพี่โปรดไล่ให้กลับ ก่อนที่เชจะได้อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นนี่แหละ                 ระหว่างที่กำลังรอ เชก็นั่งรวบรวมสติ เรียบเรียงคำพูดกับตัวเองอยู่หลายสิบนาที จนกระทั่งเขาเห็นรถคันคุ้นตาขับผ่านเข้ามาไปจอดที่ลานจอดรถของคอนโด สติเชก็เริ่มเลือนหายไปอีกครั้ง                 เชกำมือแน่น เมื่อเขามองเห็นพี่โปรดที่กำลังอยู่ในชุดฝึกงาน แต่อีกฝ่ายมอไม่ได้เห็นเขา….จังหวะที่พี่โปรดกำลังเดินผ่านหน้าไปขึ้นลิฟต์ เชจึงรีบเรียกชื่อเอาไว้                 “พี่โปรด….” เขาเรียกชื่ออีกฝ่าย                 ทันทีที่ถูกเรียกพี่โปรดก็หันมามอง เมื่อเห็นว่าเป็นเช…สายตาพี่โปรดก็เปลี่ยนไป พี่โปรดที่เชเคยเห็นคือพี่โปรดที่มีแต่รอยยิ้ม ดูใจดี แต่พี่โปรดที่กำลังยืนอตรงหน้าเขาในตอนนี้ดูดุมาก ยิ่งกว่าตอนเรื่องน้องมะปรางเสียอีก  ดูน่ากลัวจนเช อยากถอยหลังกลับไปตั้งหลักใหม่                 “มีอะไร?”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม